ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
38.25
0.75 (1.92%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักคือกําไรพิเศษจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นใน บริษัท เงินติดล้อ จํากัด (มหาชน) (เงินติดล้อ) ในไตรมาสที่ 2 / 2564 หากไม่รวมรายการพิเศษ กําไรสุทธิจากการดําเนินธุรกิจปกติอยู่ที่จํานวน 25,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 หรือจํานวน 2,569 ล้านบาท จากปี 2563
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญจํานวน 12,243 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.5 จากปี 2563 โดย มีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกําไรจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นเงินติดล้อ
หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวแล้ว รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากการดําเนินธุรกิจปกติ เพิ่มขึ้นจํานวน 1,517 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.6 จากปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินเชื่อที่ตัดจําหน่ายแล้วและกําไรจากการจําหน่าย ทรัพย์สินรอการขาย
บริษัทรับซื้อและรับโอนส่วนของทุน (Charter Capital) ร้อยละ 100 ของบริษัท SHBank Finance Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อย ในประเทศเวียดนาม จาก ธนาคาร Saigon-Hanoi Commercial Joint Stock Bank โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมของธุรกรรมสูงสุดเป็น จํานวนเงินประมาณ 3,590.3 พันล้านดองเวียดนาม หรือคิดเป็นจํานวนเงินประมาณ 5,184.4 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่อาเซียน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
{
"documents": [
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_0d79283b834d4cad9e36d0f4db999920",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน (MD&A) สำหรับไตรมาสและงวดหกเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 มิถุนายน 2569\nสายงานองค์กรสัมพันธ์อีเมล: irgroup@krungsri.com โทรศัพท์: +66 2 296-2991",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 1,
"tags": [
"คำอธิบาย",
"วิเคราะห์",
"ผลการดำเนินงาน",
"(MD&A)",
"สำหรับ",
"ไตรมาส",
"สิ้นสุด",
"วันที่",
"มิถุนายน",
"สายงาน"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 2,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_2b943fd4280945acb8522dc07b251f55",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nบทสรุปผู้บริหาร\nเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ท่ามกลางความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและ ภายในประเทศ โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ส่งผลให้ราคา พลังงานปรับตัวสูงขึ้นและเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต ซึ่งกระทบต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือน การบริโภค ภาคเอกชน และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดีภาคการส่งออกยังเติบโตได้ค่อนข้างดีโดยได้รับแรงสนับสนุน จากการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยี AI และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของวัฏจักรอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์นอกจากนี้อุปสงค์ภายในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่สอง จากมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังคงเติบโตจากแรงขับเคลื่อนของสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการ Thailand FastPass\nกรุงศรีกรุ๊ป (ธนาคาร และบริษัทในเครือ) สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในปี 2569 ประกอบด้วย การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ อย่างมีคุณภาพที่มุ่งเน้นเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม การบริหารงบดุลอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด และ การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบระมัดระวัง สะท้อนการเติบโตของธุรกิจในประเทศที่ได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่ม ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก สนองรับการลงทุนอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง รวมถึง โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในขณะเดียวกัน สินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ดีซึ่งช่วยตอกยํ้า ความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคของกรุงศรีกรุ๊ป และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงาน โดยรวมของธนาคาร\nในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 กรุงศรีมีกำไรสุทธิจำนวน 