บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
15.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4342 out_tok=2569 at=2026-07-26T06:17:31 -->
SPALI กำไร Q1/2565 พุ่ง 59% รับแรงโอนคอนโดฯ ใหม่-คุมค่าใช้จ่าย
รายได้รวมโต 47% จากการโอนโครงการที่สร้างเสร็จ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,177.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 5,537.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% ปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.3%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPALI ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 59% โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 47% และอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมปรับตัวดีขึ้นจาก 19.7% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 21.3%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ
* **การโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทาวน์เฮ้าส์** คิดเป็น 56% ของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **การโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุด** คิดเป็น 44% โดยในปีนี้บริษัทฯ มีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด 7 โครงการ ซึ่งเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ **ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวคิดเป็น 13.0% ของรายได้รวม ลดลงจาก 15.5% ในปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดสัญญาทีÉลูกค้าซืÊอบ้านและ/หรืออาคารชุดพักอาศัยแล้วแต่ยังไม่ถึงกําหนดโอน (Backlog) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 อยู่ที่ 28,137 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถทยอยโอนและรับรู้เป็นรายได้ในปี 2565 ได้อีก 15,910 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 12,227 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปีถัดๆ ไป แสดงให้เห็นถึงรายได้ที่รอการรับรู้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 59% YoY** แตะ 1,177.82 ล้านบาท จาก 741.08 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 47% YoY** อยู่ที่ 5,537.31 ล้านบาท จาก 3,764.54 ล้านบาท
* **รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์โต 49% YoY** เป็น 5,372.24 ล้านบาท โดยมีโครงการอาคารชุดใหม่ 7 โครงการเริ่มทยอยโอน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลง** จาก 15.5% เหลือ 13.0% สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่ดี
* **อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมปรับดีขึ้น** เป็น 21.3% จาก 19.7% ในปีก่อน
* **ยอด Backlog ณ สิ้น Q1/2565 สูงถึง 28,137 ล้านบาท** คาดรับรู้รายได้ในปี 2565 อีก 15,910 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 5,537.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีรายได้รวม 3,764.54 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ 5,372.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% จากปีก่อน
ในด้านค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 717.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% แต่เมื่อเทียบกับรายได้รวมแล้ว คิดเป็น 13.0% ซึ่งลดลงจาก 15.7% ในปีก่อน แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน
กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 53% มาอยู่ที่ 1,515.40 ล้านบาท และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,177.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 59% จาก 741.08 ล้านบาทในปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมปรับตัวดีขึ้นจาก 19.7% เป็น 21.3% และกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นจาก 0.38 บาท เป็น 0.60 บาท
## โอกาส
* **การทยอยรับรู้รายได้จากโครงการอาคารชุดใหม่:** การมีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ 7 โครงการตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นต้นไป จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** ยอดสัญญารอโอน (Backlog) จำนวน 28,137 ล้านบาท เป็นเครื่องการันตีรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะส่วนที่จะรับรู้ในปี 2565 อีกกว่า 15,910 ล้านบาท
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับรายได้รวม แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้ดีอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะมี Backlog ที่แข็งแกร่ง แต่ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อโครงการใหม่ๆ ในอนาคต
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจสูงขึ้น:** ความไม่แน่นอนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการที่กำลังจะเปิดใหม่ หรือโครงการที่ยังดำเนินการก่อสร้างอยู่
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจกดดันด้านราคาและการขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตราการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการอาคารชุดใหม่:** ติดตามความคืบหน้าและยอดโอนจริงเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้
* **ยอดขายโครงการใหม่ (Presales):** ประเมินความสามารถในการสร้างยอดขายใหม่เพื่อเติม Backlog ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง:** จับตาแนวโน้มต้นทุนวัสดุและค่าแรงที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การบริหารกระแสเงินสด:** ตรวจสอบสภาพคล่องของบริษัทฯ โดยเฉพาะการบริหารเงินสดจากการดำเนินงานและการลงทุน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** แม้จะลดลง แต่ยังคงต้องติดตามระดับหนี้สินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 49% YoY มาอยู่ที่ 5,372.24 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากบ้านและทาวน์เฮ้าส์ 56% และอาคารชุด 44% การที่บริษัทฯ มีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอน 7 โครงการในช่วงปลายไตรมาส 1 นี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้ให้เติบโต
**Backlog:** ยอด Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 28,137 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่แข็งแกร่ง บ่งชี้ถึงรายได้ที่แน่นอนในอนาคต โดยคาดว่าจะสามารถรับรู้เป็นรายได้ในปี 2565 ได้อีก 15,910 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป
**การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 15.5% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 13.0% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ 41% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 43% ณ สิ้นปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการโครงสร้างหนี้ที่ดีขึ้น มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 20.62 บาท เพิ่มขึ้น 3% จาก 20.03 บาท ณ สิ้นปี 2564
(หมายเหตุ: เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน, และการจัดหาเงินโดยตรง แต่ตัวเลข Net Gearing Ratio และมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นบ่งชี้ถึงฐานะการเงินที่ค่อนข้างมั่นคง)
## สรุปท้าย
SPALI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 59% จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดใหม่ที่เริ่มทยอยโอน ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายและบริหารที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและต้นทุนการก่อสร้าง แต่ด้วย Backlog ที่มีอยู่จำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ มีรายได้ที่รอการรับรู้ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPALI ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,439.94
ล้านบาท
↓ 61.2% YoY
กำไรขั้นต้น
78,952.09
ล้านบาท
↓ 50.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,061.19
%
กำไรสุทธิ
1,337.93
ล้านบาท
↓ 66.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.98
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,440
↓ -61.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78,952
↓ -50.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,338
↓ -66.4%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPALI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
7.51
ROA (%)
5.98
Book Value/หุ้น
29.22
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPALI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,117
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+872
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPALI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,117.26
-7.32%
|
4,442.43
+34.25%
|
3,309.07
-4.17%
|
3,452.90
-45.39%
|
6,322.96
-606.75%
|
-1,247.75
-146.11%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
871.80
-116.63%
|
-5,243.76
-479.29%
|
1,382.52
-64.01%
|
3,841.29
+315.90%
|
923.60
-309.28%
|
-441.32
-322.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,594.87
-49.51%
|
-3,158.53
-27.53%
|
-4,358.26
-53.41%
|
-9,353.53
+20.40%
|
-7,768.97
-424.09%
|
2,397.18
-173.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,358.97
-169.11%
|
-4,860.29
-1,633.07%
|
317.03
-114.09%
|
-2,250.68
+265.04%
|
-616.56
-190.87%
|
678.51
-269.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|
655.93
-37.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,788.20
-26.06%
|
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|