บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.50
+1.25 (+1.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=33885 out_tok=3406 at=2026-07-27T13:39:03 -->
# TOP Q2/64 กำไรสุทธิวูบ 44% รับผลกระทบราคาผลิตภัณฑ์ผันผวน-ขาดทุนสต็อกน้ำมัน
## รายได้รวมวูบ 12% แต่กำไรขั้นต้นดีขึ้นจากธุรกิจปิโตรเคมี-น้ำมันหล่อลื่น ขณะที่ธุรกิจโรงกลั่นเผชิญแรงกดดัน
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 2,123 ล้านบาท ลดลง 1,237 ล้านบาท หรือ 44% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/64) โดยมีรายได้จากการขาย 78,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,671 ล้านบาท จากราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้น แต่กำไรสุทธิลดลงเนื่องจากปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและรายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TOP ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/64) มาจาก **การรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับ **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน** แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันลดลง:** แม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้นใน Q2/64 แต่กำไรจากสต็อกน้ำมันกลับลดลง 873 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ Q1/64 เนื่องจากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ไม่ได้ส่งผลบวกต่อสต็อกน้ำมันเท่ากับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังมีการ **ปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป** 71 ล้านบาท เทียบกับการกลับรายการมูลค่า 109 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
* **รายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน:** กลุ่มไทยออยล์มีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงินจำนวน 1,043 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาคุ้มครองความเสี่ยงราคาสินค้า
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 1,286 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มดีขึ้น:** แม้ภาพรวมกำไรสุทธิจะลดลง แต่กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 5.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจ **น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน** ที่ส่วนต่างราคากับน้ำมันเตาปรับตัวสูงขึ้นมาก และ **ธุรกิจอะโรเมติกส์** ที่ส่วนต่างราคาเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก รวมถึง **ธุรกิจสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB)** ที่มีความต้องการที่ดีและอุปทานตึงตัว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่เป็นรายการที่ **มีลักษณะครั้งคราว** หรือ **ผันผวนตามสภาวะตลาด** เช่น ผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน, การวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน, และอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์จะดีขึ้นในไตรมาสถัดไป แต่ความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์และปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 อยู่ที่ 2,123 ล้านบาท ลดลง 44% QoQ** จาก 3,360 ล้านบาทใน Q1/64
* **รายได้จากการขาย Q2/64 อยู่ที่ 78,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% QoQ** จาก 73,449 ล้านบาท จากราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นจากการผลิต (ไม่รวมสต็อก) เพิ่มขึ้น 1.1 USD/bbl QoQ** เป็น 5.2 USD/bbl หนุนโดยธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและอะโรเมติกส์
* **กำไรจากสต็อกน้ำมันลดลง 873 ล้านบาท QoQ** เหลือ 3,783 ล้านบาท
* **EBITDA Q2/64 อยู่ที่ 7,003 ล้านบาท ลดลง 15% QoQ** จาก 8,272 ล้านบาท
* **มีการลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ในอินโดนีเซีย** สัดส่วนไม่เกิน 15.38% มูลค่าไม่เกิน 1,183 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อขยายสู่ธุรกิจปิโตรเคมี
* **ธุรกิจโรงกลั่นมีผลขาดทุนสุทธิ 1,014 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 898 ล้านบาทใน Q1/64 เนื่องจากผลกระทบจากสต็อกน้ำมันและรายการทางการเงิน
* **ธุรกิจอะโรเมติกส์ (TPX) มีกำไรสุทธิ 719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% QoQ** จากราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น
* **ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (TLB) มีกำไรสุทธิ 1,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% QoQ** จากส่วนต่างราคาที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
TOP รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 2,123 ล้านบาท ลดลง 44% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/64) ที่มีกำไรสุทธิ 3,360 ล้านบาท และลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/63) ที่มีกำไรสุทธิ 2,480 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% QoQ เป็น 78,120 ล้านบาท จากราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่สูงขึ้น แต่กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่ลดลง และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2564 (6M/64) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 5,483 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 11,274 ล้านบาทใน 6M/63 โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 25,755 ล้านบาท จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้น และการรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันใน 6M/64 เทียบกับผลขาดทุนใน 6M/63
## โอกาส
* **การขยายสู่ธุรกิจปิโตรเคมี:** การลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ในอินโดนีเซีย เป็นก้าวสำคัญในการกระจายการลงทุนสู่ตลาดปิโตรเคมีที่กำลังเติบโต และต่อยอดห่วงโซ่อุปทานขั้นปลายของธุรกิจไฮโดรคาร์บอน
* **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าราคาผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2564 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการฉีดวัคซีนที่คืบหน้า
* **โครงการ Clean Fuel Project (CFP):** โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการกลั่นน้ำมันดิบ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ราคาพลังงานยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่:** การระบาดของเชื้อกลายพันธุ์อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน และอาจนำไปสู่การกลับมาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การเปิดดำเนินการโรงผลิตใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาจเพิ่มแรงกดดันด้านราคาและการแข่งขัน
