CPNREIT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CPNREIT
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
13.60
0.10 (0.73%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18340 out_tok=3677 at=2026-07-25T13:18:18 --> # CPNREIT ปี 64 กำไรสุทธิวูบ 75.5% รับผลกระทบโควิด-19-ต้นทุนพุ่ง ## รายได้รวมหด 13.3% แม้ Q4 ฟื้นตัว แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากส่วนลดค่าเช่าและค่าใช้จ่ายตาม TFRS 16 ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 3,527.2 ล้านบาท ลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงส่งผลต่อการดำเนินงานของศูนย์การค้าและโรงแรม แม้ว่าในไตรมาส 4 จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของจำนวนผู้ใช้บริการและรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ภาพรวมทั้งปี CPNREIT ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐาน TFRS 16 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ CPNREIT ในปี 2564 คือ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐาน TFRS 16 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** ทำให้รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลงถึง 75.5% หรือ 1,160.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้ค่าเช่าและบริการลดลง:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ภาครัฐออกมาตรการควบคุมการระบาดเป็นระยะๆ ส่งผลให้ศูนย์การค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราว ปรับลดเวลาทำการ และจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ รวมถึงการงดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าเฉลี่ยในปี 2564 ลดลงเหลือ 49.4% ของช่วงสถานการณ์ปกติ นอกจากนี้ CPNREIT ยังคงดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าด้วยการให้ส่วนลดค่าเช่า ซึ่งในปี 2564 มีอัตราส่วนลดค่าเช่าเฉลี่ยสูงถึง 37.1% มากกว่าปี 2563 ที่ 31.9% โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมฮิลตันพัทยาที่กองทรัสต์ได้ยกเว้นค่าเช่าคงที่ในไตรมาส 1-3 และเลื่อนการชำระค่าเช่าคงที่ในไตรมาส 4 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามสัญญาเช่า ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและบริการจากศูนย์การค้าเดิมลดลง 19.3% และรายได้ค่าเช่าจากโรงแรมลดลงอย่างมาก * **ดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น:** การนำมาตรฐาน TFRS 16 มาใช้ส่งผลให้ CPNREIT ต้องรับรู้หนี้สินตามสัญญาเช่าและดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าเข้ามาในงบการเงิน โดยในปี 2564 มีการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าจำนวน 1,593.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด และส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 24.4% และกดดันรายได้จากการลงทุนสุทธิ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามผลกระทบจาก TFRS 16 ต่อไป** ผลกระทบจาก COVID-19 ต่อรายได้ค่าเช่ามีแนวโน้มที่จะค่อยๆ คลี่คลายลง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดเริ่มดีขึ้น และภาครัฐได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น และอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 90.6% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้ TFRS 16 จะยังคงมีอยู่และส่งผลต่อการคำนวณกำไรสุทธิในลักษณะที่ไม่ใช่เงินสดต่อไป ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 3,527.2 ล้านบาท ลดลง 13.3% YoY** จากผลกระทบ COVID-19 และการให้ส่วนลดค่าเช่า * **รายได้จากการลงทุนสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 376.8 ล้านบาท ลดลง 75.5% YoY** เป็นผลจากรายได้ค่าเช่าลดลงและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่า (TFRS 16) * **อัตราส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์สุทธิปี 2564 อยู่ที่ 78.8% ลดลง 5.9%** จากการให้ส่วนลดค่าเช่าเพิ่มขึ้นและยกเว้นค่าเช่าโรงแรม * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ต่อสินทรัพย์รวม อยู่ที่ 28.6%** * **สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 13.1691 บาท เพิ่มขึ้นจาก 12.6753 บาท ณ สิ้นปี 2563** * **จ่ายเงินปันผลและลดทุนรวมในปี 2564 จำนวน 0.6032 บาทต่อหน่วย** ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 CPNREIT มีรายได้รวม 3,527.2 ล้านบาท ลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่ลดลง 13.4% เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงดำเนินอยู่ ทำให้กองทรัสต์ต้องให้การช่วยเหลือผู้เช่าด้วยการให้ส่วนลดค่าเช่าในอัตราที่สูงขึ้น รวมถึงการยกเว้นค่าเช่าโรงแรมบางส่วน อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าเช่าและบริการจากอาคารสำนักงานเดอะไนน์ทาวเวอร์ส และยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น 19.9% เนื่องจากการรับรู้รายได้เต็มปี ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 3,150.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าตามมาตรฐาน TFRS 16 จำนวน 1,593.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด หากไม่รวมรายการนี้ ค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 10.3% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในเซ็นทรัลมารีน่า และเซ็นทรัลลำปาง ส่งผลให้รายได้จากการลงทุนสุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 376.8 ล้านบาท ลดลง 75.