RABBIT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RABBIT
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.31
0.01 (3.13%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12982 out_tok=3114 at=2026-07-26T01:34:55 --> # ยู ซิตี้ พลิกขาดทุน Q1/2565 สู่กำไรที่ลดลง รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรม-ประกันชีวิต ## รายได้รวมพุ่ง 146% จากการฟื้นตัวของโรงแรมและการควบรวมธุรกิจประกันชีวิต ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ UCITY รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 146.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากธุรกิจประกันชีวิตจากการควบรวม A LIFE แม้ว่าบริษัทจะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 198 ล้านบาท แต่ก็เป็นการปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 346 ล้านบาท ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ UCITY ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและบริการ ประกอบกับการรับรู้รายได้จากการควบรวมธุรกิจประกันชีวิต A LIFE** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 146.1% YoY เป็น 1,414 ล้านบาท และ EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 620.6% YoY เป็น 250 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ก็ลดลงถึง 42.9% YoY เหลือ 198 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ธุรกิจโรงแรมและบริการ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ทั้งในประเทศไทยและยุโรป ส่งผลให้อัตราเฉลี่ยราคาห้องพักต่อวัน (ADR) และอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ADR เพิ่มขึ้น 639 บาท เป็น 2,440 บาทต่อคืน และ Occupancy Rate เพิ่มขึ้นจาก 18.4% เป็น 32.8% ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องเพิ่มขึ้น 469 บาท เป็น 800 บาทต่อคืน การที่โรงแรมส่วนใหญ่รับรู้รายได้เป็นสกุลเงินยูโร และค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนรายได้ * **ธุรกิจประกันชีวิต:** การควบรวมงบการเงินของ A LIFE ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจประกันชีวิตได้เต็มไตรมาส โดยมีรายได้รวมจากธุรกิจประกันชีวิต 287 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเบี้ยประกันภัย 229 ล้านบาท การเข้าลงทุนใน A LIFE ยังเป็นการปรับทิศทางธุรกิจของ UCITY ไปสู่กลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรมและบริการ ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลก และการกลับมาของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอัตราการเข้าพักอาจยังต้องใช้เวลา นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังคงมีแผนที่จะปรับเปลี่ยนทิศทางการดำเนินธุรกิจมุ่งสู่ "ธุรกิจบริการทางการเงิน" อย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม 3M ของกลุ่ม BTS และการทำ Digital Transformation เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน รวมถึงการมองหาโอกาสในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น โบรกเกอร์ประกันภัย ลีสซิ่ง และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งจะใช้เงินทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินบางส่วน ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 146.1% YoY:** แตะ 1,414 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการรับรู้รายได้ธุรกิจประกันชีวิต * **EBITDA พุ่ง 620.6% YoY:** อยู่ที่ 250 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจหลัก * **ผลขาดทุนสุทธิลดลง 42.9% YoY:** เหลือ 198 ล้านบาท จาก 346 ล้านบาทในปีก่อน * **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวเด่น:** ADR และ Occupancy Rate ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และค่าเงินบาทอ่อนค่า * **รับรู้รายได้ธุรกิจประกันชีวิต A LIFE:** จากการควบรวมงบการเงิน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 229 ล้านบาท * **ปรับโครงสร้างธุรกิจสู่บริการทางการเงิน:** ฝ่ายจัดการมีแผนชัดเจนในการมุ่งเน้นธุรกิจบริการทางการเงิน และจะใช้เงินทุนจากการขายสินทรัพย์บางส่วน ## ภาพรวมผลประกอบการ UCITY รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2565 ที่ 1,414.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการ 358 ล้านบาท (180.2%) เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการรับรู้รายได้จากธุรกิจประกันชีวิต A LIFE จำนวน 229 ล้านบาท รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท (89.2%) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 309.2% YoY เป็น 610.2 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 16.5% YoY เป็น 455.6 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมธุรกิจประกันชีวิต A LIFE และต้นทุนกิจการโรงแรมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ EBITDA อยู่ที่ 250.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 620.6% YoY โดย EBITDA Margin อยู่ที่ 17.7% จาก 6.0% ในปีก่อนหน้า ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมอยู่ที่ 17.9 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 87.8 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีส่วนแบ่งกำไรจาก SINGER และโครงการร่วมทุนกับแสนสิริและโนเบิล ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 16.9% YoY เป็น 269.