บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.50
+1.25 (+1.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=34641 out_tok=3341 at=2026-07-26T09:34:52 -->
# TOP กำไร Q4/64 พุ่ง 145% รับอานิสงส์ราคาน้ำมันสำเร็จรูปฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตแรง YoY รับอานิสงส์ราคาน้ำมันสำเร็จรูปฟื้นตัว ขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์เผชิญแรงกดดันจากอุปทานจีน
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 5,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 145% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตามการปรับตัวสูงขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางทั่วโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Refining Margin)** โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซล ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยนี้ได้ชดเชยผลกระทบเชิงลบจากธุรกิจอะโรเมติกส์ที่เผชิญแรงกดดันจากอุปทานในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมาจากหลายปัจจัยประการแรก การผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองและการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศในหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางกลับมาฟื้นตัว ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปจึงปรับตัวสูงขึ้น ประการที่สอง อุปทานน้ำมันดิบจากกลุ่ม OPEC+ เพิ่มขึ้นอย่างจำกัด ทำให้ตลาดน้ำมันดิบอยู่ในภาวะตึงตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกับน้ำมันเตาปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอุปทานที่ตึงตัว และธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB) ยังคงมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอะโรเมติกส์เผชิญแรงกดดันจากส่วนต่างราคาพาราไซลีนกับน้ำมันเบนซิน 95 และส่วนต่างราคาเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ลดลง เนื่องจากโรงงานผลิต PTA และเส้นใยสังเคราะห์ในจีนต้องหยุดดำเนินการเพราะถูกควบคุมการใช้ไฟฟ้า ประกอบกับการเปิดโรงผลิตพาราไซลีนแห่งใหม่ในจีน ทำให้เกิดแรงกดดันต่ออุปทาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง** ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการเดินทางที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปในไตรมาส 1 ปี 2565 จะยังคงสนับสนุนความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปและส่วนต่างราคา อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น นอกจากนี้ การเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่นใหม่ๆ ในภูมิภาค และการกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นที่หยุดซ่อมบำรุง อาจส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปถูกกดดันได้ในระยะยาว สำหรับธุรกิจอะโรเมติกส์ แรงกดดันจากอุปทานในจีนคาดว่าจะยังคงมีอยู่ แต่การฟื้นตัวของอุปสงค์หลังเทศกาลอาจช่วยบรรเทาได้บ้าง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/64 พุ่ง 145% YoY สู่ 5,033 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงกลั่น
* **รายได้จากการขายโต 74% YoY แตะ 104,298 ล้านบาท** จากราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) เพิ่มขึ้น 3.4 USD/bbl YoY** จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ปรับตัวดีขึ้น
* **ธุรกิจอะโรเมติกส์เผชิญแรงกดดัน** ส่วนต่างราคาพาราไซลีนและเบนซีนลดลงจากอุปทานจีนที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB) ยังคงแข็งแกร่ง** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูง
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 28.5% YoY** ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเพื่อรองรับโครงการลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
TOP รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 4 ปี 2564 ที่ 5,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 145% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งขาดทุนสุทธิ 2,224 ล้านบาท การพลิกกลับมามีกำไรนี้เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 74% YoY สู่ระดับ 104,298 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 12,578 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3,301 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี รวมถึงกำไรจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการเดินทาง:** เป็นปัจจัยหนุนหลักต่อความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่อยู่ในระดับสูง:** คาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่น
* **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB) ยังคงแข็งแกร่ง:** อุปสงค์ยังคงเติบโตได้ดีจากความใส่ใจในสุขอนามัย
* **การลงทุนในโครงการ Clean Fuel Project (CFP):** จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการกลั่นในระยะยาว
* **การลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP):** เป็นการขยายการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรในภูมิภาค
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อราคา
* **แรงกดดันด้านอุปทานในธุรกิจอะโรเมติกส์:** การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในจีนอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคา
* **การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** อุปทานใหม่จากโรงกลั่นในจีนและอินเดียอาจกดดันราคา
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Refining Margin):** จะยังคงอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางอุปทานที่เพิ่มขึ้น
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน:** ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน
* **การบริหารจัดการอุปทานในตลาดอะโรเมติกส์:** โดยเฉพาะจากประเทศจีน
