บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.36
+0.01 (+2.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12531 out_tok=2782 at=2026-07-26T02:08:49 -->
# RABBIT Q2/2565 กำไรสุทธิพลิกบวก 563 ล้านบาท รับธุรกิจโรงแรม-ประกันชีวิตฟื้นตัว
## รายได้รวมพุ่ง 120.6% สวนทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายบริหารชี้การปรับกลยุทธ์สู่ธุรกิจบริการทางการเงินหนุนผลงาน
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 563 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 102 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจประกันชีวิต หลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นธุรกิจบริการทางการเงินมากขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RABBIT ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 563 ล้านบาท มาจาก **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจโรงแรมและบริการ** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 267.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ประกอบกับการ **รับรู้รายได้เพิ่มเติมจากธุรกิจประกันชีวิต** หลังการควบรวมงบการเงิน และ **การปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นธุรกิจบริการทางการเงิน** ซึ่งสะท้อนผ่านการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก SINGER
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ทั้งในประเทศไทยและยุโรป ทำให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ส่งผลให้อัตราเฉลี่ยราคาห้องพัก (ADR) และอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของโรงแรมที่รับบริหารและสัญญาเช่าดำเนินงาน
ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิต (แรบบิท ไลฟ์) เริ่มรับรู้รายได้จากการควบรวมงบการเงินตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 และมีรายได้จากเบี้ยประกันภัยและรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นธุรกิจบริการทางการเงินมากขึ้น ยังส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน SINGER เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนผลกำไรโดยรวม
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น แต่ต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะต้นทุนกิจการโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการขาย การบริการ และการบริหาร แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวมถูกหักกลบด้วยการลดลงของค่าเสื่อมราคา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าปี 2565 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจบริการทางการเงินและประกันชีวิต การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนผลตอบแทนจากการลงทุนและผลิตภัณฑ์ใหม่ของธุรกิจประกันชีวิต
สำหรับธุรกิจโรงแรม คาดว่าการฟื้นตัวจะดำเนินต่อไปตามการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินยูโร ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงแรมที่รับรู้รายได้เป็นสกุลเงินยูโร
ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯ ยังคงดำเนินการจำหน่ายทรัพย์สินตามแผนที่วางไว้ โดยมี Backlog จากโครงการร่วมทุนกับแสนสิริและโนเบิลที่รอรับรู้รายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 563 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุนสุทธิ 102 ล้านบาทใน Q2/2564 โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 23.9%
* **รายได้รวมเติบโต 120.6% YoY:** แตะ 2,360.2 ล้านบาท จาก 1,069.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้เพิ่มขึ้น 269.6% เป็น 1,023 ล้านบาท จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการท่องเที่ยวที่กลับมา
* **ธุรกิจประกันชีวิตรับรู้รายได้เต็มปี:** มีรายได้ 307 ล้านบาท จากการควบรวมงบการเงินของแรบบิท ไลฟ์
* **ปรับกลยุทธ์สู่บริการทางการเงิน:** รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก SINGER 58 ล้านบาท และเงินปันผลรับจาก JMART และ SINGER รวม 252.7 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลง:** อยู่ที่ 0.35 เท่า จาก 0.37 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
RABBIT รายงานรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 จำนวน 2,360.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการ 746 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 269.6%) จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 รวมถึงการรับรู้รายได้จากธุรกิจประกันชีวิต 307 ล้านบาท และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 147 ล้านบาท
ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 72.4% เป็น 1,436 ล้านบาท จากต้นทุนกิจการโรงแรมที่สูงขึ้น การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และต้นทุนธุรกิจประกันชีวิต อย่างไรก็ตาม การลดลงของค่าเสื่อมราคาช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 112.6% เป็น 1,060.8 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 563.2 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิ 102.0 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรมและการบริการ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ
* **การเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต:** การรีแบรนด์เป็น "แรบบิท ไลฟ์" พร้อมแผนนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ และเป้าหมายการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 5% ภายใน 3 ปี
* **การขยายธุรกิจบริการทางการเงิน:** การลงทุนใน JMART และ SINGER รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น
