TOP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TOP
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
69.75
+1.25 (+1.82%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=31728 out_tok=3599 at=2026-07-26T10:03:52 --> # TOP กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 9,711 ล้านบาท รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ## รายได้-กำไรโตเด่นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและสภาพตลาดที่ผันผวน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 10,828 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 9,711 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการสต็อกน้ำมันที่ดีขึ้น ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 16,499 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน** โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ **กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Gross Integrated Margin) ที่ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน** ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นถึง 7.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ **กำไรจากสต็อกน้ำมัน** ที่พลิกจากขาดทุน 1,929 ล้านบาทในไตรมาส 2 มาเป็นกำไร 9,638 ล้านบาทในไตรมาส 3 ส่งผลให้ EBITDA ของกลุ่มเพิ่มขึ้นถึง 14,355 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 9,711 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากการกลั่นฯ เป็นผลมาจาก **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวสูงขึ้น** โดยเฉพาะส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุปทานผลิตภัณฑ์ที่ตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงการส่งออกของรัสเซียที่ลดลง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 3 จากอุปทานที่ตึงตัวจากการลดกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถบันทึก **กำไรจากสต็อกน้ำมัน** ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งแตกต่างจากไตรมาสก่อนหน้าที่ประสบกับผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยผันผวน** ฝ่ายจัดการระบุว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 4 ปี 2566 และปี 2567 มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และการขยายมาตรการลดกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลดีต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำมันที่คาดว่าจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลกที่ได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง อาจเป็นปัจจัยกดดันค่าการกลั่นในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นก็อาจส่งผลกดดันค่าการกลั่นให้ปรับเพิ่มขึ้นในระดับจำกัด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 10,828 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 9,711 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน * **รายได้จากการขาย Q3/66 แตะ 119,656 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 11,189 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า ตามราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้น * **กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) สูงถึง 12.4 US$/bbl:** เพิ่มขึ้น 7.9 US$/bbl จากไตรมาสก่อนหน้า จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่สูงขึ้น * **พลิกมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน 9,638 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 1,929 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า * **EBITDA รวม Q3/66 อยู่ที่ 18,973 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 14,355 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า * **9M/66 กำไรสุทธิ 16,499 ล้านบาท:** ลดลงจาก 9M/65 ที่มีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขายรวม 119,656 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,189 ล้านบาท หรือ 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์ตามอุปทานที่ตึงตัวของหลายผลิตภัณฑ์ ประกอบกับมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน) อยู่ที่ 13.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้จากการขายลดลง 4,518 ล้านบาท เนื่องจากราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน) เพิ่มขึ้น 4.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขายรวม 344,066 ล้านบาท ลดลง 38,505 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ## โอกาส * **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง:** จากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และการขยายมาตรการลดกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย จะช่วยหนุนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม * **ความต้องการใช้น้ำมันในฤดูหนาวและภาคการท่องเที่ยว:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อตลาดน้ำมันอากาศยาน และอุปสงค์น้ำมันสำเร็จรูปที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น * **ค่าการกลั่นได้รับแรงหนุนจากสต็อกน้ำมันสำเร็จรูปที่ต่ำ:** แม้จะมีปัจจัยกดดันจากการส่งออกของจีน แต่โดยรวมยังคงเป็นปัจจัยบวก * **ตลาดสารพาราไซลีนคาดการณ์ดีขึ้น:** จากความต้องการเสื้อผ้าและสิ่งทอสำหรับฤดูหนาว และความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาล * **ตลาดสาร LAB คาดการณ์ปรับตัวดีขึ้น:** จากอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดฤดูมรสุม และการปิดซ่อมบำรุงโรงผลิตสาร LAB ในภูมิภาค * **โครงการ Clean Fuel Project (CFP):** ความคืบหน้าโครงการกว่า 93.7% และคาดว่าจะเริ่มทยอยดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2567 จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและประสิทธิภาพการผลิต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** แม้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบจะสูง แต่ความต้องการใช้น้ำมันที่อาจชะลอตัวจากเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ อาจกดดันค่าการกลั่น * **การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีน:** อาจส่งผลกดดันค่าการกลั่นให้ปรับเพิ่มขึ้นในระดับจำกัด * **การเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ยังเปราะบาง:** ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และน้ำมันหล่อลื่น * **อุปทานผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ที่เพิ่มขึ้น:** จากประเทศฟิลิปปินส์ และความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปลายทางที่ลดลงในช่วงฤดูฝน กดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ * **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเอทานอล * **ความล่าช้าของโครงการ CFP:** แม้จะมีความคืบหน้า แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอดีตส่งผลให้โครงการล่าช้ากว่าแผน และอาจมีงบประมาณเพิ่มขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซล * **ผลกระทบจากอุปทานน้ำมันดิบที่ตึงตัว:** ต่อราคาขายผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการสต็อก * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน:** ต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และน้ำมันหล่อลื่น * **ความคืบหน้าโครงการ CFP:** โดยเฉพาะการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2567 และผลกระทบต่องบประมาณโครงการ * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการดำเนินงาน * **การบริหารจัดการความเสี่ยงจากเครื่องมือทางการเงิน:** เพื่อรองรับความผันผวนของราคา ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน:** เป็นหัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้ โดยมีกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่สูงขึ้น เช่น น้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซล ขณะที่กำไรจากสต็อกน้ำมันพลิกกลับมาเป็นบวก จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้กำลังการกลั่นลดลงเล็กน้อยจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล **ธุรกิจสารอะโรเมติกส์:** TPX มีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ แม้จะมี Product-to-feed Margin เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์กับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะสารเบนซีน ซึ่งได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ถูกจำกัด และการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ไม่เป็นไปตามคาด **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB):** LABIX มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ราคาสาร LAB จะปรับตัวลดลง แต่ได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย และการปิดซ่อมบำรุงโรงผลิตในภูมิภาค **ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** TLB มีรายได้และกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสก่อนและปีก่อนหน้า เนื่องจากอัตราการผลิตลดลง ประกอบกับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ปรับตัวลดลง จากแรงกดดันของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และอุปทานที่ปรับสูงขึ้น **ธุรกิจผลิตไฟฟ้า:** TOP SPP มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายลดลงตามราคาก๊าซธรรมชาติ แต่มีค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์เงินกู้ยืมลดลง และได้รับเงินปันผลจาก GPSC **ธุรกิจสารทำละลายและเคมีภัณฑ์:** มีรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า จากอัตราการผลิตและปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ในตลาด **ธุรกิจผลิตสารโอเลฟินส์:** TII ยังคงรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน จากราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ที่ปรับลดลง และอุปทานที่เพิ่มขึ้นในตลาด แม้ผลการดำเนินงานจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากต้นทุนการผลิตที่ลดลง และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในจีน **ธุรกิจเอทานอล:** TET มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากปริมาณและราคาขายเอทานอลของทรัพย์ทิพย์ที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิลดลง เนื่องจากไม่ได้รับรู้เงินปันผลรับจาก UBE ในไตรมาสนี้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มไทยออยล์มีสินทรัพย์รวม 422,207 ล้านบาท ลดลง 5% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นลดลงจากการจ่ายปันผลและลงทุนในโครงการต่างๆ ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 9% จากเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะยาวที่ลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3% จากผลกำไรสุทธิหักล้างกับเงินปันผลจ่าย กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 19,985 ล้านบาท แต่มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 15,467 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการ CFP และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 19,698 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 15,180 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.6 เท่า ซึ่งทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (EBITDA/ต้นทุนทางการเงิน) อยู่ที่ 18.4 เท่า เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสก่อน ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ของ TOP สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการสต็อกน้ำมันที่มีประสิทธิภาพ แม้ภาพรวม 9 เดือนแรกของปีจะลดลงจากปีก่อนหน้าเนื่องจากปัจจัยพิเศษ แต่แนวโน้มธุรกิจในระยะสั้นถึงกลางยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง และการเดินหน้าของโครงการ CFP ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาพลังงาน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
