บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
15.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5824 out_tok=2147 at=2026-07-26T05:49:13 -->
# SPALI กำไร Q2/2565 พุ่ง 20% รับแรงโอนคอนโดฯ ใหม่ หนุนรายได้รวมโต 18%
## รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมใหม่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากต่างประเทศลดลง
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 8,555.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 2,075.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากแรงหนุนหลักของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPALI ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตตามไปด้วย
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์รวมอยู่ที่ 8,135.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 โดยแบ่งเป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทาวน์เฮ้าส์ 55% และอาคารชุด 45% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ มีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2565 จำนวน 7 โครงการ ซึ่งเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ปี 2565 ในขณะที่ปี 2564 โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงปลายไตรมาส 2 ทำให้ฐานเปรียบเทียบของปีก่อนค่อนข้างต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ฉุดรั้งการเติบโตบางส่วนคือ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่ลดลงถึง 58%** เหลือ 82.51 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในประเทศออสเตรเลียส่วนใหญ่จะครบกำหนดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ เนื่องจาก ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดสัญญารอโอน (Backlog) มูลค่า 27,962 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถทยอยโอนและรับรู้เป็นรายได้ในอีก 6 เดือนข้างหน้าของปี 2565 จำนวน 13,695 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 14,267 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากต่างประเทศอาจยังคงผันผวนตามกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565:** 8,555.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY
* **กำไรสุทธิ Q2/2565:** 2,075.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY
* **รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์:** 8,135.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY โดยได้แรงหนุนจากการโอนโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่
* **ส่วนแบ่งกำไรจากร่วมค้า/บริษัทร่วม:** ลดลง 58% YoY เหลือ 82.51 ล้านบาท เนื่องจากโครงการในออสเตรเลียจะโอนในช่วงครึ่งปีหลัง
* **Backlog ณ 30 มิ.ย. 65:** 27,962 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ 13,695 ล้านบาท ใน 6 เดือนข้างหน้า และ 14,267 ล้านบาท ใน 2 ปีถัดไป
* **Net Gearing Ratio:** เพิ่มขึ้นเป็น 59% ณ 30 มิ.ย. 65 จาก 43% ณ 31 ธ.ค. 64 เนื่องจากการลงทุนเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 14,092.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 13,507.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดสร้างเสร็จใหม่ที่เริ่มโอนตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ปี 2565
ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 3,252.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 2,471.54 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 23.1% เพิ่มขึ้นจาก 22.5% ในปีก่อน
## โอกาส
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** ยอดสัญญารอโอนมูลค่า 27,962 ล้านบาท เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคตที่ชัดเจน โดยเฉพาะส่วนที่จะรับรู้ภายใน 6 เดือนข้างหน้า
* **การเปิดโครงการใหม่:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุแผนการเปิดโครงการใหม่โดยตรง แต่การมี Backlog จำนวนมากบ่งชี้ถึงความสามารถในการขายและการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุด:** การมีโครงการอาคารชุดสร้างเสร็จพร้อมโอนจำนวนมากในปีนี้ เป็นโอกาสในการรับรู้รายได้และกำไรในระยะสั้น
## ความเสี่ยง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากต่างประเทศที่ลดลง:** การพึ่งพารายได้จากโครงการในออสเตรเลียที่ลดลงในไตรมาสนี้ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรโดยรวมหากไม่สามารถชดเชยด้วยโครงการอื่นได้
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงผลกระทบของต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นโดยตรง แต่เป็นปัจจัยที่อาจกดดันอัตรากำไรในระยะยาว
* **อัตราหนี้สินต่อทุนที่สูงขึ้น:** Net Gearing Ratio ที่เพิ่มขึ้นเป็น 59% อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา หากการลงทุนใหม่ๆ ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามที่คาดหวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในออสเตรเลีย:** จะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรในครึ่งปีหลัง
* **อัตราการดูดซับ Backlog:** ความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์จากยอดสัญญารอโอนให้เป็นรายได้จริง
* **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง:** เพื่อรักษาอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ
* **แผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2565/2566:** เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์เติบโต 15% YoY ในไตรมาส 2/2565 โดยมีสัดส่วนรายได้จากอาคารชุดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีโครงการสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนหลายโครงการ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ
**Backlog:** ยอด Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 27,962 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงความต้องการซื้อที่ยังคงมีอยู่ และเป็นรายได้ที่รอรับรู้ในอนาคต โดยเฉพาะส่วนที่จะทยอยรับรู้ภายใน 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565
**ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 20% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยคิดเป็น 11.0% ของรายได้รวม ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ 59% ซึ่งสูงขึ้นจาก 43% ณ สิ้นปี 2564 สะท้อนถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
SPALI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2565 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 20% จากแรงหนุนหลักของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จใหม่ ประกอบกับ Backlog ที่มีอยู่จำนวนมากเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากต่างประเทศ และการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPALI ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
7,439.94
ล้านบาท
↓ 61.2% YoY
กำไรขั้นต้น
78,952.09
ล้านบาท
↓ 50.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,061.19
%
กำไรสุทธิ
1,337.93
ล้านบาท
↓ 66.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.98
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,440
↓ -61.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78,952
↓ -50.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,338
↓ -66.4%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPALI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
7.51
ROA (%)
5.98
Book Value/หุ้น
29.22
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPALI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,117
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+872
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPALI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,117.26
-7.32%
|
4,442.43
+34.25%
|
3,309.07
-4.17%
|
3,452.90
-45.39%
|
6,322.96
-606.75%
|
-1,247.75
-146.11%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
871.80
-116.63%
|
-5,243.76
-479.29%
|
1,382.52
-64.01%
|
3,841.29
+315.90%
|
923.60
-309.28%
|
-441.32
-322.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,594.87
-49.51%
|
-3,158.53
-27.53%
|
-4,358.26
-53.41%
|
-9,353.53
+20.40%
|
-7,768.97
-424.09%
|
2,397.18
-173.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,358.97
-169.11%
|
-4,860.29
-1,633.07%
|
317.03
-114.09%
|
-2,250.68
+265.04%
|
-616.56
-190.87%
|
678.51
-269.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|
655.93
-37.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,788.20
-26.06%
|
5,123.15
+8.75%
|
4,710.92
+258.29%
|
1,314.84
-19.12%
|
1,625.57
+21.82%
|
1,334.44
+103.44%
|