RABBIT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RABBIT
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.36
+0.01 (+2.86%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13674 out_tok=3045 at=2026-07-26T01:40:20 --> # RABBIT Q3/2564 พลิกเกมสู่ธุรกิจการเงิน กำไรสุทธิขาดทุนลดลง 51.5% ## ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ยุติธุรกิจอสังหาฯ-โรงแรม หันลุยบริการการเงินเต็มตัว บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,193.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ผลขาดทุนสุทธิจะยังคงมีอยู่ แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 51.5% มาอยู่ที่ 363.6 ล้านบาท จาก 750.3 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ การจำหน่ายสินทรัพย์ในยุโรป และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ขณะที่บริษัทได้ประกาศทิศทางใหม่ที่จะยุติธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจบริการทางการเงินเต็มตัว ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RABBIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่และการจำหน่ายสินทรัพย์บางส่วน โดยเฉพาะในทวีปยุโรป ซึ่งส่งผลให้เกิดกำไรจากการขายเงินลงทุนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทฯ มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยบางส่วนในทวีปยุโรป ซึ่งสร้างกำไรจากการขายจำนวน 232 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีก 42 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้เป็นรายการพิเศษที่เข้ามาช่วยหนุนรายได้รวมให้เติบโต 3.6% แม้ว่ารายได้จากธุรกิจโรงแรมในยุโรปที่จำหน่ายออกไปจะลดลงถึง 234 ล้านบาทก็ตาม 2. **การลดลงของต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทฯ ได้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมสุทธิ 11,044 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลงถึง 64.8% หรือ 207 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนและส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก 3. **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** แม้จะมีปัจจัยลบจาก COVID-19 แต่บริษัทฯ ได้ดำเนินนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 21.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการลดต้นทุนทางการเงิน แต่กำไรจากการขายสินทรัพย์เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว การเปลี่ยนแปลงทิศทางธุรกิจสู่บริการทางการเงินจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะยาว ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากการลงทุนใหม่ๆ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 1,193.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% YoY:** หนุนโดยกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้รายได้ธุรกิจโรงแรมในยุโรปจะลดลง * **ผลขาดทุนสุทธิลดลง 51.5% YoY:** เหลือ 363.6 ล้านบาท จาก 750.3 ล้านบาทในปีก่อน เป็นผลจากการจำหน่ายสินทรัพย์ การลดต้นทุนทางการเงิน และการควบคุมค่าใช้จ่าย * **EBITDA เพิ่มขึ้น 97.9% YoY:** อยู่ที่ 410.2 ล้านบาท สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น * **ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่:** ประกาศยุติธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม มุ่งสู่ธุรกิจบริการทางการเงินเต็มตัว โดยจะลงทุนในธุรกิจประกันชีวิต, JMART และ SINGER * **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest Bearing Debt to Equity) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.00 เท่า เหลือ 0.06 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,193.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยในทวีปยุโรปจำนวน 232 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 42 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจโรงแรมในยุโรปที่ถูกจำหน่ายออกไป 234 ล้านบาท ในด้านค่าใช้จ่ายรวม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้ดี โดยมีค่าใช้จ่ายรวม 738 ล้านบาท ลดลง 21.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากการจำหน่ายธุรกิจโรงแรมบางส่วนในยุโรป และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ที่ 363.6 ล้านบาท (คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิ 30.5%) แม้ว่าจะลดลงอย่างมากถึง 51.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 750.3 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนลดลง มาจากการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ การลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงิน 207 ล้านบาท และส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมที่ลดลง ## โอกาส * **การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจบริการทางการเงิน:** การลงทุนใน JMART, SINGER และ A LIFE เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ประจำและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจเดียวในอดีต โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของกลุ่ม BTS (กลยุทธ์ 3M) * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** มาตรการผ่อนคลายของภาครัฐไทย เช่น การเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงแรมที่ยังคงเหลืออยู่ โดยเฉพาะในประเทศไทย * **การผ่อนคลายมาตรการ LTV:** มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยในการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV คาดว่าจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** แม้จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสยังคงเป็นความเสี่ยงต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ * **การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการเงิน:** การเข้าสู่ธุรกิจบริการทางการเงินใหม่ อาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้เล่นเดิมในตลาด * **ความล่าช้าในการขายสินทรัพย์:** การไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการขายโรงแรมทั้งหมดภายใน 3 ปี อาจส่งผลต่อแผนการยุติธุรกิจโรงแรมโดยสิ้นเชิง หรืออาจต้องพิจารณาจัดตั้ง REIT ซึ่งมีความซับซ้อน * **ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานของธุรกิจใหม่:** การบริหารจัดการธุรกิจประกันชีวิต, การเงินรายย่อย และการบริหารหนี้สิน อาจมีความท้าทายและต้องการการปรับตัว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจบริการทางการเงิน:** การเข้าซื้อหุ้น JMART, SINGER และ A LIFE คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2564 ต้องติดตามผลการดำเนินงานและการผนึกกำลังกับพันธมิตร * **แผนการยุติธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์:** ความคืบหน้าในการขายสินทรัพย์โรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่ * **ผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมที่ยังคงดำเนินงาน:** การฟื้นตัวของรายได้และอัตราการเข้าพัก หลังจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** แม้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่การบริหารจัดการหนี้สินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายในธุรกิจประกันชีวิต:** กลยุทธ์การขยายส่วนแบ่งการตลาดของ A LIFE ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาส 3 ปี 2564 แม้ว่า RABBIT จะประกาศทิศทางใหม่ในการยุติธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องปรากฏในรายงานดังนี้: * **ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงาน:** มีอัตราการเช่าพื้นที่รวมอยู่ที่ 88.2% โดยอาคาร Gracechurch (ลอนดอน) มีอัตราการเช่า 63% ขณะที่อาคารพาณิชย์โนเบิลและอาคารสำนักงานทีเอสที (กรุงเทพฯ) มีอัตราการเช่า 100% รายได้จากธุรกิจนี้อยู่ที่ 101 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.7% YoY * **ธุรกิจให้เช่าห้องชุดเพื่อการพาณิชย์:** มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 9,173 ตารางเมตร และมีอัตราการเช่าพื้นที่รวม 100% สร้างรายได้ประมาณ 61 ล้านบาทต่อปี * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงที่อยู่อาศัย:** * **โครงการร่วมทุนกับแสนสิริ:** มี 3 โครงการ โดย 2 โครงการพร้อมเข้าอยู่ (คุณบายยู, เดอะ เบสสะพานใหม่) และ 1 โครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง (เดอะไลน์พหลโยธินพาร์ค) คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมโอนในเดือนธันวาคม 2564 มีรายได้รอการโอน (Backlog) รวม 3,967 ล้านบาท สำหรับปี 2564-2566 * **โครงการร่วมทุนกับโนเบิล:** มี Backlog จากโครงการนิว โนเบิลรัชดา ลาดพร้าว จำนวน 1,121 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มโอนได้ในปี 2566 * **การพัฒนาโครงการ:** โครงการเดอะ ยูนิคอร์น ก่อสร้างไปแล้วกว่า 52% และโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสาม ก่อสร้างไปแล้วกว่า 6% ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 59,030 ล้านบาท ลดลง 6.1% จากสิ้นปี 2563 เป็นผลมาจากการจำหน่ายทรัพย์สินในยุโรปและอาคารสำนักงาน Underwood Street รวมถึงสิทธิการใช้สินทรัพย์ของโรงแรมภายใต้สัญญาเช่าบริหาร หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 48.9% มาอยู่ที่ 19,836 ล้านบาท จาก 38,827 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ที่ขาย และการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 63.2% มาอยู่ที่ 39,194 ล้านบาท จาก 24,017 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มทุน โครงสร้างเงินทุนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง 19,810 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest Bearing Debt to Equity) ลดลงจาก 1.00 เท่า เหลือเพียง 0.06 เท่า ในด้านกระแสเงินสด บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 5,254 ล้านบาท โดยมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน (771) ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลขาดทุนก่อนภาษีหักลบด้วยรายการที่ไม่ใช่เงินสด เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ (1,206) ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและที่ดินอาคารอุปกรณ์ ขณะที่เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 4,488 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนในหุ้นบุริมสิทธิ และการชำระคืนเงินกู้ยืม ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ RABBIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการพลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายสินทรัพย์และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ประกาศทิศทางใหม่ที่ชัดเจนในการยุติธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 และการแข่งขันในธุรกิจใหม่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RABBIT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,651.00 ล้านบาท
↑ 73.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,102.03 ล้านบาท
↓ 15.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
41.57 %
กำไรสุทธิ
1,015.89 ล้านบาท
↓ 1173.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
38.32 %
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,651
