บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.63
+0.01 (+0.62%)
สรุปสั้น
จากผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิลดลงร้อยละ 74.19 จากช่วงเวลาเดียวกันของ ปีก่อน มาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง โดยแบ่งเป็นรายได้โครงการอาคารชุดพักอาศัย และบ้านพักอาศัยลดลงร้อย ละ 22.26 และร้อยละ 11.22 ตามลําดับ
ในขณะรายได้จากธุรกิจให้เช่า และบริการ และรายได้ค่าบริหารเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลา เดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.39 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขาย และค่าใช้จ่ายบริหารลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.83 และร้อยละ 3.18 ตามลําดับ จากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่าย และต้นทุนในการดําเนินงาน
บริษัทคาดว่าสถานการณ์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 นี้ โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ใน ไตรมาส 4 จํานวน 5 โครงการ ประกอบด้วยอาคารชุดพักอาศัย 2 โครงการ บ้านพักอาศัย 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,900 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=43190 out_tok=2715 at=2026-07-25T19:10:34 -->
PTT กำไรสุทธิ Q4/2565 ลดลง 35.1% YoY เหตุขาดทุนสต็อกน้ำมันพุ่ง
**รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวลดลงตามปัจจัยลบจากกลุ่มปิโตรเคมีและการกลั่น ขณะที่ธุรกิจสำรวจและผลิตฯ เติบโตดี ชดเชยผลกระทบได้บางส่วน**
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 17,872 ล้านบาท ลดลง 35.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ลดลงของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ลดลงและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นตามปริมาณและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2565 คือ **การขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่มปิโตรเคมีและการกลั่น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ที่ลดลง 27.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ากลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจะมีผลการดำเนินงานที่เติบโตได้ดีก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวนและมีแนวโน้มลดลงในช่วงปลายไตรมาส เมื่อเทียบกับต้นทุนน้ำมันดิบที่ซื้อมาในช่วงก่อนหน้า ทำให้เกิดผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าคงคลัง (Mark-to-market) นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นยังได้รับแรงกดดันจาก **ปริมาณขายที่ลดลง** และ **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง** ในเกือบทุกผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย และอุปทานที่เพิ่มขึ้นในตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักคือการขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ซึ่งขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก หากราคาน้ำมันดิบมีเสถียรภาพมากขึ้นหรือปรับตัวสูงขึ้น แนวโน้มการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจะลดลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอุปสงค์ที่ชะลอตัวและอุปทานที่เพิ่มขึ้นในตลาดปิโตรเคมีอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ในระยะสั้นถึงกลางได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/2565 อยู่ที่ 17,872 ล้านบาท ลดลง 35.1% YoY** จาก 27,544 ล้านบาทใน Q4/2564
* **EBITDA Q4/2565 อยู่ที่ 73,542 ล้านบาท ลดลง 27.4% YoY** จาก 101,271 ล้านบาทใน Q4/2564
* **รายได้จากการขาย Q4/2565 อยู่ที่ 797,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% YoY** แต่ลดลง 9.9% QoQ
* **ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) มีผลการดำเนินงานโดดเด่น** รายได้เพิ่มขึ้น 45.0% YoY และ EBITDA เพิ่มขึ้น 46.0% YoY จากปริมาณและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นเผชิญแรงกดดัน** โดยเฉพาะการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบที่ลดลง
* **มีการรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring Items) เป็นขาดทุนสุทธิภาษีประมาณ 7,700 ล้านบาท** โดยหลักจากการด้อยค่าสินทรัพย์โครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 และประมาณการหนี้สินสำหรับการระงับการดำเนินคดีจากเหตุการณ์แหล่งมอนทารา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 17,872 ล้านบาท ลดลง 35.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของ EBITDA และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น และมีการรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำสุทธิภาษีเป็นขาดทุนประมาณ 7,700 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) EBITDA ลดลง 20.3% โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่ปรับตัวลงจากการลดลงของกำไรต่อหน่วย และกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐานที่กำไรขั้นต้นลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ Q4/2565 เพิ่มขึ้นกว่า 100% QoQ จาก 8,884 ล้านบาทใน 3Q2565 เนื่องจากมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำสุทธิภาษีเป็นขาดทุนน้อยกว่าไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 ปตท. มีกำไรสุทธิ 91,175 ล้านบาท ลดลง 15.9% YoY แม้ว่า EBITDA จะเพิ่มขึ้น 14.8% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ ต้นทุนทางการเงิน ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำสุทธิภาษีเป็นขาดทุนประมาณ 10,200 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและจีน** ที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **การเติบโตของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP)** จากโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มดำเนินการผลิต
* **การขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต** เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ พลังงานหมุนเวียน และธุรกิจ Life Science ตามแผนกลยุทธ์ New S-Curve
