TOP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TOP
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
69.75
+1.25 (+1.82%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=48272 out_tok=3738 at=2026-07-26T09:39:31 --> # TOP กำไรสุทธิ Q2/66 พลิกบวก 1,117 ล้านบาท รับผลบวกจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ แต่กำไรลดลง QoQ ## รายได้-กำไร Q2/66 ปรับตัวตามราคาพลังงานโลก ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นปัจจัยกดดันจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง และขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,117 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 24,210 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิปรับลดลง 3,437 ล้านบาท โดยฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง และขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน **หัวใจกำไรในไตรมาส 2/2566 ของ TOP คือ การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม แต่หากพิจารณาผลการดำเนินงานจากการดำเนินธุรกิจหลัก พบว่ากำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (Gross Integrated Margin) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า** **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจหลักที่ทำให้ TOP พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 คือ **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ซึ่งมีมูลค่า 17,334 ล้านบาท (ก่อนภาษี) หรือ 12,880 ล้านบาท (หลังภาษี) ใน Q2/65 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานจากการดำเนินธุรกิจหลัก พบว่า **กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน ปรับตัวลดลงอย่างมากถึง 19.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับ Q2/65** โดยใน Q2/66 อยู่ที่ 4.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน) ลดลงจาก 9.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลใน Q1/66 **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** * **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** การบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ใน Q2/65 เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสูงในปีก่อนหน้า * **กำไรขั้นต้นจากการผลิตลดลง:** สาเหตุหลักมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซลหลังอุปทานน้ำมันรัสเซียยังคงซื้อขายในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาดมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ลดลง * **ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน:** ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงส่งผลให้มีขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 1,929 ล้านบาทใน Q2/66 เทียบกับกำไรจากสต็อกน้ำมัน 7,557 ล้านบาทใน Q2/65 **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** **ลักษณะครั้งคราว** ผลกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นรายการพิเศษครั้งเดียว (Non-recurring item) ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป ส่วนผลการดำเนินงานจากการกลั่นน้ำมันและธุรกิจปิโตรเคมีนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านราคา commodity และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีความผันผวนสูงตามสภาวะตลาดโลก โดยแนวโน้มในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2566 ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอุปทานที่ตึงตัว แต่ความต้องการใช้น้ำมันอาจถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่วนค่าการกลั่นมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามฤดูกาล แต่ถูกกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/66 พลิกบวก 1,117 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุนสุทธิ 24,210 ล้านบาทใน Q2/65 โดยมีปัจจัยหลักจากการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม * **กำไรสุทธิลดลง 3,437 ล้านบาท QoQ** จาก 4,554 ล้านบาทใน Q1/66 เนื่องจากกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มลดลง และขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน * **รายได้จากการขาย Q2/66 อยู่ที่ 108,467 ล้านบาท** ลดลง 7,476 ล้านบาท QoQ และลดลง 35,425 ล้านบาท YoY โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลง * **กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน ลดลง 5.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล QoQ** อยู่ที่ 4.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซลกับราคาน้ำมันดิบดูไบปรับลดลง * **ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 1,929 ล้านบาทใน Q2/66** ลดลง 1,410 ล้านบาท QoQ แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Q2/65 ที่มีกำไรจากสต็อกน้ำมัน 7,557 ล้านบาท * **EBITDA Q2/66 อยู่ที่ 4,618 ล้านบาท** ลดลง 3,564 ล้านบาท QoQ และลดลง 17,704 ล้านบาท YoY ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP มีรายได้จากการขายรวม 108,467 ล้านบาท ลดลง 7.48% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/66) และลดลง 24.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/65) โดยสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,117 ล้านบาท หรือ 0.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งพลิกกลับมามีกำไรจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 24,210 ล้านบาท แต่หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิลดลง 3,437 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มที่ลดลง และการขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 224,410 ล้านบาท ลดลง 13.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 5,671 ล้านบาท ลดลง 77.