บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.96
0.08 (2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=26167 out_tok=2487 at=2026-07-25T02:27:45 -->
# AWC กำไร Q2/66 โต 32.7% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-เปิดประเทศเต็มรูปแบบ
## รายได้โรงแรม-บริการพุ่ง 76.8% ดันภาพรวมผลประกอบการสดใส แม้เข้าสู่ช่วง Low Season
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมตามงบการเงิน 4,518 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวสะท้อนการดำเนินงานตามกลยุทธ์ GROWTH-LED ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบและการจัดกิจกรรมสำคัญในช่วงเทศกาล
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AWC ในไตรมาส 2/2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 32.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นถึง 76.8% แม้ว่าโดยรวมจะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ซบเซาลง (Low Season)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐได้เปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปลายปี 2565 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้าพักในโรงแรมของ AWC เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่เป็นปีแรกหลังโควิด-19 คลี่คลาย ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยกระตุ้นการเข้าพักโรงแรม โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมประชุมสัมมนา (MICE) และโรงแรมในกรุงเทพฯ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เติบโตถึง 82.1% และสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 2562 แล้ว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยฤดูกาล** แม้ว่าไตรมาส 2 จะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจโรงแรม แต่การเติบโตที่แข็งแกร่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และความสามารถของ AWC ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การเติบโตในไตรมาสถัดไปอาจชะลอตัวลงบ้างตามปัจจัยฤดูกาล แต่แนวโน้มการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับสู่ภาวะปกติจะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 1,116 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 32.7% YoY จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการบริการ
* **รายได้รวม 4,518 ล้านบาท:** เติบโต YoY สะท้อนการดำเนินงานตามกลยุทธ์ GROWTH-LED
* **รายได้ธุรกิจโรงแรมและการบริการ 2,287 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 76.8% YoY จากการกลับมาของนักท่องเที่ยว
* **RevPAR สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19:** รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) อยู่ที่ 3,356 บาท เพิ่มขึ้น 82.1% YoY และสูงกว่าปี 2562
* **กำไรจากมูลค่าที่ดิน 1,294 ล้านบาท:** หนุนผลประกอบการในไตรมาส 2/2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้รวมตามงบการเงินในไตรมาส 2/2566 เท่ากับ 4,518 ล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเติบโตกว่าช่วงก่อน COVID-19 ปี 2562 โดยสัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 50 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้ามีการเติบโตจากการกลับมาใช้บริการของประชาชน และการปรับปรุงพัฒนาศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจอาคารสำนักงานยังคงสร้างกระแสเงินสดรับได้อย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้รวมลดลงร้อยละ 7.6 เนื่องจากเป็นฤดูกาลนอกท่องเที่ยวของธุรกิจโรงแรมและการบริการ
สำหรับครึ่งแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 9,410 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีนและมาเลเซีย จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ของธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง
* **การเปิดโครงการใหม่:** การทยอยเปิดโรงแรมใหม่ เช่น โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง ภายในปี 2566 จะช่วยเสริมศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว
* **การปรับปรุงและพัฒนาโครงการ:** การปรับกลยุทธ์และพัฒนาศูนย์การค้า รวมถึงอาคารสำนักงานให้ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ๆ จะช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างรายได้ในระยะยาว
* **การลงทุนในแผนพัฒนา:** โครงการระยะยาว เช่น โครงการอควอทีคบาย เดอะบีช, โครงการเอเชียทีค 2.2, โครงการเวิ้งนครเขษม จะสร้างการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ปัจจัยฤดูกาล:** ธุรกิจโรงแรมและการบริการมีความอ่อนไหวต่อฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้และอัตราการเข้าพักในช่วง Low Season
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ภาระค่าครองชีพจากต้นทุนด้านพลังงาน และค่าสาธารณูปโภคที่ปรับสูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาด:** อุปทานพื้นที่สำนักงานใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลต่ออัตราการเช่าในบางพื้นที่
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การดำเนินธุรกิจที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการท่องเที่ยวในครึ่งปีหลัง:** การฟื้นตัวต่อเนื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** ความคืบหน้าและการเปิดดำเนินการของโรงแรมและโครงการพัฒนาใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
