LPN
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LPN
บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.63
+0.01 (+0.62%)

สรุปสั้น

จากผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิลดลงร้อยละ 74.19 จากช่วงเวลาเดียวกันของ ปีก่อน มาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง โดยแบ่งเป็นรายได้โครงการอาคารชุดพักอาศัย และบ้านพักอาศัยลดลงร้อย ละ 22.26 และร้อยละ 11.22 ตามลําดับ ในขณะรายได้จากธุรกิจให้เช่า และบริการ และรายได้ค่าบริหารเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลา เดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.39 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขาย และค่าใช้จ่ายบริหารลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.83 และร้อยละ 3.18 ตามลําดับ จากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่าย และต้นทุนในการดําเนินงาน บริษัทคาดว่าสถานการณ์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 นี้ โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ใน ไตรมาส 4 จํานวน 5 โครงการ ประกอบด้วยอาคารชุดพักอาศัย 2 โครงการ บ้านพักอาศัย 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,900 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9162 out_tok=3222 at=2026-07-25T20:37:21 --> # LPN Q3/2565 กำไรพุ่ง 791% รับยอดโอนพุ่ง 358% ## รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โตแรง 3 เท่าตัว หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด ขณะที่หนี้สินลดลงต่อเนื่อง บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 235.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 791.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 357.95% ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 11.35% สะท้อนการบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LPN ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเติบโตถึง 357.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 791.31% หรือประมาณ 9 เท่าตัว โดยรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากการรับรู้รายได้จากโครงการอาคารชุดพักอาศัยเป็นหลัก (19% ของรายได้จากการขาย) ตามมาด้วยโครงการสำนักงาน (70% ของรายได้จากการขาย) และโครงการบ้านพักอาศัย (11% ของรายได้จากการขาย) นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ และรายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เกิดจากการที่บริษัทสามารถ **โอนกรรมสิทธิ์โครงการที่สร้างเสร็จพร้อมส่งมอบได้ตามเป้าหมาย** โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงาน 1 โครงการ คือ โครงการลุมพินีทาวเวอร์วิภาวดี มูลค่า 2,600 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้จากการขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ การที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง ส่งผลให้ความต้องการเช่าเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการปรับตัวสูงขึ้น 24.06% และการรับบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้รายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการเพิ่มขึ้น 28.59% ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** โดย LPN มีโครงการที่สร้างแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบมูลค่ารวมประมาณ 4,700 ล้านบาท และมี **ยอดขายรอโอน (Backlog) จำนวน 2,330 ล้านบาท** ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2565 และ 2566 โดยเฉพาะส่วนของอาคารชุดพักอาศัยที่มียอดขายรอโอน 1,550 ล้านบาท และบ้านพักอาศัยอีก 780 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการรับรู้รายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่เหลือ และการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ซึ่งบริษัทได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,100 ล้านบาทในปี 2565 ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 791.31% YoY** แตะ 235.84 ล้านบาท จาก 26.46 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 253.12% YoY** แตะ 4,202.49 ล้านบาท จาก 1,190.09 ล้านบาท * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 357.95% YoY** เป็น 3,725.82 ล้านบาท โดยมีสัดส่วน 69.69% ของรายได้รวม * **ยอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้น Q3/2565 อยู่ที่ 2,330 ล้านบาท** แบ่งเป็นปี 2565 จำนวน 1,410 ล้านบาท และปี 2566 จำนวน 920 ล้านบาท * **หนี้สินรวมลดลง 11.35%** เหลือ 10,974.91 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.14:1 เป็น 0.93:1 * **เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 114.31%** เป็น 717.83 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ทำได้ตามเป้า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 4,202.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 253.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,190.09 ล้านบาท การเติบโตนี้ขับเคลื่อนหลักโดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 357.95% เป็น 3,725.82 ล้านบาท โดยเฉพาะการรับรู้รายได้จากโครงการอาคารสำนักงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 24.06% และรายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการเพิ่มขึ้น 28.59% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 791.31% เป็น 235.84 ล้านบาท จาก 26.46 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 8,408.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,985.87 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 524.