TOP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TOP
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
69.75
+1.25 (+1.82%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=33888 out_tok=3711 at=2026-07-26T10:19:48 --> # TOP กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 18,144 ล้านบาท รับแรงหนุนราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมพุ่งสูง ## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาพลังงานโลก ขณะที่กำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC หนุนผลประกอบการก้าวกระโดด บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 25,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 18,144 ล้านบาท หรือ 253% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/65) โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับกำไรขั้นต้นจากการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมาก รวมถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มไทยออยล์ในไตรมาสนี้โดดเด่นอย่างยิ่ง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างราคาการกลั่น (Refining Margin)** ประกอบกับ **กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน GPSC** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 25,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,144 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยหากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานจากการกลั่นและธุรกิจต่อเนื่องอื่นๆ จะเห็นว่ากำไรขั้นต้นจากการผลิต (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจาก 7.6 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใน Q1/65 เป็น 25.6 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใน Q2/65 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การปรับตัวขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างราคาการกลั่นมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทานที่สนับสนุนราคา ได้แก่: * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทั่วโลก:** ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซล ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ และการเดินทางระหว่างประเทศที่เริ่มกลับมาคึกคัก * **สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน:** ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบโลก เกิดความกังวลเรื่องภาวะขาดแคลน และนำไปสู่การคว่ำบาตรต่อการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย ทำให้ผู้ซื้อหันไปหาแหล่งน้ำมันอื่น และส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ต่างๆ กับน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น * **อุปทานที่ตึงตัว:** กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC+) ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามนโยบาย และปัญหาความไม่สงบในบางประเทศ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบโลกตึงตัว สำหรับ **กำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC** เกิดจากการที่ TOP ได้ดำเนินการจำหน่ายหุ้น GPSC บางส่วน คิดเป็นมูลค่าก่อนภาษี 17,334 ล้านบาท (หลังหักภาษี 12,880 ล้านบาท) ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (Non-recurring item) ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อ **ราคา commodity และส่วนต่างราคาการกลั่น** มีแนวโน้มที่จะ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากแม้ว่าอุปสงค์จะฟื้นตัว แต่ก็ยังมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวจากภาวะเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจกดดันความต้องการใช้น้ำมันในระยะต่อไป นอกจากนี้ การเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่นใหม่ๆ และการกลับมาดำเนินการผลิตหลังการซ่อมบำรุงของโรงกลั่นเดิม อาจส่งผลให้ส่วนต่างราคาการกลั่นปรับตัวลดลงได้ในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 25,327 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 18,144 ล้านบาท (+253%) จาก Q1/65 และเพิ่มขึ้น 23,204 ล้านบาท (+1,093%) จาก Q2/64 * **รายได้จากการขาย 143,892 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 29,386 ล้านบาท (+26%) จาก Q1/65 และเพิ่มขึ้น 65,772 ล้านบาท (+84%) จาก Q2/64 * **กำไรขั้นต้นจากการผลิต (ไม่รวมสต็อก) สูงถึง 25.6 USD/bbl:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 7.6 USD/bbl ใน Q1/65 และ 5.2 USD/bbl ใน Q2/64 * **รับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC 17,334 ล้านบาท (ก่อนภาษี):** เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ * **ธุรกิจโรงกลั่นทำผลงานโดดเด่น:** มีกำไรสุทธิ 25,543 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,217 ล้านบาทจาก Q1/65 * **อัตราการใช้กำลังการกลั่นสูงถึง 112%:** สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ * **ธุรกิจอะโรเมติกส์และน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานยังคงเผชิญแรงกดดัน:** โดยเฉพาะธุรกิจอะโรเมติกส์มีผลขาดทุนสุทธิ 487 ล้านบาทใน Q2/65 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขายรวม 143,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,386 ล้านบาท (+26%) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 65,772 ล้านบาท (+84%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปตามราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน EBITDA รวมอยู่ที่ 22,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,288 ล้านบาท (+71%) จาก Q1/65 และเพิ่มขึ้น 15,319 ล้านบาท (+219%) จาก Q2/64 โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรขั้นต้นจากการผลิตที่สูงขึ้น และกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 25,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 7,183 ล้านบาทใน Q1/65 และ 2,123 ล้านบาทใน Q2/64 โดยมีกำไรต่อหุ้น 12.41 บาท สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2565 กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขาย 