AAV
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
AAV
บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
1.06
+0.01 (+0.95%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11648 out_tok=3317 at=2026-07-25T06:24:59 --> AAV กำไรสุทธิ Q2/2565 หดตัวแรง รับต้นทุนพุ่ง-ขาดทุน FX **รายได้ฟื้นตัว 157% แต่ต้นทุนน้ำมัน-ซ่อมบำรุง-ค่าเงินบาทอ่อน ฉุดผลประกอบการ** บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,773.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 157% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทางหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 4,723.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3,077.9 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ค่าซ่อมบำรุงอากาศยาน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แต่ถูกบั่นทอนอย่างหนักจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยรายได้รวมเติบโตถึง 157% จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการเดินทาง แต่ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นถึง 100% ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 53% เป็น 4,723.6 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของรายได้มาจาก **จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 133% เป็น 1.7 ล้านคน** และ **ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น 17% เป็น 1,317 บาทต่อคน** ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาของเที่ยวบินระหว่างประเทศ การเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง และการขายตั๋ว Super+ Pass รวมถึงรายได้บริการเสริมต่อผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน ต้นทุนที่สูงขึ้นมาจากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่: * **ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน:** เพิ่มขึ้น 100% จากราคาและปริมาณการใช้ที่สูงขึ้น อันเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่เร่งตัวกว่าอุปทานในตลาดโลกและความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน * **ค่าซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน:** เพิ่มขึ้นตามจำนวนเครื่องบินที่ปฏิบัติการบินเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น และอัตราการใช้เครื่องบินต่อลำที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายอื่น:** เพิ่มขึ้น 207% โดยหลักมาจาก **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้** ของหนี้สินตามสัญญาเช่าจากเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ การรับรู้ผลขาดทุนของบจ. ไทยแอร์เอเชียเต็ม 100% ในไตรมาสนี้ เทียบกับ 55% ในปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด** * **รายได้:** คาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบริษัทตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสาร 10 ล้านคนทั้งปี และเพิ่มอัตราการขนส่งผู้โดยสารเป็น 81% รวมถึงการกลับมาให้บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบินในประเทศ ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้บริการเสริม * **ต้นทุนน้ำมัน:** แนวโน้มอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกยังมีความเสี่ยงที่จะตึงตัวถึงปลายปี และ IATA คาดการณ์ราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยทั้งปี 2565 อยู่ที่ 125.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งยังคงเป็นแรงกดดันต่อต้นทุน * **อัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องเทียบกับเงินบาทไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศของบริษัท บริษัทจึงมีนโยบายบริหารความเสี่ยงแบบธรรมชาติเพื่อจัดการให้รายจ่ายอยู่ในสกุลเงินเดียวกับรายรับให้มากที่สุด โดยรวมแล้ว แม้การดำเนินงานจะฟื้นตัว แต่แรงกดดันด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/2565 พุ่ง 157% แตะ 2,773.8 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทาง * **ขาดทุนสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 53% เป็น 4,723.6 ล้านบาท** เนื่องจากต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 133% เป็น 1.7 ล้านคน** และ **ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 17% เป็น 1,317 บาท** * **ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเพิ่มขึ้น 100%** และ **ค่าซ่อมบำรุงอากาศยานเพิ่มขึ้น** ตามการกลับมาปฏิบัติการบิน * **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้** จากเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ * **บริษัทตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสาร 10 ล้านคนทั้งปี 2565** และเพิ่มอัตราการขนส่งผู้โดยสารเป็น 81% ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 2,773.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 174% เป็น 2,691.8 ล้านบาท ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการให้บริการ จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 133% เป็น 1.7 ล้านคน และอัตราการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 75% เพิ่มขึ้น 14 จุดจากปีก่อน ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 1,317 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 17% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 100% เป็น 7,794.8 ล้านบาท โดยหลักมาจากต้นทุนขายและการบริการที่เพิ่มขึ้น 79% เป็น 4,987.4 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น 100% และค่าซ่อมบำรุงรักษาอากาศยานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น 207% ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 4,723.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากปีก่อน สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 4,627.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% โดยมีผู้โดยสารรวม 3.