* **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย:** สนับสนุนผลตอบแทนจากการลงทุนและผลิตภัณฑ์ใหม่ของธุรกิจประกันชีวิต
* **Backlog ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โครงการร่วมทุนกับแสนสิริและโนเบิลมีรายได้รอการโอนรวมกว่า 8,000 ล้านบาท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินยูโรต่อรายได้ของโรงแรมในยุโรป
* **การแข่งขันในธุรกิจประกันชีวิต:** ตลาดมีการแข่งขันสูง บริษัทฯ ต้องสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย
* **ความล่าช้าในการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ที่รอการรับรู้
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** อัตราการเข้าพักและราคาห้องพักในไตรมาสถัดไป
* **ผลการดำเนินงานของแรบบิท ไลฟ์:** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการเติบโตของเบี้ยประกันภัย
* **ความคืบหน้าในการจำหน่ายทรัพย์สิน:** โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมเวียนนา เฮ้าส์
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog อสังหาริมทรัพย์:** การโอนโครงการร่วมทุนกับแสนสิริและโนเบิล
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่า RABBIT จะมีธุรกิจหลักที่หลากหลาย แต่ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงที่อยู่อาศัย บริษัทฯ มีรายได้รอการโอน (Backlog) จากโครงการร่วมทุนกับแสนสิริและโนเบิล รวมประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2568 โดยโครงการร่วมทุนกับโนเบิลมี Backlog สูงถึง 6,649 ล้านบาท
ในส่วนของธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงาน อัตราการเช่าพื้นที่รวมอยู่ที่ 88.4% โดยอาคารพาณิชย์โนเบิลและอาคารสำนักงาน TST ยังคงมีอัตราการเช่า 100% ส่วนอาคาร Gracechurch ในลอนดอนมีอัตราการเช่า 64% ซึ่งอยู่ระหว่างการสรรหาผู้เช่าเพิ่มเติม
สำหรับธุรกิจให้เช่าห้องชุดเพื่อการพาณิชย์ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิ 15,824 ตารางเมตร และมีอัตราการเช่า 100% สร้างรายได้ประจำประมาณ 129.7 ล้านบาทต่อปี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของ RABBIT อยู่ที่ 74,967 ล้านบาท ลดลง 3.4% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการชำระคืนเงินกู้และการลงทุนต่างๆ รวมถึงสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 33,877 ล้านบาท ลดลง 6.8% จากสิ้นปี 2564 จากการลดลงของหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายและการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 41,090 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2564
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.35 เท่า ลดลงจาก 0.37 เท่า ณ สิ้นปี 2564
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 727 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 581 ล้านบาท และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหำเงิน 1,084 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส อยู่ที่ 1,656 ล้านบาท ลดลงจากต้นงวด 1,084 ล้านบาท
## สรุปท้าย
RABBIT พลิกกลับมามีกำไรสุทธิโดดเด่นในไตรมาส 2 ปี 2565 จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการรับรู้รายได้จากธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การปรับทิศทางสู่ธุรกิจบริการทางการเงินที่เริ่มเห็นผล แม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้นตามรายได้ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการลดลงของค่าเสื่อมราคาช่วยหนุนผลกำไร ในขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ลดลง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RABBIT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
2,651.00
ล้านบาท
↑ 73.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,102.03
ล้านบาท
↓ 15.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
41.57
%
กำไรสุทธิ
1,015.89
ล้านบาท
↓ 1173.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
38.32
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,651
↑ + 73.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,102
↓ -15.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,016
↓ -1173.6%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RABBIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
3.22
ROA (%)
4.38
Book Value/หุ้น
0.99
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RABBIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+466
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,692
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RABBIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2557 | 2556 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
466.32
-617.73%
|
-90.07
-95.95%
|
-2,223.57
-430.91%
|
671.96
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,692.31
+330.90%
|
624.81
-1,180.61%
|
-57.82
-105.13%
|
1,127.57
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,856.84
+327.34%
|
-434.51
-125.98%
|
1,672.33
-148.97%
|
-3,415.04
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,390.13
-756.19%
|
-211.85
-81.62%
|
-1,152.70
-21.20%
|
-1,462.83
|
-271.36
-124.50%
|
1,107.61
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,575.52
+60.89%
|
1,600.75
-15.87%
|
1,902.82
-30.55%
|
2,739.67
-24.60%
|
1,267.77
+691.56%
|
160.16
+323.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,387.24
-7.31%
|
2,575.52
+60.89%
|
1,600.75
-15.87%
|
1,902.82
-30.55%
|
0.00
|
0.00
|