TOP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TOP
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.50
+1.25 (+1.95%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=33888 out_tok=3711 at=2026-07-26T10:19:48 --> # TOP กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 18,144 ล้านบาท รับแรงหนุนราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมพุ่งสูง ## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาพลังงานโลก ขณะที่กำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC หนุนผลประกอบการก้าวกระโดด บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 25,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 18,144 ล้านบาท หรือ 253% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/65) โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับกำไรขั้นต้นจากการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมาก รวมถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มไทยออยล์ในไตรมาสนี้โดดเด่นอย่างยิ่ง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างราคาการกลั่น (Refining Margin)** ประกอบกับ **กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน GPSC** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 25,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,144 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยหากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานจากการกลั่นและธุรกิจต่อเนื่องอื่นๆ จะเห็นว่ากำไรขั้นต้นจากการผลิต (Gross Integrated Margin) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจาก 7.6 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใน Q1/65 เป็น 25.6 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใน Q2/65 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การปรับตัวขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างราคาการกลั่นมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทานที่สนับสนุนราคา ได้แก่: * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทั่วโลก:** ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซล ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ และการเดินทางระหว่างประเทศที่เริ่มกลับมาคึกคัก * **สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน:** ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบโลก เกิดความกังวลเรื่องภาวะขาดแคลน และนำไปสู่การคว่ำบาตรต่อการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย ทำให้ผู้ซื้อหันไปหาแหล่งน้ำมันอื่น และส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ต่างๆ กับน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น * **อุปทานที่ตึงตัว:** กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC+) ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามนโยบาย และปัญหาความไม่สงบในบางประเทศ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบโลกตึงตัว สำหรับ **กำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC** เกิดจากการที่ TOP ได้ดำเนินการจำหน่ายหุ้น GPSC บางส่วน คิดเป็นมูลค่าก่อนภาษี 17,334 ล้านบาท (หลังหักภาษี 12,880 ล้านบาท) ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (Non-recurring item) ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อ **ราคา commodity และส่วนต่างราคาการกลั่น** มีแนวโน้มที่จะ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากแม้ว่าอุปสงค์จะฟื้นตัว แต่ก็ยังมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวจากภาวะเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจกดดันความต้องการใช้น้ำมันในระยะต่อไป นอกจากนี้ การเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่นใหม่ๆ และการกลับมาดำเนินการผลิตหลังการซ่อมบำรุงของโรงกลั่นเดิม อาจส่งผลให้ส่วนต่างราคาการกลั่นปรับตัวลดลงได้ในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 25,327 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 18,144 ล้านบาท (+253%) จาก Q1/65 และเพิ่มขึ้น 23,204 ล้านบาท (+1,093%) จาก Q2/64 * **รายได้จากการขาย 143,892 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 29,386 ล้านบาท (+26%) จาก Q1/65 และเพิ่มขึ้น 65,772 ล้านบาท (+84%) จาก Q2/64 * **กำไรขั้นต้นจากการผลิต (ไม่รวมสต็อก) สูงถึง 25.6 USD/bbl:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 7.6 USD/bbl ใน Q1/65 และ 5.2 USD/bbl ใน Q2/64 * **รับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC 17,334 ล้านบาท (ก่อนภาษี):** เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ * **ธุรกิจโรงกลั่นทำผลงานโดดเด่น:** มีกำไรสุทธิ 25,543 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,217 ล้านบาทจาก Q1/65 * **อัตราการใช้กำลังการกลั่นสูงถึง 112%:** สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ * **ธุรกิจอะโรเมติกส์และน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานยังคงเผชิญแรงกดดัน:** โดยเฉพาะธุรกิจอะโรเมติกส์มีผลขาดทุนสุทธิ 487 ล้านบาทใน Q2/65 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขายรวม 143,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,386 ล้านบาท (+26%) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 65,772 ล้านบาท (+84%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปตามราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน EBITDA รวมอยู่ที่ 22,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,288 ล้านบาท (+71%) จาก Q1/65 และเพิ่มขึ้น 15,319 ล้านบาท (+219%) จาก Q2/64 โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรขั้นต้นจากการผลิตที่สูงขึ้น และกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 25,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 7,183 ล้านบาทใน Q1/65 และ 2,123 ล้านบาทใน Q2/64 โดยมีกำไรต่อหุ้น 12.41 บาท สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2565 กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขาย 258,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106,827 ล้านบาท (+71%) และมีกำไรสุทธิ 