บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
1.06
+0.01 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11648 out_tok=3317 at=2026-07-25T06:24:59 -->
AAV กำไรสุทธิ Q2/2565 หดตัวแรง รับต้นทุนพุ่ง-ขาดทุน FX
**รายได้ฟื้นตัว 157% แต่ต้นทุนน้ำมัน-ซ่อมบำรุง-ค่าเงินบาทอ่อน ฉุดผลประกอบการ**
บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,773.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 157% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทางหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 4,723.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3,077.9 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ค่าซ่อมบำรุงอากาศยาน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แต่ถูกบั่นทอนอย่างหนักจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยรายได้รวมเติบโตถึง 157% จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการเดินทาง แต่ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นถึง 100% ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 53% เป็น 4,723.6 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจาก **จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 133% เป็น 1.7 ล้านคน** และ **ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น 17% เป็น 1,317 บาทต่อคน** ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาของเที่ยวบินระหว่างประเทศ การเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง และการขายตั๋ว Super+ Pass รวมถึงรายได้บริการเสริมต่อผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน ต้นทุนที่สูงขึ้นมาจากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่:
* **ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน:** เพิ่มขึ้น 100% จากราคาและปริมาณการใช้ที่สูงขึ้น อันเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่เร่งตัวกว่าอุปทานในตลาดโลกและความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน
* **ค่าซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน:** เพิ่มขึ้นตามจำนวนเครื่องบินที่ปฏิบัติการบินเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น และอัตราการใช้เครื่องบินต่อลำที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายอื่น:** เพิ่มขึ้น 207% โดยหลักมาจาก **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้** ของหนี้สินตามสัญญาเช่าจากเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ การรับรู้ผลขาดทุนของบจ. ไทยแอร์เอเชียเต็ม 100% ในไตรมาสนี้ เทียบกับ 55% ในปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด**
* **รายได้:** คาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบริษัทตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสาร 10 ล้านคนทั้งปี และเพิ่มอัตราการขนส่งผู้โดยสารเป็น 81% รวมถึงการกลับมาให้บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบินในประเทศ ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้บริการเสริม
* **ต้นทุนน้ำมัน:** แนวโน้มอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกยังมีความเสี่ยงที่จะตึงตัวถึงปลายปี และ IATA คาดการณ์ราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยทั้งปี 2565 อยู่ที่ 125.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งยังคงเป็นแรงกดดันต่อต้นทุน
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องเทียบกับเงินบาทไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศของบริษัท บริษัทจึงมีนโยบายบริหารความเสี่ยงแบบธรรมชาติเพื่อจัดการให้รายจ่ายอยู่ในสกุลเงินเดียวกับรายรับให้มากที่สุด
โดยรวมแล้ว แม้การดำเนินงานจะฟื้นตัว แต่แรงกดดันด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 พุ่ง 157% แตะ 2,773.8 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทาง
* **ขาดทุนสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 53% เป็น 4,723.6 ล้านบาท** เนื่องจากต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 133% เป็น 1.7 ล้านคน** และ **ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 17% เป็น 1,317 บาท**
* **ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเพิ่มขึ้น 100%** และ **ค่าซ่อมบำรุงอากาศยานเพิ่มขึ้น** ตามการกลับมาปฏิบัติการบิน
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้** จากเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ
* **บริษัทตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสาร 10 ล้านคนทั้งปี 2565** และเพิ่มอัตราการขนส่งผู้โดยสารเป็น 81%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 2,773.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 174% เป็น 2,691.8 ล้านบาท ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการให้บริการ จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 133% เป็น 1.7 ล้านคน และอัตราการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 75% เพิ่มขึ้น 14 จุดจากปีก่อน ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 1,317 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 17%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 100% เป็น 7,794.8 ล้านบาท โดยหลักมาจากต้นทุนขายและการบริการที่เพิ่มขึ้น 79% เป็น 4,987.4 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น 100% และค่าซ่อมบำรุงรักษาอากาศยานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น 207% ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 4,723.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 4,627.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% โดยมีผู้โดยสารรวม 3.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 84% และอัตราการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 74% เพิ่มขึ้น 10 จุด อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 46% เป็น 12,373.6 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 217% และค่าซ่อมบำรุงรักษาอากาศยานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 7,094.2 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศและการยกเลิก Test & Go ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นปัจจัยบวกสำคัญ
* **Pent-up demand:** ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่สะสมจากช่วงก่อนหน้า คาดว่าจะส่งผลดีต่อปริมาณผู้โดยสารในช่วงครึ่งปีหลัง
* **การกลับมาให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม:** การอนุญาตให้สายการบินให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในเที่ยวบินในประเทศได้ จะช่วยเพิ่มรายได้บริการเสริม
