บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.96
0.08 (2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=24163 out_tok=3118 at=2026-07-25T11:29:28 -->
# AWC Q3/2564 พลิกฟื้นกำไรพุ่ง 246% รับคลายล็อกดาวน์-รับรู้มูลค่าอสังหาฯ
## รายได้-กำไรฟื้นตัวแรงหลังผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นย้ำกลยุทธ์ Freehold สร้างความแข็งแกร่งระยะยาว
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 687 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 246.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเผชิญกับมาตรการล็อกดาวน์ขั้นสูงสุดในช่วงต้นไตรมาส แต่การผ่อนคลายมาตรการในเดือนกันยายนส่งผลให้ธุรกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรของ AWC ในไตรมาส 3/2564 คือ การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังการคลายล็อกดาวน์ ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน**
**1) หัวใจคืออะไร:**
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AWC ในไตรมาส 3/2564 คือการฟื้นตัวของรายได้และกำไรจากการดำเนินงานหลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกันยายน ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาคึกคัก ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Fair Value Gain) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการตามงบการเงิน
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **การคลายล็อกดาวน์:** มาตรการ "ล็อกดาวน์ขั้นสูงสุด" ที่บังคับใช้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการในเดือนกันยายน ประชาชนสามารถเดินทางข้ามจังหวัดและกลับมาใช้จ่ายได้มากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงศูนย์การค้า เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต และสมุย ที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการนำร่องการท่องเที่ยว
* **การรับรู้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** เอกสารระบุว่าบริษัทได้รับ "กำไรจากการรวมมูลค่ายุติธรรมของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน" ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิตามงบการเงิน โดยไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติโดยตรง แต่เป็นการปรับมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงในช่วงที่ถูกล็อกดาวน์ และเมื่อรายได้ฟื้นตัว การควบคุมต้นทุนนี้ก็ยิ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไร
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
แม้ว่าการคลายล็อกดาวน์และการรับรู้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์จะเป็นปัจจัยบวกในไตรมาสนี้ แต่ความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
* **การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว:** แม้จะมีมาตรการผ่อนคลายและเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในบางพื้นที่ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกยังคงมีความไม่แน่นอน การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปริมาณมากยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
* **กำไรจากการประเมินมูลค่า:** การรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ในแต่ละช่วงเวลา ไม่ใช่ปัจจัยที่จะสร้างรายได้สม่ำเสมอ
* **แนวโน้มเศรษฐกิจ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงเปราะบางและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของบริษัท
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.0% YoY และ 446.1% QoQ
* **รายได้รวมฟื้นตัว:** รายได้รวมตามงบการเงินอยู่ที่ 2,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.9% YoY และ 64.2% QoQ
* **ธุรกิจโรงแรมเผชิญแรงกดดัน:** รายได้กลุ่มโรงแรมลดลง 40.8% YoY ในไตรมาส 3/2564 เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 และมาตรการล็อกดาวน์
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ฟื้นตัว:** รายได้กลุ่มนี้ตามงบการเงินเพิ่มขึ้น 159.4% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม
* **EBITDA ตามงบการเงินเติบโตสูง:** EBITDA ตามงบการเงินอยู่ที่ 1,777 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% YoY และ 144.4% QoQ
* **EBITDA ไม่รวมมูลค่ายุติธรรมลดลง:** EBITDA ไม่รวมมูลค่ายุติธรรมอยู่ที่ 47 ล้านบาท ลดลง 86.8% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการล็อกดาวน์
* **D/E คงที่:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.7 เท่า ใกล้เคียงสิ้นปี 2563 สะท้อนโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) และเพิ่มขึ้น 446.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีรายได้รวมตามงบการเงิน 2,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.9% YoY และ 64.2% QoQ แม้จะได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในช่วงต้นไตรมาส แต่การผ่อนคลายมาตรการในเดือนกันยายนส่งผลให้ธุรกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ -105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.5% YoY โดยมีรายได้รวม 5,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% YoY ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
## โอกาส
* **การเปิดประเทศและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** นโยบายภาครัฐในการเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการบริการ
* **โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** แผนการเปิดโครงการคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการในช่วงที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฟื้นตัว เช่น การเปิดโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออทภูเก็ตทาวน์ ในไตรมาส 4/2564 และโครงการอื่นๆ ในปี 2565 จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสด
* **กลยุทธ์ Freehold Assets:** การถือครองกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ (Freehold) มากกว่า 90% ของพอร์ต ช่วยสร้างความมั่นคงและลดภาระกระแสเงินสดในระยะยาว
* **การร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก:** การผนึกกำลังกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเข้าถึงฐานลูกค้าที่หลากหลาย
