บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
1.06
+0.01 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12574 out_tok=3543 at=2026-07-25T00:46:01 -->
AAV กำไรสุทธิ Q2/66 พลิกขาดทุนรับผลบวกจากรายได้พุ่ง-ต้นทุนลด
## AAV Q2/66: รายได้-กำไรฟื้นตัวแรง รับอานิสงส์จีนเปิดประเทศ-บริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไร EBITDA สูงสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 275% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการบริหารจัดการต้นทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิจากการอ่อนค่าของเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ AAV ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ **รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 275%** สู่ระดับ 10,398.8 ล้านบาท ประกอบกับการ **ลดลงอย่างมากของต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) ถึง 47%** ซึ่งส่งผลให้ EBITDA กลับมาเป็นบวกที่ 1,817.2 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 1,046.5 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่าสุดท้ายบริษัทจะรายงานผลขาดทุนสุทธิ 1,012.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ **ปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยจำนวนผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 4.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 176% จากปีก่อน และ **ค่าโดยสารเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น 33%** มาอยู่ที่ 1,755 บาทต่อผู้โดยสาร ปัจจัยเหล่านี้ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวหลังจีนเปิดประเทศ และการเพิ่มเที่ยวบินไปยังประเทศจีนอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากบริการเสริมต่อผู้โดยสารที่สูงถึง 409 บาท
ในส่วนของต้นทุนที่ลดลงอย่างมากนั้น มาจากการที่ **ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้นถึง 228%** ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้น 116% ตามปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาอ้างอิงน้ำมันอากาศยานกลับลดลง 31% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าซ่อมบำรุงอากาศยานก็เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานที่มากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับปริมาณการผลิตแล้วถือว่ามีการบริหารจัดการที่ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวครึ่งปีหลังจะยังคงดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินทางระหว่างประเทศที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการฟื้นตัวของภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และการเพิ่มเที่ยวบินไปยังประเทศจีนให้ใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19 นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตราการใช้งานเครื่องบินให้สูงขึ้น และรักษาอัตราการขนส่งผู้โดยสารในระดับสูง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการลดต้นทุนต่อหน่วยให้มีประสิทธิภาพต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 พุ่ง 275% YoY สู่ 10,398.8 ล้านบาท** จากปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 176% และค่าโดยสารเฉลี่ยที่สูงขึ้น 33%
* **EBITDA พลิกเป็นบวก 1,817.2 ล้านบาท** ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เกิดโควิด-19
* **ขาดทุนสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 1,012.5 ล้านบาท** ลดลง 79% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้จำนวน 1,390.6 ล้านบาท
* **ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) ลดลง 47% YoY** สู่ 1.70 บาท จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK)
* **คาดการณ์ผู้โดยสารปี 2566 ที่ 20 ล้านคน** โดยผู้โดยสารภายในประเทศคาดฟื้นตัวเท่าปี 2562 และผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานรายได้รวม 10,398.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์การเดินทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเปิดประเทศของจีน ทำให้จำนวนผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 4.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 176% จากปีก่อน และมีอัตราการขนส่งผู้โดยสารสูงถึง 89% ค่าโดยสารเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น 33% มาอยู่ที่ 1,755 บาท ส่งผลให้รายได้ต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (RASK) เพิ่มขึ้นเป็น 1.69 บาท
ในด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 11,160.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและการบริการที่เพิ่มขึ้น 81% โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 116% ตามปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาอ้างอิงจะลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าซ่อมบำรุงอากาศยานที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 47% มาอยู่ที่ 1.70 บาท จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ถึง 228%
ผลประกอบการ EBITDA อยู่ที่ 1,817.2 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 1,046.5 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 1,012.5 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 4,723.6 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1,390.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขาดทุนที่ยังไม่รับรู้
สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 19,641.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 324% จากปีก่อน และมี EBITDA อยู่ที่ 3,558.0 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจากขาดทุน 2,305.5 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 653.1 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุน 7,094.2 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศของจีนและประเทศอื่นๆ รวมถึงการยกเลิกภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขจากโควิด-19 เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร
* **การเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางจีน:** การเพิ่มเที่ยวบินไปยังประเทศจีนอย่างมีนัยสำคัญ และการกลับมาให้บริการเส้นทางบินใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งการตลาด
* **การขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศ:** แผนการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศเพิ่มเติมในครึ่งปีหลัง เช่น ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และอินเดีย จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การเพิ่มอัตราการใช้งานเครื่องบินและการควบคุมต้นทุนต่อหน่วยอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้
* **ราคาน้ำมันอากาศยาน:** สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้ราคาน้ำมันอากาศยานยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้ว่าการแข่งขันจะสมเหตุสมผลในปัจจุบัน แต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอาจส่งผลต่อค่าโดยสารเฉลี่ย
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี:** การปรับอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันอากาศยานภายในประเทศอาจส่งผลให้ค่าโดยสารภายในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณผู้โดยสารบางส่วน