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** ยอดขายรอโอน (Backlog) จำนวน 2,330 ล้านบาท จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการรับรู้รายได้ต่อเนื่องในปี 2565 และ 2566 * **การเปิดตัวโครงการใหม่:** การเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,100 ล้านบาทในปี 2565 แสดงถึงการเดินหน้าขยายธุรกิจและสร้างรายได้ในอนาคต * **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีแนวโน้มส่งผลดีต่อความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่การที่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนทางการเงินได้ดี และการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรได้ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท และกำลังซื้อของผู้บริโภค * **ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนก่อสร้าง:** แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนการก่อสร้าง และอาจกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด * **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มราคาที่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและการรับรู้รายได้ * **ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์:** ปัจจัยภายนอก เช่น การอนุมัติสินเชื่อของลูกค้า หรือปัญหาด้านกฎระเบียบ อาจส่งผลให้การโอนกรรมสิทธิ์โครงการล่าช้ากว่าแผน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความคืบหน้าในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่ใน Backlog โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดพักอาศัยและบ้านพักอาศัย * **ยอดขาย (Presale) ของโครงการใหม่:** ประสิทธิภาพในการขายโครงการที่เปิดตัวใหม่ในปี 2565 และแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2566 * **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin):** การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ และผลกระทบต่ออัตรากำไร * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินให้อยู่ในกรอบนโยบายของบริษัท และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น * **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ:** แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ และการบริหารจัดการโครงการ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer of Ownership):** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงาน 1 โครงการ มูลค่า 2,600 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระหนี้สินได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมส่งมอบอีก 6 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,700 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อไป **ยอดขายรอโอน (Backlog):** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 มี Backlog อยู่ที่ 2,330 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการอาคารชุดพักอาศัย (1,550 ล้านบาท) และบ้านพักอาศัย (780 ล้านบาท) ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2565 และ 2566 การบริหารจัดการ Backlog ให้สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกำหนดเป็นสิ่งสำคัญต่อการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ **การเปิดตัวโครงการใหม่ (New Project Launches):** LPN ได้เปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6,100 ล้านบาทในปี 2565 สะท้อนถึงการเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอ โดยโครงการที่เปิดตัวใหม่นี้จะกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต **ต้นทุนก่อสร้าง (Construction Costs):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการโครงการที่สร้างเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามแผน แสดงถึงความสามารถในการควบคุมกระบวนการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในโครงการที่กำลังจะเริ่มก่อสร้าง **อัตรากำไรโครงการ (Project Margins):** ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ระบุอัตรากำไรขั้นต้นของแต่ละโครงการโดยตรง แต่จากภาพรวมกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าโครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสนี้มีอัตรากำไรที่ดี ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์รวม** ลดลง 4.41% เป็น 22,728.61 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของที่ดิน ต้นทุนโครงการระหว่างก่อสร้าง และสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือ 8.37% เนื่องจากมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่สร้างเสร็จไปจำนวนมาก **หนี้สินรวม** ลดลง 11.35% เป็น 10,974.91 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ลดลง 13.85% จาก 10,426.33 ล้านบาท เป็น 8,982.36 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการมีสภาพคล่องสูงขึ้นจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)** ลดลงจาก 1.14:1 ณ สิ้นปี 2564 เป็น 0.93:1 ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ลดลงจาก 1.14:1 เป็น 0.93:1 ซึ่งต่ำกว่านโยบายของบริษัทที่ตั้งไว้ไม่เกิน 1:1 สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ **กระแสเงินสดสุทธิ** เพิ่มขึ้น 114.31% เป็น 717.83 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงานโครงการลุมพินีทาวเวอร์วิภาวดี ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอในการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ## สรุปท้าย LPN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 791% จากการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตกว่า 3 เท่าตัว โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ประกอบกับการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงต่ำกว่า 1 เท่า ขณะที่ Backlog ที่มีอยู่ 2,330 ล้านบาท และการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในการดำเนินงานช่วงถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LPN ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,975.58 ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