16,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 หรือจำนวน 1,083 ล้าน บาท เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนการเติบโตอย่าง แข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน การขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียม และบริการสุทธิรวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิผล เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่จำนวน 8,294 ล้านบาท ลดลงจำนวน 324 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.8 อนึ่ง รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินเชิงรุกและสินเชื่อที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนที่ให้ผลตอบแทนสูง แม้จะเผชิญแรงกดดัน ด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Margin) จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลายครั้ง ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัว ลงจากการลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน หนี้สูญรับคืน ซึ่งส่วนใหญ่จากฐานที่สูงของการบันทึกรายได้จากโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ในไตรมาส 1/2569 และ กำไรจากเงินลงทุน โดยสุทธิบางส่วนจากการปรับตัวดีขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายใน การดำเนินงาน\nหน้า 2 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 2,
"tags": [
"เติบโต",
"สินเชื่อ",
"การบริหาร",
"ธุรกิจ",
"แข็งแกร่ง",
"ภูมิภาค",
"ผลการดำเนินงาน",
"ขยายตัว",
"ปรับตัว",
"ต้นทุน"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 28,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_f47aae15b733425c8bc943f2f4842ba4",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ค่อนข้างทรงตัว สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นผลมาจากพอร์ตสินเชื่อที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง ภายหลังการรวมงบการเงินของ TIDLOR รวมทั้งการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่ออาเซียน กอปรกับการบริหารต้นทุนทางการเงินโดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย เงินรับฝากอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตอย่างน่าพอใจจากรายได้ค่าธรรมเนียมและ บริการสุทธิของธุรกิจในประเทศและภูมิภาคอาเซียนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องรวมทั้งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับตัวที่ดีขึ้นดังกล่าว สุทธิบางส่วนด้วยผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น\nเงินให้สินเชื่อรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่จำนวน 1,936,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 8,041 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 0.4 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 อนึ่ง หากไม่รวมผลกระทบจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) [1] เงินให้สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นจำนวน 15,360 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.8 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568\nภายใต้ยุทธศาสตร์การเติบโตของธนาคารในปี 2569 สินเชื่อสำหรับครึ่งปีแรกขยายตัวต่อเนื่องจากพอร์ตในประเทศและ อาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้าอาเซียนซึ่งเติบโตร้อยละ 6.0 และร้อยละ 5.1 เทียบกับสิ้น เดือนธันวาคม 2568 ตามลำดับ\nจากกลยุทธ์การบริหารสภาพคล่องและปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินเชิงรุก เงินรับฝากรวม อยู่ที่ 1,686,059 ล้านบาท ลดลง 49,269 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.8 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 การลดลงดังกล่าวสะท้อนการบริหาร จัดการเงินรับฝากประจำที่มีต้นทุนสูงเชิงรุกของกรุงศรีขณะที่เงินรับฝากประเภทออมทรัพย์และจ่ายคืนเมื่อทวง ถาม (CASA) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและลดต้นทุนทางการเงิน\n___________________________________________________________ [1] การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม ตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล OJK (Otoritas Jasa Keuangan) ภายใต้ระเบียบว่าด้วยบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (Financial Conglomeration Holding Companies) ประกาศในปี 2567 กรุงศรีมีการปรับโครงสร้างการลงทุนในบริษัท PT Home Credit Indonesia (HCID) ส่งผลให้สถานะทางบัญชีเปลี่ยนจาก บริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม โดยมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ซึ่งส่งผลให้งบการเงินของ HCID จะถูกรับรู้ตามวิธีส่วนได้เสีย (equity method) แทนการรวมงบการเงิน (full consolidation) การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการปฎิบัติตามเกณฑ์ของทางการและการรับรู้ทางบัญชีเท่านั้น โดยไม่มีผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้น ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สิทธิออกเสียง หรือมูลค่าของเงินลงทุนใน HCID\nหน้า 3 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 3,
