บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
1.06
+0.01 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13654 out_tok=3075 at=2026-07-25T09:08:42 -->
AAV ขาดทุนสุทธิ Q3/64 พุ่ง 14% รับพิษโควิดฉุดรายได้วูบ 81%
## รายได้-กำไรทรุดหนักจากผลกระทบโควิด-19 ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับโครงสร้างรับมือ
บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 14% เป็น 2,098.3 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1,836.8 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 81% มาอยู่ที่ 457.5 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้มาตรการควบคุมการเดินทางเข้มงวดขึ้น และบริษัทต้องระงับการให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศเป็นการชั่วคราว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ AAV ในไตรมาส 3 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างรุนแรงของจำนวนผู้โดยสารและปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายและการให้บริการที่หดตัวลงถึง 92% ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 14% เป็น 2,098.3 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่ทวีความรุนแรงขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2564 ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวด รวมถึงการประกาศให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศห้ามปฏิบัติการบินรับส่งผู้โดยสารเข้าหรือออกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) ส่งผลให้บริษัท ไทยแอร์เอเชีย (บริษัทย่อย) ต้องประกาศระงับการดำเนินงานเที่ยวบินภายในประเทศเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ถึง 2 กันยายน 2564 แม้จะกลับมาให้บริการบางเส้นทางตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2564 แต่ก็ไม่สามารถชดเชยปริมาณผู้โดยสารที่หายไปได้ทั้งหมด โดยจำนวนผู้โดยสารลดลงถึง 96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราการขนส่งผู้โดยสารลดลง 5 จุดมาอยู่ที่ 60% นอกจากนี้ การห้ามจำหน่ายและให้บริการอาหารบนเครื่องบิน รวมถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ยังส่งผลกระทบต่อรายได้บริการเสริมที่ลดลง 91%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่มีสัญญาณการฟื้นตัว** จากเอกสารระบุว่า บจ. ไทยแอร์เอเชียคาดการณ์ผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2564 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน และธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบินกำลังได้รับสัญญาณที่ดีสนับสนุนต่อเนื่อง โดยจะเดินหน้าเพิ่มความถี่และเส้นทางบินตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะกลับมาบินเส้นทางภายในประเทศครบ 100% ภายในไตรมาสแรกปี 2565 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังคงเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลายพันธุ์ ความล่าช้าในการกระจายวัคซีน และความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมทรุดหนัก:** ไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 457.5 ล้านบาท ลดลง 81% YoY
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นขาดทุนสุทธิ 2,098.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY
* **จำนวนผู้โดยสารวูบ:** ลดลง 96% YoY เหลือเพียง 79,767 คน
* **อัตราการขนส่งผู้โดยสารลดลง:** อยู่ที่ 60% ลดลง 5 จุด YoY
* **ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตสูงขึ้น:** ต้นทุนไม่รวมน้ำมันเชื้อเพลิงต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ปรับโครงสร้างการถือหุ้น:** คณะกรรมการอนุมัติแผนปรับโครงสร้างการถือหุ้นและเพิ่มทุน คาดแล้วเสร็จ Q1/65
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) มีรายได้รวม 457.5 ล้านบาท ลดลง 81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 4,174.4 ล้านบาท ลดลง 24% ส่งผลให้ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นขาดทุนสุทธิ 2,098.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนที่มีขาดทุน 1,836.8 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 2,888.9 ล้านบาท ลดลง 76% และขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 5,654.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด:** การทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ และนโยบายการเปิดประเทศตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ เป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของธุรกิจสายการบิน
* **การกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบ:** การคาดการณ์ว่าจะกลับมาบินเส้นทางภายในประเทศครบ 100% ภายในไตรมาสแรกปี 2565 และการพิจารณาเปิดเส้นทางระหว่างประเทศตามแผนเปิดประเทศของรัฐบาล
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทมีนโยบายบริหารความเสี่ยงแบบธรรมชาติโดยจัดการให้รายจ่ายอยู่ในสกุลเงินเดียวกับรายรับให้มากที่สุด และจะพิจารณานำเครื่องมือทางการเงินมาใช้บริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามความเหมาะสม ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงปลายปี
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ และความรุนแรงของการระบาดในแต่ละระลอก ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว
* **ความล่าช้าในการกระจายวัคซีน:** ความล่าช้าในการกระจายวัคซีนในบางประเทศอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและภาคการท่องเที่ยว
* **ปัญหา Supply Chain Disruption:** ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ยังไม่คลี่คลาย อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
* **ความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลก:** ความผันผวนของตลาดการเงินโลกอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและภาพรวมเศรษฐกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการควบคุมของภาครัฐ
* **ความคืบหน้าการฉีดวัคซีน:** อัตราการฉีดวัคซีนในประเทศและทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปิดเมืองและการเดินทาง
* **แผนการเปิดประเทศและการท่องเที่ยว:** ความชัดเจนและผลลัพธ์ของนโยบายการเปิดประเทศและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