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อลงทุนในธุรกิจบริการทางการเงิน สุดท้าย บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 197.5 ล้านบาท ดีขึ้น 42.9% YoY จาก 345.8 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ทั่วโลกเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและบริการ * **การขยายธุรกิจบริการทางการเงิน:** ฝ่ายจัดการมีแผนชัดเจนในการมุ่งเน้นธุรกิจบริการทางการเงิน ซึ่งคาดว่าจะสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม 3M ของกลุ่ม BTS และการทำ Digital Transformation * **การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง:** บริษัทสนใจธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัย, ลีสซิ่ง, และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี * **การขายสินทรัพย์:** การจำหน่ายทรัพย์สินบางส่วนจะช่วยปลดล็อกมูลค่าและนำเงินทุนไปใช้ในการลงทุนในธุรกิจบริการทางการเงิน * **โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงดำเนินงาน:** แม้จะลดการพึ่งพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่บริษัทยังคงถือครองและดำเนินงานในบางโครงการที่สร้างผลตอบแทนน่าพอใจ ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาค:** สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และความผันผวนทางการเงินทั่วโลก อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ * **การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการเงิน:** ธุรกิจประกันชีวิตและบริการทางการเงินมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร * **การดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม:** แม้จะฟื้นตัว แต่ธุรกิจโรงแรมยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น การระบาดของโรค หรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ * **การขายสินทรัพย์:** การขายสินทรัพย์บางส่วนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะสั้น หากไม่สามารถหาแหล่งรายได้ใหม่มาทดแทนได้ทันท่วงที * **ความล่าช้าในการขายสินทรัพย์:** การขายกลุ่มโรงแรมเวียนนา เฮ้าส์ในยุโรปที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2565 อาจมีความล่าช้ากว่ากำหนด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าในการขายกลุ่มโรงแรมเวียนนา เฮ้าส์:** การปิดดีลนี้จะส่งผลต่อการปรับโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์ของบริษัท * **การเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต A LIFE:** กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการเข้าสู่ Bancassurance จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโต * **การลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจบริการทางการเงิน:** การใช้เงินทุนจากการขายสินทรัพย์เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต * **Backlog ของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะลดความสำคัญลง แต่ Backlog ของโครงการร่วมทุนกับแสนสิริและโนเบิล ยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญในระยะสั้นถึงกลาง * **ผลการดำเนินงานของ JMART และ SINGER:** การลงทุนในบริษัทเหล่านี้จะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรและมูลค่าเงินลงทุนของ UCITY ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาส 1 ปี 2565 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ UCITY มีสัดส่วนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 2.9% ของรายได้รวม โดยส่วนใหญ่มาจากการขายห้องชุดโครงการพาร์ครัมอินทรา สำหรับโครงการร่วมทุนกับแสนสิริและโนเบิล มีการคาดการณ์รายได้รอการโอน (Backlog) ในระหว่างปี 2565-2568 รวมทั้งสิ้นประมาณ 6,056 ล้านบาท โดยโครงการร่วมทุนกับแสนสิริมี Backlog 1,977 ล้านบาท และโครงการร่วมทุนกับโนเบิลมี Backlog 3,119 ล้านบาท ในส่วนของโครงการที่กำลังพัฒนา โครงการ เดอะ ยูนิคอร์น ก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 70% และโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสามมีความคืบหน้า 9% ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงาน มีอัตราการเช่าพื้นที่รวมอยู่ที่ 88.4% ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า โดยอาคารสำนักงาน Gracechurch (ลอนดอน) อยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองกับผู้เช่าเพิ่มเติม ขณะที่อาคารพาณิชย์โนเบิลและอาคารสำนักงาน TST ยังคงมีอัตราการเช่า 100% ธุรกิจให้เช่าห้องชุดเพื่อการพาณิชย์ มีพื้นที่เช่าสุทธิรวม 15,824 ตารางเมตร และมีอัตราการเช่าพื้นที่ 100% สร้างรายได้ประจำประมาณ 129.7 ล้านบาทต่อปี ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมของ UCITY อยู่ที่ 75,944 ล้านบาท ลดลง 1.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการชำระคืนเงินกู้ยืมและการลงทุนต่างๆ รวมถึงสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายจากการจำหน่ายโรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 34,729 ล้านบาท ลดลง 3.1% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ที่ขายไป ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 41,215 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.37 เท่า เท่ากับสิ้นปี 2564 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 171 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,510 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และการลงทุนใน MJP เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส อยู่ที่ 1,453 ล้านบาท ลดลงจากต้นปีที่ 2,740 ล้านบาท ## สรุปท้าย UCITY ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีรายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการควบรวมธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะลดบทบาทลง แต่บริษัทยังคงมี Backlog ที่รอการโอน และมีแผนที่จะมุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่จะสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก และความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RABBIT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,651.00 ล้านบาท
↑ 73.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,102.03 ล้านบาท