258,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106,827 ล้านบาท (+71%) และมีกำไรสุทธิ 32,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27,027 ล้านบาท (+493%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุปสงค์พลังงาน:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทั่วโลก และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทาง จะยังคงสนับสนุนอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม * **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูง:** แม้จะมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย แต่ปัจจัยด้านอุปทานที่ตึงตัวยังคงเป็นแรงหนุนต่อราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างราคาการกลั่น * **การลงทุนในโครงการ Clean Fuel Project (CFP):** โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการกลั่นน้ำมันดิบ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว * **การขยายธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์:** การลงทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ผ่านการเข้าซื้อหุ้นใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของกลุ่ม OPEC+ อาจส่งผลกระทบต่อราคาและความต้องการใช้น้ำมัน * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และนโยบายการเงินที่เข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม * **การเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่น:** การกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นที่ปิดซ่อมบำรุง และการเปิดโรงกลั่นใหม่ อาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานส่วนเกินและกดดันส่วนต่างราคาการกลั่น * **ความล่าช้าของโครงการ CFP:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของโครงการ CFP ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น * **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างราคาการกลั่น:** ติดตามสถานการณ์อุปสงค์-อุปทานทั่วโลก และผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ * **ความคืบหน้าของโครงการ Clean Fuel Project (CFP):** ติดตามแผนการดำเนินงาน การบริหารจัดการต้นทุน และกำหนดการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ * **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** ผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบต่อมูลค่าสต็อก * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจอะโรเมติกส์:** จับตาแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ที่ยังคงถูกกดดัน * **การลงทุนในธุรกิจโอเลฟินส์:** ติดตามผลการดำเนินงานและการบูรณาการธุรกิจหลังการเข้าซื้อหุ้นใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **ธุรกิจการกลั่นน้ำมัน:** เป็นหัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้ โดยมีอัตราการใช้กำลังการกลั่นสูงถึง 112% และกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) พุ่งสูงถึง 25.1 USD/bbl สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยต่อผู้ผลิตน้ำมันสำเร็จรูป ปัจจัยหนุนหลักมาจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่ส่งผลต่ออุปทาน อย่างไรก็ตาม การกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นอื่นๆ และการเปิดโรงกลั่นใหม่ อาจเป็นปัจจัยกดดันส่วนต่างราคาในระยะต่อไป **ธุรกิจอะโรเมติกส์:** ยังคงเผชิญความท้าทาย โดยมี Product-to-feed Margin ติดลบ (-27 USD/Ton) และขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์กับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ลดลง ประกอบกับอุปสงค์ที่ถูกกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างจำกัด **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์ซักฟอก (LAB):** ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีได้ แม้ว่าส่วนต่างราคา LAB กับน้ำมันก๊าดและเบนซีนจะปรับลดลง เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ซักฟอกในภูมิภาคเอเชียยังคงเติบโตได้ดี ประกอบกับการปิดซ่อมบำรุงของโรงผลิต LAB ในภูมิภาค ช่วยหนุนผลประกอบการของ LABIX **ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ โดย Product-to-feed Margin เพิ่มขึ้น 35 USD/Ton จากความต้องการน้ำมันหล่อลื่นที่สูงขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนต่างราคาและกำไรสุทธิยังคงลดลง เนื่องจากอุปสงค์ที่ตึงตัวกว่าในช่วงปีก่อน **ธุรกิจผลิตไฟฟ้า:** TOP SPP มีรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากการกลับมาดำเนินการผลิตหลังการซ่อมบำรุงใหญ่ และราคาขายก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสารทำละลาย:** มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปริมาณจำหน่ายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ **ธุรกิจผลิตโอเลฟินส์:** ยังคงขาดทุนสุทธิ เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ถูกกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว และการลดกำลังการผลิตของโรงโอเลฟินส์ส่วนใหญ่ **ธุรกิจเอทานอล:** มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ เนื่องจากปริมาณการขายลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แม้ว่าราคาขายเอทานอลจะปรับตัวสูงขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มไทยออยล์มีสินทรัพย์รวม 443,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 49% เป็น 44,651 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC หนี้สินรวมอยู่ที่ 292,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากถึง 163% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าตามราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น และการทำ Extended Trade Credit กับ ปตท. อย่างไรก็ตาม หนี้เงินกู้ระยะยาวและหุ้นกู้ลดลงเล็กน้อย ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 22% เป็น 150,613 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.9 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 23,295 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินภาษีและเงินปันผลออกไป ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 2 ปี 2565 ถือว่าโดดเด่นอย่างยิ่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 25,327 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก และกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC แม้ว่าธุรกิจอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์จะยังคงเผชิญความท้าทาย แต่ธุรกิจโรงกลั่นที่แข็งแกร่งได้เข้ามาช่วยชดเชยได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาพลังงานโลกที่อาจผันผวน และความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่โครงการ CFP ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