32,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27,027 ล้านบาท (+493%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุปสงค์พลังงาน:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทั่วโลก และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทาง จะยังคงสนับสนุนอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม * **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูง:** แม้จะมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย แต่ปัจจัยด้านอุปทานที่ตึงตัวยังคงเป็นแรงหนุนต่อราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างราคาการกลั่น * **การลงทุนในโครงการ Clean Fuel Project (CFP):** โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการกลั่นน้ำมันดิบ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว * **การขยายธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์:** การลงทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ผ่านการเข้าซื้อหุ้นใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของกลุ่ม OPEC+ อาจส่งผลกระทบต่อราคาและความต้องการใช้น้ำมัน * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และนโยบายการเงินที่เข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม * **การเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่น:** การกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นที่ปิดซ่อมบำรุง และการเปิดโรงกลั่นใหม่ อาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานส่วนเกินและกดดันส่วนต่างราคาการกลั่น * **ความล่าช้าของโครงการ CFP:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของโครงการ CFP ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น * **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและส่วนต่างราคาการกลั่น:** ติดตามสถานการณ์อุปสงค์-อุปทานทั่วโลก และผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ * **ความคืบหน้าของโครงการ Clean Fuel Project (CFP):** ติดตามแผนการดำเนินงาน การบริหารจัดการต้นทุน และกำหนดการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ * **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** ผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบต่อมูลค่าสต็อก * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจอะโรเมติกส์:** จับตาแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ที่ยังคงถูกกดดัน * **การลงทุนในธุรกิจโอเลฟินส์:** ติดตามผลการดำเนินงานและการบูรณาการธุรกิจหลังการเข้าซื้อหุ้นใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **ธุรกิจการกลั่นน้ำมัน:** เป็นหัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้ โดยมีอัตราการใช้กำลังการกลั่นสูงถึง 112% และกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) พุ่งสูงถึง 25.1 USD/bbl สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยต่อผู้ผลิตน้ำมันสำเร็จรูป ปัจจัยหนุนหลักมาจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่ส่งผลต่ออุปทาน อย่างไรก็ตาม การกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นอื่นๆ และการเปิดโรงกลั่นใหม่ อาจเป็นปัจจัยกดดันส่วนต่างราคาในระยะต่อไป **ธุรกิจอะโรเมติกส์:** ยังคงเผชิญความท้าทาย โดยมี Product-to-feed Margin ติดลบ (-27 USD/Ton) และขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์กับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ลดลง ประกอบกับอุปสงค์ที่ถูกกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างจำกัด **ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์ซักฟอก (LAB):** ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีได้ แม้ว่าส่วนต่างราคา LAB กับน้ำมันก๊าดและเบนซีนจะปรับลดลง เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ซักฟอกในภูมิภาคเอเชียยังคงเติบโตได้ดี ประกอบกับการปิดซ่อมบำรุงของโรงผลิต LAB ในภูมิภาค ช่วยหนุนผลประกอบการของ LABIX **ธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ โดย Product-to-feed Margin เพิ่มขึ้น 35 USD/Ton จากความต้องการน้ำมันหล่อลื่นที่สูงขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนต่างราคาและกำไรสุทธิยังคงลดลง เนื่องจากอุปสงค์ที่ตึงตัวกว่าในช่วงปีก่อน **ธุรกิจผลิตไฟฟ้า:** TOP SPP มีรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากการกลับมาดำเนินการผลิตหลังการซ่อมบำรุงใหญ่ และราคาขายก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสารทำละลาย:** มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปริมาณจำหน่ายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ **ธุรกิจผลิตโอเลฟินส์:** ยังคงขาดทุนสุทธิ เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ถูกกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว และการลดกำลังการผลิตของโรงโอเลฟินส์ส่วนใหญ่ **ธุรกิจเอทานอล:** มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ เนื่องจากปริมาณการขายลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แม้ว่าราคาขายเอทานอลจะปรับตัวสูงขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มไทยออยล์มีสินทรัพย์รวม 443,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 49% เป็น 44,651 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC หนี้สินรวมอยู่ที่ 292,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากถึง 163% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าตามราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น และการทำ Extended Trade Credit กับ ปตท. อย่างไรก็ตาม หนี้เงินกู้ระยะยาวและหุ้นกู้ลดลงเล็กน้อย ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 22% เป็น 150,613 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.9 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 23,295 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินภาษีและเงินปันผลออกไป ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ TOP ในไตรมาส 2 ปี 2565 ถือว่าโดดเด่นอย่างยิ่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 25,327 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก และกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC แม้ว่าธุรกิจอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์จะยังคงเผชิญความท้าทาย แต่ธุรกิจโรงกลั่นที่แข็งแกร่งได้เข้ามาช่วยชดเชยได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาพลังงานโลกที่อาจผันผวน และความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่โครงการ CFP ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOP ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