* **ผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล:** การปรับตัวของรายได้และกำไรในช่วง Low Season ของธุรกิจโรงแรม
* **การปรับตัวต่อเทรนด์ใหม่:** การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์การทำงานแบบไฮบริด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ธุรกิจโรงแรมและการบริการ:** ไตรมาส 2/2566 มีรายได้ 2,287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.8% YoY โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 62.5% และ ADR ที่ 5,367 บาท เพิ่มขึ้น 25.9% YoY RevPAR อยู่ที่ 3,356 บาท เพิ่มขึ้น 82.1% YoY และสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 การเติบโตนี้มาจากทุกกลุ่มโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่ม MICE และโรงแรมในกรุงเทพฯ แม้ว่ารายได้จะลดลง 16.7% QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Low Season แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายทำให้ Cost Margin ดีขึ้นจาก 83.0% เป็น 71.1%
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์:** มีรายได้ 2,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% YoY และ 7.4% QoQ การเติบโตมาจากศูนย์การค้าที่ประชาชนกลับมาใช้บริการมากขึ้น และการปรับปรุงกลยุทธ์การตลาด รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตร โดยเฉพาะศูนย์การค้าเพื่อการท่องเที่ยวที่เติบโต 259.5% YoY จากงาน Disney 100 Village ที่เอเชียทีคฯ อย่างไรก็ตาม คอมมูนิตี้มาร์เก็ตรายได้ลดลงเล็กน้อยจากการปรับกลยุทธ์โครงการตะวันนา บางกะปิ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 75.3% YoY จากการตลาดและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
**ธุรกิจอาคารสำนักงาน:** ยังคงสร้างกระแสเงินสดรับอย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 6.1% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีทรัพย์สินรวม 166,038 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินดำเนินงานมูลค่า 162,094 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 81,370 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 64,294 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.96 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขยายพอร์ตลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้น 84,668 ล้านบาท
ผลตอบแทนจากเงินลงทุน (EBITDA ต่อสินทรัพย์ถาวร) ตามงบการเงินอยู่ที่ 7.2% เพิ่มขึ้นจาก 6.2% ในปี 2565 โดยเฉพาะกลุ่มทรัพย์สินที่อยู่ในช่วง RAMP UP และ REPOSITIONING ที่มีอัตราผลตอบแทนดีขึ้น
## สรุปท้าย
AWC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 1,116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.7% YoY เป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรมและการบริการจากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ แม้จะเข้าสู่ช่วง Low Season แต่ RevPAR ที่สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 และการเติบโตของรายได้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า บ่งชี้ถึงศักยภาพในการฟื้นตัวและโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยฤดูกาล ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการต้นทุน เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AWC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
6,471.18
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
กำไรขั้นต้น
746.09
ล้านบาท
↑ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.53
%
กำไรสุทธิ
1,866.09
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.84
%
D/E Ratio
1.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,471
↑ + 9.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
746
↑ + 24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,866
↑ + 0.3%
YoY
D/E Ratio
1.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AWC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.13
ROE (%)
6.81
ROA (%)
5.03
Book Value/หุ้น
3.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AWC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,212
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+17,310
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AWC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,212.26
+19.26%
|
-1,854.94
+52.53%
|
-1,216.10
-398.90%
|
406.86
-58.39%
|
977.78
+44.40%
|
677.14
-87.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17,310.31
+387.93%
|
3,547.69
+115.08%
|
1,649.48
-115.08%
|
-10,937.78
-773.70%
|
1,623.55
-105.67%
|
-28,658.55
+1,115.56%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15,043.31
+1,058.77%
|
-1,298.21
+326.59%
|
-304.32
-103.42%
|
8,896.70
-461.27%
|
-2,462.64
-118.19%
|
13,539.64
+33.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
139.35
-68.28%
|
439.33
+240.41%
|
129.06
+78.09%
|
72.47
+994.71%
|
6.62
-99.98%
|
28,267.17
+97.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
464.41
-8.80%
|
509.20
+79.55%
|
283.59
+112.87%
|
133.22
-42.01%
|
229.71
-98.43%
|
14,671.49
+1,107.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
378.80
-18.43%
|
464.41
-8.79%
|
509.17
+82.29%
|
279.32
+117.78%
|
128.26
-44.16%
|
229.71
-98.40%
|