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนใน GPSC ในช่วง 6 เดือนแรกของปีก่อน ## โอกาส * **แนวโน้มค่าการกลั่นปรับตัวดีขึ้น:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าค่าการกลั่นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในช่วงเทศกาลขับขี่และฤดูหนาว รวมถึงปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี * **การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ TOP SPP Expansion:** โครงการนี้เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 ส่งผลให้รายได้และ EBITDA ของธุรกิจผลิตไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้น * **การฟื้นตัวของตลาดอะโรเมติกส์บางส่วน:** แม้ตลาดโดยรวมยังมีความผันผวน แต่ส่วนต่างราคาพาราไซลีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ที่สนับสนุนในช่วงปลายฤดูร้อนในเอเชีย และอุปทานที่ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุง ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี โดยเฉพาะความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่แน่นอน * **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง:** โดยเฉพาะส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซลกับราคาน้ำมันดิบดูไบ รวมถึงส่วนต่างราคาสารเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ปรับลดลง กดดันต่อกำไรขั้นต้น * **การขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน:** ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนอาจส่งผลให้เกิดการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันได้ * **ความล่าช้าและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของโครงการ CFP:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ทำให้โครงการมีความล่าช้ากว่าแผน และคาดว่าจะมีผลทำให้งบประมาณรวมของโครงการเพิ่มขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคา Crude Oil และ Gross Integrated Margin:** ติดตามทิศทางราคาพลังงานและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของผลประกอบการ * **ความคืบหน้าโครงการ Clean Fuel Project (CFP):** จับตาการปรับเปลี่ยนแผนงานและมาตรการเร่งรัดต่างๆ รวมถึงผลกระทบต่องบประมาณและกำหนดการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2567 * **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก:** ประเมินผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี * **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** ติดตามการบริหารจัดการสต็อกเพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจผลิตไฟฟ้า:** การรับรู้รายได้เต็มที่จากโครงการ TOP SPP Expansion จะเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **ธุรกิจการกลั่นน้ำมัน:** ในไตรมาส 2/2566 โรงกลั่นไทยออยล์มีอัตราการใช้กำลังการกลั่น 113% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า แต่กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน) ลดลง 5.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล QoQ อยู่ที่ 4.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซลกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับลดลง ประกอบกับการขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 1,929 ล้านบาท ส่งผลให้ EBITDA ของโรงกลั่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ **ธุรกิจผลิตสารอะโรเมติกส์:** บริษัท ไทยพาราไซลีน จำกัด (TPX) มีอัตราการผลิตสารอะโรเมติกส์ 71% เพิ่มขึ้น 4% QoQ โดย Product-to-feed Margin ลดลง 16 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน QoQ เนื่องจากส่วนต่างราคาสารเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม TPX มีกำไรสุทธิ 225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143 ล้านบาท QoQ จากการบันทึกกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB):** บริษัท ลาบิกซ์ จำกัด (LABIX) มีอัตราการผลิตสาร LAB 125% และปริมาณการขายใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แต่รายได้จากการขายลดลง 571 ล้านบาท QoQ เนื่องจากระดับราคาสาร LAB ปรับลดลงตามราคาสารตั้งต้น แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้น 43 ล้านบาท QoQ และมีกำไรสุทธิ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49 ล้านบาท QoQ **ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** บริษัท ไทยลู้บเบส จำกัด (มหาชน) (TLB) มีอัตราการผลิต Base oil 83% และรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 304 ล้านบาท QoQ จากการวางแผนการผลิตแบบกลุ่ม แต่ Product-to-feed Margin ลดลง 36 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน QoQ ส่งผลให้ EBITDA และกำไรสุทธิลดลง QoQ **ธุรกิจผลิตไฟฟ้า:** บริษัท ท็อป เอสพีพี จำกัด (TOP SPP) มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 799 ล้านบาท QoQ และ EBITDA เพิ่มขึ้น 257 ล้านบาท QoQ จากการรับรู้รายได้เต็มที่ของโครงการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ (TOP SPP Expansion) ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 **ธุรกิจเอทานอล:** บริษัท ไทยออยล์ เอทานอล จำกัด (TET) มีรายได้จากการขายลดลง 62 ล้านบาท QoQ เนื่องจากปริมาณการขายลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน แม้ราคาจำหน่ายสูงขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นมาก ส่งผลให้ EBITDA ลดลง และมีผลขาดทุนสุทธิ 6 ล้านบาท ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มไทยออยล์มีสินทรัพย์รวม 406,956 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการจ่ายเงินปันผลและลงทุนในโครงการต่างๆ รวมถึงลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่ลดลงตามราคาน้ำมัน หนี้สินรวมอยู่ที่ 251,111 ล้านบาท ลดลง 12% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากหนี้สินหมุนเวียนและเงินกู้ยืมระยะยาวที่ลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 155,845 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลกำไรสุทธิหักล้างกับเงินปันผลจ่าย ใน 6 เดือนแรกของปี 2566 กลุ่มไทยออยล์มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 13,818 ล้านบาท แต่มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 8,274 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project) และมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 16,870 ล้านบาท จากการชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืม ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 11,326 ล้านบาท ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ของ TOP พลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการบันทึกรายการพิเศษ แต่ผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลักยังคงเผชิญแรงกดดันจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลงและขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน แม้ว่าแนวโน้มค่าการกลั่นในช่วงครึ่งปีหลังจะดีขึ้น แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่โครงการ CFP มีความคืบหน้าแต่ก็เผชิญความล่าช้าและต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