109,356.75 ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,207.59 ล้านบาท
↓ 153.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.68 %
กำไรสุทธิ
2,458.08 ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25 %
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
109,357
↓ -2.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,208
↓ -153.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,458
↓ -11.2% YoY
D/E Ratio
1.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
109,356.75
-2.83%
112,536.48
-5.87%
119,556.43
-4.68%
125,426.44
+15.77%
108,338.41
+76.29%
61,453.77
-36.61%
กำไรขั้นต้น
6,207.59
+153.22%
-11,664.94
-93.49%
-6,028.56
+87.46%
-48,066.81
-789.61%
6,970.10
+109.49%
-73,484.39
+57.13%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,390.69
+22.84%
1,132.08
-1.49%
1,149.20
-32.04%
1,690.89
+52.08%
1,111.87
+33.68%
831.71
+2.50%
กำไรสุทธิ
2,458.08
-11.16%
2,766.76
-6.03%
2,944.34
+1,905.35%
146.82
-97.08%
5,032.68
-30.65%
7,257.43
+265.79%
กำไรต่อหุ้น
1.10
-11.22%
1.24
-5.99%
1.32
+1,896.97%
0.07
-97.07%
2.25
-30.66%
3.25
+265.88%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
5.68
+154.77%
-10.37
-105.75%
-5.04
+86.85%
-38.32
-695.96%
6.43
+105.38%
-119.58
+32.37%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
1.27
+25.74%
1.01
+5.21%
0.96
-28.89%
1.35
+31.07%
1.03
-23.70%
1.35
+60.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.25
-8.54%
2.46
2.46
+1,950.00%
0.12
-97.42%
4.65
-60.63%
11.81
+476.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
118.95
+100.62%
-19,273.32
-6,478.60%
-292.97
+99.42%
-50,950.42
-1,216.58%
4,563.07
-63.99%
12,673.43
+0.11%
ROE(%)
8.70
+43.80%
6.05
-49.96%
12.09
-48.75%
23.59
+122.34%
10.61
+478.93%
-2.80
-146.28%
ROA(%)
4.85
+23.10%
3.94
-39.94%
6.56
-42.36%
11.38
+103.58%
5.59
+1,452.78%
0.36
-90.86%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.21
-17.12%
1.46
-2.67%
1.50
-16.67%
1.80
-7.22%
1.94
+25.16%
1.55
+6.16%
P/E
5.40
-13.32%
6.23
-13.59%
7.21
+115.22%
3.35
-50.88%
6.82
0.00
P/BV
0.47
+23.68%
0.38
-49.33%
0.75
-7.41%
0.81
-6.90%
0.87
-11.22%
0.98
-18.33%
BV
77.00
+4.12%
73.95
+3.04%
71.77
+3.28%
69.49
+22.73%
56.62
+7.15%
52.84
-9.02%
YIELD(%)
5.28
-56.15%
12.04
+75.00%
6.88
+63.03%
4.22
+199.29%
1.41
-51.04%
2.88
-24.21%
ราคาหุ้น
36.00
+27.43%
28.25
-47.44%
53.75
-4.44%
56.25
+13.64%
49.50
-4.81%
52.00
-25.45%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
8.70
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
87.05

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
130,298.94
+16.11%
112,221.84
-10.49%
125,371.33
-18.50%
153,828.19
+51.95%
101,238.89
-11.37%
114,229.16
-15.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
296,984.88
+0.07%
296,788.59
+0.74%
294,621.38
+1.33%
290,752.67
+11.44%
260,905.23
+35.92%
191,958.50
+29.03%
รวมสินทรัพย์
427,283.81
+4.47%
409,010.43
-2.61%
419,992.70
-5.53%
444,580.86
+22.76%
362,144.12
+18.28%
306,187.66
+8.02%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
90,388.81
+33.59%
67,663.09
-7.94%
73,501.32
-29.10%
103,673.02
+169.45%
38,476.13
+34.44%
28,620.22
-25.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
143,863.40
-17.87%
175,162.44
-1.69%
178,179.69
-2.23%
182,250.47
-9.14%
200,573.91
+27.39%
157,449.01
+30.28%
รวมหนี้สิน
234,252.21
-3.53%
242,825.53
-3.52%
251,681.01
-11.98%
285,923.49
+19.61%
239,050.04
+28.47%
186,069.23
+16.64%
รวมส่วนของเจ้าของ
193,031.60
+16.15%
166,184.90
-1.26%
168,311.69
+6.09%
158,657.37
+28.89%
123,094.08
+2.48%
120,118.43
-3.07%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.70
6.05
12.09
23.59
10.61
-2.80
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.85
3.94
6.56
11.38
5.59
0.36
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.44
1.66
1.71
1.48
2.63
3.99
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.02
1.00
0.89
0.70
1.38
3.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
23.66
22.97
0.00
0.00
20.14
28.76
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
34.72
37.81
0.00
0.00
35.43
37.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
61.14
41.27
0.00
0.00
20.99
32.94
วงจรเงินสด
-2.76
19.51
0.00
0.00
34.58
33.53
D/E
1.21
1.46
1.50
1.80
1.94
1.55
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,990
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17,958
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
8,990.33
-154.74%
-16,423.33
-36.47%
-25,850.74
+184.66%
-9,081.41
-208.58%
8,363.47
+243.50%
2,434.75
-81.40%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-17,957.59
-440.38%
5,275.79
-35.01%
8,117.36
-439.88%
-2,388.33
-127.93%
8,550.78
-118.01%
-47,490.25
-303.44%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
42,420.06
+240.27%
12,466.45
-52.13%
26,040.70
+32.91%
19,593.22
-49.14%
38,525.76
+87.24%
20,575.47
+153.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
33,452.81
+2,436.42%
1,318.90
-84.12%
8,307.32
+2.26%
8,123.48
-85.40%
55,650.76
-327.33%
-24,480.03
-154.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%
74,854.23
+121.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
62,568.20
+115.44%
29,042.41
+2.15%
28,431.62
-34.75%
43,576.14
+46.74%
29,695.94
-44.23%
53,243.90
-28.87%