* **ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้:** เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น สถานการณ์ทางการเมือง หรือโรคระบาด อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าเงินบาท:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทจะส่งผลโดยตรงต่อผลขาดทุนหรือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ราคาน้ำมันอากาศยาน:** การติดตามแนวโน้มราคาน้ำมันและการบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันของบริษัท
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน:** การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ของบริษัท
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เครื่องบิน:** การบรรลุเป้าหมายอัตราการใช้งานเครื่องบินที่ 12.5 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน
* **การขยายเส้นทางบินใหม่:** ความสำเร็จของการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศเพิ่มเติมในครึ่งปีหลัง
* **การบริหารจัดการต้นทุนต่อหน่วย:** การรักษา CASK ให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้รวม 10,398.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275% YoY โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 10,036.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 273% จากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นและค่าโดยสารเฉลี่ยที่สูงขึ้น รายได้จากบริการเสริม 1,900.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 296% โดยเฉพาะรายได้จากบริการฝากสัมภาระที่เพิ่มตามปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศ รายได้อื่น 362.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 342% จากการหมดอายุของเครดิตที่ผู้โดยสารไม่ได้ใช้
**ต้นทุน:** ต้นทุนขายและการบริการ 9,038.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% YoY โดยค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 3,368.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116% ตามปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้น แม้ราคาอ้างอิงลดลง ค่าใช้จ่ายพนักงาน 1,022.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% ตามจำนวนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น ค่าซ่อมบำรุงอากาศยาน 1,642.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76% ตามการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนขายและการให้บริการอื่นๆ 3,004.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากค่าธรรมเนียมผู้ใช้บริการและสนามบินที่เพิ่มขึ้น
**อัตราส่วนสำคัญ:**
* **RASK (รายได้ต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร):** เพิ่มขึ้น 14% YoY เป็น 1.69 บาท
* **CASK (ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร):** ลดลง 47% YoY เป็น 1.70 บาท
* **CASK ex-fuel (ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารไม่รวมน้ำมัน):** ลดลง 52% YoY เป็น 1.14 บาท
* **อัตราการใช้เครื่องบิน:** ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 12.9 ชั่วโมงปฏิบัติการบินต่อลำต่อวัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 66,074.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 42% มาอยู่ที่ 7,446.2 ล้านบาท จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 59% เป็น 1,272.3 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 58,772.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปีก่อน โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 8% มาอยู่ที่ 23,588.6 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายค้างจ่ายและรายได้รับล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้น หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1% มาอยู่ที่ 35,184.2 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 7,301.3 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปีก่อน โดยหลักมาจากผลขาดทุนสำหรับงวด
ในงบกระแสเงินสด สำหรับครึ่งปีแรกปี 2566 บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 3,940.0 ล้านบาท เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน (529.5) ล้านบาท และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน (2,947.9) ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 462.6 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,272.3 ล้านบาท
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ:
* **อัตรากำไร EBITDA:** 18% (เทียบกับ -39% ใน Q2/65)
* **อัตรากำไรสุทธิ:** -10% (เทียบกับ -175% ใน Q2/65)
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** 1.0x (เทียบกับ 0.8x ใน Q2/65)
* **อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย:** 14.5x (เทียบกับ -8.8x ใน Q2/65)
## สรุปท้าย
AAV ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งจากปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการเติบโตของรายได้จากการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการเปิดประเทศของจีน และการบริหารจัดการต้นทุนต่อหน่วยที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ แม้ EBITDA จะกลับมาเป็นบวก การจับตาแนวโน้มค่าเงินบาท ราคาน้ำมัน และการขยายเส้นทางบินใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAV ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
14,259.05
ล้านบาท
↑ 45.9% YoY
กำไรขั้นต้น
2,834.67
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.88
%
กำไรสุทธิ
1,609.51
ล้านบาท
↑ 351.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.29
%
D/E Ratio
5.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
14,259
↑ + 45.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,835
↓ -11.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,610
↑ + 351.4%
YoY
D/E Ratio
5.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.62
ROE (%)
18.74
ROA (%)
7.48
Book Value/หุ้น
1.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,891
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+740
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,890.65
-12.44%
|
-4,443.51
-10.48%
|
-4,963.84
-171.87%
|
6,906.99
-276.56%
|
-3,911.99
+595.70%
|
-562.31
-133.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
740.11
+599.40%
|
105.82
-80.69%
|
547.94
+181.44%
|
194.69
-86.31%
|
1,421.92
-821.86%
|
-196.98
-80.92%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,496.90
+27.86%
|
4,299.09
+29.53%
|
3,319.06
-386.17%
|
-1,159.82
-113.46%
|
8,618.63
-1,645.75%
|
-557.57
-173.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
994.10
-2,674.05%
|
-38.62
-96.48%
|
-1,096.81
-118.46%
|
5,941.86
-3.05%
|
6,128.55
-565.38%
|
-1,316.88
-191.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,284.53
+61.01%
|
797.80
-85.11%
|
5,359.58
+382.68%
|
1,110.37
-72.12%
|
3,982.23
-3.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
2,104.60
+63.84%
|
1,284.53
+61.01%
|
797.80
-85.11%
|
5,359.58
+382.68%
|
1,110.37
-72.12%
|