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 84% และอัตราการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 74% เพิ่มขึ้น 10 จุด อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 46% เป็น 12,373.6 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 217% และค่าซ่อมบำรุงรักษาอากาศยานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 7,094.2 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศและการยกเลิก Test & Go ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นปัจจัยบวกสำคัญ * **Pent-up demand:** ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่สะสมจากช่วงก่อนหน้า คาดว่าจะส่งผลดีต่อปริมาณผู้โดยสารในช่วงครึ่งปีหลัง * **การกลับมาให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม:** การอนุญาตให้สายการบินให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในเที่ยวบินในประเทศได้ จะช่วยเพิ่มรายได้บริการเสริม * **การเปิดเส้นทางบินใหม่:** มีแผนเปิดเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในประเทศจีน ฮ่องกง เมียนมาร์ เนปาล และญี่ปุ่น ในช่วงครึ่งปีหลัง * **การท่องเที่ยวภายในประเทศ:** ได้รับการกระตุ้นจากภาครัฐ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ## ความเสี่ยง * **ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน:** ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความเสี่ยงที่จะตึงตัวถึงปลายปี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงาน * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ โดยเฉพาะจากหนี้สินตามสัญญาเช่า * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** การคาดการณ์เงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทาง * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจสายการบินอาจกดดันราคาค่าโดยสาร * **ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านการบิน หรือมาตรการควบคุมโรคที่อาจกลับมาเข้มงวด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน:** ติดตามสถานการณ์อุปทานและอุปสงค์ รวมถึงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ * **ทิศทางค่าเงินบาท:** ผลกระทบจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และปัจจัยภายในประเทศ * **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่ยังคงมีข้อจำกัดในการเดินทาง * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับน้ำมัน * **แผนการขยายเส้นทางบิน:** ความคืบหน้าในการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่ๆ * **ผลตอบรับจากโปรโมชั่นและแคมเปญ:** เช่น Super+ Pass และโครงการกระตุ้นท่องเที่ยว ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) * **รายได้จากการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 174% เป็น 2,691.8 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสารและการกลับมาของเที่ยวบินระหว่างประเทศ * **จำนวนผู้โดยสาร:** เพิ่มขึ้น 133% เป็น 1.7 ล้านคน จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง * **อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor):** อยู่ที่ 75% เพิ่มขึ้น 14 จุด จากปีก่อน * **ราคาค่าโดยสารเฉลี่ย:** เพิ่มขึ้น 17% เป็น 1,317 บาทต่อคน จากการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินระหว่างประเทศและค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง * **รายได้บริการเสริมต่อผู้โดยสาร:** เพิ่มขึ้นเป็น 285 บาท จาก 235 บาท ในปีก่อน จากค่าบริการสัมภาระและค่าธรรมเนียมชำระเงินที่เพิ่มขึ้น * **RASK (รายได้ต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร):** เพิ่มขึ้น 27% เป็น 1.49 บาท จากการเพิ่มขึ้นของราคาค่าโดยสารและบริการเสริม * **CASK (ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร):** ลดลง 19% เป็น 3.19 บาท เนื่องจาก ASK เพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าใช้จ่ายดำเนินงาน * **CASK Ex-Fuel (ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารไม่รวมน้ำมัน):** ลดลง 34% เป็น 2.33 บาท จากการเพิ่มขึ้นของ ASK และการบริหารต้นทุน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 65,827.3 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปีก่อน โดยหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง 75% และเงินสำรองบำรุงรักษาเครื่องบินลดลง 26% หนี้สินรวมอยู่ที่ 57,062.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปีก่อน โดยหลักมาจากหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 8,765.0 ล้านบาท ลดลง 48% จากสิ้นปีก่อน เป็นผลจากการปรับโครงสร้างการลงทุนในไทยแอร์เอเชียและผลขาดทุนจากการดำเนินงาน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 5.35 เท่า และหากไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่าจะอยู่ที่ 0.92 เท่า สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 2,504.9 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 226.9 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเข้าซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชีย แต่มีเงินสดรับจากการจำหน่ายเครื่องบินและอุปกรณ์ ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงิน 1,303.9 ล้านบาท จากการได้รับเงินเพิ่มทุน แต่มีการชำระหนี้สินต่างๆ ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดลดลงสุทธิ 4,035.6 ล้านบาท เหลือ 1,325.6 ล้านบาท ## สรุปท้าย AAV ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน จากการกลับมาของอุปสงค์การเดินทางที่อั้นมานาน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุง และผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ได้บั่นทอนผลกำไรจนทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้บริษัทจะมีเป้าหมายการเติบโตที่ชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ความผันผวนของต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAV ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
14,259.05 ล้านบาท
↑ 45.9% YoY
กำไรขั้นต้น
2,834.67 ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.88 %
กำไรสุทธิ
1,609.51 ล้านบาท
↑ 351.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.29 %
D/E Ratio
5.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
14,259
↑ + 45.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,835
↓ -11.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,610
↑ + 351.4% YoY
D/E Ratio
5.62

