บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.50
+1.25 (+1.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=33643 out_tok=3283 at=2026-07-26T09:54:06 -->
# TOP Q3/64 กำไรสุทธิฟื้นตัว 1,348% YoY รับอานิสงส์ราคาน้ำมันพุ่ง-ส่วนต่างการกลั่นดีขึ้น
## รายได้-กำไรโตแรง YoY จากราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่สูงขึ้น ขณะที่ส่วนต่างการกลั่นปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการใช้น้ำมันที่ฟื้นตัว
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 2,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,348% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 715 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 22,843 ล้านบาท เป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับส่วนต่างกำไรขั้นต้นจากการกลั่นที่ปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการใช้น้ำมันที่ฟื้นตัวหลังหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ประกอบกับส่วนต่างกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Gross Integrated Margin) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q3/63) ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่สูงขึ้น:** ราคา **น้ำมันดิบดูไบ** ใน Q3/64 เฉลี่ยอยู่ที่ 71.7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 28.8 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 67% เมื่อเทียบกับ Q3/63 ที่ 42.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปัจจัยหลักมาจากความต้องการใช้น้ำมันที่เริ่มฟื้นตัวหลังประชากรโลกได้รับการฉีดวัคซีนและหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ รวมถึงอุปทานน้ำมันดิบที่ตึงตัวจากพายุเฮอริเคนไอดา ส่งผลให้ **รายได้จากการขาย** ของกลุ่ม TOP เพิ่มขึ้น 22,843 ล้านบาท YoY
* **ส่วนต่างกำไรขั้นต้นจากการกลั่นที่ดีขึ้น:** **กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมัน** เพิ่มขึ้นถึง 4.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล YoY มาอยู่ที่ 5.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปัจจัยหลักมาจากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าดกับน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวดีขึ้น จากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในช่วงฤดูกาลขับขี่หลังการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง และอุปทานน้ำมันเบนซินที่ตึงตัว รวมถึงจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกับน้ำมันเตา และส่วนต่างราคาสารเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ก็ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรจากสต๊อกน้ำมัน:** ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ TOP มี **กำไรจากสต๊อกน้ำมัน** 3,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 929 ล้านบาท YoY
* **การรับรู้กำไรจากการขายหุ้น UBE:** การขายหุ้นบางส่วนในบริษัท อุบล ไบโอเอทานอล จำกัด (มหาชน) (UBE) ทำให้ TOP รับรู้ **กำไรก่อนภาษีจำนวน 624 ล้านบาท** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยผันผวน**
* **ปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่อง:** แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการฉีดวัคซีนที่คืบหน้า จะยังคงสนับสนุนความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในระยะต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่ความต้องการใช้พลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้น และการที่หลายประเทศยังคงมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
* **ปัจจัยผันผวนที่ต้องจับตา:** ราคา commodity ยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยด้านอุปทาน (เช่น การผลิตของ OPEC+ การกลับมาของอิหร่าน) และอุปสงค์ (การควบคุมการใช้ไฟฟ้าในจีน, การกลับมาของโควิดสายพันธุ์ใหม่) นอกจากนี้ การลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น โครงการพลังงานสะอาด (CFP) และการลงทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ผ่าน PT TOP Investment Indonesia (TII) จะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและผลประกอบการในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกฟื้นแรง:** Q3/64 กำไรสุทธิ 2,063 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 715 ล้านบาทใน Q3/63
* **รายได้จากการขายเติบโต:** เพิ่มขึ้น 22,843 ล้านบาท YoY เป็น 79,960 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **ส่วนต่างกำไรกลั่นดีขึ้น:** Gross Integrated Margin (ไม่รวมสต็อก) เพิ่มขึ้น 4.5 US$/bbl YoY เป็น 5.5 US$/bbl
* **กำไรจากสต็อกน้ำมัน:** 3,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 929 ล้านบาท YoY
* **รับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น UBE:** 624 ล้านบาท (ก่อนภาษี)
* **EBITDA เติบโต:** เพิ่มขึ้น 2,965 ล้านบาท YoY เป็น 6,784 ล้านบาท
* **การลงทุนใน CAP:** จัดตั้ง PT TOP Investment Indonesia (TII) และเข้าลงทุน 15% ใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขาย 79,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22,843 ล้านบาท (YoY) และเพิ่มขึ้น 1,840 ล้านบาท (QoQ) โดยมีกำไรสุทธิ 2,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,348% (YoY) และลดลง 60 ล้านบาท (QoQ) EBITDA อยู่ที่ 6,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,965 ล้านบาท (YoY) และลดลง 219 ล้านบาท (QoQ)
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน:** การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และการฉีดวัคซีนที่คืบหน้าทั่วโลก หนุนความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
* **ส่วนต่างกำไรที่สูงขึ้น:** แนวโน้มส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับดี โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันอากาศยาน
* **การลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมี:** การเข้าลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการเติบโตในธุรกิจปิโตรเคมี
* **โครงการ CFP:** โครงการ Clean Fuel Project (CFP) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าผลิตภัณฑ์ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ความไม่แน่นอนของอุปทานและอุปสงค์ทั่วโลกอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างกำไร