* **ความคืบหน้าแผนปรับโครงสร้าง:** การดำเนินการตามแผนปรับโครงสร้างการถือหุ้นและเพิ่มทุน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2565
* **แนวโน้มราคาน้ำมัน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของสายการบิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และปริมาณผู้โดยสาร:** ไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 457.5 ล้านบาท ลดลง 81% YoY โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 169.9 ล้านบาท ลดลง 92% เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารลดลง 96% มาอยู่ที่ 79,767 คน และอัตราการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 60% ลดลง 5 จุด YoY แม้ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 84% เป็น 1,836 บาทต่อคน (จากการส่งเสริมการขายตั๋วบินรัวๆ) แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณที่หายไปได้ รายได้บริการเสริมลดลง 91%
**ต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 4,178.9 ล้านบาท ลดลง 24% YoY โดยต้นทุนขายและการบริการลดลง 58% เป็น 1,818.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง 97% ตามปริมาณเที่ยวบิน และไม่มีผลขาดทุนสัญญาแลกเปลี่ยนราคาน้ำมัน ในขณะที่ต้นทุนไม่รวมน้ำมันเชื้อเพลิงต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.96 บาท เป็น 23.83 บาท เนื่องจากปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารหดตัวในอัตราที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
**อัตราการใช้เครื่องบิน:** อัตราการใช้เครื่องบินต่อลำอยู่ที่ 2.6 ชั่วโมงปฏิบัติการบินต่อวัน ลดลงจาก 6.3 ชั่วโมง YoY
**ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีค่าใช้จ่ายอื่น 2,072.0 ล้านบาท โดยหลักเป็นผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2,066.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 734.5 ล้านบาท YoY เนื่องจากผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนจากหนี้สินตามสัญญาเช่าที่ยังไม่รับรู้จากเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**งบแสดงฐานะการเงิน (AAV):** ณ 30 ก.ย. 64 สินทรัพย์รวม 64,589.5 ล้านบาท ลดลง 5% จากสิ้นปี 63 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 1,167.3 ล้านบาท หลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 1,087.3 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 2,220.8 ล้านบาท จากค่าเสื่อมราคาสะสมที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวม 57,274.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% หลักจากหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4,946.8 ล้านบาท โดยเฉพาะเจ้าหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องและหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 7,315.1 ล้านบาท ลดลง 58% จากสิ้นปีก่อน เป็นผลจากขาดทุนจากการดำเนินงาน
**งบกระแสเงินสด (AAV):** 9 เดือนแรกปี 64 ใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมดำเนินงาน 660.1 ล้านบาท ใช้ในกิจกรรมลงทุน 37.1 ล้านบาท และใช้ในกิจกรรมจัดหาเงิน 390.6 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 1,087.9 ล้านบาท อยู่ที่ 23.1 ล้านบาท
**งบแสดงฐานะการเงิน (ไทยแอร์เอเชีย):** ณ 30 ก.ย. 64 สินทรัพย์รวม 42,583.2 ล้านบาท ลดลง 6% จากสิ้นปี 63 หนี้สินรวม 56,085.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% ส่วนของผู้ถือหุ้นขาดทุนเกินทุน 13,502.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% จากสิ้นปีก่อน
**งบกระแสเงินสด (ไทยแอร์เอเชีย):** 9 เดือนแรกปี 64 ใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมดำเนินงาน 658.0 ล้านบาท ใช้ในกิจกรรมลงทุน 37.1 ล้านบาท และใช้ในกิจกรรมจัดหาเงิน 294.6 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 989.7 ล้านบาท อยู่ที่ 23.0 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ AAV ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการลดลงอย่างรุนแรงของจำนวนผู้โดยสารและรายได้จากการดำเนินงาน อันเป็นผลโดยตรงจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวด ทำให้บริษัทต้องระงับการบินชั่วคราว แม้จะมีแนวโน้มการฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการและแผนเปิดประเทศ แต่ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยกดดัน ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเตรียมพร้อมรับมือการฟื้นตัวในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAV ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
14,259.05
ล้านบาท
↑ 45.9% YoY
กำไรขั้นต้น
2,834.67
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.88
%
กำไรสุทธิ
1,609.51
ล้านบาท
↑ 351.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.29
%
D/E Ratio
5.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
14,259
↑ + 45.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,835
↓ -11.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,610
↑ + 351.4%
YoY
D/E Ratio
5.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.62
ROE (%)
18.74
ROA (%)
7.48
Book Value/หุ้น
1.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,891
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+740
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,890.65
-12.44%
|
-4,443.51
-10.48%
|
-4,963.84
-171.87%
|
6,906.99
-276.56%
|
-3,911.99
+595.70%
|
-562.31
-133.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
740.11
+599.40%
|
105.82
-80.69%
|
547.94
+181.44%
|
194.69
-86.31%
|
1,421.92
-821.86%
|
-196.98
-80.92%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,496.90
+27.86%
|
4,299.09
+29.53%
|
3,319.06
-386.17%
|
-1,159.82
-113.46%
|
8,618.63
-1,645.75%
|
-557.57
-173.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
994.10
-2,674.05%
|
-38.62
-96.48%
|
-1,096.81
-118.46%
|
5,941.86
-3.05%
|
6,128.55
-565.38%
|
-1,316.88
-191.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,284.53
+61.01%
|
797.80
-85.11%
|
5,359.58
+382.68%
|
1,110.37
-72.12%
|
3,982.23
-3.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
2,104.60
+63.84%
|
1,284.53
+61.01%
|
797.80
-85.11%
|
5,359.58
+382.68%
|
1,110.37
-72.12%
|