↓ 15.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
41.57 %
กำไรสุทธิ
1,015.89 ล้านบาท
↓ 1173.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
38.32 %
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,651
↑ + 73.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,102
↓ -15.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,016
↓ -1173.6% YoY
D/E Ratio
0.87

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RABBIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,651.00
+73.52%
1,527.77
+13.43%
1,346.94
-33.26%
2,018.28
-45.94%
3,733.72
+103.81%
1,831.95
-53.86%
กำไรขั้นต้น —
1,102.03
-15.08%
1,297.67
+28.19%
1,012.27
+131.09%
438.04
-33.26%
656.31
+2,125.40%
-32.40
-103.18%
ค่าใช้จ่ายรวม —
532.55
+11.40%
478.03
+0.07%
477.71
+230.27%
144.65
-74.72%
572.18
+33.59%
428.29
-59.40%
กำไรสุทธิ —
1,015.89
+1,173.64%
-94.62
+94.63%
-1,760.83
-250.38%
1,170.90
+30.20%
899.29
+123.42%
-3,839.76
-401.24%
กำไรต่อหุ้น —
0.14
+1,146.15%
-0.01
+94.47%
-0.24
-250.64%
0.16
+30.00%
0.12
+123.39%
-0.51
-401.76%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
41.57
-51.06%
84.94
+13.03%
75.15
+246.31%
21.70
+23.44%
17.58
+1,093.22%
-1.77
-106.90%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
20.09
-35.79%
31.29
-11.78%
35.47
+394.70%
7.17
-53.20%
15.32
-34.47%
23.38
-12.01%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
38.32
+719.06%
-6.19
+95.27%
-130.73
-325.36%
58.01
+140.81%
24.09
+111.49%
-209.60
-752.96%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
322.68
-58.14%
770.82
+184.30%
-914.33
-142.73%
2,139.54
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%) —
3.22
+347.69%
-1.30
+89.13%
-11.96
-501.34%
2.98
+1,003.70%
0.27
+101.11%
-24.34
-760.07%
ROA(%) —
4.38
+162.28%
1.67
+132.12%
-5.20
-260.99%
3.23
+141.04%
1.34
+113.62%
-9.84
-16,500.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.87
-5.43%
0.92
+6.98%
0.86
+26.47%
0.68
-21.84%
0.87
-46.30%
1.62
+70.53%
P/E —
7.17
7.17
7.17
-82.16%
40.20
0.00
0.00
-100.00%
P/BV —
0.28
-39.13%
0.46
0.46
-56.19%
1.05
-35.58%
1.63
+239.58%
0.48
-14.29%
BV —
0.98
-1.01%
0.99
-10.81%
1.11
-11.20%
1.25
+1.63%
1.23
-58.45%
2.96
-2.95%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.27
-41.30%
0.46
-9.80%
0.51
-61.36%
1.32
-34.00%
2.00
+40.85%
1.42
-16.96%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
3.22
ROA (%)
4.38
Book Value/หุ้น
1.01

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RABBIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
5,880.32
-8.23%
6,604.45
+34.34%
4,916.38
-39.89%
8,178.56
-62.15%
7,820.98
+18.67%
6,590.59
+51.45%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
54,481.46
-1.16%
55,469.34
-3.75%
57,627.77
-4.91%
60,603.44
+8.29%
45,710.22
-3.50%
47,373.51
+32.66%
รวมสินทรัพย์ —
60,361.78
-1.90%
62,073.79
-0.75%
62,544.16
-9.07%
68,782.00
-11.34%
53,531.21
-0.79%
53,964.10
+34.70%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
9,737.14
+17.35%
8,632.07
-29.46%
12,237.01
+225.26%
3,762.19
-71.50%
4,317.53
+74.95%
2,467.90
-4.24%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
18,396.94
-13.42%
21,648.83
+29.83%
16,675.31
-30.54%
24,006.25
+3.67%
18,670.93
-16.44%
22,344.57
+13.85%
รวมหนี้สิน —
28,134.07
-4.78%
30,280.90
+4.73%
28,912.32
+4.12%
27,768.44
-23.62%
22,988.46
-7.35%
24,812.47
+11.75%
รวมส่วนของเจ้าของ —
32,227.71
+0.76%
31,792.89
-5.47%
33,631.83
-18.00%
41,013.57
-0.50%
30,542.75
+4.79%
29,151.63
+63.24%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
3.22
-1.30
-11.96
2.98
-2.83
-2.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.38
1.67
-5.20
3.23
0.06
0.06
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.60
0.77
0.40
2.17
0.77
0.77
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.29
0.35
0.20
0.86
0.36
0.36
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
27.79
46.93
0.00
0.00
62.23
44.24
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
306.13
288.51
0.00
0.00
6.46
7.48
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
123.88
122.25
0.00
0.00
127.56
138.01
วงจรเงินสด —
210.05
213.19
0.00
0.00
-58.87
-86.29
D/E —
0.87
0.95
0.86
0.68
0.75
0.85
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+466
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,692
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RABBIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2557 2556
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
466.32
-617.73%
-90.07
-95.95%
-2,223.57
-430.91%
671.96
0.00
0.00
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
2,692.31
+330.90%
624.81
-1,180.61%
-57.82
-105.13%
1,127.57
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-1,856.84
+327.34%
-434.51
-125.98%
1,672.33
-148.97%
-3,415.04
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,390.13
-756.19%
-211.85
-81.62%
-1,152.70
-21.20%
-1,462.83
-271.36
-124.50%
1,107.61
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,575.52
+60.89%
1,600.75
-15.87%
1,902.82
-30.55%
2,739.67
-24.60%
1,267.77
+691.56%
160.16
+323.18%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
2,387.24
-7.31%
2,575.52
+60.89%
1,600.75
-15.87%
1,902.82
-30.55%
0.00
0.00