บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
15.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5608 out_tok=2266 at=2026-07-26T06:31:55 -->
SPALI กำไร Q3/2564 พุ่ง 41% รับแรงโอนคอนโดฯ-บ้านใหม่
รายได้-กำไรโตเด่นตามคาด จากการโอนโครงการที่สร้างเสร็จ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและยอดขายต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,719.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 7,521.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่และโครงการที่ครบกำหนดโอนในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPALI ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น มาจากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดจำนวน 2 โครงการที่สร้างเสร็จในช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2564 และยังคงโอนต่อเนื่องมาในไตรมาส 3 รวมถึงมีโครงการใหม่ที่ครบกำหนดโอนในไตรมาส 3 อีก 1 โครงการ นอกจากนี้ รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทาวน์เฮ้าส์ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโต โดยรวมแล้ว รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 27%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลในเอกสารระบุว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มียอดสัญญาทีÉลูกค้าซืÊอบ้านและ/หรืออาคารชุดพักอาศัยแล้วแต่ยังไม่ถึงกําหนดโอน (Backlog) อยู่ที่ 32,843 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทยอยโอนและรับรู้เป็นรายได้ในปี 2564 จำนวน 9,786 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 23,057 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ในอีก 3 ปีถัดไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึง **โอกาสในการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง** จาก Backlog ที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้จะขึ้นอยู่กับกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ของแต่ละโครงการ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 41% YoY:** อยู่ที่ 1,719.59 ล้านบาท จาก 1,216.57 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 25% YoY:** อยู่ที่ 7,521.88 ล้านบาท จาก 6,003.97 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
* **รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์พุ่ง 27% YoY:** อยู่ที่ 7,377.67 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการโอนอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่
* **Backlog สูง 32,843 ล้านบาท:** พร้อมทยอยรับรู้รายได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 56% ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 จาก 53% ณ สิ้นปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2564:** บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 7,521.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ที่มีรายได้ 6,003.97 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 7,377.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่และโครงการที่ครบกำหนดโอน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคิดเป็น 11.2% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 11.0% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 34% และกำไรสุทธิเติบโต 41% มาอยู่ที่ 1,719.59 ล้านบาท (จาก 1,216.57 ล้านบาท) อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 22.9% เพิ่มขึ้นจาก 20.3% ในปีก่อน
**งวด 9 เดือน ปี 2564:** รายได้รวมอยู่ที่ 18,521.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 12,875.02 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 46% เป็น 18,055.16 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นถึง 92% เป็น 363.97 ล้านบาท ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เติบโต 71% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 76% มาอยู่ที่ 4,191.14 ล้านบาท (จาก 2,386.62 ล้านบาท) อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 22.6% เพิ่มขึ้นจาก 18.5% ในปีก่อน
## โอกาส
* **ยอดขายรอโอน (Backlog) ที่แข็งแกร่ง:** จำนวน 32,843 ล้านบาท จะเป็นปัจจัยหนุนการรับรู้รายได้และกำไรในระยะ 3 ปีข้างหน้า
* **การโอนโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จ:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาส 3 และคาดว่าจะต่อเนื่อง
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การมี Backlog สะท้อนถึงการมีโครงการที่พร้อมโอนและอาจมีโครงการใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเพื่อเติมยอดขาย
## ความเสี่ยง
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) ที่เพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 56% อาจเป็นสัญญาณที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างใกล้ชิด
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** แม้จะมี Backlog แต่ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในอนาคต
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่ต้นทุนวัสดุที่อาจปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตราการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการอาคารชุด:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการโอนได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการ Net Gearing Ratio:** บริษัทฯ จะมีแผนในการลดหรือรักษาระดับหนี้สินอย่างไร
* **ยอดขายใหม่ (Presales):** จะสามารถสร้างยอดขายใหม่เพื่อทดแทนโครงการที่ทยอยโอนออกไปได้มากน้อยเพียงใด
* **กำหนดการโอนโครงการใหม่:** การเปิดตัวและโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ๆ ในช่วงไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์:** เป็นหัวใจหลักของการเติบโตในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะรายได้จากอาคารชุดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการโอนโครงการที่สร้างเสร็จใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแผนการรับรู้รายได้เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์
**Backlog:** การมี Backlog จำนวนมากถึง 32,843 ล้านบาท แสดงถึงความสามารถในการขายของบริษัทฯ และเป็นเครื่องการันตีรายได้ในอนาคต สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในแบรนด์ศุภาลัย
**อัตรากำไร:** แม้จะไม่ได้ระบุอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หรืออัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin) โดยตรง แต่การที่กำไรสุทธิเติบโตสูงกว่ารายได้รวม สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ หรืออาจมีส่วนผสมของโครงการที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ 56% ซึ่งสูงขึ้นเล็กน้อยจาก 53% ณ สิ้นปี 2563 บ่งชี้ว่าบริษัทฯ ยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 18.27 บาท เพิ่มขึ้น 7% จากสิ้นปี 2563
## สรุปท้าย
SPALI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่ ประกอบกับยอดขายรอโอน (Backlog) ที่มีอยู่จำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสรับรู้รายได้ต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการระดับหนี้สินและการสร้างยอดขายใหม่เพื่อรักษาการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPALI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
7,439.94
ล้านบาท
↓ 61.2% YoY
กำไรขั้นต้น
78,952.09
ล้านบาท
↓ 50.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,061.19
%
กำไรสุทธิ
1,337.93
ล้านบาท
↓ 66.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.98
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,440
↓ -61.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78,952
↓ -50.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,338
↓ -66.4%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPALI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
7.51
ROA (%)
5.98
Book Value/หุ้น
29.22
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPALI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,117
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+872
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPALI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,117.26
-7.32%
|
4,442.43
+34.25%
|
3,309.07
-4.17%
|
3,452.90
-45.39%
|
6,322.96
-606.75%
|
-1,247.75
-146.11%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
871.80
-116.63%
|
-5,243.76
-479.29%
|
1,382.52
-64.01%
|
3,841.29
+315.90%
|
923.60
-309.28%
|
-441.32
-322.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,594.87
-49.51%
|
-3,158.53
-27.53%
|
-4,358.26
-53.41%
|
-9,353.53
+20.40%
|
-7,768.97
-424.09%
|
2,397.18
-173.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,358.97
-169.11%
|
-4,860.29
-1,633.07%
|
317.03
-114.09%
|
-2,250.68
+265.04%
|
-616.56
-190.87%
|
678.51
-269.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|
655.93
-37.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,788.20
-26.06%
|
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|