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบจากการบันทึกบัญชีตาม TFRS 16 กองทรัสต์จะมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,853.6 ล้านบาท อัตราส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์สุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 78.8% ลดลง 5.9% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากอสังหาริมทรัพย์และการให้ส่วนลดค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น สำหรับอัตราส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 10.7% ลดลง 27.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2563 รายได้รวมลดลง 6.0% มาอยู่ที่ 973.0 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 45.5% มาอยู่ที่ 164.5 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่อจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายของผู้เช่าในศูนย์การค้า * **การปรับปรุงทรัพย์สิน:** โครงการเซ็นทรัลพระราม 2 ได้ดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพิ่มพื้นที่ขายและปรับปรุงภาพลักษณ์ของศูนย์การค้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดผู้เช่ารายใหม่และเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ * **การลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม:** การลงทุนในเซ็นทรัลมารีน่า และเซ็นทรัลลำปาง ในช่วงต้นปี 2564 จะช่วยเพิ่มขนาดของพอร์ตการลงทุนและกระจายความเสี่ยงของรายได้ในระยะยาว * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ยังคงดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อลดผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดของ COVID-19:** การกลับมาระบาดของโรค หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายของผู้เช่าลดลงอีกครั้ง * **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีก ทั้งจากคู่แข่งในตลาดและแพลตฟอร์มออนไลน์ อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้เช่า และส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าของ CPNREIT * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายของร้านค้าในศูนย์การค้า * **ภาระดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่า (TFRS 16):** การรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายจำนวนมากตามมาตรฐาน TFRS 16 ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในระยะยาว แม้จะเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดก็ตาม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ใช้บริการและยอดขายของผู้เช่า:** ติดตามการเติบโตของ Traffic และยอดขายของผู้เช่าในศูนย์การค้าต่างๆ โดยเฉพาะในไตรมาส 1 ปี 2565 * **นโยบายการให้ส่วนลดค่าเช่า:** ประเมินแนวโน้มการให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ผู้เช่า และผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าสุทธิ * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ติดตามมาตรการของฝ่ายจัดการในการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจาก TFRS 16 * **แผนการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม:** ความคืบหน้าในการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมตามมติที่ประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ เพื่อขยายขนาดพอร์ตการลงทุน * **การปรับปรุงทรัพย์สิน:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการปรับปรุงโครงการเซ็นทรัลพระราม 2 * **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **การบริหารจัดการพื้นที่เช่า:** ในไตรมาส 4 ปี 2564 อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยของศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานอยู่ที่ 90.6% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย โดยมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่าในบางโครงการ เช่น เซ็นทรัลพระราม 2, เซ็นทรัลพระราม 3, เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต และเซ็นทรัลมารีน่า จากผู้เช่ารายใหม่เข้าพื้นที่ที่ปิดปรับปรุงในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการเช่าในบางโครงการ เช่น เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, อาคารสำนักงานปิ่นเกล้าทาวเวอร์เอและบี, เซ็นทรัลพัทยา, อาคารสำนักงานเดอะไนน์ทาวเวอร์ส และเซ็นทรัลลำปาง ลดลงจากการที่ผู้เช่าไม่ต่อสัญญา สำหรับโรงแรมฮิลตันพัทยา มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 60.2% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน **การต่อสัญญาเช่า:** ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 มีการต่ออายุสัญญาเช่าและสัญญาเช่าใหม่รวม 232 สัญญา คิดเป็นพื้นที่ 42,836 ตารางเมตร หรือ 20.4% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด โดยมีสัดส่วนการต่อสัญญาที่สูงในโครงการเซ็นทรัลปิ่นเกล้า (49.7%) และเซ็นทรัลลำปาง (55.1%) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทำเลและความพึงพอใจของผู้เช่าในโครงการเหล่านี้ **โครงสร้างค่าเช่า:** ณ สิ้นปี 2564 โครงสร้างค่าเช่าของ CPNREIT ประกอบด้วยค่าเช่าแบบคงที่ 62% และค่าเช่าแบบส่วนแบ่งยอดขาย 38% ซึ่งโครงสร้างนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงของรายได้ โดยเฉพาะในภาวะที่ยอดขายของผู้เช่าอาจผันผวน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 CPNREIT มีสินทรัพย์รวม 78,971.