BAY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BAY
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
41.00
+0.50 (+1.23%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักคือกําไรพิเศษจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นใน บริษัท เงินติดล้อ จํากัด (มหาชน) (เงินติดล้อ) ในไตรมาสที่ 2 / 2564 หากไม่รวมรายการพิเศษ กําไรสุทธิจากการดําเนินธุรกิจปกติอยู่ที่จํานวน 25,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 หรือจํานวน 2,569 ล้านบาท จากปี 2563 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญจํานวน 12,243 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.5 จากปี 2563 โดย มีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกําไรจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นเงินติดล้อ หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวแล้ว รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากการดําเนินธุรกิจปกติ เพิ่มขึ้นจํานวน 1,517 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.6 จากปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินเชื่อที่ตัดจําหน่ายแล้วและกําไรจากการจําหน่าย ทรัพย์สินรอการขาย บริษัทรับซื้อและรับโอนส่วนของทุน (Charter Capital) ร้อยละ 100 ของบริษัท SHBank Finance Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อย ในประเทศเวียดนาม จาก ธนาคาร Saigon-Hanoi Commercial Joint Stock Bank โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมของธุรกรรมสูงสุดเป็น จํานวนเงินประมาณ 3,590.3 พันล้านดองเวียดนาม หรือคิดเป็นจํานวนเงินประมาณ 5,184.4 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่อาเซียน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=28706 out_tok=2979 at=2026-07-25T10:36:27 --> # BAY กำไรสุทธิ Q3/2565 เติบโต 26.8% YoY รับผลบวกจากสำรองฯ ลดลง ## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 8,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 26.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ซึ่งกลับสู่ระดับปกติ ประกอบกับการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BAY ในไตรมาส 3/2565 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)** ซึ่งกลับสู่ระดับปกติเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 3/2565 มีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 6,347 ล้านบาท ลดลงถึง 22.0% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2564 ที่มีจำนวน 8,134 ล้านบาท ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 1,708 ล้านบาท หรือ 26.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 21,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของ ECL เป็นผลมาจาก **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย** และสภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.38% แต่ธนาคารยังคงมีระดับเงินสำรองที่สูงถึง 92,535 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 175.0% ซึ่งสะท้อนถึงความรอบคอบในการบริหารความเสี่ยง ส่วนการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ มาจากการ **ขยายตัวของเงินให้สินเชื่อรวม** ที่เพิ่มขึ้น 3.9% จากสิ้นปี 2564 โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และ SMEs ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับการ **ปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)** ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.49% ในไตรมาส 3/2565 จาก 3.20% ในไตรมาส 3/2564 ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2565 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ประกอบกับแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยลดความเสี่ยงเงินเฟ้อและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ ธนาคารคาดว่าเงินให้สินเชื่อรวมจะเติบโตได้ตามกรอบเป้าหมาย 3-5% ในปีนี้ นอกจากนี้ การที่ธนาคารปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้บางประเภทตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 เป็นต้นไป จะช่วยหนุน NIM ให้ปรับตัวดีขึ้นได้อีกในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2565 เติบโต 26.8% YoY** อยู่ที่ 8,070 ล้านบาท จาก 6,362 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 21.3% YoY** อยู่ที่ 23,322 ล้านบาท * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 9.7% YoY** แตะ 21,384 ล้านบาท * **ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้น** อยู่ที่ 3.49% ใน Q3/2565 จาก 3.20% ใน Q3/2564 * **คุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง** แม้ NPL จะขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.38% แต่มีเงินสำรองรองรับสูง * **เงินให้สินเชื่อรวมเติบโต 3.9% YTD** อยู่ที่ 1,965,013 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และ SMEs ขยายตัวได้ดี ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติ 8,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 26.