↑ + 73.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,102
↓ -15.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,016
↓ -1173.6% YoY
D/E Ratio
0.87

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RABBIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,651.00
+73.52%
1,527.77
+13.43%
1,346.94
-33.26%
2,018.28
-45.94%
3,733.72
+103.81%
1,831.95
-53.86%
กำไรขั้นต้น
1,102.03
-15.08%
1,297.67
+28.19%
1,012.27
+131.09%
438.04
-33.26%
656.31
+2,125.40%
-32.40
-103.18%
ค่าใช้จ่ายรวม
532.55
+11.40%
478.03
+0.07%
477.71
+230.27%
144.65
-74.72%
572.18
+33.59%
428.29
-59.40%
กำไรสุทธิ
1,015.89
+1,173.64%
-94.62
+94.63%
-1,760.83
-250.38%
1,170.90
+30.20%
899.29
+123.42%
-3,839.76
-401.24%
กำไรต่อหุ้น
0.14
+1,146.15%
-0.01
+94.47%
-0.24
-250.64%
0.16
+30.00%
0.12
+123.39%
-0.51
-401.76%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
41.57
-51.06%
84.94
+13.03%
75.15
+246.31%
21.70
+23.44%
17.58
+1,093.22%
-1.77
-106.90%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
20.09
-35.79%
31.29
-11.78%
35.47
+394.70%
7.17
-53.20%
15.32
-34.47%
23.38
-12.01%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
38.32
+719.06%
-6.19
+95.27%
-130.73
-325.36%
58.01
+140.81%
24.09
+111.49%
-209.60
-752.96%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
322.68
-58.14%
770.82
+184.30%
-914.33
-142.73%
2,139.54
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
3.22
+347.69%
-1.30
+89.13%
-11.96
-501.34%
2.98
+1,003.70%
0.27
+101.11%
-24.34
-760.07%
ROA(%)
4.38
+162.28%
1.67
+132.12%
-5.20
-260.99%
3.23
+141.04%
1.34
+113.62%
-9.84
-16,500.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.87
-5.43%
0.92
+6.98%
0.86
+26.47%
0.68
-21.84%
0.87
-46.30%
1.62
+70.53%
P/E
8.50
8.50
8.50
-78.86%
40.20
0.00
0.00
-100.00%
P/BV
0.28
-39.13%
0.46
0.46
-56.19%
1.05
-35.58%
1.63
+239.58%
0.48
-14.29%
BV
0.98
-1.01%
0.99
-10.81%
1.11
-11.20%
1.25
+1.63%
1.23
-58.45%
2.96
-2.95%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น
0.27
-41.30%
0.46
-9.80%
0.51
-61.36%
1.32
-34.00%
2.00
+40.85%
1.42
-16.96%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
3.22
ROA (%)
4.38
Book Value/หุ้น
0.99

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RABBIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
5,880.32
-8.23%
6,604.45
+34.34%
4,916.38
-39.89%
8,178.56
-62.15%
7,820.98
+18.67%
6,590.59
+51.45%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
54,481.46
-1.16%
55,469.34
-3.75%
57,627.77
-4.91%
60,603.44
+8.29%
45,710.22
-3.50%
47,373.51
+32.66%
รวมสินทรัพย์
60,361.78
-1.90%
62,073.79
-0.75%
62,544.16
-9.07%
68,782.00
-11.34%
53,531.21
-0.79%
53,964.10
+34.70%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
9,737.14
+17.35%
8,632.07
-29.46%
12,237.01
+225.26%
3,762.19
-71.50%
4,317.53
+74.95%
2,467.90
-4.24%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
18,396.94
-13.42%
21,648.83
+29.83%
16,675.31
-30.54%
24,006.25
+3.67%
18,670.93
-16.44%
22,344.57
+13.85%
รวมหนี้สิน
28,134.07
-4.78%
30,280.90
+4.73%
28,912.32
+4.12%
27,768.44
-23.62%
22,988.46
-7.35%
24,812.47
+11.75%
รวมส่วนของเจ้าของ
32,227.71
+0.76%
31,792.89
-5.47%
33,631.83
-18.00%
41,013.57
-0.50%
30,542.75
+4.79%
29,151.63
+63.24%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
3.22
-1.30
-11.96
2.98
-2.83
-2.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.38
1.67
-5.20
3.23
0.06
0.06
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.60
0.77
0.40
2.17
0.77
0.77
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.29
0.35
0.20
0.86
0.36
0.36
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
27.79
46.93
0.00
0.00
62.23
44.24
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
306.13
288.51
0.00
0.00
6.46
7.48
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
123.88
122.25
0.00
0.00
127.56
138.01
วงจรเงินสด
210.05
213.19
0.00
0.00
-58.87
-86.29
D/E
0.87
0.95
0.86
0.68
0.75
0.85
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+466
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,692
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RABBIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2557 2556
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
466.32
-617.73%
-90.07
-95.95%
-2,223.57
-430.91%
671.96
0.00
0.00
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
2,692.31
+330.90%
624.81
-1,180.61%
-57.82
-105.13%
1,127.57
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-1,856.84
+327.34%
-434.51
-125.98%
1,672.33
-148.97%
-3,415.04
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
1,390.13
-756.19%
-211.85
-81.62%
-1,152.70
-21.20%
-1,462.83
-271.36
-124.50%
1,107.61
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
2,575.52
+60.89%
1,600.75
-15.87%
1,902.82
-30.55%
2,739.67
-24.60%
1,267.77
+691.56%
160.16
+323.18%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
2,387.24
-7.31%
2,575.52
+60.89%
1,600.75
-15.87%
1,902.82
-30.55%
0.00
0.00