* **การควบคุมการใช้ไฟฟ้าในจีน:** ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ โดยเฉพาะเบนซีน
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ
* **รายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** การวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาคุ้มครองความเสี่ยงราคาสินค้า ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจำนวนมาก
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การกู้ยืมเพื่อลงทุนในโครงการต่างๆ อาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** การเปลี่ยนแปลงของอุปทานและอุปสงค์ทั่วโลก
* **ส่วนต่างกำไรการกลั่น (GRM):** การฟื้นตัวของอุปสงค์และอุปทานผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจอะโรเมติกส์:** โดยเฉพาะส่วนต่างราคาเบนซีนและพาราไซลีน ท่ามกลางการควบคุมการใช้ไฟฟ้าในจีน
* **ความคืบหน้าโครงการ CFP:** การลงทุนและการก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด
* **ผลการดำเนินงานของ PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP):** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากการลงทุน
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่ผันผวน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน:** Q3/64 มีอัตราการใช้กำลังการกลั่น 92% ลดลงจาก Q2/64 แต่มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 2,234 ล้านบาท YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) เพิ่มขึ้น 1.2 US$/bbl QoQ เป็น 1.6 US$/bbl และเพิ่มขึ้น 2.7 US$/bbl YoY เป็น 1.6 US$/bbl EBITDA ของธุรกิจโรงกลั่นเพิ่มขึ้น 502 ล้านบาท QoQ และเพิ่มขึ้น 1,471 ล้านบาท YoY
* **ธุรกิจผลิตสารอะโรเมติกส์:** TPX มีอัตราการผลิต 88% รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 737 ล้านบาท QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ Product-to-feed Margin ลดลง 22 US$/ton QoQ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย QoQ แต่เพิ่มขึ้น 445 ล้านบาท YoY
* **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB):** LABIX มีอัตราการผลิต 118% รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 738 ล้านบาท QoQ จากราคา LAB ที่สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 178 ล้านบาท QoQ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 164 ล้านบาท QoQ และพลิกจากขาดทุนสุทธิใน Q3/63 เป็นกำไรสุทธิ 426 ล้านบาทใน Q3/64
* **ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** TLB มีอัตราการผลิต Base oil 88% ลดลง QoQ แต่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 62 ล้านบาท QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม Product-to-feed Margin ลดลง 44 US$/ton QoQ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 348 ล้านบาท QoQ แต่เพิ่มขึ้น 663 ล้านบาท YoY
* **ธุรกิจผลิตไฟฟ้า:** TOP SPP มีรายได้เพิ่มขึ้น 246 ล้านบาท QoQ และ 299 ล้านบาท YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติ และปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ EBITDA และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสารทำละลาย:** TOS มีอัตราการผลิต 102% ลดลง QoQ แต่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 135 ล้านบาท QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง ส่งผลให้ EBITDA และกำไรสุทธิลดลง QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY
* **ธุรกิจผลิตสารโอเลฟินส์:** TII รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน 15 ล้านบาท QoQ จากราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเอทานอล:** TET มีรายได้จากการขายลดลง 55 ล้านบาท QoQ จากราคาจำหน่ายที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ EBITDA ลดลง QoQ แต่มีกำไรสุทธิ 535 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากรายการพิเศษจากการขายหุ้น UBE
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 345,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% จากสิ้นปี 63 โดยหลักจากการลงทุนในบริษัทร่วมและโครงการต่างๆ
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 228,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% จากสิ้นปี 63 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 117,605 ล้านบาท ลดลง 2.1% จากสิ้นปี 63 จากการจ่ายเงินปันผล
* **กระแสเงินสด:** 9M/64 มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 35,415 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทร่วม (TII ใน CAP) และโครงการ CFP รวมถึงการซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 29,757 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ของ TOP ฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจากปัจจัยบวกด้านราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงส่วนต่างกำไรจากการกลั่นที่ดีขึ้น ประกอบกับการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น UBE อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
109,356.75
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59
ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68
%
กำไรสุทธิ
2,458.08
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
87.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
8,990.33
-154.74%
|
-16,423.33
-36.47%
|
-25,850.74
+184.66%
|
-9,081.41
-208.58%
|
8,363.47
+243.50%
|
2,434.75
-81.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-17,957.59
-440.38%
|
5,275.79
-35.01%
|
8,117.36
-439.88%
|
-2,388.33
-127.93%
|
8,550.78
-118.01%
|
-47,490.25
-303.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
42,420.06
+240.27%
|
12,466.45
-52.13%
|
26,040.70
+32.91%
|
19,593.22
-49.14%
|
38,525.76
+87.24%
|
20,575.47
+153.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
33,452.81
+2,436.42%
|
1,318.90
-84.12%
|
8,307.32
+2.26%
|
8,123.48
-85.40%
|
55,650.76
-327.33%
|
-24,480.03
-154.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29,042.41
+2.15%
|
28,431.62
-34.75%
|
43,576.14
+46.74%
|
29,695.94
-44.23%
|
53,243.90
-28.87%
|
74,854.23
+121.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
62,568.20
+115.44%
|
29,042.41
+2.15%
|
28,431.62
-34.75%
|
43,576.14
+46.74%
|
29,695.94
-44.23%
|
53,243.90
-28.87%
|