ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
13.60
0.10 (0.73%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18340 out_tok=3677 at=2026-07-25T13:18:18 -->
# CPNREIT ปี 64 กำไรสุทธิวูบ 75.5% รับผลกระทบโควิด-19-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมหด 13.3% แม้ Q4 ฟื้นตัว แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากส่วนลดค่าเช่าและค่าใช้จ่ายตาม TFRS 16
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 3,527.2 ล้านบาท ลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงส่งผลต่อการดำเนินงานของศูนย์การค้าและโรงแรม แม้ว่าในไตรมาส 4 จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของจำนวนผู้ใช้บริการและรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ภาพรวมทั้งปี CPNREIT ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐาน TFRS 16
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ CPNREIT ในปี 2564 คือ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐาน TFRS 16 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** ทำให้รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลงถึง 75.5% หรือ 1,160.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ค่าเช่าและบริการลดลง:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ภาครัฐออกมาตรการควบคุมการระบาดเป็นระยะๆ ส่งผลให้ศูนย์การค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราว ปรับลดเวลาทำการ และจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ รวมถึงการงดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าเฉลี่ยในปี 2564 ลดลงเหลือ 49.4% ของช่วงสถานการณ์ปกติ นอกจากนี้ CPNREIT ยังคงดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าด้วยการให้ส่วนลดค่าเช่า ซึ่งในปี 2564 มีอัตราส่วนลดค่าเช่าเฉลี่ยสูงถึง 37.1% มากกว่าปี 2563 ที่ 31.9% โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมฮิลตันพัทยาที่กองทรัสต์ได้ยกเว้นค่าเช่าคงที่ในไตรมาส 1-3 และเลื่อนการชำระค่าเช่าคงที่ในไตรมาส 4 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามสัญญาเช่า ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและบริการจากศูนย์การค้าเดิมลดลง 19.3% และรายได้ค่าเช่าจากโรงแรมลดลงอย่างมาก
* **ดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น:** การนำมาตรฐาน TFRS 16 มาใช้ส่งผลให้ CPNREIT ต้องรับรู้หนี้สินตามสัญญาเช่าและดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าเข้ามาในงบการเงิน โดยในปี 2564 มีการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าจำนวน 1,593.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด และส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 24.4% และกดดันรายได้จากการลงทุนสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามผลกระทบจาก TFRS 16 ต่อไป**
ผลกระทบจาก COVID-19 ต่อรายได้ค่าเช่ามีแนวโน้มที่จะค่อยๆ คลี่คลายลง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดเริ่มดีขึ้น และภาครัฐได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น และอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 90.6% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้ TFRS 16 จะยังคงมีอยู่และส่งผลต่อการคำนวณกำไรสุทธิในลักษณะที่ไม่ใช่เงินสดต่อไป ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 3,527.2 ล้านบาท ลดลง 13.3% YoY** จากผลกระทบ COVID-19 และการให้ส่วนลดค่าเช่า
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 376.8 ล้านบาท ลดลง 75.5% YoY** เป็นผลจากรายได้ค่าเช่าลดลงและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่า (TFRS 16)
* **อัตราส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์สุทธิปี 2564 อยู่ที่ 78.8% ลดลง 5.9%** จากการให้ส่วนลดค่าเช่าเพิ่มขึ้นและยกเว้นค่าเช่าโรงแรม
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ต่อสินทรัพย์รวม อยู่ที่ 28.6%**
* **สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 13.1691 บาท เพิ่มขึ้นจาก 12.6753 บาท ณ สิ้นปี 2563**
* **จ่ายเงินปันผลและลดทุนรวมในปี 2564 จำนวน 0.6032 บาทต่อหน่วย**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 CPNREIT มีรายได้รวม 3,527.2 ล้านบาท ลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่ลดลง 13.4% เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงดำเนินอยู่ ทำให้กองทรัสต์ต้องให้การช่วยเหลือผู้เช่าด้วยการให้ส่วนลดค่าเช่าในอัตราที่สูงขึ้น รวมถึงการยกเว้นค่าเช่าโรงแรมบางส่วน อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าเช่าและบริการจากอาคารสำนักงานเดอะไนน์ทาวเวอร์ส และยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น 19.9% เนื่องจากการรับรู้รายได้เต็มปี
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 3,150.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าตามมาตรฐาน TFRS 16 จำนวน 1,593.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด หากไม่รวมรายการนี้ ค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 10.3% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในเซ็นทรัลมารีน่า และเซ็นทรัลลำปาง
ส่งผลให้รายได้จากการลงทุนสุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 376.8 ล้านบาท ลดลง 75.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบจากการบันทึกบัญชีตาม TFRS 16 กองทรัสต์จะมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,853.6 ล้านบาท
อัตราส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์สุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 78.8% ลดลง 5.9% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากอสังหาริมทรัพย์และการให้ส่วนลดค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น สำหรับอัตราส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 10.7% ลดลง 27.1%
เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2563 รายได้รวมลดลง 6.0% มาอยู่ที่ 973.0 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 45.5% มาอยู่ที่ 164.5 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่อจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายของผู้เช่าในศูนย์การค้า
* **การปรับปรุงทรัพย์สิน:** โครงการเซ็นทรัลพระราม 2 ได้ดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพิ่มพื้นที่ขายและปรับปรุงภาพลักษณ์ของศูนย์การค้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดผู้เช่ารายใหม่และเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้
* **การลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม:** การลงทุนในเซ็นทรัลมารีน่า และเซ็นทรัลลำปาง ในช่วงต้นปี 2564 จะช่วยเพิ่มขนาดของพอร์ตการลงทุนและกระจายความเสี่ยงของรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ยังคงดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อลดผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดของ COVID-19:** การกลับมาระบาดของโรค หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายของผู้เช่าลดลงอีกครั้ง