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากสิ้นปี 2563 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 10.4% จากการเข้าลงทุนในเซ็นทรัลมารีน่า และเซ็นทรัลลำปาง รวมถึงการปรับปรุงโครงการเซ็นทรัลพระราม 2 หนี้สินรวมอยู่ที่ 45,152.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากสิ้นปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินตามสัญญาเช่าของเซ็นทรัลพระราม 2 ที่เพิ่มขึ้นตามการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายตาม TFRS 16 อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ต่อสินทรัพย์รวม อยู่ที่ 28.6% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ สินทรัพย์สุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 เท่ากับ 33,818.8 ล้านบาท คิดเป็นสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย 13.1691 บาท เพิ่มขึ้นจาก 12.6753 บาท ณ สิ้นปี 2563 การจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปี 2564 รวมทั้งสิ้น 0.6032 บาทต่อหน่วย โดยเป็นการจ่ายในรูปแบบเงินลดทุน 0.5480 บาทต่อหน่วย และการจ่ายประโยชน์ตอบแทนจำนวน 0.0552 บาทต่อหน่วย ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาวะที่ท้าทาย ## สรุปท้าย CPNREIT ในปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่าภายใต้ TFRS 16 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงปลายปี และการปรับปรุงทรัพย์สิน รวมถึงการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดที่อาจกลับมา และการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของกองทรัสต์ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPNREIT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,739.70 ล้านบาท
↑ 13.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,504.41 ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.48 %
กำไรสุทธิ
838.04 ล้านบาท
↑ 68.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
48.17 %
D/E Ratio
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,740
↑ + 13.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,504
↑ + 6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
838
↑ + 68.7% YoY
D/E Ratio

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPNREIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,739.70
+13.78%
1,528.99
-1.69%
1,555.30
+18.36%
1,314.07
+35.05%
973.03
-6.01%
1,035.28
-18.35%
กำไรขั้นต้น
1,504.41
+5.97%
1,419.60
-9.19%
1,563.22
+27.93%
1,221.95
+36.09%
897.88
-12.21%
1,022.76
-16.89%
ค่าใช้จ่ายรวม
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-17.36
-148.33%
กำไรสุทธิ
838.04
+68.67%
496.86
-14.10%
578.43
-24.54%
766.56
+747.72%
90.43
-70.06%
302.02
-66.90%
กำไรต่อหุ้น
0.23
+68.61%
0.14
-14.38%
0.16
-24.53%
0.21
+748.00%
0.03
-69.88%
0.08
-67.06%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1.56
+99.73%
-581.91
-9,534.27%
-6.04
-102.76%
218.89
+34,844.44%
-0.63
0.00
-100.00%
ROE(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROA(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/E
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV
0.98
-4.85%
1.03
+18.39%
0.87
-25.64%
1.17
-25.95%
1.58
+7.48%
1.47
-39.00%
BV
11.53
-3.60%
11.96
-8.42%
13.06
-1.14%
13.21
+3.20%
12.80
-0.78%
12.90
-4.94%
YIELD(%)
5.46
-9.90%
6.06
-16.76%
7.28
+2,500.00%
0.28
-75.65%
1.15
-86.53%
8.54
+72.87%
ราคาหุ้น
11.30
-8.13%
12.30
+8.85%
11.30
-42.05%
19.50
-3.47%
20.20
+6.32%
19.00
-41.98%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
86.48
-6.86%
92.85
-7.62%
100.51
+8.09%
92.99
+0.77%
92.28
-6.59%
98.79
+1.79%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-1.68
-159.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
48.17
+48.22%
32.50
-12.61%
37.19
-36.24%
58.33
+527.88%
9.29
-68.15%
29.17
-59.46%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
11.61

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPNREIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
94,680.61
+2.80%
92,101.80
+13.19%
81,367.04
+1.31%
80,316.81
+1.70%
78,971.45
+10.33%
71,577.17
+53.31%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
52,426.55
+6.11%
49,408.82
+3.13%
47,908.15
+1.85%
47,039.65
+4.18%
45,152.67
+3.72%
43,533.19
+156.29%
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,500
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPNREIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-3,500.23
-173.04%
4,792.39
-204.89%
-4,568.92
-15.57%
-5,411.36
-150.13%
10,795.41
+1,591.96%
638.04
-127.78%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
2,507.89
-139.37%
-6,370.08
-377.66%
2,294.17
+40.99%
1,627.22
-116.39%
-9,926.93
+2,727.62%
-351.07
-78.48%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
-365.19
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00