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากรวมรายการพิเศษจากการขายหุ้นบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ในปี 2564 กำไรสุทธิจะลดลง 14.9% หรือ 4,087 ล้านบาท สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 กำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติอยู่ที่ 23,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย** หนุนการเติบโตของสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และ SMEs * **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย** ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินเชิงรุก** ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่าย * **การให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ** จากโควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วม อาจช่วยรักษาฐานลูกค้าและลด NPL ในระยะยาว * **การได้รับการรับรองเป็นผู้ลงนามในหลักการธนาคารที่มีความรับผิดชอบของ UN** สะท้อนทิศทางธุรกิจที่ยั่งยืน ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก** อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย * **ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง** และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมธนาคาร** ที่รุนแรง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร * **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ** ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยในไตรมาสถัดไป * การเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) หลังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย * คุณภาพสินทรัพย์และการบริหารจัดการ NPL โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs และสินเชื่อรายย่อย * ผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกค้าต่อผลประกอบการในระยะยาว * การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการระดมเงินฝาก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII):** เติบโต 9.7% YoY เป็น 21,384 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ 10.0% และดอกเบี้ยจากรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน 34.5% สอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 10.5% จากเงินรับฝากประจำที่ลดลง **ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM):** ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.49% จาก 3.20% ในปีก่อน โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ (Yield on Assets) เพิ่มขึ้นเป็น 4.37% ขณะที่ต้นทุนทางการเงิน (Cost of Funds) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.00% **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII):** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% YoY เป็น 8,326 ล้านบาท โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 4.4% จากค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมการให้กู้ยืมที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง 36.1% ส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการขายสินเชื่อที่ตัดจำหน่ายแล้วที่ลดลง **ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 13.1% YoY เป็น 13,212 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 26.7% จากการตลาดและค่าตัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น 8.2% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 44.5% จาก 42.1% ในปีก่อน **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL):** ลดลง 22.0% YoY เป็น 6,347 ล้านบาท สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น **คุณภาพสินทรัพย์:** อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 2.38% เพิ่มขึ้นจาก 2.27% ในปีก่อน แต่ยังคงมีเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพในระดับสูงที่ 175.0% **เงินให้สินเชื่อ:** เติบโต 3.9% YTD เป็น 1,965,013 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 6.0% และ SMEs เพิ่มขึ้น 6.2% ขณะที่สินเชื่อรายย่อยเติบโตชะลอตัว 1.6% **เงินรับฝาก:** ลดลง 3.7% YTD เป็น 1,713,701 ล้านบาท โดยเงินรับฝากประจำลดลง แต่สัดส่วนเงินรับฝากต้นทุนต่ำ (CASA) เพิ่มขึ้นเป็น 67.5% **เงินกองทุน:** อัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 17.62% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,590,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 3.9% หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,256,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% โดยเงินรับฝากลดลง 3.7% แต่รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 5.0% มาอยู่ที่ 334,043 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาตามบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 45.41 บาท ## สรุปท้าย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ได้รับแรงหนุนจาก NIM ที่ดีขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์ยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตของธนาคารในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAY ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
