บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.36
+0.01 (+2.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12318 out_tok=2918 at=2026-07-26T02:18:13 -->
# RABBIT Q1/2566 พลิกขาดทุนหนัก รับผลกระทบธุรกิจประกันชีวิต-ร่วมค้า สวนทางรายได้ค่าเช่าโรงแรมฟื้น
## รายได้รวมหด 23.5% YoY แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าเติบโตโดดเด่น ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งขยายธุรกิจบริการทางการเงิน
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 372 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 52 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบหลักจากส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและธุรกิจประกันชีวิตที่อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการเติบโตที่น่าสนใจจากรายได้ค่าเช่าโรงแรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีแผนขยายธุรกิจบริการทางการเงินเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RABBIT ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 372 ล้านบาท มาจากปัจจัยกดดันหลัก 2 ประการ คือ การรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้าที่สูงถึง 288 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยมีส่วนแบ่งกำไร 12 ล้านบาท โดยเฉพาะจากบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และการขาดทุนสุทธิจากธุรกิจประกันชีวิตจำนวน 83 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่เคยมีกำไร 124 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 23.5% YoY เหลือ 1,082 ล้านบาท แต่ก็มีปัจจัยบวกบางส่วนที่ช่วยชดเชย เช่น รายได้ค่าเช่าจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าที่เพิ่มขึ้น 113.7% YoY เป็น 237 ล้านบาท จากการให้เช่าโรงแรมในยุโรปเพิ่มเติมและการปรับขึ้นค่าเช่าตามสัญญา
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน:** การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะจาก Singer เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้ผลประกอบการโดยรวมอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** รายได้จากธุรกิจประกันชีวิตลดลง 29.0% YoY เป็น 204 ล้านบาท โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียวที่ลดลงมากถึง 81.6% สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนของตัวแทนประกันชีวิต ประกอบกับต้นทุนผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน
* **รายได้ค่าเช่าโรงแรมฟื้นตัว:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าโรงแรมเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ซึ่งมาจากการให้เช่าโรงแรมในยุโรปเพิ่มเติมและการปรับขึ้นค่าเช่าตามสัญญา สะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดรายได้ประจำ (Recurring Revenue)
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจบริการทางการเงิน โดยเฉพาะธุรกิจประกันชีวิต (Rabbit Life) ที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น แต่การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การลงทุนในบริษัทบริหารสินทรัพย์ ไพร์มโซน จำกัด (PZ) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต แต่ผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นยังไม่ชัดเจน ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ The Unicorn ที่จะเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2566
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 372 ล้านบาท:** พลิกจากขาดทุน 52 ล้านบาทใน Q1/2565 โดยมีสาเหตุหลักจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและธุรกิจประกันชีวิต
* **รายได้รวมลดลง 23.5% YoY:** อยู่ที่ 1,082 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยและการร่วมค้า และรายได้จากกิจการโรงแรม
* **รายได้ค่าเช่าโรงแรมเพิ่ม 113.7% YoY:** เป็น 237 ล้านบาท จากการให้เช่าโรงแรมในยุโรปเพิ่มเติมและการปรับขึ้นค่าเช่า
* **ธุรกิจประกันชีวิตขาดทุน 83 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 124 ล้านบาทในปีก่อน จากรายได้เบี้ยประกันภัยที่ลดลงและต้นทุนผลประโยชน์จ่ายที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน 288 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน โดยหลักมาจากบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย
* **การลงทุนในธุรกิจบริหารสินทรัพย์:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเข้าลงทุนในบริษัทบริหารสินทรัพย์ ไพร์มโซน จำกัด (PZ) คาดแล้วเสร็จครึ่งปีหลัง 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 1,082 ล้านบาท ลดลง 23.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่ 1,414 ล้านบาท และลดลง 46.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ที่ 2,018 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 16.9% YoY อยู่ที่ 949 ล้านบาท ส่งผลให้ EBITDA อยู่ที่ 327 ล้านบาท ลดลง 20.2% YoY และลดลง 75.8% QoQ อัตรา EBITDA อยู่ที่ 30.2% เทียบกับ 29.0% ในปีก่อน และ 66.9% ในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รายงานผลขาดทุนสุทธิ 372 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 52 ล้านบาทในปีก่อน และพลิกจากกำไรสุทธิ 1,086 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะอัตราเฉลี่ยราคาห้องพัก (ADR) และอัตราเข้าพัก (Occupancy Rate) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
* **การขยายธุรกิจบริการทางการเงิน:** การลงทุนในบริษัทบริหารสินทรัพย์ ไพร์มโซน จำกัด (PZ) และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างการเติบโต
* **โครงการ The Unicorn:** อาคารมิกซ์ยูสที่คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2566 คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
* **การลงทุนในห้องชุดเพื่อการพาณิชย์:** มีอัตราการเช่าพื้นที่ 100% สร้างรายได้ประจำประมาณ 134 ล้านบาทต่อปี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของธุรกิจประกันชีวิต:** รายได้เบี้ยประกันภัยที่ลดลง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจพลิกขาดทุน
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน:** การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะ Singer เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจ:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการรับประกันภัย และอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทน:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากเบี้ยประกันภัยของธุรกิจประกันชีวิต
* **การปรับเปลี่ยนนโยบายบัญชี:** มีผลกระทบต่อการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับปีก่อน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจประกันชีวิต:** แนวโน้มรายได้เบี้ยประกันภัยและต้นทุนผลประโยชน์จ่าย
* **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะจาก Singer และโครงการร่วมทุนกับแสนสิริ
* **ความคืบหน้าการลงทุนใน PZ:** และผลกระทบต่อการสร้างรายได้และ Synergy
* **ผลตอบรับโครงการ The Unicorn:** และการสร้างรายได้จากการเช่าพื้นที่
* **แนวโน้มการท่องเที่ยว:** และผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** และต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ RABBIT มีรายได้รวม 682 ล้านบาท ลดลง 10.5% YoY โดยมีรายละเอียดดังนี้:
* **ธุรกิจโรงแรม:** รายได้ 379 ล้านบาท ลดลง 31.9% YoY เนื่องจากการจำหน่ายหุ้นกลุ่มโรงแรม Vienna House ในยุโรป ทำให้จำนวนห้องที่เปิดดำเนินการลดลง อย่างไรก็ตาม ADR, Occupancy Rate และ RevPAR ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า:** รายได้ 237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.7% YoY จากการให้เช่าโรงแรมในยุโรปเพิ่มเติมและการปรับขึ้นค่าเช่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีห้องชุดเพื่อการพาณิชย์ที่ให้เช่าเต็มพื้นที่ 100% สร้างรายได้ประมาณ 134 ล้านบาทต่อปี
* **ธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ 27 ล้านบาท ลดลง 47.9% YoY เนื่องจากการขายกิจการร่วมค้ากับ Noble
* **ธุรกิจการขายอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ 39 ล้านบาท ลดลง 7.4% YoY
* **โครงการร่วมทุนกับแสนสิริ:** มี Backlog ประมาณ 1,480 ล้านบาท สำหรับปี 2566-2569
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 สินทรัพย์รวมของ RABBIT อยู่ที่ 66,076 ล้านบาท ลดลง 3.9% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงิน สินทรัพย์สิทธิการใช้ และเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน อย่างไรก็ตาม มีการเพิ่มขึ้นของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและเงินสด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 27,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากหนี้สินไม่หมุนเวียนอื่นและหนี้สินระยะยาวสุทธิ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 38,290 ล้านบาท ลดลง 6.6% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการลดลงขององค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน และการลดลงของกำไรสะสม นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการลดทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โครงสร้างเงินทุน ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 18,273 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.48 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.45 เท่า ณ สิ้นปี 2565
กระแสเงินสด: บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 3,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,194 ล้านบาทจากต้นงวด มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 489 ล้านบาท เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน 1,005 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการลดลงของเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน และการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน) และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 202 ล้านบาท
## สรุปท้าย
RABBIT ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนในเงินลงทุนและผลประกอบการธุรกิจประกันชีวิตที่อ่อนแอ ทำให้พลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าโรงแรมและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินโอกาสการเติบโตในระยะต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจมหภาค
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RABBIT ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
2,651.00
ล้านบาท
↑ 73.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,102.03
ล้านบาท
↓ 15.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
41.57
%
กำไรสุทธิ
1,015.89
ล้านบาท
↓ 1173.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
38.32
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,651
↑ + 73.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,102
↓ -15.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,016
↓ -1173.6%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RABBIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
3.22
ROA (%)
4.38
Book Value/หุ้น
0.99
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RABBIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+466
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,692
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RABBIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2557 | 2556 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
466.32
-617.73%
|
-90.07
-95.95%
|
-2,223.57
-430.91%
|
671.96
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,692.31
+330.90%
|
624.81
-1,180.61%
|
-57.82
-105.13%
|
1,127.57
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,856.84
+327.34%
|
-434.51
-125.98%
|
1,672.33
-148.97%
|
-3,415.04
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,390.13
-756.19%
|
-211.85
-81.62%
|
-1,152.70
-21.20%
|
-1,462.83
|
-271.36
-124.50%
|
1,107.61
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,575.52
+60.89%
|
1,600.75
-15.87%
|
1,902.82
-30.55%
|
2,739.67
-24.60%
|
1,267.77
+691.56%
|
160.16
+323.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,387.24
-7.31%
|
2,575.52
+60.89%
|
1,600.75
-15.87%
|
1,902.82
-30.55%
|
0.00
|
0.00
|