บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.63
+0.01 (+0.62%)
สรุปสั้น
จากผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิลดลงร้อยละ 74.19 จากช่วงเวลาเดียวกันของ ปีก่อน มาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง โดยแบ่งเป็นรายได้โครงการอาคารชุดพักอาศัย และบ้านพักอาศัยลดลงร้อย ละ 22.26 และร้อยละ 11.22 ตามลําดับ
ในขณะรายได้จากธุรกิจให้เช่า และบริการ และรายได้ค่าบริหารเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลา เดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.39 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขาย และค่าใช้จ่ายบริหารลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.83 และร้อยละ 3.18 ตามลําดับ จากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่าย และต้นทุนในการดําเนินงาน
บริษัทคาดว่าสถานการณ์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 นี้ โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ใน ไตรมาส 4 จํานวน 5 โครงการ ประกอบด้วยอาคารชุดพักอาศัย 2 โครงการ บ้านพักอาศัย 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,900 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9187 out_tok=2903 at=2026-07-25T20:46:25 -->
# LPN กำไร Q2/2565 พุ่ง 21.86% รับแรงหนุนรายได้ขายอสังหาฯ โต
## รายได้จากการขายอสังหาฯ พลิกฟื้น 57.49% หนุนกำไรสุทธิโตเด่น ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ตามแผน
บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 21.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตถึง 57.49% สะท้อนถึงการกลับมาของตลาดอสังหาริมทรัพย์และการบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพ ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าตามแผนการเปิดโครงการใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LPN ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเติบโตถึง 57.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่ของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 21.86% โดยรายได้จากการขายนี้ส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากโครงการอาคารชุดพักอาศัย (62%) และโครงการบ้านพักอาศัย (38%) นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงรายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นผลมาจากการที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้การดำเนินงานของบริษัทสามารถกลับมาเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการส่งมอบโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 3,580 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารชุดพักอาศัย 2 โครงการ บ้านพักอาศัย 1 โครงการ และอาคารพาณิชย์ 1 โครงการ นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,600 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต การที่รายได้จากการขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี้ ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นจากการขาย และกำไรสุทธิของบริษัท
ส่วนกำไรสุทธิของงบเฉพาะบริษัทที่เพิ่มขึ้นถึง 1,610.39% (จาก 39.18 ล้านบาท เป็น 670.13 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 20 เท่า เป็นผลมาจากการที่บริษัทย่อยได้มีการจ่ายปันผลจำนวน 556 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายรอการโอน (Backlog) ที่มีอยู่ 2,480 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2565 และ 2566 นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และยอดขายในอนาคต อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและจากการเช่า/บริการ มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจเป็นผลจากการบริหารสต็อกและการแข่งขันในตลาด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่ของบริษัทใหญ่ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 21.86% YoY** อยู่ที่ 147.44 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 45.45% YoY** อยู่ที่ 1,991.50 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 57.49% YoY** โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดพักอาศัย
* **ยอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้น Q2/2565 อยู่ที่ 2,480 ล้านบาท** จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2565-2566
* **บริษัทเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 5,600 ล้านบาท** ในไตรมาส 2/2565
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อย** จาก 25.78% เป็น 21.99% ใน Q2/2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 1,991.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,369.18 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ถึง 57.49% ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากอาคารชุดพักอาศัย 62.35% และบ้านพักอาศัย 37.65% รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 9.35% และรายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการเพิ่มขึ้น 18.04%
ในส่วนของกำไรสุทธิส่วนที่ของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 147.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 120.99 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 25.78% เป็น 21.99% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการเช่าและบริการลดลงจาก 37.30% เป็น 28.79% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนและราคาขาย
สำหรับงบการเงินเฉพาะบริษัท มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1,982.91% หรือคิดเป็น 20 เท่า จาก 31.01 ล้านบาท เป็น 645.91 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการรับรู้เงินปันผลจากบริษัทย่อยจำนวน 556 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ส่งผลให้ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์กลับมา
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** ยอดขายรอการโอนจำนวน 2,480 ล้านบาท จะเป็นรายได้ที่แน่นอนในระยะสั้นถึงกลาง