109,356.75 ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59 ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68 %
กำไรสุทธิ
2,458.08 ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25 %
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2% YoY
D/E Ratio
1.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
109,356.75
-2.83%
112,536.48
-5.87%
119,556.43
-4.68%
125,426.44
+15.77%
108,338.41
+76.29%
61,453.77
-36.61%
กำไรขั้นต้น —
6,207.59
+153.22%
-11,664.94
-93.49%
-6,028.56
+87.46%
-48,066.81
-789.61%
6,970.10
+109.49%
-73,484.39
+57.13%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,390.69
+22.84%
1,132.08
-1.49%
1,149.20
-32.04%
1,690.89
+52.08%
1,111.87
+33.68%
831.71
+2.50%
กำไรสุทธิ —
2,458.08
-11.16%
2,766.76
-6.03%
2,944.34
+1,905.35%
146.82
-97.08%
5,032.68
-30.65%
7,257.43
+265.79%
กำไรต่อหุ้น —
1.10
-11.22%
1.24
-5.99%
1.32
+1,896.97%
0.07
-97.07%
2.25
-30.66%
3.25
+265.88%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
5.68
+154.77%
-10.37
-105.75%
-5.04
+86.85%
-38.32
-695.96%
6.43
+105.38%
-119.58
+32.37%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
1.27
+25.74%
1.01
+5.21%
0.96
-28.89%
1.35
+31.07%
1.03
-23.70%
1.35
+60.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
2.25
-8.54%
2.46
2.46
+1,950.00%
0.12
-97.42%
4.65
-60.63%
11.81
+476.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
118.95
+100.62%
-19,273.32
-6,478.60%
-292.97
+99.42%
-50,950.42
-1,216.58%
4,563.07
-63.99%
12,673.43
+0.11%
ROE(%) —
8.70
+43.80%
6.05
-49.96%
12.09
-48.75%
23.59
+122.34%
10.61
+478.93%
-2.80
-146.28%
ROA(%) —
4.85
+23.10%
3.94
-39.94%
6.56
-42.36%
11.38
+103.58%
5.59
+1,452.78%
0.36
-90.86%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.21
-17.12%
1.46
-2.67%
1.50
-16.67%
1.80
-7.22%
1.94
+25.16%
1.55
+6.16%
P/E —
5.40
-13.32%
6.23
-13.59%
7.21
+115.22%
3.35
-50.88%
6.82
0.00
P/BV —
0.47
+23.68%
0.38
-49.33%
0.75
-7.41%
0.81
-6.90%
0.87
-11.22%
0.98
-18.33%
BV —
77.00
+4.12%
73.95
+3.04%
71.77
+3.28%
69.49
+22.73%
56.62
+7.15%
52.84
-9.02%
YIELD(%) —
5.28
-56.15%
12.04
+75.00%
6.88
+63.03%
4.22
+199.29%
1.41
-51.04%
2.88
-24.21%
ราคาหุ้น —
36.00
+27.43%
28.25
-47.44%
53.75
-4.44%
56.25
+13.64%
49.50
-4.81%
52.00
-25.45%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
90.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
130,298.94
+16.11%
112,221.84
-10.49%
125,371.33
-18.50%
153,828.19
+51.95%
101,238.89
-11.37%
114,229.16
-15.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
296,984.88
+0.07%
296,788.59
+0.74%
294,621.38
+1.33%
290,752.67
+11.44%
260,905.23
+35.92%
191,958.50
+29.03%
รวมสินทรัพย์ —
427,283.81
+4.47%
409,010.43
-2.61%
419,992.70
-5.53%
444,580.86
+22.76%
362,144.12
+18.28%
306,187.66
+8.02%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
90,388.81
+33.59%
67,663.09
-7.94%
73,501.32
-29.10%
103,673.02
+169.45%
38,476.13
+34.44%
28,620.22
-25.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
143,863.40
-17.87%
175,162.44
-1.69%
178,179.69
-2.23%
182,250.47
-9.14%
200,573.91
+27.39%
157,449.01
+30.28%
รวมหนี้สิน —
234,252.21
-3.53%
242,825.53
-3.52%
251,681.01
-11.98%
285,923.49
+19.61%
239,050.04
+28.47%
186,069.23
+16.64%
รวมส่วนของเจ้าของ —
193,031.60
+16.15%
166,184.90
-1.26%
168,311.69
+6.09%
158,657.37
+28.89%
123,094.08
+2.48%
120,118.43
-3.07%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.70
6.05
12.09
23.59
10.61
-2.80
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.85
3.94
6.56
11.38
5.59
0.36
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.44
1.66
1.71
1.48
2.63
3.99
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.02
1.00
0.89
0.70
1.38
3.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
23.66
22.97
0.00
0.00
20.14
28.76
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
34.72
37.81
0.00
0.00
35.43
37.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
61.14
41.27
0.00
0.00
20.99
32.94
วงจรเงินสด —
-2.76
19.51
0.00
0.00
34.58
33.53
D/E —
1.21
1.46
1.50
1.80
1.94
1.55
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
8,990.33
-154.74%
-16,423.33
-36.47%
-25,850.74
+184.66%
-9,081.41
-208.58%
8,363.47
+243.50%
2,434.75
-81.40%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-17,957.59
-440.38%
5,275.79
-35.01%
8,117.36
-439.88%
-2,388.33
-127.93%
8,550.78
-118.01%
-47,490.25
-303.44%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
42,420.06
+240.27%
12,466.45
-52.13%
26,040.70
+32.91%
19,593.22
-49.14%
38,525.76
+87.24%
20,575.47
+153.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
33,452.81
+2,436.42%
1,318.90
-84.12%
8,307.32
+2.26%
8,123.48
-85.40%
55,650.76
-327.33%
-24,480.03
-154.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%
74,854.23
+121.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
62,568.20
+115.44%
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%