TOP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TOP
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
69.75
+1.25 (+1.82%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=33885 out_tok=3406 at=2026-07-27T13:39:03 --> # TOP Q2/64 กำไรสุทธิวูบ 44% รับผลกระทบราคาผลิตภัณฑ์ผันผวน-ขาดทุนสต็อกน้ำมัน ## รายได้รวมวูบ 12% แต่กำไรขั้นต้นดีขึ้นจากธุรกิจปิโตรเคมี-น้ำมันหล่อลื่น ขณะที่ธุรกิจโรงกลั่นเผชิญแรงกดดัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 2,123 ล้านบาท ลดลง 1,237 ล้านบาท หรือ 44% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/64) โดยมีรายได้จากการขาย 78,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,671 ล้านบาท จากราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้น แต่กำไรสุทธิลดลงเนื่องจากปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและรายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TOP ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/64) มาจาก **การรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับ **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน** แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันลดลง:** แม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้นใน Q2/64 แต่กำไรจากสต็อกน้ำมันกลับลดลง 873 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ Q1/64 เนื่องจากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ไม่ได้ส่งผลบวกต่อสต็อกน้ำมันเท่ากับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังมีการ **ปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป** 71 ล้านบาท เทียบกับการกลับรายการมูลค่า 109 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า * **รายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน:** กลุ่มไทยออยล์มีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงินจำนวน 1,043 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาคุ้มครองความเสี่ยงราคาสินค้า * **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 1,286 ล้านบาท * **กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มดีขึ้น:** แม้ภาพรวมกำไรสุทธิจะลดลง แต่กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 5.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจ **น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน** ที่ส่วนต่างราคากับน้ำมันเตาปรับตัวสูงขึ้นมาก และ **ธุรกิจอะโรเมติกส์** ที่ส่วนต่างราคาเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก รวมถึง **ธุรกิจสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB)** ที่มีความต้องการที่ดีและอุปทานตึงตัว ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่เป็นรายการที่ **มีลักษณะครั้งคราว** หรือ **ผันผวนตามสภาวะตลาด** เช่น ผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน, การวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน, และอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์จะดีขึ้นในไตรมาสถัดไป แต่ความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์และปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/64 อยู่ที่ 2,123 ล้านบาท ลดลง 44% QoQ** จาก 3,360 ล้านบาทใน Q1/64 * **รายได้จากการขาย Q2/64 อยู่ที่ 78,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% QoQ** จาก 73,449 ล้านบาท จากราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่สูงขึ้น * **กำไรขั้นต้นจากการผลิต (ไม่รวมสต็อก) เพิ่มขึ้น 1.1 USD/bbl QoQ** เป็น 5.2 USD/bbl หนุนโดยธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและอะโรเมติกส์ * **กำไรจากสต็อกน้ำมันลดลง 873 ล้านบาท QoQ** เหลือ 3,783 ล้านบาท * **EBITDA Q2/64 อยู่ที่ 7,003 ล้านบาท ลดลง 15% QoQ** จาก 8,272 ล้านบาท * **มีการลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ในอินโดนีเซีย** สัดส่วนไม่เกิน 15.38% มูลค่าไม่เกิน 1,183 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อขยายสู่ธุรกิจปิโตรเคมี * **ธุรกิจโรงกลั่นมีผลขาดทุนสุทธิ 1,014 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 898 ล้านบาทใน Q1/64 เนื่องจากผลกระทบจากสต็อกน้ำมันและรายการทางการเงิน * **ธุรกิจอะโรเมติกส์ (TPX) มีกำไรสุทธิ 719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% QoQ** จากราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น * **ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (TLB) มีกำไรสุทธิ 1,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% QoQ** จากส่วนต่างราคาที่สูงขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ TOP รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 2,123 ล้านบาท ลดลง 44% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/64) ที่มีกำไรสุทธิ 3,360 ล้านบาท และลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/63) ที่มีกำไรสุทธิ 2,480 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% QoQ เป็น 78,120 ล้านบาท จากราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่สูงขึ้น แต่กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่ลดลง และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2564 (6M/64) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 5,483 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 11,274 ล้านบาทใน 6M/63 โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 25,755 ล้านบาท จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้น และการรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันใน 6M/64 เทียบกับผลขาดทุนใน 6M/63 ## โอกาส * **การขยายสู่ธุรกิจปิโตรเคมี:** การลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ในอินโดนีเซีย เป็นก้าวสำคัญในการกระจายการลงทุนสู่ตลาดปิโตรเคมีที่กำลังเติบโต และต่อยอดห่วงโซ่อุปทานขั้นปลายของธุรกิจไฮโดรคาร์บอน * **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าราคาผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2564 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการฉีดวัคซีนที่คืบหน้า * **โครงการ Clean Fuel Project (CFP):** โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการกลั่นน้ำมันดิบ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ราคาพลังงานยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ * **การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่:** การระบาดของเชื้อกลายพันธุ์อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน และอาจนำไปสู่การกลับมาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การเปิดดำเนินการโรงผลิตใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาจเพิ่มแรงกดดันด้านราคาและการแข่งขัน * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการจากการดำเนินงานที่มีสกุลเงินต่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมันหล่อลื่น:** การฟื้นตัวของอุปสงค์และอุปทานในตลาดเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำไรของ TOP * **ความคืบหน้าของโครงการ CFP และการลงทุนใน CAP:** การดำเนินการตามแผนการลงทุนเหล่านี้จะส่งผลต่อการเติบโตในระยะยาว * **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** การควบคุมการแพร่ระบาดและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะส่งผลต่ออุปสงค์น้ำมันและผลิตภัณฑ์ * **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาผลิตภัณฑ์และต้นทุนน้ำมันดิบจะส่งผลต่อผลกำไรจากการบริหารสต็อก * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การปรับตัวต่อกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอาจมีผลต่อต้นทุนการดำเนินงาน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) * **ธุรกิจการกลั่นน้ำมัน:** ใน Q2/64 โรงกลั่นไทยออยล์มีอัตราการใช้กำลังการกลั่น 98% แต่มีกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) ลดลงเหลือ 0.4 USD/bbl จาก 0.7 USD/bbl ใน Q1/64 เนื่องจาก Crude Premium ที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจะดีขึ้นก็ตาม การรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันลดลง และรายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ ส่งผลให้ EBITDA ของธุรกิจโรงกลั่นลดลง 2,109 ล้านบาท QoQ และมีผลขาดทุนสุทธิ 1,014 ล้านบาท * **ธุรกิจผลิตสารอะโรเมติกส์ (TPX):** มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยมีอัตราการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 89% และ Product-to-feed Margin เพิ่มขึ้นเป็น 112 USD/Ton หนุนโดยส่วนต่างราคาเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้มีกำไรสุทธิ 719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% QoQ * **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LABIX):** กลับมาดำเนินการผลิตเต็มกำลังที่ 117% และมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 16% ประกอบกับราคาสาร LAB ที่สูงขึ้น ทำให้มี EBITDA 454 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 262 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ QoQ * **ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (TLB):** มีอัตราการผลิต 95% และ Product-to-feed Margin พุ่งสูงขึ้นเป็น 231 USD/Ton จากส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกับน้ำมันเตาที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 1,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% QoQ * **ธุรกิจผลิตไฟฟ้า (TOP SPP):** มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 132 ล้านบาท QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณจำหน่ายที่มากขึ้น ทำให้มีกำไรสุทธิ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 ล้านบาท QoQ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 กลุ่มไทยออยล์มีสินทรัพย์รวม 320,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 44.3% เป็น 39,897 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินลงทุนในโครงการต่างๆ และจ่ายเงินปันผล หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 8.4% เป็น 201,753 ล้านบาท โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 1.3% เป็น 118,564 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,059 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 11,745 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น โครงการพลังงานสะอาด (CFP) และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 17,890 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินปันผลและการชำระคืนเงินกู้ อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.7 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.6 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (EBITDA/ต้นทุนทางการเงิน) อยู่ที่ 7.7 เท่า ลดลงจาก 10.4 เท่าใน Q1/64 ## สรุปท้าย TOP ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากรายการที่ผันผวน เช่น ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและรายการทางการเงิน ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักในกลุ่มปิโตรเคมีและน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานยังคงแสดงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากการที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้น การลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีในอินโดนีเซียและการเดินหน้าโครงการ CFP จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันและสภาวะเศรษฐกิจโลก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์และผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