42,476.86 ล้านบาท
↑ 14.9% YoY
กำไรขั้นต้น
129,786.91 ล้านบาท
↑ 12.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
305.55 %
กำไรสุทธิ
7,126.70 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.78 %
D/E Ratio
5.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
42,477
↑ + 14.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
129,787
↑ + 12.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,127
↑ + 13.6% YoY
D/E Ratio
5.32

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
42,476.86
+14.90%
36,967.61
-10.63%
41,365.33
+38.61%
29,842.13
+3.67%
28,786.51
+4.17%
27,634.63
-3.40%
กำไรขั้นต้น
129,786.91
+12.86%
114,994.05
-11.02%
129,241.18
+41.92%
91,069.12
+5.99%
85,926.42
+2.03%
84,214.72
-5.63%
ค่าใช้จ่ายรวม
31,608.77
+22.67%
25,767.09
-10.07%
28,653.74
+42.76%
20,071.68
+4.34%
19,237.23
-56.06%
43,784.04
-4.20%
กำไรสุทธิ
7,126.70
+13.55%
6,276.01
-18.83%
7,731.97
+4.61%
7,391.35
+15.76%
6,384.97
+88.64%
3,384.78
-47.42%
กำไรต่อหุ้น
0.97
+13.60%
0.85
-18.84%
1.05
+4.58%
1.01
+15.78%
0.87
+88.70%
0.46
-47.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
305.55
-1.77%
311.07
-0.44%
312.44
+2.38%
305.17
+2.23%
298.50
-2.05%
304.74
-2.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
74.41
+6.76%
69.70
+0.62%
69.27
+2.99%
67.26
+0.64%
66.83
-57.82%
158.44
-0.83%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
16.78
-1.18%
16.98
-9.15%
18.69
-24.55%
24.77
+11.68%
22.18
+81.06%
12.25
-45.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-70.54
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-10,879.72
-40,663.28%
-26.69
ROE(%)
7.87
+0.77%
7.81
-15.84%
9.28
-0.54%
9.33
-16.47%
11.17
+35.39%
8.25
-1.20%
ROA(%)
3.04
-7.03%
3.27
+8.64%
3.01
+28.09%
2.35
-6.37%
2.51
+12.05%
2.24
-31.08%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
5.02
-10.68%
5.62
-12.87%
6.45
-4.02%
6.72
-1.90%
6.85
-14.59%
8.02
+33.67%
P/E
6.19
+7.09%
5.78
-9.40%
6.38
-16.16%
7.61
-10.26%
8.48
-3.75%
8.81
+29.37%
P/BV
0.47
0.47
-18.97%
0.58
-14.71%
0.68
-19.05%
0.84
+3.70%
0.81
-3.57%
BV
55.55
+6.05%
52.38
+6.64%
49.12
+8.43%
45.30
+7.32%
42.21
+9.15%
38.67
+8.38%
YIELD(%)
3.27
-5.76%
3.47
+15.28%
3.01
+9.06%
2.76
+178.79%
0.99
-63.60%
2.72
-3.89%
ราคาหุ้น
26.00
+6.12%
24.50
-13.27%
28.25
-8.13%
30.75
-13.38%
35.50
+13.60%
31.25
+4.17%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.32
ROE (%)
7.87
ROA (%)
3.04
Book Value/หุ้น
57.56

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
2,647,156.69
+1.03%
2,768,294.89
+4.98%
2,636,950.82
+5.52%
2,499,108.63
-4.23%
2,609,373.79
+10.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
2,207,065.66
-0.77%
2,396,841.22
+4.43%
2,295,191.80
+5.24%
2,180,871.98
-6.00%
2,320,194.83
+11.15%
รวมส่วนของเจ้าของ
414,761.84
+5.80%
368,453.59
+8.08%
341,759.02
+7.39%
318,236.65
+10.05%
289,178.96
+6.27%
D/E
5.32
6.51
6.72
6.85
8.02
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
7.87
9.28
9.33
11.17
8.25
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.04
3.01
2.35
2.51
2.24
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+28,687
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12,904
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAY

รายการ 2566 2560 2559 2558 2557 2556 2555
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
28,686.59
-17,552.75
+185.05%
-6,157.85
-113.17%
46,750.16
+171.88%
17,195.37
-234.06%
-12,826.44
-120.47%
62,658.87
-168.07%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-12,903.92
43,822.55
-239.76%
-31,355.82
-231.39%
23,864.10
+51.01%
15,803.12
+2,033.60%
740.68
-115.45%
-4,794.81
-49.63%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-5,431.09
-23,807.11
-157.35%
41,512.23
-159.73%
-69,501.31
+151.00%
-27,689.81
-283.42%
15,096.56
-125.94%
-58,203.03
-155.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
9,506.79
2,124.17
-48.30%
4,108.73
+223.50%
1,270.07
-75.90%
5,269.54
+65.94%
3,175.64
-1,007.69%
-349.86
-111.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
40,249.21
+3.96%
39,576.98
+11.58%
35,468.25
+3.71%
34,198.18
+18.22%
28,928.64
+12.33%
25,753.00
-1.34%
26,102.86
+13.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
49,756.00
+23.62%
41,701.15
+5.37%
39,576.98
+11.58%
35,468.25
+3.71%
34,198.18
+18.22%
28,928.64
+12.33%
25,753.00
-1.34%