บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.96
+0.02 (+2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10238 out_tok=2608 at=2026-07-27T10:11:18 -->
# J Q2/2564 พลิกขาดทุนเป็นกำไรแรง 173.6 ล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจในประเทศฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 127.5% YoY สู่ 1,160.7 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง หนุนกำไรขั้นต้นพุ่ง
บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 155.9 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,160.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 127.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ J พลิกจากขาดทุนสุทธิ 155.9 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ** โดยเฉพาะการลดลงของสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขาย ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจในประเทศฟื้นตัว:** รายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 262.3% YoY สู่ 852.1 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการกลับมาดำเนินการผลิตตามปกติในปี 2564 หลังมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดในปี 2563 ทำให้โรงงานต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่กลับสู่ภาวะปกติ
* **การบริหารต้นทุนขาย:** แม้ว่าต้นทุนขายรวมจะเพิ่มขึ้น 52.5% YoY สู่ 894.1 ล้านบาท แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายกลับลดลงอย่างมากจาก 126.7% ใน Q2/2563 มาอยู่ที่ 73.0% ใน Q2/2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาของรายได้จากการขายที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนคงที่ส่วนที่เกินกำลังการผลิตปกติถูกกระจายออกไป ส่งผลให้กำไรขั้นต้นพลิกจากขาดทุน 85 ล้านบาท มาเป็นกำไร 246.6 ล้านบาท
* **ธุรกิจต่างประเทศเผชิญแรงกดดัน:** แม้รายได้ธุรกิจต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น 8.4% YoY แต่กลับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีต้นทุนขายต่อรายได้ที่สูงถึง 94.3% ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ (Chips) ทั่วโลก ส่งผลให้ธุรกิจต่างประเทศยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 46.6 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลมาจากความสำเร็จของมาตรการลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย ประกอบกับการปรับโครงสร้างสายงานการผลิตให้มีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มากขึ้น ทำให้จำนวนพนักงานลดลงและเหมาะสมกับการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด ทำให้การผลิตยังคงดำเนินต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบจากสถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ในธุรกิจต่างประเทศยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** J รายงานกำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาท ใน Q2/2564 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 155.9 ล้านบาท ใน Q2/2563
* **รายได้โตแรง:** รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 127.5% YoY สู่ 1,160.7 ล้านบาท โดยธุรกิจในประเทศเติบโตโดดเด่นถึง 262.3% YoY
* **กำไรขั้นต้นฟื้นตัว:** กำไรขั้นต้นพลิกจากขาดทุน 85 ล้านบาท เป็นกำไร 246.6 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้เพิ่มขึ้นสู่ 21.6%
* **ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง:** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 126.7% ใน Q2/2563 เป็น 73.0% ใน Q2/2564
* **ธุรกิจต่างประเทศยังเผชิญความท้าทาย:** แม้รายได้จะเติบโตเล็กน้อย แต่ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 46.6 ล้านบาท จากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J มีรายได้จากการขายรวม 1,160.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) แต่ลดลง 9.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีกำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาท พลิกกลับมาจากการขาดทุนสุทธิ 155.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และลดลงเล็กน้อยจากกำไรสุทธิ 119.8 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.6% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,602.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2% YoY และมีกำไรสุทธิ 293.4 ล้านบาท พลิกกลับจากการขาดทุนสุทธิ 36.8 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ:** ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 36.8% YoY บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจของ J
* **มาตรการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ:** การปรับโครงสร้างสายงานการผลิตให้มีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มากขึ้น ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** การลดสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้ดี
## ความเสี่ยง
* **การขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์:** ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างประเทศ ทำให้รายได้ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และยังคงมีผลขาดทุน
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** แม้บริษัทฯ จะมีมาตรการป้องกันที่ดี แต่การระบาดระลอกใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการดำเนินงานได้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทฯ มีการบันทึกกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการในแต่ละไตรมาส
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และกำไรของธุรกิจในประเทศ:** การฟื้นตัวจะต่อเนื่องหรือไม่ และจะเติบโตได้มากน้อยเพียงใด
* **สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์:** จะคลี่คลายลงเมื่อใด และจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างประเทศนานแค่ไหน
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** จะสามารถรักษาสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ให้อยู่ในระดับต่ำได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากมาตรการป้องกันโควิด-19:** ความสามารถในการดำเนินงานภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
สำหรับ J ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ การวิเคราะห์จะเน้นที่:
* **รายได้จากการขาย:** ธุรกิจในประเทศเติบโตโดดเด่น 262.3% YoY สู่ 852.1 ล้านบาท เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ในขณะที่ธุรกิจต่างประเทศเติบโตเพียง 8.4% YoY สู่ 288.6 ล้านบาท และลดลง QoQ เนื่องจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์
* **ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น:** การลดลงของสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายในธุรกิจในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 21.6%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY แต่ลดลง QoQ โดยมีสัดส่วนต่อรายได้จากการขายที่ 10.4% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,628.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนบางส่วน หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 989.3 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,639.3 ล้านบาท ลดลงจากการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 440.9 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากการลงทุนสุทธิเป็นบวกเล็กน้อยจากการจำหน่ายสินทรัพย์ และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 454.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
J พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 2 ปี 2564 ด้วยกำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศและการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ในธุรกิจต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยรวมแล้ว บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและบริหารจัดการภายใต้สภาวะตลาดที่ผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ J ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
164.78
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
กำไรขั้นต้น
401.84
ล้านบาท
↑ 383.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
243.86
%
กำไรสุทธิ
-539.16
ล้านบาท
↓ 7034.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-327.20
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -8.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
402
↑ + 383.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-539
↓ -7034.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — J
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
-23.15
ROA (%)
-8.57
Book Value/หุ้น
2.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — J
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+106
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — J
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-88.13
-73.51%
|
-332.71
+206.50%
|
-108.55
+14.05%
|
-95.18
+453.37%
|
-17.20
-105.63%
|
305.63
+40.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
106.21
-84.22%
|
673.13
+214.06%
|
214.33
+9,776.96%
|
2.17
-98.75%
|
173.49
-177.69%
|
-223.32
+2,993.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
273.41
-237.65%
|
-198.62
+450.80%
|
-36.06
-77.95%
|
-163.54
-47.42%
|
-311.05
+296.70%
|
-78.41
-64.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
291.48
+105.57%
|
141.79
+103.40%
|
69.71
-127.17%
|
-256.57
+65.78%
|
-154.77
-4,068.46%
|
3.90
-150.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
173.19
+854.74%
|
18.14
-76.64%
|
77.64
+248.01%
|
22.31
+240.61%
|
6.55
+147.17%
|
2.65
-87.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
12.12
-93.00%
|
173.19
+849.51%
|
18.24
-76.51%
|
77.64
+248.01%
|
22.31
+240.61%
|
6.55
+147.17%
|