บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.96
+0.02 (+2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5309 out_tok=2730 at=2026-07-25T18:37:55 -->
# J กำไร Q3/2565 พุ่ง 195.7% รับแรงหนุนรายได้ค่าเช่า-ขายอสังหาฯ
## รายได้รวมโต 62.3% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 18 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายเพิ่มตามการขยายธุรกิจ
บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 195.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเติบโต 62.3% เป็น 128.1 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าและรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายธุรกิจก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ J ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวม ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าและการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้ค่าเช่าเติบโตโดดเด่น:** รายได้ค่าเช่าในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 85.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ Jas Green Village คู้บอน ซึ่งเริ่มสร้างรายได้เข้ามาทดแทนช่วงที่ยังไม่มีการเปิดดำเนินการในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ การกลับมาเป็นปกติของค่าสาธารณูปโภคและการยกเลิกส่วนลดค่าเช่าของ IT Junction ในปีนี้ ก็มีส่วนช่วยหนุนรายได้ค่าเช่าให้สูงขึ้น
2. **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายพุ่งสูง:** รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 101.9% เป็น 42.8 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้รายได้จากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่ การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ดังกล่าวมาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง:
* **ต้นทุนค่าเช่าเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 81.1% เป็น 11.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเปิดศูนย์การค้า Jas Green Village คู้บอน และค่าสาธารณูปโภคที่กลับมาเป็นปกติ
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 146.8% เป็น 39.5 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 72.1% และ 71.3% ตามลำดับ เป็นผลจากการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ Jas Green Village คู้บอน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการตลาดและบุคลากรเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่า ทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ค่าเช่า จากการที่ศูนย์การค้า Jas Green Village คู้บอน ได้เริ่มดำเนินการเต็มที่แล้ว และมีแผนเปิดโครงการศูนย์การค้าแห่งใหม่อีก 2 แห่งในปี 2566 คือ Jas Green Village ลาดปลาดุก และ Jas Green Village รามคำแหง ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่ให้เช่าอีกกว่า 100,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ การเปิดให้บริการโครงการ Senera Senior Wellness ในเดือนธันวาคม 2565 ก็จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญในอนาคต อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอาจมีความผันผวนขึ้นอยู่กับจังหวะการโอนโครงการ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 195.7% YoY:** อยู่ที่ 18 ล้านบาท จาก 6.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2565 โต 62.3% YoY:** อยู่ที่ 128.1 ล้านบาท จาก 78.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ค่าเช่า Q3/2565 เพิ่ม 47.7% YoY:** อยู่ที่ 85.3 ล้านบาท จาก 57.7 ล้านบาท หนุนโดย Jas Green Village คู้บอน
* **รายได้ขายอสังหาฯ Q3/2565 เพิ่ม 101.9% YoY:** อยู่ที่ 42.8 ล้านบาท จาก 21.2 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** สอดคล้องกับการขยายธุรกิจและการเปิดโครงการใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 195.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 128.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.3% จาก 78.9 ล้านบาทในปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่า 47.7% เป็น 85.3 ล้านบาท และรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเพิ่มขึ้น 101.9% เป็น 42.8 ล้านบาท
ในส่วนของต้นทุนค่าเช่าเพิ่มขึ้น 81.1% เป็น 11.1 ล้านบาท และต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 146.8% เป็น 39.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 36.5% เป็น 77.5 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 60.5% ลดลงจาก 63.7% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 72.1% เป็น 19.6 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 71.3% เป็น 21.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่และการขยายธุรกิจ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.1% จาก 49.3 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้รวม 383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.6% จาก 300.2 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจศูนย์การค้า:** มีแผนเปิดโครงการ Jas Green Village ลาดปลาดุก และ Jas Green Village รามคำแหง ในปี 2566 ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่ให้เช่ากว่า 100,000 ตารางเมตร
* **ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ (Senera Senior Wellness):** เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2565 คาดว่าจะสร้างรายได้ที่ดีในอนาคต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้า
* **การรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่ดำเนินการอยู่ จะช่วยหนุนรายได้ในระยะสั้น
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจศูนย์การค้ามีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตราการเช่าและค่าเช่า
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไร
* **ความผันผวนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** การรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ขึ้นอยู่กับจังหวะการโอนโครงการ ซึ่งอาจมีความไม่แน่นอน
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของ Jas Green Village คู้บอน:** อัตราการเช่าและรายได้ค่าเช่าที่แท้จริง
* **ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการใหม่:** Jas Green Village ลาดปลาดุก และ Jas Green Village รามคำแหง
* **การเปิดตัวและผลตอบรับของ Senera Senior Wellness:** ศักยภาพในการสร้างรายได้ใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การรับรู้รายได้จากการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** จังหวะและมูลค่าการโอน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้ค่าเช่า:** เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ Jas Green Village คู้บอน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ การขยายตัวของพื้นที่เช่าในอนาคตจากโครงการใหม่ๆ จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงการรับรู้รายได้จากการโอนโครงการ อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาถึง Backlog ที่มีอยู่เพื่อประเมินรายได้ในอนาคต
* **ต้นทุนขายและต้นทุนค่าเช่า:** ปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจและการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อรองรับการเติบโต การบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุด 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,251.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Properties) ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ Senera Senior Wellness และมูลค่ายุติธรรมที่เพิ่มขึ้นของอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,621.7 ล้านบาท ลดลง 21% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการชำระหนี้ระยะสั้นและหุ้นกู้ที่ครบกำหนด ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.62 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.18 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
J สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด 195.7% จากแรงหนุนหลักของรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ และรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่เติบโตสูง แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ แต่การบริหารจัดการรายได้ที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรได้ดี การเดินหน้าเปิดโครงการศูนย์การค้าใหม่และธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในปี 2566 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแข่งขันและต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ J ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
164.78
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
กำไรขั้นต้น
401.84
ล้านบาท
↑ 383.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
243.86
%
กำไรสุทธิ
-539.16
ล้านบาท
↓ 7034.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-327.20
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -8.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
402
↑ + 383.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-539
↓ -7034.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — J
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
-23.15
ROA (%)
-8.57
Book Value/หุ้น
2.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — J
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+106
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — J
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-88.13
-73.51%
|
-332.71
+206.50%
|
-108.55
+14.05%
|
-95.18
+453.37%
|
-17.20
-105.63%
|
305.63
+40.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
106.21
-84.22%
|
673.13
+214.06%
|
214.33
+9,776.96%
|
2.17
-98.75%
|
173.49
-177.69%
|
-223.32
+2,993.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
273.41
-237.65%
|
-198.62
+450.80%
|
-36.06
-77.95%
|
-163.54
-47.42%
|
-311.05
+296.70%
|
-78.41
-64.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
291.48
+105.57%
|
141.79
+103.40%
|
69.71
-127.17%
|
-256.57
+65.78%
|
-154.77
-4,068.46%
|
3.90
-150.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
173.19
+854.74%
|
18.14
-76.64%
|
77.64
+248.01%
|
22.31
+240.61%
|
6.55
+147.17%
|
2.65
-87.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
12.12
-93.00%
|
173.19
+849.51%
|
18.24
-76.51%
|
77.64
+248.01%
|
22.31
+240.61%
|
6.55
+147.17%
|