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีก ทั้งจากคู่แข่งในตลาดและแพลตฟอร์มออนไลน์ อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้เช่า และส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าของ CPNREIT
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายของร้านค้าในศูนย์การค้า
* **ภาระดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่า (TFRS 16):** การรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายจำนวนมากตามมาตรฐาน TFRS 16 ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในระยะยาว แม้จะเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดก็ตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ใช้บริการและยอดขายของผู้เช่า:** ติดตามการเติบโตของ Traffic และยอดขายของผู้เช่าในศูนย์การค้าต่างๆ โดยเฉพาะในไตรมาส 1 ปี 2565
* **นโยบายการให้ส่วนลดค่าเช่า:** ประเมินแนวโน้มการให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ผู้เช่า และผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าสุทธิ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ติดตามมาตรการของฝ่ายจัดการในการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจาก TFRS 16
* **แผนการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม:** ความคืบหน้าในการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมตามมติที่ประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ เพื่อขยายขนาดพอร์ตการลงทุน
* **การปรับปรุงทรัพย์สิน:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการปรับปรุงโครงการเซ็นทรัลพระราม 2
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การบริหารจัดการพื้นที่เช่า:** ในไตรมาส 4 ปี 2564 อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยของศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานอยู่ที่ 90.6% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย โดยมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่าในบางโครงการ เช่น เซ็นทรัลพระราม 2, เซ็นทรัลพระราม 3, เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต และเซ็นทรัลมารีน่า จากผู้เช่ารายใหม่เข้าพื้นที่ที่ปิดปรับปรุงในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการเช่าในบางโครงการ เช่น เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, อาคารสำนักงานปิ่นเกล้าทาวเวอร์เอและบี, เซ็นทรัลพัทยา, อาคารสำนักงานเดอะไนน์ทาวเวอร์ส และเซ็นทรัลลำปาง ลดลงจากการที่ผู้เช่าไม่ต่อสัญญา สำหรับโรงแรมฮิลตันพัทยา มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 60.2% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน
**การต่อสัญญาเช่า:** ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 มีการต่ออายุสัญญาเช่าและสัญญาเช่าใหม่รวม 232 สัญญา คิดเป็นพื้นที่ 42,836 ตารางเมตร หรือ 20.4% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด โดยมีสัดส่วนการต่อสัญญาที่สูงในโครงการเซ็นทรัลปิ่นเกล้า (49.7%) และเซ็นทรัลลำปาง (55.1%) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทำเลและความพึงพอใจของผู้เช่าในโครงการเหล่านี้
**โครงสร้างค่าเช่า:** ณ สิ้นปี 2564 โครงสร้างค่าเช่าของ CPNREIT ประกอบด้วยค่าเช่าแบบคงที่ 62% และค่าเช่าแบบส่วนแบ่งยอดขาย 38% ซึ่งโครงสร้างนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงของรายได้ โดยเฉพาะในภาวะที่ยอดขายของผู้เช่าอาจผันผวน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 CPNREIT มีสินทรัพย์รวม 78,971.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากสิ้นปี 2563 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 10.4% จากการเข้าลงทุนในเซ็นทรัลมารีน่า และเซ็นทรัลลำปาง รวมถึงการปรับปรุงโครงการเซ็นทรัลพระราม 2
หนี้สินรวมอยู่ที่ 45,152.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากสิ้นปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินตามสัญญาเช่าของเซ็นทรัลพระราม 2 ที่เพิ่มขึ้นตามการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายตาม TFRS 16
อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ต่อสินทรัพย์รวม อยู่ที่ 28.6% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
สินทรัพย์สุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 เท่ากับ 33,818.8 ล้านบาท คิดเป็นสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย 13.1691 บาท เพิ่มขึ้นจาก 12.6753 บาท ณ สิ้นปี 2563
การจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปี 2564 รวมทั้งสิ้น 0.6032 บาทต่อหน่วย โดยเป็นการจ่ายในรูปแบบเงินลดทุน 0.5480 บาทต่อหน่วย และการจ่ายประโยชน์ตอบแทนจำนวน 0.0552 บาทต่อหน่วย ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาวะที่ท้าทาย
## สรุปท้าย
CPNREIT ในปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่าภายใต้ TFRS 16 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงปลายปี และการปรับปรุงทรัพย์สิน รวมถึงการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดที่อาจกลับมา และการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของกองทรัสต์ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPNREIT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,739.70
ล้านบาท
↑ 13.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,504.41
ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.48
%
กำไรสุทธิ
838.04
ล้านบาท
↑ 68.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
48.17
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,740
↑ + 13.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,504
↑ + 6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
838
↑ + 68.7%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPNREIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
11.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPNREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
94,680.61
+2.80%
|
92,101.80
+13.19%
|
81,367.04
+1.31%
|
80,316.81
+1.70%
|
78,971.45
+10.33%
|
71,577.17
+53.31%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
52,426.55
+6.11%
|
49,408.82
+3.13%
|
47,908.15
+1.85%
|
47,039.65
+4.18%
|
45,152.67
+3.72%
|
43,533.19
+156.29%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,500
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPNREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,500.23
-173.04%
|
4,792.39
-204.89%
|
-4,568.92
-15.57%
|
-5,411.36
-150.13%
|
10,795.41
+1,591.96%
|
638.04
-127.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,507.89
-139.37%
|
-6,370.08
-377.66%
|
2,294.17
+40.99%
|
1,627.22
-116.39%
|
-9,926.93
+2,727.62%
|
-351.07
-78.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-365.19
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|