บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.96
+0.02 (+2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8944 out_tok=2609 at=2026-07-25T17:09:43 -->
# J กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 25.3% รับอานิสงส์เปิดโครงการใหม่-เศรษฐกิจฟื้น
## รายได้รวมโต 28.4% จากการเปิดโครงการใหม่และอัตราเช่าที่ดีขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่ม 40.9 ล้านบาท
บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 202.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากพื้นที่เช่าของโครงการใหม่ The JAS Green Village คู้บอน ที่เปิดตัวปลายปี 2564 ทำให้รับรู้รายได้เต็มปี ประกอบกับการปรับปรุงศูนย์การค้าและพื้นที่เช่าให้มีอัตราการเช่าที่ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ผ่อนคลายจากสถานการณ์โควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ J ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 27.1%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 25.3% ปัจจัยนี้เกิดจากการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการ The JAS Green Village คู้บอน ที่เปิดตัวปลายปี 2564 และการปรับปรุงอัตราการเช่าของพื้นที่ IT Junction ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ **กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 106.7%** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่ามาจาก 2 ส่วนหลัก คือ 1) การเปิดตัวโครงการ The JAS Green Village คู้บอน ในช่วงปลายปี 2564 ทำให้ในปี 2565 สามารถรับรู้รายได้จากพื้นที่เช่าได้อย่างเต็มปี และ 2) การปรับปรุงอัตราการเช่าของพื้นที่ IT Junction ให้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่อนคลายลง ทำให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่วนกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุสาเหตุเจาะจง แต่โดยทั่วไปมักเกิดจากการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้นตามสภาวะตลาดหรือการพัฒนาโครงการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ค่าเช่า เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ในปี 2566 ซึ่งได้มีการศึกษาความเป็นไปได้และหาผู้เช่าที่มีสัญญาเช่าแน่นอนแล้ว ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถรับรู้รายได้ทันทีหลังเปิดดำเนินการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างประชากรไทยที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและหนี้สินครัวเรือนที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เท่ากับ 202.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3% YoY** จาก 161.4 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมปี 2565 เท่ากับ 556.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.4% YoY** จาก 433.5 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้ค่าเช่าปี 2565 เท่ากับ 345.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% YoY** จาก 271.7 ล้านบาท เป็นผลจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการใหม่และการปรับปรุงอัตราการเช่า
* **กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เพิ่มขึ้น 106.7% YoY** จาก 65.6 ล้านบาท เป็น 135.6 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 8.2% YoY** จาก 66.1 ล้านบาท เป็น 71.5 ล้านบาท เนื่องจากหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.71 เท่า** ณ สิ้นปี 2565 ลดลงจากปีก่อนหน้า
* **มีแผนเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ในปี 2566** โดยได้ศึกษาความเป็นไปได้และหาผู้เช่าแล้ว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 556.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้ค่าเช่า 345.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% และรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า 177.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.2% ขณะที่รายได้อื่นลดลง 30.7% กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 21.2% เป็น 326.9 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 58.7% กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 106.7% เป็น 135.6 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) เพิ่มขึ้น 26.7% เป็น 332.8 ล้านบาท แม้ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้น 8.2% เป็น 71.5 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิยังคงเติบโต 25.3% เป็น 202.3 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ในปี 2566:** ฝ่ายจัดการมั่นใจว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากการดำเนินงานได้อย่างแน่นอน เนื่องจากได้ศึกษาความเป็นไปได้และหาผู้เช่าที่มีสัญญาเช่าพื้นที่แน่นอนแล้ว
* **การขยายธุรกิจสู่กลุ่มสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ:** สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรไทยที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจและสร้างรายได้ในอนาคต
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมค้าปลีก:** สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่อนคลายลง ทำให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจศูนย์การค้า
* **การนำเทคโนโลยี Solar rooftop มาใช้:** ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีความเสี่ยง:** จากสถานการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ ทำให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง
* **ต้นทุนค่าเช่าและต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 71.5% ในปี 2565 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าเช่าและการลดลงของส่วนลดค่าเช่าที่ได้รับจากผู้ให้เช่าพื้นที่
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 34.1% ในปี 2565 จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามการขยายส่วนงานทางธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่จะเปิดในปี 2566:** ประสิทธิภาพในการหาผู้เช่าและการบริหารจัดการพื้นที่
* **การเติบโตของรายได้จากธุรกิจสุขภาพและผู้สูงอายุ:** ความคืบหน้าและการตอบรับของโครงการ Senera Senior Wellness
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนค่าเช่าและต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ:** เงินเฟ้อและหนี้ครัวเรือนที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** แม้ D/E Ratio จะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่การบริหารต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 23.2% เป็น 4,265.9 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของสินทรัพย์รวม (90.8%) สะท้อนการลงทุนและพัฒนาในธุรกิจศูนย์การค้าและพื้นที่เช่า
* **รายได้ค่าเช่า:** เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 27.1% จากการเปิดโครงการ The JAS Green Village คู้บอน และการปรับปรุงอัตราการเช่าในส่วน IT Junction
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 81.9% ซึ่งสัมพันธ์กับรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรม:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 106.7% เป็น 135.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิ
* **โครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการ The JAS Green Village คู้บอน และมีแผนเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ในปี 2566 รวมถึงโครงการบ้านพักผู้สูงอายุ Senera Senior Wellness
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 23.8% เป็น 4,696.4 ล้านบาท โดยมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเป็นสัดส่วนหลัก
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 5.3% เป็น 1,943.0 ล้านบาท โดยมีการคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 58.1% เป็น 2,753.4 ล้านบาท จากส่วนเกินมูลค่าหุ้นและกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.71 เท่า ณ สิ้นปี 2565
* **กระแสเงินสด:** เงินสดและเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 55.3 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 59.1% จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 201.2% จากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน
## สรุปท้าย
J สามารถสร้างผลประกอบการที่น่าประทับใจในปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 25.3% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโครงการใหม่และการปรับปรุงอัตราการเช่า ประกอบกับกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงผันผวน แต่การมีแผนเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ในปี 2566 และการขยายธุรกิจสู่กลุ่มผู้สูงอายุ ถือเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและติดตามผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ J ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
164.78
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
กำไรขั้นต้น
401.84
ล้านบาท
↑ 383.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
243.86
%
กำไรสุทธิ
-539.16
ล้านบาท
↓ 7034.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-327.20
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -8.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
402
↑ + 383.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-539
↓ -7034.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — J
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
-23.15
ROA (%)
-8.57
Book Value/หุ้น
2.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — J
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+106
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — J
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-88.13
-73.51%
|
-332.71
+206.50%
|
-108.55
+14.05%
|
-95.18
+453.37%
|
-17.20
-105.63%
|
305.63
+40.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
106.21
-84.22%
|
673.13
+214.06%
|
214.33
+9,776.96%
|
2.17
-98.75%
|
173.49
-177.69%
|
-223.32
+2,993.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
273.41
-237.65%
|
-198.62
+450.80%
|
-36.06
-77.95%
|
-163.54
-47.42%
|
-311.05
+296.70%
|
-78.41
-64.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
291.48
+105.57%
|
141.79
+103.40%
|
69.71
-127.17%
|
-256.57
+65.78%
|
-154.77
-4,068.46%
|
3.90
-150.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
173.19
+854.74%
|
18.14
-76.64%
|
77.64
+248.01%
|
22.31
+240.61%
|
6.55
+147.17%
|
2.65
-87.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
12.12
-93.00%
|
173.19
+849.51%
|
18.24
-76.51%
|
77.64
+248.01%
|
22.31
+240.61%
|
6.55
+147.17%
|