* **การเปิดเส้นทางบินใหม่:** มีแผนเปิดเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในประเทศจีน ฮ่องกง เมียนมาร์ เนปาล และญี่ปุ่น ในช่วงครึ่งปีหลัง
* **การท่องเที่ยวภายในประเทศ:** ได้รับการกระตุ้นจากภาครัฐ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน
## ความเสี่ยง
* **ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน:** ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความเสี่ยงที่จะตึงตัวถึงปลายปี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ โดยเฉพาะจากหนี้สินตามสัญญาเช่า
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** การคาดการณ์เงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทาง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจสายการบินอาจกดดันราคาค่าโดยสาร
* **ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านการบิน หรือมาตรการควบคุมโรคที่อาจกลับมาเข้มงวด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน:** ติดตามสถานการณ์อุปทานและอุปสงค์ รวมถึงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
* **ทิศทางค่าเงินบาท:** ผลกระทบจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และปัจจัยภายในประเทศ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่ยังคงมีข้อจำกัดในการเดินทาง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับน้ำมัน
* **แผนการขยายเส้นทางบิน:** ความคืบหน้าในการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่ๆ
* **ผลตอบรับจากโปรโมชั่นและแคมเปญ:** เช่น Super+ Pass และโครงการกระตุ้นท่องเที่ยว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 174% เป็น 2,691.8 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสารและการกลับมาของเที่ยวบินระหว่างประเทศ
* **จำนวนผู้โดยสาร:** เพิ่มขึ้น 133% เป็น 1.7 ล้านคน จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง
* **อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor):** อยู่ที่ 75% เพิ่มขึ้น 14 จุด จากปีก่อน
* **ราคาค่าโดยสารเฉลี่ย:** เพิ่มขึ้น 17% เป็น 1,317 บาทต่อคน จากการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินระหว่างประเทศและค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง
* **รายได้บริการเสริมต่อผู้โดยสาร:** เพิ่มขึ้นเป็น 285 บาท จาก 235 บาท ในปีก่อน จากค่าบริการสัมภาระและค่าธรรมเนียมชำระเงินที่เพิ่มขึ้น
* **RASK (รายได้ต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร):** เพิ่มขึ้น 27% เป็น 1.49 บาท จากการเพิ่มขึ้นของราคาค่าโดยสารและบริการเสริม
* **CASK (ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร):** ลดลง 19% เป็น 3.19 บาท เนื่องจาก ASK เพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
* **CASK Ex-Fuel (ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารไม่รวมน้ำมัน):** ลดลง 34% เป็น 2.33 บาท จากการเพิ่มขึ้นของ ASK และการบริหารต้นทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 65,827.3 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปีก่อน โดยหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง 75% และเงินสำรองบำรุงรักษาเครื่องบินลดลง 26%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 57,062.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปีก่อน โดยหลักมาจากหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 8,765.0 ล้านบาท ลดลง 48% จากสิ้นปีก่อน เป็นผลจากการปรับโครงสร้างการลงทุนในไทยแอร์เอเชียและผลขาดทุนจากการดำเนินงาน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 5.35 เท่า และหากไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่าจะอยู่ที่ 0.92 เท่า
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 2,504.9 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 226.9 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเข้าซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชีย แต่มีเงินสดรับจากการจำหน่ายเครื่องบินและอุปกรณ์ ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงิน 1,303.9 ล้านบาท จากการได้รับเงินเพิ่มทุน แต่มีการชำระหนี้สินต่างๆ ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดลดลงสุทธิ 4,035.6 ล้านบาท เหลือ 1,325.6 ล้านบาท
## สรุปท้าย
AAV ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน จากการกลับมาของอุปสงค์การเดินทางที่อั้นมานาน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุง และผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ได้บั่นทอนผลกำไรจนทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้บริษัทจะมีเป้าหมายการเติบโตที่ชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ความผันผวนของต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAV ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
14,259.05
ล้านบาท
↑ 45.9% YoY
กำไรขั้นต้น
2,834.67
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.88
%
กำไรสุทธิ
1,609.51
ล้านบาท
↑ 351.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.29
%
D/E Ratio
5.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
14,259
↑ + 45.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,835
↓ -11.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,610
↑ + 351.4%
YoY
D/E Ratio
5.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.62
ROE (%)
18.74
ROA (%)
7.48
Book Value/หุ้น
1.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,891
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+740
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,890.65
-12.44%
|
-4,443.51
-10.48%
|
-4,963.84
-171.87%
|
6,906.99
-276.56%
|
-3,911.99
+595.70%
|
-562.31
-133.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
740.11
+599.40%
|
105.82
-80.69%
|
547.94
+181.44%
|
194.69
-86.31%
|
1,421.92
-821.86%
|
-196.98
-80.92%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,496.90
+27.86%
|
4,299.09
+29.53%
|
3,319.06
-386.17%
|
-1,159.82
-113.46%
|
8,618.63
-1,645.75%
|
-557.57
-173.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
994.10
-2,674.05%
|
-38.62
-96.48%
|
-1,096.81
-118.46%
|
5,941.86
-3.05%
|
6,128.55
-565.38%
|
-1,316.88
-191.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,284.53
+61.01%
|
797.80
-85.11%
|
5,359.58
+382.68%
|
1,110.37
-72.12%
|
3,982.23
-3.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
2,104.60
+63.84%
|
1,284.53
+61.01%
|
797.80
-85.11%
|
5,359.58
+382.68%
|
1,110.37
-72.12%
|