RABBIT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RABBIT
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.31
0.01 (3.13%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13674 out_tok=3045 at=2026-07-26T01:40:20 --> # RABBIT Q3/2564 พลิกเกมสู่ธุรกิจการเงิน กำไรสุทธิขาดทุนลดลง 51.5% ## ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ยุติธุรกิจอสังหาฯ-โรงแรม หันลุยบริการการเงินเต็มตัว บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,193.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ผลขาดทุนสุทธิจะยังคงมีอยู่ แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 51.5% มาอยู่ที่ 363.6 ล้านบาท จาก 750.3 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ การจำหน่ายสินทรัพย์ในยุโรป และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ขณะที่บริษัทได้ประกาศทิศทางใหม่ที่จะยุติธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจบริการทางการเงินเต็มตัว ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RABBIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่และการจำหน่ายสินทรัพย์บางส่วน โดยเฉพาะในทวีปยุโรป ซึ่งส่งผลให้เกิดกำไรจากการขายเงินลงทุนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทฯ มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยบางส่วนในทวีปยุโรป ซึ่งสร้างกำไรจากการขายจำนวน 232 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีก 42 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้เป็นรายการพิเศษที่เข้ามาช่วยหนุนรายได้รวมให้เติบโต 3.6% แม้ว่ารายได้จากธุรกิจโรงแรมในยุโรปที่จำหน่ายออกไปจะลดลงถึง 234 ล้านบาทก็ตาม 2. **การลดลงของต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทฯ ได้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมสุทธิ 11,044 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลงถึง 64.8% หรือ 207 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนและส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก 3. **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** แม้จะมีปัจจัยลบจาก COVID-19 แต่บริษัทฯ ได้ดำเนินนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 21.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการลดต้นทุนทางการเงิน แต่กำไรจากการขายสินทรัพย์เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว การเปลี่ยนแปลงทิศทางธุรกิจสู่บริการทางการเงินจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะยาว ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากการลงทุนใหม่ๆ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 1,193.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% YoY:** หนุนโดยกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้รายได้ธุรกิจโรงแรมในยุโรปจะลดลง * **ผลขาดทุนสุทธิลดลง 51.5% YoY:** เหลือ 363.6 ล้านบาท จาก 750.3 ล้านบาทในปีก่อน เป็นผลจากการจำหน่ายสินทรัพย์ การลดต้นทุนทางการเงิน และการควบคุมค่าใช้จ่าย * **EBITDA เพิ่มขึ้น 97.9% YoY:** อยู่ที่ 410.2 ล้านบาท สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น * **ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่:** ประกาศยุติธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม มุ่งสู่ธุรกิจบริการทางการเงินเต็มตัว โดยจะลงทุนในธุรกิจประกันชีวิต, JMART และ SINGER * **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest Bearing Debt to Equity) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.00 เท่า เหลือ 0.06 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,193.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยในทวีปยุโรปจำนวน 232 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 42 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจโรงแรมในยุโรปที่ถูกจำหน่ายออกไป 234 ล้านบาท ในด้านค่าใช้จ่ายรวม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้ดี โดยมีค่าใช้จ่ายรวม 738 ล้านบาท ลดลง 21.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากการจำหน่ายธุรกิจโรงแรมบางส่วนในยุโรป และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ที่ 363.6 ล้านบาท (คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิ 30.5%) แม้ว่าจะลดลงอย่างมากถึง 51.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 750.3 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนลดลง มาจากการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ การลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงิน 207 ล้านบาท และส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมที่ลดลง ## โอกาส * **การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจบริการทางการเงิน:** การลงทุนใน JMART, SINGER และ A LIFE เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ประจำและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจเดียวในอดีต โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของกลุ่ม BTS (กลยุทธ์ 3M) * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** มาตรการผ่อนคลายของภาครัฐไทย เช่น การเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงแรมที่ยังคงเหลืออยู่ โดยเฉพาะในประเทศไทย * **การผ่อนคลายมาตรการ LTV:** มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยในการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV คาดว่าจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** แม้จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสยังคงเป็นความเสี่ยงต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ * **การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการเงิน:** การเข้าสู่ธุรกิจบริการทางการเงินใหม่ อาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้เล่นเดิมในตลาด * **ความล่าช้าในการขายสินทรัพย์:** การไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการขายโรงแรมทั้งหมดภายใน 3 ปี อาจส่งผลต่อแผนการยุติธุรกิจโรงแรมโดยสิ้นเชิง หรืออาจต้องพิจารณาจัดตั้ง REIT ซึ่งมีความซับซ้อน * **ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานของธุรกิจใหม่:** การบริหารจัดการธุรกิจประกันชีวิต, การเงินรายย่อย และการบริหารหนี้สิน อาจมีความท้าทายและต้องการการปรับตัว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจบริการทางการเงิน:** การเข้าซื้อหุ้น JMART, SINGER และ A LIFE คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2564 ต้องติดตามผลการดำเนินงานและการผนึกกำลังกับพันธมิตร * **แผนการยุติธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์:** ความคืบหน้าในการขายสินทรัพย์โรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่ * **ผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมที่ยังคงดำเนินงาน:** การฟื้นตัวของรายได้และอัตราการเข้าพัก หลังจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** แม้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่การบริหารจัดการหนี้สินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายในธุรกิจประกันชีวิต:** กลยุทธ์การขยายส่วนแบ่งการตลาดของ A LIFE ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาส 3 ปี 2564 แม้ว่า RABBIT จะประกาศทิศทางใหม่ในการยุติธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องปรากฏในรายงานดังนี้: * **ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงาน:** มีอัตราการเช่าพื้นที่รวมอยู่ที่ 88.2% โดยอาคาร Gracechurch (ลอนดอน) มีอัตราการเช่า 63% ขณะที่อาคารพาณิชย์โนเบิลและอาคารสำนักงานทีเอสที (กรุงเทพฯ) มีอัตราการเช่า 100% รายได้จากธุรกิจนี้อยู่ที่ 101 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.7% YoY * **ธุรกิจให้เช่าห้องชุดเพื่อการพาณิชย์:** มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 9,173 ตารางเมตร และมีอัตราการเช่าพื้นที่รวม 100% สร้างรายได้ประมาณ 61 ล้านบาทต่อปี * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงที่อยู่อาศัย:** * **โครงการร่วมทุนกับแสนสิริ:** มี 3 โครงการ โดย 2 โครงการพร้อมเข้าอยู่ (คุณบายยู, เดอะ เบสสะพานใหม่) และ 1 โครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง (เดอะไลน์พหลโยธินพาร์ค) คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมโอนในเดือนธันวาคม 2564 มีรายได้รอการโอน (Backlog) รวม 3,967 ล้านบาท สำหรับปี 2564-2566 * **โครงการร่วมทุนกับโนเบิล:** มี Backlog จากโครงการนิว โนเบิลรัชดา ลาดพร้าว จำนวน 1,121 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มโอนได้ในปี 2566 * **การพัฒนาโครงการ:** โครงการเดอะ ยูนิคอร์น ก่อสร้างไปแล้วกว่า 52% และโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสาม ก่อสร้างไปแล้วกว่า 6% ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 59,030 ล้านบาท ลดลง 6.1% จากสิ้นปี 2563 เป็นผลมาจากการจำหน่ายทรัพย์สินในยุโรปและอาคารสำนักงาน Underwood Street รวมถึงสิทธิการใช้สินทรัพย์ของโรงแรมภายใต้สัญญาเช่าบริหาร หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 48.9% มาอยู่ที่ 19,836 ล้านบาท จาก 38,827 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ที่ขาย และการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 63.2% มาอยู่ที่ 39,194 ล้านบาท จาก 24,017 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มทุน โครงสร้างเงินทุนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง 19,810 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest Bearing Debt to Equity) ลดลงจาก 1.00 เท่า เหลือเพียง 0.06 เท่า ในด้านกระแสเงินสด บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 5,254 ล้านบาท โดยมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน (771) ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลขาดทุนก่อนภาษีหักลบด้วยรายการที่ไม่ใช่เงินสด เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ (1,206) ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและที่ดินอาคารอุปกรณ์ ขณะที่เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 4,488 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนในหุ้นบุริมสิทธิ และการชำระคืนเงินกู้ยืม ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ RABBIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการพลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายสินทรัพย์และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ประกาศทิศทางใหม่ที่ชัดเจนในการยุติธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 และการแข่งขันในธุรกิจใหม่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RABBIT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,651.00 ล้านบาท
↑ 73.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,102.03 ล้านบาท
↓ 15.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
41.57 %
กำไรสุทธิ
1,015.89 ล้านบาท
↓ 1173.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
38.32 %
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,651
