TOP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TOP
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
69.75
+1.25 (+1.82%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=33190 out_tok=3266 at=2026-07-26T10:09:31 --> # TOP กำไรสุทธิ Q3/65 พลิกขาดทุน 12 ล้านบาท รับผลกระทบสต็อกน้ำมัน-ส่วนต่างปิโตรเคมีหดตัว ## รายได้รวมหดตัว 19% YoY แต่กำไรขั้นต้นจากการผลิตดีขึ้นเล็กน้อย ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยกดดันจากราคาพลังงานผันผวนและเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2,063 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากสต็อกน้ำมันที่ขาดทุนจำนวนมาก และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโต 52% YoY แต่กำไรขั้นต้นจากการผลิตโดยรวมยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ผันผวนและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน **หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ การขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจำนวนมหาศาล ประกอบกับการหดตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สำคัญ** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากระดับ 108.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลใน Q2/65 เหลือ 96.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลใน Q3/65 ซึ่งส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์บันทึก **ขาดทุนจากสต็อกน้ำมันถึง 9,238 ล้านบาท** เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมัน 3,915 ล้านบาท ปัจจัยนี้เป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตรวม (รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน) พลิกจากกำไร 33.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลใน Q2/65 เป็นขาดทุน 0.7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลใน Q3/65 นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีหลายรายการก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะส่วนต่างราคาพาราไซลีน (PX) กับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ลดลงอย่างมากจาก 44 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตันใน Q2/65 เหลือเพียง 152 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตันใน Q3/65 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจผลิตสารอะโรเมติกส์ (TPX) ที่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 487 ล้านบาทใน Q2/65 เป็น 584 ล้านบาทใน Q3/65 **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาสถัดไป ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาน้ำมันดิบใน Q4/65 มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจาก Q3/65 เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงหน้าหนาว ประกอบกับกลุ่ม OPEC+ ปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยลดแรงกดดันจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันลงได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดสารอะโรเมติกส์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ในจีน แต่คาดว่าส่วนต่างราคาจะดีขึ้นจากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวและเทศกาล ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาทใน Q3/65:** พลิกจากกำไร 2,063 ล้านบาทใน Q3/64 เนื่องจากผลกระทบขาดทุนสต็อกน้ำมันและส่วนต่างปิโตรเคมีที่ลดลง * **รายได้จากการขาย 124,174 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 52% YoY แต่ลดลง 13% QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลง * **กำไรขั้นต้นจากการผลิต (ไม่รวมสต็อก) 8.8 USD/bbl:** ลดลงจาก 25.6 USD/bbl ใน Q2/65 แต่เพิ่มขึ้นจาก 5.5 USD/bbl ใน Q3/64 * **ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 9,238 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 7,557 ล้านบาทใน Q2/65 และกำไร 3,915 ล้านบาทใน Q3/64 * **EBITDA รวม 568 ล้านบาท:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 22,322 ล้านบาทใน Q2/65 และ 6,784 ล้านบาทใน Q3/64 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขายรวม 124,174 ล้านบาท ลดลง 19,718 ล้านบาท (13%) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q2/65) ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอุปสงค์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q3/64) รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 44,214 ล้านบาท (52%) จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน อยู่ที่ 8.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงอย่างมากจาก 25.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลใน Q2/65 เนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวลดลง และส่วนต่างราคาต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้น แต่ยังคงดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 5.