บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
15.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5885 out_tok=2470 at=2026-07-26T05:35:17 -->
SPALI กำไร Q3/65 พุ่ง 60% รับแรงโอนคอนโดฯ ใหม่-บ้าน-ทาวน์เฮ้าส์
ฝ่ายจัดการ SPALI เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 กำไรสุทธิเติบโต 60% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสามารถควบคุมได้ดี ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPALI ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์รวมอยู่ที่ 11,068.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทาวน์เฮ้าส์ 47% และอาคารชุด 53% การเพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทฯ มีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ถึง 7 โครงการ ซึ่งเริ่มทยอยโอนตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ปี 2565 และโอนต่อเนื่องมาในไตรมาส 3 ขณะที่ปีก่อนมีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนเพียง 4 โครงการ นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ครบกำหนดโอนในไตรมาส 3 อีก 1 โครงการ การโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1,029.29 ล้านบาท หรือ 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อีกปัจจัยที่สนับสนุนผลประกอบการคือ **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ที่มีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวคิดเป็น 9.9% ของรายได้รวม ลดลงจาก 11.2% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี ประกอบกับการที่รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นตามที่กล่าวไป
นอกจากนี้ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม** ก็มีส่วนช่วยสนับสนุน โดยเพิ่มขึ้นถึง 864% จากปีก่อน เนื่องจากมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในประเทศออสเตรเลียที่ครบกำหนดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ซึ่งต่างจากปีก่อนที่ส่วนใหญ่โอนในช่วงครึ่งปีแรก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยพิจารณาจากยอดสัญญาลูกค้าที่ซื้อบ้านและ/หรืออาคารชุดพักอาศัยแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดโอน (Backlog) ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 มีมูลค่ารวม 23,016 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทยอยโอนและรับรู้เป็นรายได้ในปี 2565 อีก 7,267 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 15,749 ล้านบาท จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปีถัดไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรายได้ที่รอการรับรู้ในอนาคตที่แข็งแกร่ง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 เติบโต 60% YoY** อยู่ที่ 2,748.88 ล้านบาท จาก 1,719.59 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 50% YoY** แตะ 11,068.04 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการโอนโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลง** จาก 11.2% ในปีก่อน เหลือ 9.9% ในปีนี้ สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดี
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** 864% YoY จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในออสเตรเลีย
* **Backlog ณ สิ้น Q3/65 สูงถึง 23,016 ล้านบาท** พร้อมรับรู้รายได้ต่อเนื่องในอีก 3 เดือนข้างหน้าและ 2 ปีถัดไป
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 11,362.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จาก 7,521.88 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 11,068.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 60% เป็น 3,519.59 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 2,748.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จาก 1,719.59 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 24.2% เพิ่มขึ้นจาก 22.9% ในปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 25,454.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จาก 18,521.92 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 24,575.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 41% เป็น 7,704.35 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 6,001.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จาก 4,191.14 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 23.6% เพิ่มขึ้นจาก 22.6% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่:** การมีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและพร้อมโอนจำนวนมากในปีนี้ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรที่สำคัญ
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** ยอดสัญญารอโอนมูลค่าสูงถึง 23,016 ล้านบาท จะเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงในระยะสั้นถึงกลาง
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มอัตรากำไร
* **การลงทุนในต่างประเทศ:** ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการในออสเตรเลียที่เริ่มรับรู้เป็นรายได้ ช่วยเสริมผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) ที่เพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 54% ณ สิ้น Q3/65 เพิ่มขึ้นจาก 43% ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งอาจเป็นภาระทางการเงินหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค และอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความสามารถในการทยอยโอนโครงการที่รอการโอนให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** กลยุทธ์การเปิดโครงการใหม่และการตอบรับของตลาดต่อโครงการใหม่ๆ
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้าง:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์:** เป็นหัวใจหลักของรายได้และกำไรในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่หลายโครงการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 และต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทาวน์เฮ้าส์เติบโต 50% YoY
**Backlog:** ยอดสัญญารอโอน 23,016 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความต้องการซื้อที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแบ่งสัดส่วนที่จะรับรู้รายได้ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (7,267 ล้านบาท) และอีก 2 ปีถัดไป (15,749 ล้านบาท) บ่งชี้ถึงความต่อเนื่องของรายได้ในอนาคต
**ส่วนแบ่งกำไรจากร่วมค้า/บริษัทร่วม:** การโอนกรรมสิทธิ์โครงการในออสเตรเลียที่ครบกำหนดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้ แม้ว่าภาพรวม 9 เดือนจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ 54% ซึ่งสูงขึ้นจาก 43% ณ สิ้นปี 2564 สะท้อนถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของบริษัทฯ มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 21.19 บาท เพิ่มขึ้น 6% จาก 20.03 บาท ณ สิ้นปี 2564
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
SPALI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 60% จากแรงหนุนหลักของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่ ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และส่วนแบ่งกำไรจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Backlog ที่มีอยู่จำนวนมากเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความต่อเนื่องของรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนการก่อสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPALI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
7,439.94
ล้านบาท
↓ 61.2% YoY
กำไรขั้นต้น
78,952.09
ล้านบาท
↓ 50.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,061.19
%
กำไรสุทธิ
1,337.93
ล้านบาท
↓ 66.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.98
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,440
↓ -61.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78,952
↓ -50.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,338
↓ -66.4%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPALI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
7.51
ROA (%)
5.98
Book Value/หุ้น
29.22
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPALI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,117
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+872
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPALI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,117.26
-7.32%
|
4,442.43
+34.25%
|
3,309.07
-4.17%
|
3,452.90
-45.39%
|
6,322.96
-606.75%
|
-1,247.75
-146.11%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
871.80
-116.63%
|
-5,243.76
-479.29%
|
1,382.52
-64.01%
|
3,841.29
+315.90%
|
923.60
-309.28%
|
-441.32
-322.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,594.87
-49.51%
|
-3,158.53
-27.53%
|
-4,358.26
-53.41%
|
-9,353.53
+20.40%
|
-7,768.97
-424.09%
|
2,397.18
-173.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,358.97
-169.11%
|
-4,860.29
-1,633.07%
|
317.03
-114.09%
|
-2,250.68
+265.04%
|
-616.56
-190.87%
|
678.51
-269.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|
655.93
-37.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,788.20
-26.06%
|
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|