109,356.75 ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59 ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68 %
กำไรสุทธิ
2,458.08 ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25 %
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2% YoY
D/E Ratio
1.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
109,356.75
-2.83%
112,536.48
-5.87%
119,556.43
-4.68%
125,426.44
+15.77%
108,338.41
+76.29%
61,453.77
-36.61%
กำไรขั้นต้น —
6,207.59
+153.22%
-11,664.94
-93.49%
-6,028.56
+87.46%
-48,066.81
-789.61%
6,970.10
+109.49%
-73,484.39
+57.13%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,390.69
+22.84%
1,132.08
-1.49%
1,149.20
-32.04%
1,690.89
+52.08%
1,111.87
+33.68%
831.71
+2.50%
กำไรสุทธิ —
2,458.08
-11.16%
2,766.76
-6.03%
2,944.34
+1,905.35%
146.82
-97.08%
5,032.68
-30.65%
7,257.43
+265.79%
กำไรต่อหุ้น —
1.10
-11.22%
1.24
-5.99%
1.32
+1,896.97%
0.07
-97.07%
2.25
-30.66%
3.25
+265.88%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
5.68
+154.77%
-10.37
-105.75%
-5.04
+86.85%
-38.32
-695.96%
6.43
+105.38%
-119.58
+32.37%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
1.27
+25.74%
1.01
+5.21%
0.96
-28.89%
1.35
+31.07%
1.03
-23.70%
1.35
+60.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
2.25
-8.54%
2.46
2.46
+1,950.00%
0.12
-97.42%
4.65
-60.63%
11.81
+476.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
118.95
+100.62%
-19,273.32
-6,478.60%
-292.97
+99.42%
-50,950.42
-1,216.58%
4,563.07
-63.99%
12,673.43
+0.11%
ROE(%) —
8.70
+43.80%
6.05
-49.96%
12.09
-48.75%
23.59
+122.34%
10.61
+478.93%
-2.80
-146.28%
ROA(%) —
4.85
+23.10%
3.94
-39.94%
6.56
-42.36%
11.38
+103.58%
5.59
+1,452.78%
0.36
-90.86%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.21
-17.12%
1.46
-2.67%
1.50
-16.67%
1.80
-7.22%
1.94
+25.16%
1.55
+6.16%
P/E —
5.40
-13.32%
6.23
-13.59%
7.21
+115.22%
3.35
-50.88%
6.82
0.00
P/BV —
0.47
+23.68%
0.38
-49.33%
0.75
-7.41%
0.81
-6.90%
0.87
-11.22%
0.98
-18.33%
BV —
77.00
+4.12%
73.95
+3.04%
71.77
+3.28%
69.49
+22.73%
56.62
+7.15%
52.84
-9.02%
YIELD(%) —
5.28
-56.15%
12.04
+75.00%
6.88
+63.03%
4.22
+199.29%
1.41
-51.04%
2.88
-24.21%
ราคาหุ้น —
36.00
+27.43%
28.25
-47.44%
53.75
-4.44%
56.25
+13.64%
49.50
-4.81%
52.00
-25.45%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
90.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
130,298.94
+16.11%
112,221.84
-10.49%
125,371.33
-18.50%
153,828.19
+51.95%
101,238.89
-11.37%
114,229.16
-15.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
296,984.88
+0.07%
296,788.59
+0.74%
294,621.38
+1.33%
290,752.67
+11.44%
260,905.23
+35.92%
191,958.50
+29.03%
รวมสินทรัพย์ —
427,283.81
+4.47%
409,010.43
-2.61%
419,992.70
-5.53%
444,580.86
+22.76%
362,144.12
+18.28%
306,187.66
+8.02%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
90,388.81
+33.59%
67,663.09
-7.94%
73,501.32
-29.10%
103,673.02
+169.45%
38,476.13
+34.44%
28,620.22
-25.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
143,863.40
-17.87%
175,162.44
-1.69%
178,179.69
-2.23%
182,250.47
-9.14%
200,573.91
+27.39%
157,449.01
+30.28%
รวมหนี้สิน —
234,252.21
-3.53%
242,825.53
-3.52%
251,681.01
-11.98%
285,923.49
+19.61%
239,050.04
+28.47%
186,069.23
+16.64%
รวมส่วนของเจ้าของ —
193,031.60
+16.15%
166,184.90
-1.26%
168,311.69
+6.09%
158,657.37
+28.89%
123,094.08
+2.48%
120,118.43
-3.07%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.70
6.05
12.09
23.59
10.61
-2.80
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.85
3.94
6.56
11.38
5.59
0.36
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.44
1.66
1.71
1.48
2.63
3.99
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.02
1.00
0.89
0.70
1.38
3.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
23.66
22.97
0.00
0.00
20.14
28.76
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
34.72
37.81
0.00
0.00
35.43
37.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
61.14
41.27
0.00
0.00
20.99
32.94
วงจรเงินสด —
-2.76
19.51
0.00
0.00
34.58
33.53
D/E —
1.21
1.46
1.50
1.80
1.94
1.55
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
8,990.33
-154.74%
-16,423.33
-36.47%
-25,850.74
+184.66%
-9,081.41
-208.58%
8,363.47
+243.50%
2,434.75
-81.40%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-17,957.59
-440.38%
5,275.79
-35.01%
8,117.36
-439.88%
-2,388.33
-127.93%
8,550.78
-118.01%
-47,490.25
-303.44%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
42,420.06
+240.27%
12,466.45
-52.13%
26,040.70
+32.91%
19,593.22
-49.14%
38,525.76
+87.24%
20,575.47
+153.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
33,452.81
+2,436.42%
1,318.90
-84.12%
8,307.32
+2.26%
8,123.48
-85.40%
55,650.76
-327.33%
-24,480.03
-154.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%
74,854.23
+121.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
62,568.20
+115.44%
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%