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ผลกระทบที่สำคัญคือการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจำนวน 9,238 ล้านบาทใน Q3/65 เทียบกับกำไรจากสต็อกน้ำมัน 7,557 ล้านบาทใน Q2/65 และกำไร 3,915 ล้านบาทใน Q3/64 ทำให้ EBITDA รวมของกลุ่มลดลงอย่างมากจาก 22,322 ล้านบาทใน Q2/65 เหลือเพียง 568 ล้านบาทใน Q3/65 เมื่อรวมรายการอื่นๆ เช่น กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน 5,090 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 1,710 ล้านบาท ทำให้กลุ่มไทยออยล์มีผลขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาทใน Q3/65 เทียบกับกำไรสุทธิ 2,063 ล้านบาทใน Q3/64 สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 32,521 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 7,545 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้น และกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน GPSC ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุปสงค์พลังงาน:** ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว และการหันมาใช้น้ำมันแทนก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า * **การผ่อนคลายมาตรการเดินทาง:** หลายประเทศทั่วโลกเริ่มเปิดประเทศและผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทาง ส่งผลดีต่อความต้องการใช้น้ำมันเพื่อการเดินทาง * **การปรับปรุงประสิทธิภาพโครงการ CFP:** โครงการ Clean Fuel Project (CFP) มีความคืบหน้ากว่า 87.5% และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2567 ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและลดต้นทุนในระยะยาว * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การปรับแผนการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและสภาวะตลาด ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก อาจส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ * **อุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น:** การเปิดดำเนินการโรงผลิตใหม่ในจีนและภูมิภาคอื่นๆ อาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดและกดดันส่วนต่างราคา * **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์:** สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงมาตรการล็อกดาวน์ในจีน ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่ออุปสงค์และเสถียรภาพของตลาดพลังงาน * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก และสถานการณ์อุปทานจาก OPEC+ * **ความคืบหน้าโครงการ CFP:** การบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามแผนและงบประมาณที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงการทยอยเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2567 * **ผลกระทบจากกำลังการผลิตใหม่ในตลาดอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์:** ประเมินผลกระทบต่อส่วนต่างราคาและอัตรากำไรของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง * **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** กลยุทธ์การบริหารจัดการสต็อกเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน:** ใน Q3/65 โรงกลั่นไทยออยล์มีอัตราการใช้กำลังการกลั่น 104% ลดลงจาก Q2/65 เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงตามแผน ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตลดลง กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) อยู่ที่ 6.7 USD/bbl ลดลงอย่างมากจาก 25.1 USD/bbl ใน Q2/65 และขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 9.6 USD/bbl ทำให้โรงกลั่นมีผลขาดทุนสุทธิ 1,261 ล้านบาท เทียบกับกำไร 25,543 ล้านบาทใน Q2/65 **ธุรกิจผลิตสารอะโรเมติกส์:** TPX มีอัตราการผลิตสารอะโรเมติกส์ 70% ลดลงจาก Q2/65 โดยมี Product-to-feed Margin เพิ่มขึ้น 34 USD/ton จากส่วนต่างราคาที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 584 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 487 ล้านบาทใน Q2/65 **ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** TLB มีอัตราการผลิต Base oil 86% และมี Product-to-feed Margin ที่ 209 USD/ton เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 133 USD/ton ใน Q2/65 ซึ่งเป็นผลจากส่วนต่างราคายางมะตอยกับน้ำมันเตาที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ TLB มีกำไรสุทธิ 1,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 753 ล้านบาทจาก Q2/65 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มไทยออยล์มีสินทรัพย์รวม 440,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 72% จากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12% จากการลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น โครงการ CFP หนี้สินรวมอยู่ที่ 282,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากสิ้นปี 2564 โดยมีหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 126% จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบและ Extended Trade Credit ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 157,715 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากสิ้นปี 2564 จากผลกำไรสุทธิและผลกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC รวมถึงการเพิ่มทุน กลุ่มไทยออยล์มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 22,778 ล้านบาท แต่มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 7,213 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำหรับโครงการ CFP และ TOP SPP รวมถึงการขายหุ้น GPSC ทำให้เงินสดสุทธิลดลง 7,824 ล้านบาท ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันจำนวนมาก และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโต YoY แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในไตรมาส 4 คาดว่าจะดีขึ้นจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและโครงการลงทุนระยะยาวอย่าง CFP ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์และผลกระทบจากกำลังการผลิตใหม่ในตลาดปิโตรเคมีอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
