บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
15.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5018 out_tok=2426 at=2026-07-26T05:54:14 -->
# SPALI กำไร Q1/2566 ลดลง 8% รับแรงกดดันต้นทุน-ดอกเบี้ย แต่ Backlog แข็งแกร่ง
## รายได้โอนบ้าน-คอนโดฯ เติบโต 5% แต่กำไรสุทธิหดตัว เหตุอัตรากำไรขั้นต้นลดลง-ต้นทุนการเงินพุ่ง
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 5,901.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 5,641.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 1,080.41 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SPALI ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 8% มาอยู่ที่ 1,080.41 ล้านบาท แม้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์จะเติบโต 5% มาอยู่ที่ 5,641.42 ล้านบาทนั้น มาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่ อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง, ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น, และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบเพิ่มขึ้นเป็น 69% จากเดิม 56% ในไตรมาส 1 ปี 2565 ขณะที่โครงการอาคารชุดมีกำหนดทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2566 เป็นต้นไป การที่สัดส่วนการโอนโครงการแนวราบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
2. **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 14% หรือ 98.07 ล้านบาท มาอยู่ที่ 815.26 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 13.0% เป็น 13.8%
3. **ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 62% หรือ 36.79 ล้านบาท มาอยู่ที่ 95.81 ล้านบาท เป็นผลมาจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่กลางปี 2565 เป็นต้นมา
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่อง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตเมื่อโครงการอาคารชุดเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 5,901.71 ล้านบาท (+7% YoY):** มาจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิ 1,080.41 ล้านบาท (-8% YoY):** แม้รายได้โต แต่ถูกกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงและต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น
* **รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ 5,641.42 ล้านบาท (+5% YoY):** ได้แรงหนุนจากการโอนโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยโครงการแนวราบมีสัดส่วนสูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 62% YoY:** จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
* **Backlog แข็งแกร่ง 20,220 ล้านบาท:** คาดรับรู้รายได้ในปี 2566 จำนวน 15,340 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 5,901.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 5,641.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 1,080.41 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 18.3% ลดลงจาก 21.3% ในปีก่อนหน้า กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.55 บาท ลดลงจาก 0.60 บาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ยอด Backlog สูง:** บริษัทฯ มี Backlog หรือยอดสัญญารอโอน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 จำนวน 20,220 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถทยอยโอนและรับรู้เป็นรายได้ในปี 2566 จำนวน 15,340 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 4,880 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปีถัดไป แสดงถึงรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนในอนาคตอันใกล้
* **การร่วมค้าในออสเตรเลีย:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมในประเทศออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 14% เนื่องจากการเลื่อนการส่งมอบบางส่วนมาโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2566 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกจากตลาดต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ไปสู่โครงการแนวราบที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า อาจส่งผลกดดันอัตรากำไรโดยรวมของบริษัทฯ หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** แม้จะสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุด:** ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2566 เป็นต้นไป จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงอัตรากำไรขั้นต้น
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุนโครงการ:** การควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อชดเชยแรงกดดันด้านอัตรากำไร
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** กลยุทธ์การเปิดตัวโครงการใหม่และการตอบรับของตลาดต่อโครงการใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์รวม 5,641.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% โดยมีแรงหนุนหลักจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น (69% ของรายได้จากการโอน) ขณะที่โครงการอาคารชุดจะเริ่มทยอยโอนตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2566 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนนี้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 14% เป็น 815.26 ล้านบาท คิดเป็น 13.8% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 13.0% ในปีก่อน
**ส่วนแบ่งกำไรจากร่วมค้า:** เพิ่มขึ้น 14% เป็น 66.05 ล้านบาท จากการร่วมค้าในออสเตรเลียที่มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการเพิ่มขึ้น
**ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 62% เป็น 95.81 ล้านบาท จากผลของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
**ยอด Backlog:** ณ 31 มีนาคม 2566 มี Backlog 20,220 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 2566 จำนวน 15,340 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 4,880 ล้านบาท ในอีก 2 ปีถัดไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ 50% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 49% ณ สิ้นปี 2565 มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 24.80 บาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
SPALI ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลง 8% แม้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์จะยังคงเติบโตได้ 5% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมี Backlog ที่แข็งแกร่งถึง 20,220 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคตอันใกล้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาการทยอยโอนโครงการอาคารชุดและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่จะส่งผลต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPALI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
7,439.94
ล้านบาท
↓ 61.2% YoY
กำไรขั้นต้น
78,952.09
ล้านบาท
↓ 50.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,061.19
%
กำไรสุทธิ
1,337.93
ล้านบาท
↓ 66.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.98
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,440
↓ -61.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78,952
↓ -50.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,338
↓ -66.4%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPALI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
7.51
ROA (%)
5.98
Book Value/หุ้น
29.22
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPALI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,117
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+872
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPALI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,117.26
-7.32%
|
4,442.43
+34.25%
|
3,309.07
-4.17%
|
3,452.90
-45.39%
|
6,322.96
-606.75%
|
-1,247.75
-146.11%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
871.80
-116.63%
|
-5,243.76
-479.29%
|
1,382.52
-64.01%
|
3,841.29
+315.90%
|
923.60
-309.28%
|
-441.32
-322.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,594.87
-49.51%
|
-3,158.53
-27.53%
|
-4,358.26
-53.41%
|
-9,353.53
+20.40%
|
-7,768.97
-424.09%
|
2,397.18
-173.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,358.97
-169.11%
|
-4,860.29
-1,633.07%
|
317.03
-114.09%
|
-2,250.68
+265.04%
|
-616.56
-190.87%
|
678.51
-269.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|
655.93
-37.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,788.20
-26.06%
|
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|