บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.50
+1.25 (+1.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=27627 out_tok=4085 at=2026-07-26T09:50:30 -->
# TOP กำไร Q1/65 พุ่ง 113% รับแรงหนุนราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม-ส่วนต่างการกลั่น
## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่สูงขึ้น ฝ่ายจัดการชี้ส่วนต่างการกลั่นฟื้นตัว
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 7,183 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,823 ล้านบาท หรือ 113% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 114,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41,057 ล้านบาท จากราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและความกังวลต่อสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างราคาการกลั่น (Refining Margin)** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 113% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์และส่วนต่างการกลั่นปรับตัวดีขึ้น มาจากหลายสาเหตุ ได้แก่:
* **ราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้น:** ตามราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และความกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยสูงถึง 95.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 35.6 เหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับ Q1/64
* **กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Gross Integrated Margin) ที่ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 6.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นถึง 5.7 เหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับ Q1/64 สาเหตุหลักมาจากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซิน, น้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด, และน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวดีขึ้นมาก หลังหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองและการเดินทางระหว่างประเทศ
* **กำไรจากสต็อกน้ำมัน:** ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีกำไรจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้น 9,816 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ Q1/64
* **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB):** มีกำไรขั้นต้นสูงขึ้นจากอุปสงค์ของสาร LAB ที่ดีอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มีรายการที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่:
* **รายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป:** จำนวน 2,609 ล้านบาท เทียบกับการกลับรายการมูลค่าสินค้าคงเหลือ 109 ล้านบาทใน Q1/64
* **ผลขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่เกิดขึ้นจริงสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 5,608 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน:** จำนวน 1,625 ล้านบาท เทียบกับกำไร 217 ล้านบาทใน Q1/64
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง**
จากแนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 และครึ่งหลังของปี 2565 คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะยังคงอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และอุปทานที่ตึงตัว อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ และพันธมิตรจะปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันราคาสั้นๆ ได้
สำหรับธุรกิจการกลั่น คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ฟื้นตัวหลังหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการ แต่ก็ต้องเผชิญกับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากโรงกลั่นใหม่ๆ และการกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นเดิม
ส่วนธุรกิจอะโรเมติกส์ คาดว่าราคาพาราไซลีนจะทรงตัวใน Q2/65 และปรับเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น แต่ส่วนต่างราคาจะถูกกดดันจากราคาน้ำมันเบนซินที่สูง ส่วนเบนซีนคาดอ่อนตัวใน Q2/65 และปรับเพิ่มในครึ่งหลังของปี ขณะที่โทลูอีนมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยรวมแล้ว ปัจจัยบวกจากราคาผลิตภัณฑ์และส่วนต่างการกลั่นที่สูงมีแนวโน้มสนับสนุนผลประกอบการในระยะสั้น แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์, และกำลังการผลิตใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/65 พุ่ง 113% YoY:** อยู่ที่ 7,183 ล้านบาท จาก 3,360 ล้านบาทใน Q1/64
* **รายได้จากการขายเติบโต 56% YoY:** อยู่ที่ 114,506 ล้านบาท จาก 73,449 ล้านบาทใน Q1/64
* **กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 0.7 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใน Q1/64 เป็น 6.4 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใน Q1/65
* **กำไรจากสต็อกน้ำมันสูงถึง 14,472 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 4,656 ล้านบาทใน Q1/64
* **EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 58% YoY:** อยู่ที่ 13,034 ล้านบาท จาก 8,272 ล้านบาทใน Q1/64
* **ธุรกิจโรงกลั่นเป็นพระเอก:** สร้าง EBITDA 11,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,263 ล้านบาท YoY
* **การลงทุนในโครงการ CFP และธุรกิจโอเลฟินส์:** ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีแผนลงทุนรวม 1,636 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงปี 2565-2568
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP มีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายรวม 114,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41,057 ล้านบาท หรือ 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายเฉลี่ยตามราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน
กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน อยู่ที่ 7.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับ Q1/64 โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรขั้นต้นจากการกลั่นที่เพิ่มขึ้น จากส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวดีขึ้นหลังหลายประเทศประกาศผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองและการเดินทางระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม มีรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ เช่น ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่เกิดขึ้นจริงสุทธิที่เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน ทำให้ EBITDA รวมอยู่ที่ 13,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,762 ล้านบาท หรือ 58% เมื่อเทียบกับ Q1/64
เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 7,183 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,823 ล้านบาท หรือ 113% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** ส่งผลให้อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับตัวเพิ่มขึ้น
* **ส่วนต่างราคาการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง:** จากความตึงตัวของอุปทานน้ำมันสำเร็จรูป และความต้องการใช้ที่ฟื้นตัว
* **ราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง:** ส่งผลดีต่อกำไรจากสต็อกน้ำมัน
* **การดำเนินงานเต็มกำลังการผลิตในธุรกิจ LAB:** จากอุปสงค์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในโครงการ CFP:** เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