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์อาจส่งผลต่ออัตราการเข้าพักและราคาค่าเช่า
* **ต้นทุนการก่อสร้างและวัสดุ:** ความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้างและวัสดุอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปหลังยุค New Normal เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจโรงแรม:** จับตาอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และ RevPAR (Revenue Per Available Room) ของกลุ่มโรงแรม โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** ติดตามการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ และผลตอบรับจากตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานและค่าใช้จ่ายส่วนบริหาร
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** ประเมินแนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัท
* **การรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่า:** พิจารณาผลกระทบของรายการนี้ต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ภาพรวมธุรกิจ:** AWC ดำเนินธุรกิจหลากหลายในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยมีรายได้หลักมาจากกลุ่มโรงแรมและการบริการ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (ค้าปลีกและสำนักงาน) ในไตรมาส 3/2564 ธุรกิจโรงแรมยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 โดยรายได้ลดลง 40.8% YoY อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาคารสำนักงานยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ในระดับสูง
**การโอน/Presale/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับยอดโอน (Sales Value) หรือ Backlog โดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการพัฒนาโครงการใหม่ๆ และการเตรียมพร้อมรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งบ่งชี้ถึงการมองหาโอกาสในการเติบโตในอนาคต
**Occupancy Rate/Rental Yield:** มีการกล่าวถึงอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในเดือนกันยายน เช่น โรงแรมหัวหิน แมริออทรีสอร์ท และ สปา ที่มีอัตราการเข้าพักช่วงสุดสัปดาห์ถึง 97% ส่วน Rental Yield ไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงรายได้จากค่าเช่าสำนักงานที่สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนก่อสร้างโดยตรง
**D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.7 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและบริหารจัดการได้
**กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการมุ่งเน้นศักยภาพการเติบโตของกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีทรัพย์สินรวม 136,094 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีหนี้สินรวม 57,925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากสิ้นปี 2563 ประกอบด้วยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 48,519 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 78,169 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2563 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.7 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง
ในส่วนของกระแสเงินสดนั้น เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ และการมุ่งเน้นการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AWC ในไตรมาส 3/2564 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังการคลายล็อกดาวน์ ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ธุรกิจโรงแรมจะยังคงเผชิญความท้าทาย แต่การผ่อนคลายมาตรการและการเปิดประเทศในระยะต่อไปถือเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด บริษัทมีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งในการถือครองสินทรัพย์แบบ Freehold และการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว หากสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและใช้ประโยชน์จากโอกาสในการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AWC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
6,471.18
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
กำไรขั้นต้น
746.09
ล้านบาท
↑ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.53
%
กำไรสุทธิ
1,866.09
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.84
%
D/E Ratio
1.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,471
↑ + 9.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
746
↑ + 24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,866
↑ + 0.3%
YoY
D/E Ratio
1.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AWC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.13
ROE (%)
6.81
ROA (%)
5.03
Book Value/หุ้น
3.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AWC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,212
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+17,310
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AWC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,212.26
+19.26%
|
-1,854.94
+52.53%
|
-1,216.10
-398.90%
|
406.86
-58.39%
|
977.78
+44.40%
|
677.14
-87.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17,310.31
+387.93%
|
3,547.69
+115.08%
|
1,649.48
-115.08%
|
-10,937.78
-773.70%
|
1,623.55
-105.67%
|
-28,658.55
+1,115.56%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15,043.31
+1,058.77%
|
-1,298.21
+326.59%
|
-304.32
-103.42%
|
8,896.70
-461.27%
|
-2,462.64
-118.19%
|
13,539.64
+33.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
139.35
-68.28%
|
439.33
+240.41%
|
129.06
+78.09%
|
72.47
+994.71%
|
6.62
-99.98%
|
28,267.17
+97.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
464.41
-8.80%
|
509.20
+79.55%
|
283.59
+112.87%
|
133.22
-42.01%
|
229.71
-98.43%
|
14,671.49
+1,107.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
378.80
-18.43%
|
464.41
-8.79%
|
509.17
+82.29%
|
279.32
+117.78%
|
128.26
-44.16%
|
229.71
-98.40%
|