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAV

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
14,259.05
+45.85%
9,776.29
-23.85%
12,837.83
+50.44%
8,533.68
+426.99%
1,619.32
-26.86%
2,214.00
-78.44%
กำไรขั้นต้น
2,834.67
-11.55%
3,204.86
+44.31%
2,220.79
+230.48%
671.99
+129.60%
-2,270.21
-104.44%
-1,110.45
-286.37%
ค่าใช้จ่ายรวม
892.42
-14.77%
1,047.11
+43.56%
729.38
+31.31%
555.49
+83.08%
303.42
-48.71%
591.56
-33.52%
กำไรสุทธิ
1,609.51
+351.37%
356.58
-87.33%
2,813.63
-9.66%
3,114.39
+413.72%
-992.75
+10.92%
-1,114.45
-1,445.87%
กำไรต่อหุ้น
0.13
+346.43%
0.03
-87.21%
0.22
-9.50%
0.24
+414.29%
-0.08
+11.49%
-0.09
-1,350.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
19.88
-39.35%
32.78
+89.48%
17.30
+119.82%
7.87
+105.61%
-140.20
-179.51%
-50.16
-964.83%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.26
-41.55%
10.71
+88.56%
5.68
-12.75%
6.51
-65.26%
18.74
-29.87%
26.72
+208.19%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
11.29
+209.32%
3.65
-83.35%
21.92
-39.95%
36.50
+159.53%
-61.31
-21.79%
-50.34
-7,091.43%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
ROE(%)
18.74
-46.69%
35.15
+517.75%
5.69
+109.98%
-57.04
-47.89%
-38.57
-38.49%
-27.85
-140.22%
ROA(%)
7.48
-21.01%
9.47
+122.82%
4.25
+134.19%
-12.43
+26.71%
-16.96
-47.48%
-11.50
-182.26%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
4.63
-17.62%
5.62
-20.40%
7.06
-0.98%
7.13
+120.74%
3.23
+10.62%
2.92
-45.22%
P/E
13.29
+122.24%
5.98
-82.07%
33.36
+338.37%
7.61
0.00
0.00
P/BV
1.19
-61.24%
3.07
-18.35%
3.76
-44.79%
6.81
+118.97%
3.11
+309.21%
0.76
+40.74%
BV
0.94
+4.44%
0.90
+69.81%
0.53
+17.78%
0.45
-73.68%
1.71
-45.02%
3.11
-24.51%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น
1.12
-59.42%
2.76
+38.69%
1.99
-34.97%
3.06
+20.47%
2.54
+7.63%
2.36
+5.36%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.62
ROE (%)
18.74
ROA (%)
7.48
Book Value/หุ้น
1.12

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAV

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
16,755.95
+11.00%
15,501.82
+54.94%
10,004.95
+91.07%
5,236.34
-31.76%
7,672.94
+177.99%
2,760.17
-62.84%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
59,581.73
-0.48%
59,871.50
+3.60%
57,788.93
-2.79%
59,449.19
-6.43%
63,535.39
-2.58%
65,217.51
+17.56%
รวมสินทรัพย์
76,337.68
+1.83%
75,373.32
+11.18%
67,793.88
+4.81%
64,685.52
-9.16%
71,208.33
+4.75%
67,977.67
+8.07%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
29,066.16
+16.16%
25,023.09
+14.30%
21,893.15
+24.67%
17,560.27
-1.48%
17,823.28
+27.68%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
34,927.68
+1.66%
34,358.46
-1.38%
34,837.97
-5.38%
36,819.26
+12.27%
32,794.08
+54.29%
รวมหนี้สิน
0.00
63,993.85
+7.77%
59,381.54
+4.67%
56,731.12
+4.32%
54,379.53
+7.43%
50,617.36
+43.74%
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
11,379.48
+35.27%
8,412.34
+5.76%
7,954.41
-52.73%
16,828.80
-3.06%
17,360.32
-37.30%
D/E
5.62
7.06
7.13
3.23
2.92
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
18.74
35.15
5.69
-57.04
-38.57
-27.85
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.48
9.47
4.25
-12.43
-16.96
-11.50
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.59
0.53
0.40
0.24
0.44
0.15
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.52
0.47
0.35
0.19
0.40
0.12
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
88.93
70.67
0.00
0.00
131.47
48.42
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
5.91
4.91
0.00
0.00
7.65
4.77
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
27.65
28.23
0.00
0.00
104.14
53.79
วงจรเงินสด
67.18
47.34
0.00
0.00
34.98
-0.60
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,891
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+740
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAV

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-3,890.65
-12.44%
-4,443.51
-10.48%
-4,963.84
-171.87%
6,906.99
-276.56%
-3,911.99
+595.70%
-562.31
-133.00%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
740.11
+599.40%
105.82
-80.69%
547.94
+181.44%
194.69
-86.31%
1,421.92
-821.86%
-196.98
-80.92%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
5,496.90
+27.86%
4,299.09
+29.53%
3,319.06
-386.17%
-1,159.82
-113.46%
8,618.63
-1,645.75%
-557.57
-173.36%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
994.10
-2,674.05%
-38.62
-96.48%
-1,096.81
-118.46%
5,941.86
-3.05%
6,128.55
-565.38%
-1,316.88
-191.99%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
-100.00%
1,284.53
+61.01%
797.80
-85.11%
5,359.58
+382.68%
1,110.37
-72.12%
3,982.23
-3.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
-100.00%
2,104.60
+63.84%
1,284.53
+61.01%
797.80
-85.11%
5,359.58
+382.68%
1,110.37
-72.12%