บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
15.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4598 out_tok=2221 at=2026-07-26T04:55:49 -->
# SPALI กำไรปี 65 โต 16% รับแรงหนุนโอนคอนโดฯ-บ้านใหม่
## รายได้รวมพุ่ง 20% หลังโครงการใหม่ทยอยโอน ขณะที่ Backlog พร้อมรับรู้รายได้ปี 66 กว่า 1.4 หมื่นล้านบาท
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 35,500.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์จำนวนมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 8,173.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPALI ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์จำนวนมาก ประกอบกับการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์รวม 34,221.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทาวน์เฮ้าส์ 54% และรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุด 46% การเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทฯ มีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ถึง 7 โครงการ ซึ่งเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1 ของปี 2565 ในขณะที่ปี 2564 มีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์เพียง 4 โครงการ นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบเพิ่มขึ้นจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดสัญญาทีลูกค้าซื้อบ้านและ/หรืออาคารชุดพักอาศัยแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดโอนให้ลูกค้า (Backlog) มูลค่า 19,173 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทยอยโอนให้ลูกค้าและรับรู้เป็นรายได้ในปี 2566 จำนวน 14,771 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 4,402 ล้านบาทในอีก 2 ปีถัดไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรายได้ที่รอการรับรู้ในอนาคตที่แข็งแกร่ง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 20%** แตะ 35,500.71 ล้านบาท จาก 29,647.48 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 16%** อยู่ที่ 8,173.26 ล้านบาท จาก 7,070.32 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS) ปี 2565** อยู่ที่ 4.19 บาท เพิ่มขึ้นจาก 3.63 บาทในปี 2564
* **Backlog ณ สิ้นปี 2565** มีมูลค่า 19,173 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ปี 2566 จำนวน 14,771 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio)** อยู่ที่ 49% ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 43% ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 35,500.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 34,221.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 7 โครงการ ประกอบกับการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 21% เป็น 4,029.39 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเมื่อเทียบกับรายได้รวมอยู่ที่ 11.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 11.2% ในปีก่อน
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมลดลง 27% อยู่ที่ 390.48 ล้านบาท เนื่องจากโครงการร่วมค้าในออสเตรเลียมีการเลื่อนการส่งมอบบางส่วนไปปี 2566
ส่งผลให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 16% เป็น 10,515.45 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16% เป็น 8,173.26 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 23.0% ลดลงเล็กน้อยจาก 23.8% ในปีก่อน
## โอกาส
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** ยอดสัญญารอโอนมูลค่า 19,173 ล้านบาท เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในปี 2566 และปีถัดไป
* **การเปิดโครงการใหม่:** การมีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์จำนวนมากในปี 2565 แสดงถึงศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการและการรับรู้รายได้
* **การเติบโตของตลาดแนวราบ:** การโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจสูงขึ้น:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ต้นทุนวัสดุและแรงงานที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การเลื่อนการส่งมอบโครงการ:** กรณีโครงการร่วมค้าในออสเตรเลียที่เกิดการเลื่อนการส่งมอบ อาจเป็นสัญญาณความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับโครงการอื่นๆ ได้หากมีปัจจัยภายนอกมากระทบ
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความสามารถในการกู้ยืมของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ 14,771 ล้านบาทในปี 2566
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** แผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2566 และการตอบรับของตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Net Gearing Ratio):** แนวโน้มการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์จำนวนมากในปี 2565 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ การมีโครงการแนวราบที่โอนได้เพิ่มขึ้นก็เป็นส่วนเสริมที่ดี
**Backlog:** มูลค่า 19,173 ล้านบาท เป็นตัวเลขสำคัญที่บ่งชี้ถึงรายได้ที่แน่นอนในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอด 14,771 ล้านบาท ที่คาดว่าจะรับรู้ในปี 2566 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง
**ส่วนแบ่งกำไรจากร่วมค้า:** การลดลง 27% สะท้อนถึงความผันผวนของธุรกิจร่วมค้า โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศอย่างออสเตรเลีย ซึ่งการเลื่อนการส่งมอบบางส่วนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในงวดนั้นๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ 49% ซึ่งสูงขึ้นเล็กน้อยจาก 43% ในปีก่อน โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของ Net Gearing Ratio นี้เป็นจุดที่นักลงทุนควรจับตาดูความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
ผลประกอบการปี 2565 ของ SPALI เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จจำนวนมาก ประกอบกับการโอนโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 16% พร้อมกันนี้ บริษัทยังมี Backlog ที่แข็งแกร่งพร้อมรองรับการรับรู้รายได้ในปี 2566 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและระดับหนี้สินของบริษัทฯ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่อาจมีความผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPALI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
7,439.94
ล้านบาท
↓ 61.2% YoY
กำไรขั้นต้น
78,952.09
ล้านบาท
↓ 50.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,061.19
%
กำไรสุทธิ
1,337.93
ล้านบาท
↓ 66.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.98
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,440
↓ -61.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78,952
↓ -50.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,338
↓ -66.4%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPALI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
7.51
ROA (%)
5.98
Book Value/หุ้น
29.22
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPALI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,117
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+872
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPALI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,117.26
-7.32%
|
4,442.43
+34.25%
|
3,309.07
-4.17%
|
3,452.90
-45.39%
|
6,322.96
-606.75%
|
-1,247.75
-146.11%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
871.80
-116.63%
|
-5,243.76
-479.29%
|
1,382.52
-64.01%
|
3,841.29
+315.90%
|
923.60
-309.28%
|
-441.32
-322.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,594.87
-49.51%
|
-3,158.53
-27.53%
|
-4,358.26
-53.41%
|
-9,353.53
+20.40%
|
-7,768.97
-424.09%
|
2,397.18
-173.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,358.97
-169.11%
|
-4,860.29
-1,633.07%
|
317.03
-114.09%
|
-2,250.68
+265.04%
|
-616.56
-190.87%
|
678.51
-269.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|
655.93
-37.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,788.20
-26.06%
|
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|