บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.96
+0.02 (+2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10523 out_tok=2973 at=2026-07-25T06:38:21 -->
# J Q2/2566 ขาดทุนสุทธิ 17.1 ล้านบาท รับผลกระทบจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ลงทุน
## รายได้ค่าเช่าเติบโต 9.6% แต่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษ
บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 17.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนจากการตีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าเช่าและบริการยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ J ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานหลักจะยังคงเติบโตได้ก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Fair Value Adjustment) จำนวน 37.5 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากการปรับมูลค่า 12.0 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงถึง 63.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลงถึง 136.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ "สิทธิในการใช้สินทรัพย์ (ROU) ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนลดลงตามอายุสัญญาเช่า" ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด (Non-cash item) แต่มีผลกระทบต่อตัวเลขผลกำไรสุทธิโดยตรง
ในขณะเดียวกัน รายได้จากการดำเนินงานหลักของบริษัทฯ ยังคงมีสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะรายได้ค่าเช่าที่เติบโต 9.6% ในไตรมาส 2 ปี 2566 มาอยู่ที่ 95.0 ล้านบาท และรายได้รวมจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 8.3% เป็น 133.1 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากโครงการ JAS Green Village คู้บอน และ JAS Urban ศรีนครินทร์ รวมถึงรายได้ค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
รายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนนี้ **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** โดยขึ้นอยู่กับการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ลงทุนในแต่ละช่วงเวลา แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าสิทธิในการใช้สินทรัพย์ลดลงตามอายุสัญญาเช่า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยต่อเนื่องในระยะยาว แต่ผลกระทบในแต่ละไตรมาสจะผันผวนตามการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ ณ สิ้นงวดนั้นๆ ดังนั้น นักลงทุนควรจับตาการเปลี่ยนแปลงของรายการนี้ในงบการเงินไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรจากการดำเนินงานปกติของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 17.1 ล้านบาทใน Q2/2566:** พลิกจากกำไร 46.3 ล้านบาทใน Q2/2565 โดยมีสาเหตุหลักจากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
* **รายได้ค่าเช่าเติบโต 9.6% YoY:** แตะ 95.0 ล้านบาทใน Q2/2566 จากโครงการหลักอย่าง JAS Green Village คู้บอน และ JAS Urban ศรีนครินทร์
* **รายได้รวม Q2/2566 เพิ่มขึ้น 8.3% YoY:** อยู่ที่ 133.1 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของธุรกิจบริการและค่าเช่า
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 18.3% YoY:** ใน Q2/2566 เป็น 38.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA)
* **ค่าใช้จ่ายขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 46.7% YoY:** ใน Q2/2566 เป็น 22.3 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 9.8%:** แตะ 5,157.5 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2566 จากการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าใหม่ Jas Green Village บางบัวทอง
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 25.1%:** แตะ 2,430.4 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2566 ส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 17.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 46.3 ล้านบาท หรือลดลง 136.9% สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 5.4 ล้านบาท ลดลง 90.8% จาก 58.9 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
รายได้รวมจากการขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 133.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ค่าเช่าที่เติบโต 9.6% เป็น 95.0 ล้านบาท จากโครงการ JAS Green Village คู้บอน และ JAS Urban ศรีนครินทร์ รวมถึงรายได้ค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 18.3% เป็น 38.1 ล้านบาท และต้นทุนค่าเช่าเพิ่มขึ้น 1.5% เป็น 20.0 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 84.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 63.7% เป็น 62% ในงวด 6 เดือน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิคือ **ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน** ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 37.5 ล้านบาท เทียบกับกำไร 12.0 ล้านบาทในปีก่อน และสำหรับงวด 6 เดือนแรก ขาดทุนจากการปรับมูลค่าอยู่ที่ 36.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 46.7% ในไตรมาส 2 ปี 2566 เป็น 22.3 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 16.1% ในไตรมาส 2 ปี 2566 เป็น 20.8 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่า:** โครงการ JAS Green Village คู้บอน และ JAS Urban ศรีนครินทร์ ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ค่าเช่าที่สำคัญ
* **การเปิดศูนย์การค้าใหม่:** โครงการ Jas Green Village บางบัวทอง ที่มีพื้นที่เช่า 9,555 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ในอนาคต
* **การขยายธุรกิจ:** การออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเติบโตของบริษัทฯ
* **การส่งมอบพื้นที่โครงการ Senera Senior Wellness:** การส่งมอบพื้นที่ให้ Senera ViMUT Health Service ช่วยเพิ่มรายได้ในส่วนนี้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** รายการนี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลกำไรสุทธิ และมีความไม่แน่นอนสูง
* **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะต้นทุนขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) และต้นทุนค่าสาธารณูปโภค อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายปรับตัวสูงขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** การออกหุ้นกู้เพื่อขยายธุรกิจส่งผลให้หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของโครงการ Jas Green Village บางบัวทอง:** การเปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2566 และการตอบรับจากผู้เช่าพื้นที่
* **การเปลี่ยนแปลงของรายการขาดทุน/กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** ในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มรายได้ค่าเช่าและบริการ:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องจากโครงการเดิมและโครงการใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** และความสามารถในการบริหารจัดการภาระหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้ค่าเช่าและบริการ:** มีการเติบโตที่ดีในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยเฉพาะจากโครงการ JAS Green Village คู้บอน และ JAS Urban ศรีนครินทร์ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการพื้นที่เช่าและดึงดูดผู้เช่าได้ดี การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าสาธารณูปโภคจากการใช้ไฟฟ้าและการปรับค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนก็เป็นอีกปัจจัยบวก
**ต้นทุนขายและบริการ:** ต้นทุนขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนขายรวมสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
**กำไรขั้นต้น:** แม้รายได้ค่าเช่าจะเติบโต แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการทำให้กำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมการขายเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย
**การปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** เป็นรายการสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิอย่างมาก โดยในงวด 6 เดือนแรก ขาดทุนจากการปรับมูลค่าอยู่ที่ 36.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 5,157.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจากการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าใหม่ Jas Green Village บางบัวทอง และที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการใหม่
**หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,430.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการออกหุ้นกู้ 326.6 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,727.1 ล้านบาท ลดลงจากการจ่ายเงินปันผล
**อัตราส่วนทางการเงิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.89 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.35 เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปลายปี 2565
## สรุปท้าย
J Q2/2566 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิ 17.1 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน แม้ว่ารายได้ค่าเช่าและบริการจะยังคงเติบโตได้ดีจากโครงการหลัก แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย รวมถึงรายการพิเศษดังกล่าว ทำให้ภาพรวมผลประกอบการอ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะการเปิดศูนย์การค้าใหม่ Jas Green Village บางบัวทอง ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในระยะต่อไป นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการรายการปรับมูลค่าสินทรัพย์ และการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานหลัก ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ J ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
164.78
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
กำไรขั้นต้น
401.84
ล้านบาท
↑ 383.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
243.86
%
กำไรสุทธิ
-539.16
ล้านบาท
↓ 7034.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-327.20
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -8.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
402
↑ + 383.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-539
↓ -7034.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — J
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
-23.15
ROA (%)
-8.57
Book Value/หุ้น
2.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — J
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+106
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — J
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-88.13
-73.51%
|
-332.71
+206.50%
|
-108.55
+14.05%
|
-95.18
+453.37%
|
-17.20
-105.63%
|
305.63
+40.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
106.21
-84.22%
|
673.13
+214.06%
|
214.33
+9,776.96%
|
2.17
-98.75%
|
173.49
-177.69%
|
-223.32
+2,993.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
273.41
-237.65%
|
-198.62
+450.80%
|
-36.06
-77.95%
|
-163.54
-47.42%
|
-311.05
+296.70%
|
-78.41
-64.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
291.48
+105.57%
|
141.79
+103.40%
|
69.71
-127.17%
|
-256.57
+65.78%
|
-154.77
-4,068.46%
|
3.90
-150.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
173.19
+854.74%
|
18.14
-76.64%
|
77.64
+248.01%
|
22.31
+240.61%
|
6.55
+147.17%
|
2.65
-87.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
12.12
-93.00%
|
173.19
+849.51%
|
18.24
-76.51%
|
77.64
+248.01%
|
22.31
+240.61%
|
6.55
+147.17%
|