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** การเปิดตัวโครงการใหม่ตามแผนจะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการโครงการ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารโครงการ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนการก่อสร้าง
* **การแข่งขันในตลาด:** อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอาจสะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การส่งมอบโครงการตามกำหนดและรับรู้รายได้ตามแผน
* **ยอดขายโครงการใหม่:** ความสามารถในการสร้างยอดขายจากโครงการที่เปิดตัวใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** แนวโน้มของอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการ
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การบริหารกระแสเงินสด:** การรักษาสภาพคล่องและบริหารหนี้สิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ยอดขายและ Backlog:** ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมียอดขายรวม 4,800 ล้านบาท โดย 73% มาจากอาคารชุดพักอาศัย และ 27% มาจากบ้านพักอาศัย มียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 2,480 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2565 (1,830 ล้านบาท) และปี 2566 (650 ล้านบาท) โดยสัดส่วน 70% ของ Backlog เป็นอาคารชุดพักอาศัย
**การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 5,600 ล้านบาท ได้แก่ ลุมพินี เพลส แจ้งวัฒนะ - ปากเกร็ดสเตชั่น (1,200 ล้านบาท), เพลส 168 ปิ่นเกล้า (2,300 ล้านบาท) และ ลุมพินีวิลล์จรัญ - ไฟฉาย อาคาร AB (2,100 ล้านบาท) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเปิดตัวโครงการใหม่ 16 โครงการ มูลค่า 11,000 ล้านบาทในปี 2565
**รายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ใน Q2/2565 อยู่ที่ 1,539.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.49% YoY โดยรายได้จากอาคารชุดพักอาศัยเติบโต 80.28% YoY และบ้านพักอาศัยเติบโต 30.22% YoY
**รายได้ค่าเช่าและบริการ:** รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการอยู่ที่ 75.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.35% YoY สะท้อนถึงการฟื้นตัวของการเช่า
**รายได้ค่าบริหาร:** รายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการอยู่ที่ 371.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.04% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q2/2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 24,333.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.34% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสด 80.27% และการเพิ่มขึ้นของที่ดิน ต้นทุนโครงการระหว่างก่อสร้าง และสินค้าคงเหลือ 1.03%
**หนี้สินรวม:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,670.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.35% จากสิ้นปี 2564 โดยเป็นการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 1.09%
**อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.90:1 และหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.09:1 ซึ่งบริษัทยังคงรักษาระดับตามนโยบายที่ประมาณ 1:1 เท่า
**กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดรวมสุทธิเพิ่มขึ้น 268.88 ล้านบาท หรือ 80.27% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากเตรียมคืนภาระหนี้สถาบันการเงินและจากการดำเนินงานของกิจการ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กระแสเงินสดรวมสุทธิลดลง 181.18 ล้านบาท หรือ 23.08% เนื่องจากการผ่อนคลายนโยบายเสริมสภาพคล่องเพื่อรองรับวิกฤตและลดต้นทุนทางการเงิน
## สรุปท้าย
LPN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 21.86% จากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 57.49% ซึ่งเป็นผลจากการส่งมอบโครงการที่สร้างเสร็จและแผนการเปิดโครงการใหม่ที่เดินหน้าตามเป้าหมาย แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อย แต่การมี Backlog ที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทได้มีการบริหารจัดการฐานะการเงินและกระแสเงินสดอย่างระมัดระวัง พร้อมรักษาระดับหนี้สินให้อยู่ในกรอบนโยบายที่กำหนด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LPN ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,975.58
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
-335.45
ล้านบาท
↓ 215.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-16.98
%
กำไรสุทธิ
-53.70
ล้านบาท
↓ 53.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.72
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,976
↓ -2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-335
↓ -215.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-54
↓ -53.5%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LPN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
0.24
ROA (%)
1.03
Book Value/หุ้น
8.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LPN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+230
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LPN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
230.47
-186.13%
|
-267.57
-122.57%
|
1,185.77
-160.60%
|
-1,956.67
-676.07%
|
339.66
-31.23%
|
493.93
-56.10%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
18.87
-51.18%
|
38.65
-66.79%
|
116.37
-205.63%
|
-110.17
+44.47%
|
-76.26
+27.08%
|
-60.01
-33.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
122.40
-60.65%
|
311.04
-127.25%
|
-1,141.25
-186.44%
|
1,320.25
-187.70%
|
-1,505.38
+8,028.40%
|
-18.52
-98.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
371.70
+352.74%
|
82.10
-48.97%
|
160.89
-126.24%
|
-613.08
-41.40%
|
-1,046.24
-351.86%
|
415.40
+360.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
439.00
-22.89%
|
569.30
+12.05%
|
508.09
+51.69%
|
334.95
-63.46%
|
916.70
+82.86%
|
501.30
+29.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
790.36
+80.04%
|
439.00
-22.89%
|
569.30
+12.05%
|
508.09
+51.69%
|
334.95
-63.46%
|
916.70
+82.86%
|