บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.96
0.08 (2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=27504 out_tok=3007 at=2026-07-25T10:34:57 -->
# AWC Q3/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 49.4% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-โรงแรมลักซ์ชัวรี่
## รายได้-กำไรฟื้นตัวแรงตามภาคท่องเที่ยว ฝ่ายจัดการเน้นย้ำการบริหารต้นทุนและพันธมิตรแกร่งหนุนการเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการบริการ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมประชุมสัมมนา โรงแรมในกรุงเทพฯ และรีสอร์ทระดับลักซ์ชัวรี่ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของทรัพย์สินคุณภาพและเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้า High-to-Luxury ได้เป็นอย่างดี ขณะที่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนยังคงมีผลการดำเนินงานที่มั่นคง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจหลักของผลประกอบการ AWC ในไตรมาส 3/2565 คือ การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงแรมและการบริการ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **การเปิดประเทศและการท่องเที่ยวฟื้นตัว:** การที่ประเทศไทยเปิดประเทศเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว High-to-Luxury ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ AWC ทำให้โรงแรมในเครือมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 53.0% ในไตรมาส 3/2565 เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 14.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **การบริหารราคาห้องพัก (ADR) ที่สูงกว่าช่วงก่อนโควิด:** แม้จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ แต่ AWC สามารถบริหารจัดการราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ได้ถึง 4,920 บาทต่อคืน ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 ที่อยู่ที่ 4,052 บาทต่อคืน สะท้อนถึงความสามารถในการตั้งราคาของทรัพย์สินคุณภาพในทำเลศักยภาพ
* **การเติบโตของกลุ่มโรงแรม MICE และรีสอร์ทลักซ์ชัวรี่:** โรงแรมในกลุ่มประชุมสัมมนา (MICE) และรีสอร์ทระดับลักซ์ชูรี มีการเติบโตที่โดดเด่น โดยโรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ มีรายได้จากการจัดงานมากกว่า 25 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 13.5% และโรงแรมบันยันทรีกระบี่ มีค่า RGI สูงถึง 261.4 บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันและการดึงดูดลูกค้า
* **กำไรจากการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์:** บริษัทรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 1,239 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 ซึ่งช่วยเสริมผลกำไรสุทธิโดยรวม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่ยังคงส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2566 ประกอบกับกลยุทธ์ของ AWC ในการสร้างพันธมิตรระดับโลก การพัฒนาทรัพย์สินคุณภาพ และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า High-to-Luxury ที่มีศักยภาพ จะช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและการบริการให้แข็งแกร่งต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เติบโต 49.4% YoY สู่ 1,026 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการบริการ
* **อัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ย 53.0%** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.2% ใน Q3/2564
* **ADR แตะ 4,920 บาท/คืน** สูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 (ปี 2562) ที่ 4,052 บาท/คืน
* **รายได้รวม Q3/2565 อยู่ที่ 3,727 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.8% YoY** โดยธุรกิจโรงแรมและการบริการมีสัดส่วนรายได้ 47%
* **กำไรจากการรวมมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 1,239 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/2565
* **9 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิโตกว่า 100%** สู่ 2,448 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 3,727 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.8% YoY การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการบริการ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 47% ของรายได้รวม จากเดิม 11% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากนโยบายการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโรงแรมโดยรวมอยู่ที่ 53.0% และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) อยู่ที่ 4,920 บาท ซึ่งสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 ในปี 2562 นอกจากนี้ กำไรจากการประเมินมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนยังคงมีส่วนช่วยเสริมผลกำไร โดยบริษัทรับรู้กำไรในส่วนนี้จำนวน 1,239 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,448 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยการเติบโตครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและการบริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 44.0% เพิ่มขึ้นจาก 16.2% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบและนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ คาดว่าจะส่งผลดีต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2566
* **ศักยภาพของกลุ่มลูกค้า High-to-Luxury:** AWC มีจุดแข็งในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์การท่องเที่ยวและการบริการระดับพรีเมียม
* **การขยายพอร์ตธุรกิจ:** การเข้าซื้อสิทธิสัญญาเช่าศูนย์การค้า "เกทเวย์ เอกมัย" มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท จะช่วยเพิ่มรายได้และกระแสเงินสดรับในระยะสั้นและยาว
* **ความร่วมมือกับพันธมิตร:** การร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลก เช่น Nobu Hospitality และ Marriott International รวมถึงการพัฒนาโครงการใหม่ๆ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความแตกต่าง