* **การลงทุนในธุรกิจโอเลฟินส์:** ผ่านการเข้าซื้อหุ้นใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** จากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์, อุปทาน, และอุปสงค์ที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
* **สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานและเศรษฐกิจโลก
* **การกลับมาของกำลังการผลิตใหม่:** ทั้งในอุตสาหกรรมการกลั่นและปิโตรเคมี อาจกดดันส่วนต่างราคา
* **มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในจีน:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในภูมิภาค
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** จากความผันผวนของค่าเงินบาท
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ:** ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน และการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง
* **ส่วนต่างราคาการกลั่น (Refining Margin):** และแนวโน้มอุปทาน-อุปสงค์ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจอะโรเมติกส์:** โดยเฉพาะส่วนต่างราคา PX และ Benzene
* **ความคืบหน้าของโครงการ CFP:** และการบริหารจัดการต้นทุนการลงทุน
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน:** โดยเฉพาะผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาโภคภัณฑ์
* **สถานการณ์โควิด-19 ในจีน:** และผลกระทบต่ออุปสงค์ในภูมิภาค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจการกลั่น:**
* **อัตราการใช้กำลังการกลั่น:** อยู่ที่ 109% ใน Q1/65 ใกล้เคียง Q4/64 แต่เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับ Q1/64
* **กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก):** เพิ่มขึ้น 1.0 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล จาก Q4/64 และเพิ่มขึ้นถึง 5.7 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล จาก Q1/64
* **กำไรจากสต็อกน้ำมัน:** สูงถึง 14,472 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **EBITDA ของโรงกลั่น:** เพิ่มขึ้น 7,247 ล้านบาท จาก Q4/64 และเพิ่มขึ้น 6,263 ล้านบาท จาก Q1/64
**ธุรกิจอะโรเมติกส์ (TPX):**
* **อัตราการผลิต:** ลดลง 8% จาก Q4/64 และ 7% จาก Q1/64
* **Product-to-feed Margin:** เพิ่มขึ้น 8 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน จาก Q4/64 แต่ลดลง 79 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน จาก Q1/64
* **ผลการดำเนินงาน:** ขาดทุนสุทธิ 302 ล้านบาท ลดลง 14 ล้านบาทจาก Q4/64 แต่ขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Q1/64
**ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LABIX):**
* **อัตราการผลิต:** เพิ่มขึ้น 2% จาก Q4/64 และ 31% จาก Q1/64
* **EBITDA:** เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท จาก Q4/64 และเพิ่มขึ้น 339 ล้านบาท จาก Q1/64
* **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท จาก Q4/64 และเพิ่มขึ้น 412 ล้านบาท จาก Q1/64
**ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (TLB):**
* **อัตราการผลิต Base Oil:** ทรงตัวจาก Q4/64 แต่ลดลง 4% จาก Q1/64
* **Product-to-feed Margin:** ลดลง 22 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน จาก Q4/64 และลดลง 74 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน จาก Q1/64
* **กำไรสุทธิ:** ลดลง 128 ล้านบาท จาก Q4/64 และลดลง 468 ล้านบาท จาก Q1/64
**ธุรกิจผลิตไฟฟ้า (TOP SPP):**
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 325 ล้านบาท จาก Q4/64 และเพิ่มขึ้น 952 ล้านบาท จาก Q1/64
* **EBITDA:** ลดลง 54 ล้านบาท จาก Q4/64 แต่เพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท จาก Q1/64
* **กำไรสุทธิ:** ลดลง 46 ล้านบาท จาก Q4/64 แต่เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท จาก Q1/64
**ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสารละลาย (TOS):**
* **อัตราการผลิต:** เพิ่มขึ้น 27% จาก Q4/64 แต่ลดลง 4% จาก Q1/64
* **EBITDA:** เพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท จาก Q4/64 แต่ลดลง 9 ล้านบาท จาก Q1/64
* **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 99 ล้านบาท จาก Q4/64 แต่ลดลง 20 ล้านบาท จาก Q1/64
**ธุรกิจผลิตสารโอเลฟินส์ (TII):**
* **ผลการดำเนินงาน:** ขาดทุนสุทธิ 66 ล้านบาท ใกล้เคียง Q4/64
**ธุรกิจเอทานอล (TET):**
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 46 ล้านบาท จาก Q4/64 แต่เพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท จาก Q1/64
* **EBITDA:** เพิ่มขึ้น 28 ล้านบาท จาก Q4/64 แต่ลดลง 30 ล้านบาท จาก Q1/64
* **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท จาก Q4/64 แต่ลดลง 27 ล้านบาท จาก Q1/64
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q1/65 อยู่ที่ 398,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 39% จากสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 269,013 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากสิ้นปี 2564 โดยมีหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 70% จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ
* **ส่วนของเจ้าของ:** อยู่ที่ 129,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2564 จากผลกำไรสุทธิ
* **อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 2.1 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.9 เท่าในสิ้นปี 2564
* **กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 6,260 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน:** 7,156 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการ CFP และการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า
* **กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** 4,097 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาว
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ TOP ได้รับแรงหนุนหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับกำไรจากสต็อกน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์, และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องของบริษัทฯ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
109,356.75
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59
ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68
%
กำไรสุทธิ
2,458.08
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
87.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
8,990.33
-154.74%
|
-16,423.33
-36.47%
|
-25,850.74
+184.66%
|
-9,081.41
-208.58%
|
8,363.47
+243.50%
|
2,434.75
-81.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-17,957.59
-440.38%
|
5,275.79
-35.01%
|
8,117.36
-439.88%
|
-2,388.33
-127.93%
|
8,550.78
-118.01%
|
-47,490.25
-303.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
42,420.06
+240.27%
|
12,466.45
-52.13%
|
26,040.70
+32.91%
|
19,593.22
-49.14%
|
38,525.76
+87.24%
|
20,575.47
+153.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
33,452.81
+2,436.42%
|
1,318.90
-84.12%
|
8,307.32
+2.26%
|
8,123.48
-85.40%
|
55,650.76
-327.33%
|
-24,480.03
-154.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29,042.41
+2.15%
|
28,431.62
-34.75%
|
43,576.14
+46.74%
|
29,695.94
-44.23%
|
53,243.90
-28.87%
|
74,854.23
+121.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
62,568.20
+115.44%
|
29,042.41
+2.15%
|
28,431.62
-34.75%
|
43,576.14
+46.74%
|
29,695.94
-44.23%
|
53,243.90
-28.87%
|