109,356.75 ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59 ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68 %
กำไรสุทธิ
2,458.08 ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25 %
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2% YoY
D/E Ratio
1.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
109,356.75
-2.83%
112,536.48
-5.87%
119,556.43
-4.68%
125,426.44
+15.77%
108,338.41
+76.29%
61,453.77
-36.61%
กำไรขั้นต้น —
6,207.59
+153.22%
-11,664.94
-93.49%
-6,028.56
+87.46%
-48,066.81
-789.61%
6,970.10
+109.49%
-73,484.39
+57.13%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,390.69
+22.84%
1,132.08
-1.49%
1,149.20
-32.04%
1,690.89
+52.08%
1,111.87
+33.68%
831.71
+2.50%
กำไรสุทธิ —
2,458.08
-11.16%
2,766.76
-6.03%
2,944.34
+1,905.35%
146.82
-97.08%
5,032.68
-30.65%
7,257.43
+265.79%
กำไรต่อหุ้น —
1.10
-11.22%
1.24
-5.99%
1.32
+1,896.97%
0.07
-97.07%
2.25
-30.66%
3.25
+265.88%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
5.68
+154.77%
-10.37
-105.75%
-5.04
+86.85%
-38.32
-695.96%
6.43
+105.38%
-119.58
+32.37%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
1.27
+25.74%
1.01
+5.21%
0.96
-28.89%
1.35
+31.07%
1.03
-23.70%
1.35
+60.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
2.25
-8.54%
2.46
2.46
+1,950.00%
0.12
-97.42%
4.65
-60.63%
11.81
+476.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
118.95
+100.62%
-19,273.32
-6,478.60%
-292.97
+99.42%
-50,950.42
-1,216.58%
4,563.07
-63.99%
12,673.43
+0.11%
ROE(%) —
8.70
+43.80%
6.05
-49.96%
12.09
-48.75%
23.59
+122.34%
10.61
+478.93%
-2.80
-146.28%
ROA(%) —
4.85
+23.10%
3.94
-39.94%
6.56
-42.36%
11.38
+103.58%
5.59
+1,452.78%
0.36
-90.86%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.21
-17.12%
1.46
-2.67%
1.50
-16.67%
1.80
-7.22%
1.94
+25.16%
1.55
+6.16%
P/E —
5.40
-13.32%
6.23
-13.59%
7.21
+115.22%
3.35
-50.88%
6.82
0.00
P/BV —
0.47
+23.68%
0.38
-49.33%
0.75
-7.41%
0.81
-6.90%
0.87
-11.22%
0.98
-18.33%
BV —
77.00
+4.12%
73.95
+3.04%
71.77
+3.28%
69.49
+22.73%
56.62
+7.15%
52.84
-9.02%
YIELD(%) —
5.28
-56.15%
12.04
+75.00%
6.88
+63.03%
4.22
+199.29%
1.41
-51.04%
2.88
-24.21%
ราคาหุ้น —
36.00
+27.43%
28.25
-47.44%
53.75
-4.44%
56.25
+13.64%
49.50
-4.81%
52.00
-25.45%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
90.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
130,298.94
+16.11%
112,221.84
-10.49%
125,371.33
-18.50%
153,828.19
+51.95%
101,238.89
-11.37%
114,229.16
-15.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
296,984.88
+0.07%
296,788.59
+0.74%
294,621.38
+1.33%
290,752.67
+11.44%
260,905.23
+35.92%
191,958.50
+29.03%
รวมสินทรัพย์ —
427,283.81
+4.47%
409,010.43
-2.61%
419,992.70
-5.53%
444,580.86
+22.76%
362,144.12
+18.28%
306,187.66
+8.02%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
90,388.81
+33.59%
67,663.09
-7.94%
73,501.32
-29.10%
103,673.02
+169.45%
38,476.13
+34.44%
28,620.22
-25.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
143,863.40
-17.87%
175,162.44
-1.69%
178,179.69
-2.23%
182,250.47
-9.14%
200,573.91
+27.39%
157,449.01
+30.28%
รวมหนี้สิน —
234,252.21
-3.53%
242,825.53
-3.52%
251,681.01
-11.98%
285,923.49
+19.61%
239,050.04
+28.47%
186,069.23
+16.64%
รวมส่วนของเจ้าของ —
193,031.60
+16.15%
166,184.90
-1.26%
168,311.69
+6.09%
158,657.37
+28.89%
123,094.08
+2.48%
120,118.43
-3.07%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.70
6.05
12.09
23.59
10.61
-2.80
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.85
3.94
6.56
11.38
5.59
0.36
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.44
1.66
1.71
1.48
2.63
3.99
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.02
1.00
0.89
0.70
1.38
3.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
23.66
22.97
0.00
0.00
20.14
28.76
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
34.72
37.81
0.00
0.00
35.43
37.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
61.14
41.27
0.00
0.00
20.99
32.94
วงจรเงินสด —
-2.76
19.51
0.00
0.00
34.58
33.53
D/E —
1.21
1.46
1.50
1.80
1.94
1.55
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
8,990.33
-154.74%
-16,423.33
-36.47%
-25,850.74
+184.66%
-9,081.41
-208.58%
8,363.47
+243.50%
2,434.75
-81.40%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-17,957.59
-440.38%
5,275.79
-35.01%
8,117.36
-439.88%
-2,388.33
-127.93%
8,550.78
-118.01%
-47,490.25
-303.44%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
42,420.06
+240.27%
12,466.45
-52.13%
26,040.70
+32.91%
19,593.22
-49.14%
38,525.76
+87.24%
20,575.47
+153.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
33,452.81
+2,436.42%
1,318.90
-84.12%
8,307.32
+2.26%
8,123.48
-85.40%
55,650.76
-327.33%
-24,480.03
-154.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%
74,854.23
+121.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
62,568.20
+115.44%
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%