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** การมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาหลายโครงการ จะช่วยสร้างกระแสเงินสดในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **อัตราเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน:** แม้ราคาพลังงานจะปรับลดลง แต่ภาวะเงินเฟ้อโดยรวมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอยู่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดียวกัน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการท่องเที่ยว:** การปรับตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่ผันผวน
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** การพัฒนาและการเปิดดำเนินการของโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
* **ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก:** การติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนและ Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการโอนโครงการใหม่ หรือมูลค่า Backlog ที่จะรับรู้ในอนาคตโดยตรง แต่เน้นย้ำถึงการเติบโตของรายได้จากธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า
**อัตราการเข้าพักและรายได้ค่าเช่า:** อัตราการเข้าพักโรงแรมใน Q3/2565 อยู่ที่ 53.0% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ และ ADR อยู่ในระดับสูงกว่าก่อนโควิด-19 สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า มีการฟื้นตัวของกิจกรรมการจับจ่ายใช้สอย และผู้เช่ารายใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น
**ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่กล่าวถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
**D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.76 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและมีความสามารถในการกู้ยืมเพื่อขยายการลงทุน
**กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่กล่าวถึงการสร้างกระแสเงินสดรับที่มั่นคงจากธุรกิจอาคารสำนักงาน และการเข้าซื้อสิทธิสัญญาเช่าศูนย์การค้า "เกทเวย์ เอกมัย" เพื่อสร้างรายได้กระแสเงินสดรับทันที
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีทรัพย์สินรวม 143,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากมูลค่าเงินลงทุนในทรัพย์สินถาวรที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 61,944 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากสิ้นปี 2564 โดยเป็นหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 48,946 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 81,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ผลการดำเนินงานที่เป็นบวก อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.76 เท่า ซึ่งยังคงแข็งแกร่ง
ในด้านกระแสเงินสด บริษัทมี EBITDA ตามงบการเงิน 2,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.2% YoY และ EBITDA ไม่รวมมูลค่ายุติธรรม 791 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรมและการบริการ
## สรุปท้าย
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AWC ในไตรมาส 3/2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและการบริการ ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ประกอบกับการบริหารจัดการราคาห้องพักที่สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 และการเติบโตของกลุ่มโรงแรม MICE และรีสอร์ทลักซ์ชัวรี่ แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่แนวโน้มการท่องเที่ยวที่สดใสและกลยุทธ์การบริหารจัดการของบริษัทฯ ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องได้ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการขยายพอร์ตธุรกิจและการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AWC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
6,471.18
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
กำไรขั้นต้น
746.09
ล้านบาท
↑ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.53
%
กำไรสุทธิ
1,866.09
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.84
%
D/E Ratio
1.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,471
↑ + 9.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
746
↑ + 24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,866
↑ + 0.3%
YoY
D/E Ratio
1.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AWC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.13
ROE (%)
6.81
ROA (%)
5.03
Book Value/หุ้น
3.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AWC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,212
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+17,310
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AWC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,212.26
+19.26%
|
-1,854.94
+52.53%
|
-1,216.10
-398.90%
|
406.86
-58.39%
|
977.78
+44.40%
|
677.14
-87.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17,310.31
+387.93%
|
3,547.69
+115.08%
|
1,649.48
-115.08%
|
-10,937.78
-773.70%
|
1,623.55
-105.67%
|
-28,658.55
+1,115.56%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15,043.31
+1,058.77%
|
-1,298.21
+326.59%
|
-304.32
-103.42%
|
8,896.70
-461.27%
|
-2,462.64
-118.19%
|
13,539.64
+33.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
139.35
-68.28%
|
439.33
+240.41%
|
129.06
+78.09%
|
72.47
+994.71%
|
6.62
-99.98%
|
28,267.17
+97.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
464.41
-8.80%
|
509.20
+79.55%
|
283.59
+112.87%
|
133.22
-42.01%
|
229.71
-98.43%
|
14,671.49
+1,107.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
378.80
-18.43%
|
464.41
-8.79%
|
509.17
+82.29%
|
279.32
+117.78%
|
128.26
-44.16%
|
229.71
-98.40%
|