↑ + 73.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,102
↓ -15.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,016
↓ -1173.6% YoY
D/E Ratio
0.87

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RABBIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,651.00
+73.52%
1,527.77
+13.43%
1,346.94
-33.26%
2,018.28
-45.94%
3,733.72
+103.81%
1,831.95
-53.86%
กำไรขั้นต้น —
1,102.03
-15.08%
1,297.67
+28.19%
1,012.27
+131.09%
438.04
-33.26%
656.31
+2,125.40%
-32.40
-103.18%
ค่าใช้จ่ายรวม —
532.55
+11.40%
478.03
+0.07%
477.71
+230.27%
144.65
-74.72%
572.18
+33.59%
428.29
-59.40%
กำไรสุทธิ —
1,015.89
+1,173.64%
-94.62
+94.63%
-1,760.83
-250.38%
1,170.90
+30.20%
899.29
+123.42%
-3,839.76
-401.24%
กำไรต่อหุ้น —
0.14
+1,146.15%
-0.01
+94.47%
-0.24
-250.64%
0.16
+30.00%
0.12
+123.39%
-0.51
-401.76%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
41.57
-51.06%
84.94
+13.03%
75.15
+246.31%
21.70
+23.44%
17.58
+1,093.22%
-1.77
-106.90%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
20.09
-35.79%
31.29
-11.78%
35.47
+394.70%
7.17
-53.20%
15.32
-34.47%
23.38
-12.01%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
38.32
+719.06%
-6.19
+95.27%
-130.73
-325.36%
58.01
+140.81%
24.09
+111.49%
-209.60
-752.96%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
322.68
-58.14%
770.82
+184.30%
-914.33
-142.73%
2,139.54
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%) —
3.22
+347.69%
-1.30
+89.13%
-11.96
-501.34%
2.98
+1,003.70%
0.27
+101.11%
-24.34
-760.07%
ROA(%) —
4.38
+162.28%
1.67
+132.12%
-5.20
-260.99%
3.23
+141.04%
1.34
+113.62%
-9.84
-16,500.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.87
-5.43%
0.92
+6.98%
0.86
+26.47%
0.68
-21.84%
0.87
-46.30%
1.62
+70.53%
P/E —
7.17
7.17
7.17
-82.16%
40.20
0.00
0.00
-100.00%
P/BV —
0.28
-39.13%
0.46
0.46
-56.19%
1.05
-35.58%
1.63
+239.58%
0.48
-14.29%
BV —
0.98
-1.01%
0.99
-10.81%
1.11
-11.20%
1.25
+1.63%
1.23
-58.45%
2.96
-2.95%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.27
-41.30%
0.46
-9.80%
0.51
-61.36%
1.32
-34.00%
2.00
+40.85%
1.42
-16.96%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
3.22
ROA (%)
4.38
Book Value/หุ้น
1.01

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RABBIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
5,880.32
-8.23%
6,604.45
+34.34%
4,916.38
-39.89%
8,178.56
-62.15%
7,820.98
+18.67%
6,590.59
+51.45%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
54,481.46
-1.16%
55,469.34
-3.75%
57,627.77
-4.91%
60,603.44
+8.29%
45,710.22
-3.50%
47,373.51
+32.66%
รวมสินทรัพย์ —
60,361.78
-1.90%
62,073.79
-0.75%
62,544.16
-9.07%
68,782.00
-11.34%
53,531.21
-0.79%
53,964.10
+34.70%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
9,737.14
+17.35%
8,632.07
-29.46%
12,237.01
+225.26%
3,762.19
-71.50%
4,317.53
+74.95%
2,467.90
-4.24%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
18,396.94
-13.42%
21,648.83
+29.83%
16,675.31
-30.54%
24,006.25
+3.67%
18,670.93
-16.44%
22,344.57
+13.85%
รวมหนี้สิน —
28,134.07
-4.78%
30,280.90
+4.73%
28,912.32
+4.12%
27,768.44
-23.62%
22,988.46
-7.35%
24,812.47
+11.75%
รวมส่วนของเจ้าของ —
32,227.71
+0.76%
31,792.89
-5.47%
33,631.83
-18.00%
41,013.57
-0.50%
30,542.75
+4.79%
29,151.63
+63.24%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
3.22
-1.30
-11.96
2.98
-2.83
-2.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.38
1.67
-5.20
3.23
0.06
0.06
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.60
0.77
0.40
2.17
0.77
0.77
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.29
0.35
0.20
0.86
0.36
0.36
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
27.79
46.93
0.00
0.00
62.23
44.24
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
306.13
288.51
0.00
0.00
6.46
7.48
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
123.88
122.25
0.00
0.00
127.56
138.01
วงจรเงินสด —
210.05
213.19
0.00
0.00
-58.87
-86.29
D/E —
0.87
0.95
0.86
0.68
0.75
0.85
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+466
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,692
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RABBIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2557 2556
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
466.32
-617.73%
-90.07
-95.95%
-2,223.57
-430.91%
671.96
0.00
0.00
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
2,692.31
+330.90%
624.81
-1,180.61%
-57.82
-105.13%
1,127.57
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-1,856.84
+327.34%
-434.51
-125.98%
1,672.33
-148.97%
-3,415.04
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,390.13
-756.19%
-211.85
-81.62%
-1,152.70
-21.20%
-1,462.83
-271.36
-124.50%
1,107.61
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,575.52
+60.89%
1,600.75
-15.87%
1,902.82
-30.55%
2,739.67
-24.60%
1,267.77
+691.56%
160.16
+323.18%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
2,387.24
-7.31%
2,575.52
+60.89%
1,600.75
-15.87%
1,902.82
-30.55%
0.00
0.00