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการจากการดำเนินงานที่มีสกุลเงินต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมันหล่อลื่น:** การฟื้นตัวของอุปสงค์และอุปทานในตลาดเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำไรของ TOP
* **ความคืบหน้าของโครงการ CFP และการลงทุนใน CAP:** การดำเนินการตามแผนการลงทุนเหล่านี้จะส่งผลต่อการเติบโตในระยะยาว
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** การควบคุมการแพร่ระบาดและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะส่งผลต่ออุปสงค์น้ำมันและผลิตภัณฑ์
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาผลิตภัณฑ์และต้นทุนน้ำมันดิบจะส่งผลต่อผลกำไรจากการบริหารสต็อก
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การปรับตัวต่อกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอาจมีผลต่อต้นทุนการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ธุรกิจการกลั่นน้ำมัน:** ใน Q2/64 โรงกลั่นไทยออยล์มีอัตราการใช้กำลังการกลั่น 98% แต่มีกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) ลดลงเหลือ 0.4 USD/bbl จาก 0.7 USD/bbl ใน Q1/64 เนื่องจาก Crude Premium ที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจะดีขึ้นก็ตาม การรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันลดลง และรายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ ส่งผลให้ EBITDA ของธุรกิจโรงกลั่นลดลง 2,109 ล้านบาท QoQ และมีผลขาดทุนสุทธิ 1,014 ล้านบาท
* **ธุรกิจผลิตสารอะโรเมติกส์ (TPX):** มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยมีอัตราการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 89% และ Product-to-feed Margin เพิ่มขึ้นเป็น 112 USD/Ton หนุนโดยส่วนต่างราคาเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้มีกำไรสุทธิ 719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% QoQ
* **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LABIX):** กลับมาดำเนินการผลิตเต็มกำลังที่ 117% และมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 16% ประกอบกับราคาสาร LAB ที่สูงขึ้น ทำให้มี EBITDA 454 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 262 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ QoQ
* **ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (TLB):** มีอัตราการผลิต 95% และ Product-to-feed Margin พุ่งสูงขึ้นเป็น 231 USD/Ton จากส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกับน้ำมันเตาที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 1,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% QoQ
* **ธุรกิจผลิตไฟฟ้า (TOP SPP):** มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 132 ล้านบาท QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณจำหน่ายที่มากขึ้น ทำให้มีกำไรสุทธิ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 ล้านบาท QoQ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 กลุ่มไทยออยล์มีสินทรัพย์รวม 320,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 44.3% เป็น 39,897 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินลงทุนในโครงการต่างๆ และจ่ายเงินปันผล หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 8.4% เป็น 201,753 ล้านบาท โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 1.3% เป็น 118,564 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,059 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 11,745 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น โครงการพลังงานสะอาด (CFP) และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 17,890 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินปันผลและการชำระคืนเงินกู้
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.7 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.6 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (EBITDA/ต้นทุนทางการเงิน) อยู่ที่ 7.7 เท่า ลดลงจาก 10.4 เท่าใน Q1/64
## สรุปท้าย
TOP ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากรายการที่ผันผวน เช่น ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและรายการทางการเงิน ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักในกลุ่มปิโตรเคมีและน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานยังคงแสดงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากการที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้น การลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีในอินโดนีเซียและการเดินหน้าโครงการ CFP จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันและสภาวะเศรษฐกิจโลก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์และผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
109,356.75
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59
ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68
%
กำไรสุทธิ
2,458.08
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
87.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
8,990.33
-154.74%
|
-16,423.33
-36.47%
|
-25,850.74
+184.66%
|
-9,081.41
-208.58%
|
8,363.47
+243.50%
|
2,434.75
-81.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-17,957.59
-440.38%
|
5,275.79
-35.01%
|
8,117.36
-439.88%
|
-2,388.33
-127.93%
|
8,550.78
-118.01%
|
-47,490.25
-303.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
42,420.06
+240.27%
|
12,466.45
-52.13%
|
26,040.70
+32.91%
|
19,593.22
-49.14%
|
38,525.76
+87.24%
|
20,575.47
+153.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
33,452.81
+2,436.42%
|
1,318.90
-84.12%
|
8,307.32
+2.26%
|
8,123.48
-85.40%
|
55,650.76
-327.33%
|
-24,480.03
-154.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29,042.41
+2.15%
|
28,431.62
-34.75%
|
43,576.14
+46.74%
|
29,695.94
-44.23%
|
53,243.90
-28.87%
|
74,854.23
+121.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
62,568.20
+115.44%
|
29,042.41
+2.15%
|
28,431.62
-34.75%
|
43,576.14
+46.74%
|
29,695.94
-44.23%
|
53,243.90
-28.87%
|