109,356.75 ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59 ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68 %
กำไรสุทธิ
2,458.08 ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25 %
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2% YoY
D/E Ratio
1.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
109,356.75
-2.83%
112,536.48
-5.87%
119,556.43
-4.68%
125,426.44
+15.77%
108,338.41
+76.29%
61,453.77
-36.61%
กำไรขั้นต้น —
6,207.59
+153.22%
-11,664.94
-93.49%
-6,028.56
+87.46%
-48,066.81
-789.61%
6,970.10
+109.49%
-73,484.39
+57.13%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,390.69
+22.84%
1,132.08
-1.49%
1,149.20
-32.04%
1,690.89
+52.08%
1,111.87
+33.68%
831.71
+2.50%
กำไรสุทธิ —
2,458.08
-11.16%
2,766.76
-6.03%
2,944.34
+1,905.35%
146.82
-97.08%
5,032.68
-30.65%
7,257.43
+265.79%
กำไรต่อหุ้น —
1.10
-11.22%
1.24
-5.99%
1.32
+1,896.97%
0.07
-97.07%
2.25
-30.66%
3.25
+265.88%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
5.68
+154.77%
-10.37
-105.75%
-5.04
+86.85%
-38.32
-695.96%
6.43
+105.38%
-119.58
+32.37%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
1.27
+25.74%
1.01
+5.21%
0.96
-28.89%
1.35
+31.07%
1.03
-23.70%
1.35
+60.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
2.25
-8.54%
2.46
2.46
+1,950.00%
0.12
-97.42%
4.65
-60.63%
11.81
+476.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
118.95
+100.62%
-19,273.32
-6,478.60%
-292.97
+99.42%
-50,950.42
-1,216.58%
4,563.07
-63.99%
12,673.43
+0.11%
ROE(%) —
8.70
+43.80%
6.05
-49.96%
12.09
-48.75%
23.59
+122.34%
10.61
+478.93%
-2.80
-146.28%
ROA(%) —
4.85
+23.10%
3.94
-39.94%
6.56
-42.36%
11.38
+103.58%
5.59
+1,452.78%
0.36
-90.86%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.21
-17.12%
1.46
-2.67%
1.50
-16.67%
1.80
-7.22%
1.94
+25.16%
1.55
+6.16%
P/E —
5.40
-13.32%
6.23
-13.59%
7.21
+115.22%
3.35
-50.88%
6.82
0.00
P/BV —
0.47
+23.68%
0.38
-49.33%
0.75
-7.41%
0.81
-6.90%
0.87
-11.22%
0.98
-18.33%
BV —
77.00
+4.12%
73.95
+3.04%
71.77
+3.28%
69.49
+22.73%
56.62
+7.15%
52.84
-9.02%
YIELD(%) —
5.28
-56.15%
12.04
+75.00%
6.88
+63.03%
4.22
+199.29%
1.41
-51.04%
2.88
-24.21%
ราคาหุ้น —
36.00
+27.43%
28.25
-47.44%
53.75
-4.44%
56.25
+13.64%
49.50
-4.81%
52.00
-25.45%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
90.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
130,298.94
+16.11%
112,221.84
-10.49%
125,371.33
-18.50%
153,828.19
+51.95%
101,238.89
-11.37%
114,229.16
-15.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
296,984.88
+0.07%
296,788.59
+0.74%
294,621.38
+1.33%
290,752.67
+11.44%
260,905.23
+35.92%
191,958.50
+29.03%
รวมสินทรัพย์ —
427,283.81
+4.47%
409,010.43
-2.61%
419,992.70
-5.53%
444,580.86
+22.76%
362,144.12
+18.28%
306,187.66
+8.02%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
90,388.81
+33.59%
67,663.09
-7.94%
73,501.32
-29.10%
103,673.02
+169.45%
38,476.13
+34.44%
28,620.22
-25.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
143,863.40
-17.87%
175,162.44
-1.69%
178,179.69
-2.23%
182,250.47
-9.14%
200,573.91
+27.39%
157,449.01
+30.28%
รวมหนี้สิน —
234,252.21
-3.53%
242,825.53
-3.52%
251,681.01
-11.98%
285,923.49
+19.61%
239,050.04
+28.47%
186,069.23
+16.64%
รวมส่วนของเจ้าของ —
193,031.60
+16.15%
166,184.90
-1.26%
168,311.69
+6.09%
158,657.37
+28.89%
123,094.08
+2.48%
120,118.43
-3.07%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.70
6.05
12.09
23.59
10.61
-2.80
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.85
3.94
6.56
11.38
5.59
0.36
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.44
1.66
1.71
1.48
2.63
3.99
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.02
1.00
0.89
0.70
1.38
3.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
23.66
22.97
0.00
0.00
20.14
28.76
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
34.72
37.81
0.00
0.00
35.43
37.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
61.14
41.27
0.00
0.00
20.99
32.94
วงจรเงินสด —
-2.76
19.51
0.00
0.00
34.58
33.53
D/E —
1.21
1.46
1.50
1.80
1.94
1.55
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
8,990.33
-154.74%
-16,423.33
-36.47%
-25,850.74
+184.66%
-9,081.41
-208.58%
8,363.47
+243.50%
2,434.75
-81.40%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-17,957.59
-440.38%
5,275.79
-35.01%
8,117.36
-439.88%
-2,388.33
-127.93%
8,550.78
-118.01%
-47,490.25
-303.44%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
42,420.06
+240.27%
12,466.45
-52.13%
26,040.70
+32.91%
19,593.22
-49.14%
38,525.76
+87.24%
20,575.47
+153.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
33,452.81
+2,436.42%
1,318.90
-84.12%
8,307.32
+2.26%
8,123.48
-85.40%
55,650.76
-327.33%
-24,480.03
-154.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%
74,854.23
+121.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
62,568.20
+115.44%
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%