-335.45 ล้านบาท
↓ 215.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-16.98 %
กำไรสุทธิ
-53.70 ล้านบาท
↓ 53.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.72 %
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,976
↓ -2.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-335
↓ -215.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-54
↓ -53.5% YoY
D/E Ratio
1.03

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LPN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,975.58
-2.74%
2,031.29
+8.78%
1,867.38
-1.06%
1,887.41
+17.72%
1,603.33
-39.48%
2,649.41
-35.14%
กำไรขั้นต้น
-335.45
-215.73%
289.85
-23.92%
380.99
+74.64%
218.16
-45.85%
402.90
-45.95%
745.50
-39.18%
ค่าใช้จ่ายรวม
290.58
-9.56%
321.31
-2.90%
330.92
+298.82%
82.97
-66.63%
248.63
-27.64%
343.58
-10.05%
กำไรสุทธิ
-53.70
+53.52%
-115.55
-796.02%
16.60
-55.76%
37.53
+17.17%
32.03
-86.84%
243.40
-60.33%
กำไรต่อหุ้น
-0.04
+53.66%
-0.08
-783.33%
0.01
-55.56%
0.03
+17.39%
0.02
-86.63%
0.17
-60.46%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-16.98
-218.99%
14.27
-30.05%
20.40
+76.47%
11.56
-54.00%
25.13
-10.70%
28.14
-6.20%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
14.71
-7.02%
15.82
-10.72%
17.72
+302.73%
4.40
-71.63%
15.51
+19.58%
12.97
+38.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-2.72
+52.20%
-5.69
-739.33%
0.89
-55.28%
1.99
-0.50%
2.00
-78.24%
9.19
-38.81%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
1.04
+108.35%
-12.46
+24.35%
-16.47
-60.21%
-10.28
-16.29%
-8.84
-200.00%
8.84
+675.44%
ROE(%)
0.24
-74.19%
0.93
-68.58%
2.96
-43.73%
5.26
+102.31%
2.60
+28.08%
2.03
ROA(%)
1.03
-14.17%
1.20
-44.19%
2.15
-48.93%
4.21
+73.97%
2.42
+39.08%
1.74
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.03
1.03
-15.57%
1.22
+18.45%
1.03
-5.50%
1.09
+0.93%
1.08
P/E
-100.00
-751.89%
15.34
-0.97%
15.49
+39.93%
11.07
-20.19%
13.87
+122.28%
6.24
+14.71%
P/BV
0.18
-41.94%
0.31
-36.73%
0.49
-14.04%
0.57
-9.52%
0.63
+6.78%
0.59
+15.69%
BV
8.34
+0.85%
8.27
+0.98%
8.19
+1.36%
8.08
+3.32%
7.82
-1.76%
7.96
-7.76%
YIELD(%)
6.76
+33.07%
5.08
-8.14%
5.53
+70.15%
3.25
-88.62%
28.57
+121.82%
12.88
-6.53%
ราคาหุ้น
1.52
-40.63%
2.56
-35.68%
3.98
-13.85%
4.62
-5.71%
4.90
+3.81%
4.72
+7.76%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
0.24
ROA (%)
1.03
Book Value/หุ้น
8.38

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LPN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
16,182.25
-7.01%
21,090.98
+7.05%
19,701.99
+2.88%
19,151.34
+3.16%
18,564.19
-6.90%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
7,522.83
+10.94%
5,474.88
+24.09%
4,412.09
-4.61%
4,625.29
-8.49%
5,054.55
+43.07%
รวมสินทรัพย์
23,705.08
-1.98%
26,565.86
+10.17%
24,114.08
+1.42%
23,776.63
+0.67%
23,618.74
+0.62%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
6,695.09
-16.17%
11,420.91
+48.31%
7,700.72
-6.98%
8,278.62
+4.18%
7,946.70
+45.96%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
5,316.81
+24.48%
3,186.05
-29.91%
4,545.84
+10.85%
4,100.80
+6.51%
3,850.13
-20.94%
รวมหนี้สิน
12,011.90
-2.01%
14,606.97
+19.27%
12,246.56
-1.07%
12,379.43
+4.94%
11,796.83
+14.37%
รวมส่วนของเจ้าของ
11,693.18
-1.95%
11,958.89
+0.77%
11,867.53
+4.13%
11,397.20
-3.59%
11,821.91
-10.16%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.24
2.96
5.26
2.60
2.03
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
1.03
2.15
4.21
2.42
1.74
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.42
1.85
2.56
2.31
2.26
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.19
0.09
0.16
0.13
0.11
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
24.33
0.00
0.00
36.22
16.93
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
1,061.19
0.00
0.00
1,614.72
1,281.13
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
80.01
0.00
0.00
112.30
110.09
วงจรเงินสด
1,005.50
0.00
0.00
1,538.65
1,187.98
D/E
1.03
1.22
1.03
1.09
1.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+230
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LPN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
230.47
-186.13%
-267.57
-122.57%
1,185.77
-160.60%
-1,956.67
-676.07%
339.66
-31.23%
493.93
-56.10%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
18.87
-51.18%
38.65
-66.79%
116.37
-205.63%
-110.17
+44.47%
-76.26
+27.08%
-60.01
-33.28%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
122.40
-60.65%
311.04
-127.25%
-1,141.25
-186.44%
1,320.25
-187.70%
-1,505.38
+8,028.40%
-18.52
-98.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
371.70
+352.74%
82.10
-48.97%
160.89
-126.24%
-613.08
-41.40%
-1,046.24
-351.86%
415.40
+360.02%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
439.00
-22.89%
569.30
+12.05%
508.09
+51.69%
334.95
-63.46%
916.70
+82.86%
501.30
+29.29%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
790.36
+80.04%
439.00
-22.89%
569.30
+12.05%
508.09
+51.69%
334.95
-63.46%
916.70
+82.86%