109,356.75 ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59 ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68 %
กำไรสุทธิ
2,458.08 ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25 %
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2% YoY
D/E Ratio
1.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
109,356.75
-2.83%
112,536.48
-5.87%
119,556.43
-4.68%
125,426.44
+15.77%
108,338.41
+76.29%
61,453.77
-36.61%
กำไรขั้นต้น —
6,207.59
+153.22%
-11,664.94
-93.49%
-6,028.56
+87.46%
-48,066.81
-789.61%
6,970.10
+109.49%
-73,484.39
+57.13%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,390.69
+22.84%
1,132.08
-1.49%
1,149.20
-32.04%
1,690.89
+52.08%
1,111.87
+33.68%
831.71
+2.50%
กำไรสุทธิ —
2,458.08
-11.16%
2,766.76
-6.03%
2,944.34
+1,905.35%
146.82
-97.08%
5,032.68
-30.65%
7,257.43
+265.79%
กำไรต่อหุ้น —
1.10
-11.22%
1.24
-5.99%
1.32
+1,896.97%
0.07
-97.07%
2.25
-30.66%
3.25
+265.88%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
5.68
+154.77%
-10.37
-105.75%
-5.04
+86.85%
-38.32
-695.96%
6.43
+105.38%
-119.58
+32.37%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
1.27
+25.74%
1.01
+5.21%
0.96
-28.89%
1.35
+31.07%
1.03
-23.70%
1.35
+60.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
2.25
-8.54%
2.46
2.46
+1,950.00%
0.12
-97.42%
4.65
-60.63%
11.81
+476.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
118.95
+100.62%
-19,273.32
-6,478.60%
-292.97
+99.42%
-50,950.42
-1,216.58%
4,563.07
-63.99%
12,673.43
+0.11%
ROE(%) —
8.70
+43.80%
6.05
-49.96%
12.09
-48.75%
23.59
+122.34%
10.61
+478.93%
-2.80
-146.28%
ROA(%) —
4.85
+23.10%
3.94
-39.94%
6.56
-42.36%
11.38
+103.58%
5.59
+1,452.78%
0.36
-90.86%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.21
-17.12%
1.46
-2.67%
1.50
-16.67%
1.80
-7.22%
1.94
+25.16%
1.55
+6.16%
P/E —
5.40
-13.32%
6.23
-13.59%
7.21
+115.22%
3.35
-50.88%
6.82
0.00
P/BV —
0.47
+23.68%
0.38
-49.33%
0.75
-7.41%
0.81
-6.90%
0.87
-11.22%
0.98
-18.33%
BV —
77.00
+4.12%
73.95
+3.04%
71.77
+3.28%
69.49
+22.73%
56.62
+7.15%
52.84
-9.02%
YIELD(%) —
5.28
-56.15%
12.04
+75.00%
6.88
+63.03%
4.22
+199.29%
1.41
-51.04%
2.88
-24.21%
ราคาหุ้น —
36.00
+27.43%
28.25
-47.44%
53.75
-4.44%
56.25
+13.64%
49.50
-4.81%
52.00
-25.45%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
90.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
130,298.94
+16.11%
112,221.84
-10.49%
125,371.33
-18.50%
153,828.19
+51.95%
101,238.89
-11.37%
114,229.16
-15.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
296,984.88
+0.07%
296,788.59
+0.74%
294,621.38
+1.33%
290,752.67
+11.44%
260,905.23
+35.92%
191,958.50
+29.03%
รวมสินทรัพย์ —
427,283.81
+4.47%
409,010.43
-2.61%
419,992.70
-5.53%
444,580.86
+22.76%
362,144.12
+18.28%
306,187.66
+8.02%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
90,388.81
+33.59%
67,663.09
-7.94%
73,501.32
-29.10%
103,673.02
+169.45%
38,476.13
+34.44%
28,620.22
-25.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
143,863.40
-17.87%
175,162.44
-1.69%
178,179.69
-2.23%
182,250.47
-9.14%
200,573.91
+27.39%
157,449.01
+30.28%
รวมหนี้สิน —
234,252.21
-3.53%
242,825.53
-3.52%
251,681.01
-11.98%
285,923.49
+19.61%
239,050.04
+28.47%
186,069.23
+16.64%
รวมส่วนของเจ้าของ —
193,031.60
+16.15%
166,184.90
-1.26%
168,311.69
+6.09%
158,657.37
+28.89%
123,094.08
+2.48%
120,118.43
-3.07%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.70
6.05
12.09
23.59
10.61
-2.80
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.85
3.94
6.56
11.38
5.59
0.36
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.44
1.66
1.71
1.48
2.63
3.99
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.02
1.00
0.89
0.70
1.38
3.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
23.66
22.97
0.00
0.00
20.14
28.76
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
34.72
37.81
0.00
0.00
35.43
37.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
61.14
41.27
0.00
0.00
20.99
32.94
วงจรเงินสด —
-2.76
19.51
0.00
0.00
34.58
33.53
D/E —
1.21
1.46
1.50
1.80
1.94
1.55
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
8,990.33
-154.74%
-16,423.33
-36.47%
-25,850.74
+184.66%
-9,081.41
-208.58%
8,363.47
+243.50%
2,434.75
-81.40%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-17,957.59
-440.38%
5,275.79
-35.01%
8,117.36
-439.88%
-2,388.33
-127.93%
8,550.78
-118.01%
-47,490.25
-303.44%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
42,420.06
+240.27%
12,466.45
-52.13%
26,040.70
+32.91%
19,593.22
-49.14%
38,525.76
+87.24%
20,575.47
+153.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
33,452.81
+2,436.42%
1,318.90
-84.12%
8,307.32
+2.26%
8,123.48
-85.40%
55,650.76
-327.33%
-24,480.03
-154.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%
74,854.23
+121.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
62,568.20
+115.44%
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%