* **ความมั่นคงด้านพลังงาน** จากการขยายการจัดหา LNG ระยะยาว และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการ
* **ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์** ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาพลังงาน
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก** ที่อาจกดดันอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและสินค้าโภคภัณฑ์
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและนโยบายภาครัฐ** ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความเสี่ยงจากการด้อยค่าสินทรัพย์** ดังที่ปรากฏในรายการ Non-recurring Items
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากนโยบายการเงินที่ตึงตัวของธนาคารกลางหลักทั่วโลกต่อเศรษฐกิจ
* ความคืบหน้าของโครงการลงทุนในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต และการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่
* การบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์
* ผลกระทบจากรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring Items) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: พลังงานและปิโตรเคมี)
**ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP):** มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4/2565 โดยรายได้เพิ่มขึ้น 45.0% YoY และ EBITDA เพิ่มขึ้น 46.0% YoY เป็นผลมาจากปริมาณการขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 18.9% จากโครงการ G1/61, G2/61, โครงการอาทิตย์ และโครงการแอลจีเรียฮาสสิ เบอร์ราเคซ ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 12.6%
**ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ:** EBITDA ลดลง 38.2% YoY เนื่องจากต้นทุนค่าเนื้อก๊าซฯ ที่สูงขึ้นตามราคา Pool Gas และราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายลดลงในหลายผลิตภัณฑ์ รวมถึงธุรกิจ NGV ที่ขาดทุนเพิ่มขึ้น
**ธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก (OR):** EBITDA ลดลง 70.4% YoY โดยหลักจากภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ลดลง โดยเฉพาะดีเซลและเบนซิน
**ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น:** เผชิญแรงกดดันจากขาดทุนสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นประมาณ 25,000 ล้านบาท และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบที่ลดลงในเกือบทุกผลิตภัณฑ์ แม้ว่า Market GRM จะปรับตัวสูงขึ้นจากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและอากาศยาน
**ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ:** EBITDA ปรับตัวลดลงจากส่วนต่างราคาซื้อขายคอนเดนเสทและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 ปตท. มีสินทรัพย์รวม 3,415,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% จากปีก่อน โดยหลักจากสินค้าคงเหลือ ลูกหนี้การค้า และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,881,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,533,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากกำไรสุทธิในปี 2565 หักด้วยเงินปันผลจ่าย
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 191,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรก่อนภาษี โดยมีรายการหลักคือค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 186,690 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และการซื้อธุรกิจ กระแสเงินสดสุทธิได้มาในกิจกรรมจัดหาเงิน 50,668 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมสุทธิที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.78 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.64 เท่าในปี 2564
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 ของ PTT ได้รับแรงกดดันหลักจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มปิโตรเคมีและการกลั่น แม้ว่าธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจะทำผลงานได้ดี อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนกลยุทธ์ในการปรับพอร์ตสู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและธุรกิจใหม่ที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LPN ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,975.58
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
-335.45
ล้านบาท
↓ 215.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-16.98
%
กำไรสุทธิ
-53.70
ล้านบาท
↓ 53.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.72
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,976
↓ -2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-335
↓ -215.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-54
↓ -53.5%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LPN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
0.24
ROA (%)
1.03
Book Value/หุ้น
8.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LPN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+230
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LPN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
230.47
-186.13%
|
-267.57
-122.57%
|
1,185.77
-160.60%
|
-1,956.67
-676.07%
|
339.66
-31.23%
|
493.93
-56.10%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
18.87
-51.18%
|
38.65
-66.79%
|
116.37
-205.63%
|
-110.17
+44.47%
|
-76.26
+27.08%
|
-60.01
-33.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
122.40
-60.65%
|
311.04
-127.25%
|
-1,141.25
-186.44%
|
1,320.25
-187.70%
|
-1,505.38
+8,028.40%
|
-18.52
-98.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
371.70
+352.74%
|
82.10
-48.97%
|
160.89
-126.24%
|
-613.08
-41.40%
|
-1,046.24
-351.86%
|
415.40
+360.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
439.00
-22.89%
|
569.30
+12.05%
|
508.09
+51.69%
|
334.95
-63.46%
|
916.70
+82.86%
|
501.30
+29.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
790.36
+80.04%
|
439.00
-22.89%
|
569.30
+12.05%
|
508.09
+51.69%
|
334.95
-63.46%
|
916.70
+82.86%
|