* **ความคืบหน้าของโครงการ Clean Fuel Project (CFP):** และผลกระทบต่อต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะการกู้ยืมเพื่อรองรับโครงการลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน:** ในไตรมาส 4/64 โรงกลั่นไทยออยล์มีอัตราการใช้กำลังการกลั่นสูงถึง 109% เพิ่มขึ้นจาก 92% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปริมาณจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวมเพิ่มขึ้น 20% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจำหน่ายภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์หลังการเปิดประเทศ รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 28,044 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น กำไรขั้นต้นจากการกลั่นไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 3.8 USD/bbl สู่ระดับ 5.4 USD/bbl ซึ่งเป็นผลจากส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อนหน้า แม้ว่ากำไรจากสต็อกน้ำมันจะลดลง แต่การกลับรายการมูลค่าสินค้าคงเหลือและการบันทึกกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 623 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 3,890 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 1,312 ล้านบาทในไตรมาสก่อน
สำหรับทั้งปี 2564 ธุรกิจโรงกลั่นมีกำไรสุทธิ 2,462 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 4,568 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรขั้นต้นจากการกลั่นที่สูงขึ้น และการรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันในปี 2564 เทียบกับผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในปี 2563
**ธุรกิจผลิตสารอะโรเมติกส์:** ในไตรมาส 4/64 ธุรกิจอะโรเมติกส์เผชิญแรงกดดันจากส่วนต่างราคาพาราไซลีนและเบนซีนที่ลดลง ส่งผลให้ Product-to-feed Margin ลดลงอย่างมาก 71 USD/Ton สู่ระดับ 19 USD/Ton แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยส่วนต่างราคาที่ลดลงได้ ทำให้ TPX มีผลขาดทุนสุทธิ 316 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 682 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า สำหรับทั้งปี 2564 ธุรกิจอะโรเมติกส์มีกำไรสุทธิ 2,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย
**ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB):** บริษัท ลาบิกซ์ (LABIX) ยังคงทำผลงานได้ดี โดยในไตรมาส 4/64 มีอัตราการผลิต 120% และมี EBITDA 626 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวในระดับสูง แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 468 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน สำหรับทั้งปี 2564 LABIX มีกำไรสุทธิ 1,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน
**ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** บริษัท ไทยลู้บเบส (TLB) ในไตรมาส 4/64 มีรายได้จากการขายลดลง 327 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์รวมลดลง และส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกับน้ำมันเตาปรับตัวลดลง ส่งผลให้ Product-to-feed Margin ลดลง 69 USD/Ton สู่ระดับ 118 USD/Ton ทำให้ EBITDA ลดลง 708 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 457 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ผลการดำเนินงานของ TLB ดีขึ้นอย่างมากในปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิ 3,678 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,768 ล้านบาท จากทั้งปริมาณการจำหน่ายและราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 กลุ่มไทยออยล์มีสินทรัพย์รวม 362,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 58.1% เนื่องจากการจ่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมและโครงการต่างๆ ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 28.5% สู่ระดับ 239,050 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อรองรับโครงการลงทุน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.9 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.5 เท่าในปี 2563
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2564 อยู่ที่ 10,504 ล้านบาท แต่มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสูงถึง 43,337 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทร่วมและการซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์สำหรับโครงการต่างๆ ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 24,587 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 4 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ธุรกิจโรงกลั่นที่ได้รับอานิสงส์จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าธุรกิจอะโรเมติกส์จะเผชิญแรงกดดันจากอุปทานในจีน แต่ธุรกิจ LAB ยังคงทำผลงานได้ดี และธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานก็มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของหนี้สินและการใช้เงินสดจำนวนมากในกิจกรรมลงทุนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันและปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
109,356.75
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59
ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68
%
กำไรสุทธิ
2,458.08
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
87.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
8,990.33
-154.74%
|
-16,423.33
-36.47%
|
-25,850.74
+184.66%
|
-9,081.41
-208.58%
|
8,363.47
+243.50%
|
2,434.75
-81.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-17,957.59
-440.38%
|
5,275.79
-35.01%
|
8,117.36
-439.88%
|
-2,388.33
-127.93%
|
8,550.78
-118.01%
|
-47,490.25
-303.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
42,420.06
+240.27%
|
12,466.45
-52.13%
|
26,040.70
+32.91%
|
19,593.22
-49.14%
|
38,525.76
+87.24%
|
20,575.47
+153.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
33,452.81
+2,436.42%
|
1,318.90
-84.12%
|
8,307.32
+2.26%
|
8,123.48
-85.40%
|
55,650.76
-327.33%
|
-24,480.03
-154.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29,042.41
+2.15%
|
28,431.62
-34.75%
|
43,576.14
+46.74%
|
29,695.94
-44.23%
|
53,243.90
-28.87%
|
74,854.23
+121.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
62,568.20
+115.44%
|
29,042.41
+2.15%
|
28,431.62
-34.75%
|
43,576.14
+46.74%
|
29,695.94
-44.23%
|
53,243.90
-28.87%
|