"tags": [
"บริษัท",
"เติบโต",
"สินเชื่อ",
"ร้อยละ",
"อาเซียน",
"ต้นทุน",
"ทางการเงิน",
"เงินลงทุน",
"เพิ่มขึ้น",
"ธันวาคม"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 21,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_e2104bef401749f09336634546bff2f7",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nภายใต้แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ระมัดระวังและรัดกุม ในไตรมาส 2/2569 ธนาคารได้ขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ จำนวน 3,653 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ปรับตัวดีขึ้นที่ร้อยละ 3.08 จากร้อยละ 3.26 ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ขณะที่อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวม ลดลงมาอยู่ที่ 235 เบสิสพอยท์จาก 240 เบสิสพอยท์ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนคุณภาพของพอร์ตสินทรัพย์ในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับความเสี่ยงจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ธนาคารยังคงมีการตั้งสำรอง เพิ่มเติมตามดุลยพินิจของฝ่ายจัดการ (Management Overlays) ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อย คุณภาพ อยู่ที่ร้อยละ 137.9 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 126.9 ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ร้อยละ 20.20 เทียบกับร้อยละ 20.69 ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ต่อเนื่อง และการบริหารจัดการเงินกองทุนที่รอบคอบ ระมัดระวัง เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการบริหารจัดการงบการเงินที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในอนาคต\nหน้า 4 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 4,
"tags": [
"ร้อยละ",
"สินเชื่อ",
"คุณภาพ",
"อัตราส่วน",
"การบริหาร",
"ธนาคาร",
"ปรับตัว",
"ดีขึ้น",
"สิ้นเดือน",
"ธันวาคม"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 11,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_83e612f5f1e44647a5b248726810dde9",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nสรุปข้อมูลสำคัญทางการเงินของกรุงศรีผลการดำเนินงาน\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธิรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\nรายได้จากการดำเนินงาน\nค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน\nกำไรจากการดำเนินงาน\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\nกำไรสุทธิ *\nกำไรต่อหุ้น (บาท)\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธิรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\nรายได้จากการดำเนินงาน\nค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน\nกำไรจากการดำเนินงาน\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\nกำไรสุทธิ *\nกำไรต่อหุ้น (บาท)\n* ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของธนาคาร\nไตรมาส\nไตรมาส\n%QoQ\nไตรมาส\n%YoY\n2/2569\n1/2569\n2/2568\n28,756\n28,831\n(0.3)\n25,926\n10.9\n13,387\n14,024\n(4.5)\n11,899\n12.5\n42,143\n42,855\n(1.7)\n37,825\n11.4\n19,341\n19,373\n(0.2)\n16,553\n16.8\n22,802\n23,482\n(2.9)\n21,272\n7.2\n11,360\n11,472\n(1.0)\n10,290\n10.4\n8,294\n8,618\n(3.8)\n8,295\n(0.0)\n0.0\n1.13\n1.17\n(3.4)\n1.13\n%YoY\nงวดครึ่งปีงวดครึ่งปี\n1/2569\n1/2568\n57,586\n51,160\n12.6\n27,411\n23,744\n15.4\n84,997\n74,904\n13.5\n38,714\n33,494\n15.6\n46,284\n41,410\n11.8\n22,832\n20,278\n12.6\n16,912\n15,829\n6.8\n2.30\n2.15\n7.0\n\nหน้า 5 ของ 34\n\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | | ไตรมาส | ไตรมาส | %QoQ | ไตรมาส | %YoY |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| | | 2/2569 | 1/2569 | | 2/2568 | |\n| รายได้ดอกเบี ยสุทธิ ้ | | 28,756 | 28,831 | (0.3) | 25,926 | 10.9 |\n| รายได้ที ่มิใช่ดอกเบี ย ้ | | 13,387 | 14,024 | (4.5) | 11,899 | 12.5 |\n| รายได้จากการดําเนินงาน | | 42,143 | 42,855 | (1.7) | 37,825 | 11.4 |\n| ค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน | | 19,341 | 19,373 | (0.2) | 16,553 | 16.8 |\n| กําไรจากการดําเนินงาน | | 22,802 | 23,482 | (2.9) | 21,272 | 7.2 |\n| ผลขาดทุนด้านเครดิตที ่คาดว่าจะเกิดขึ | น ้ | 11,360 | 11,472 | (1.0) | 10,290 | 10.4 |\n| กําไรสุทธิ* | | 8,294 | 8,618 | (3.8) | 8,295 | (0.0) |\n| | | | | | | 0.0 |\n\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | | งวดครึ ่งปี | งวดครึ ่งปี | %YoY |\n| --- | --- | --- | --- | --- |\n| | | 1/2569 | 1/2568 | |\n| รายได้ดอกเบี ยสุทธิ ้ | | 57,586 | 51,160 | 12.6 |\n| รายได้ที ่มิใช่ดอกเบี ย ้ | | 27,411 | 23,744 | 15.4 |\n| รายได้จากการดําเนินงาน | | 84,997 | 74,904 | 13.5 |\n| ค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน | | 38,714 | 33,494 | 15.6 |\n| กําไรจากการดําเนินงาน | | 46,284 | 41,410 | 11.8 |\n| ผลขาดทุนด้านเครดิตที | ่คาดว่าจะเกิดขึ น ้ | 22,832 | 20,278 | 12.6 |\n| กําไรสุทธิ* | | 16,912 | 15,829 | 6.8 |\n| กําไรต่อหุ น (บาท) ้ * | | 2.30 | 2.15 | 7.0 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 5,
"tags": [
"รายได้",
"ดำเนินงาน",
"ไตรมาส",
"งบการเงิน",
"ดอกเบี้ย",
"ค่าใช้จ่าย",
"ขาดทุน",
"เครดิต",
"ผลการดำเนินงาน",
"เกิดขึ้น"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 2,
"layout_tables": 2,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_ff7eb918c8234fbcbabe90aa5bec6efd",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ\nงบการเงินรวม\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ\nการเติบโตของเงินรับฝาก\nอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น\nอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม\nอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝาก\nอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากและหุ้นกู้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ\nสัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวม (bps)\nอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ\nฐานะการเงิน\nงบการเงินรวม (ล้าน บาท )\nเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินทรัพย์รวม\nเงินรับฝาก\nหนี้สินรวม\nส่วนของเจ้าของที่เป็นของธนาคาร\nอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง\nงบการเงินเฉพาะธนาคาร\nเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ\nอัตราส่วนเงินกองทุนรวมชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยง\nอัตราส่วนเงินกองทุนรวมชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยง\nอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง\nไตรมาส\nไตรมาส\nไตรมาส\nงวดครึ่งปีงวดครึ่งปี\n2/ 2569\n1/ 2569\n2/ 2568\n1/ 2569\n1/ 2568\n4.65%\n4.61%\n4.19%\n4.60%\n4.14%\n45.9%\n45.2%\n43.8%\n45.5%\n44.7%\n1.6%\n-1.2%\n-1.6%\n0.4%\n-1.6%\n-1.0%\n-1.8%\n-2.0%\n-2.8%\n-1.1%\n7.83%\n8.23%\n8.27%\n8.06%\n7.97%\n1.28%\n1.31%\n1.27%\n1.29%\n1.21%\n115%\n112%\n104%\n115%\n104%\n112%\n109%\n101%\n112%\n101%\n3.08%\n3.34%\n3.39%\n3.08%\n3.39%\n235\n240\n220\n236\n217\n137.9%\n132.3%\n122.8%\n137.9%\n122.8%\n\n30 มิ .ย. 69\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n1,936,689\n1,928,648\n0.4\n2,594,535\n2,647,157\n(2.0)\n1,686,059\n1,735,328\n(2.8)\n2,144,636\n2,207,066\n(2.8)\n424,539\n414,762\n2.4\n\n30 มิ .ย. 69\n31 ธ.ค. 68\n30 มิ .ย. 68\n15.95%\n16.41%\n15.36%\n15.95%\n16.41%\n15.36%\n4.25%\n4.28%\n4.21%\n20.20%\n20.69%\n19.57%\nหน้า 6 ของ 34\n\n| 4.65% | 4.61% 4.19% 45.2% 43.8% -1.2% -1.6% -1.8% -2.0% 8.23% 8.27% 1.31% 1.27% 112% 104% 109% 101% 3.34% 3.39% 240 220 132.3% 122.8% | 4.60% |\n| --- | --- | --- |\n| 45.9% | | 45.5% |\n| 1.6% | | 0.4% |\n| -1.0% | | -2.8% |\n| 7.83% | | 8.06% |\n| 1.28% | | 1.29% |\n| 115% | | 115% |\n| 112% | | 112% |\n| 3.08% | | 3.08% |\n| 235 | | 236 |\n| 137.9% | | 137.9% |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 6,
"tags": [
"อัตราส่วน",
"สินเชื่อ",
"สินทรัพย์",
"รับฝาก",
"เสี่ยง",
"งบการเงิน",
"กองทุน",
"ไตรมาส",
"เติบโต",
"ผลตอบแทน"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 2,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_29af96cbecec4ff98244e48497eeeb22",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญตามพื้นที่การดำเนินธุรกิจ\nไตรมาส 2/2569\nไตรมาส 1/2569\nไตรมาส 2/2568\nในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวมในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวมในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวม\nการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ\n2.0%\n-4.9%**\n1.6%\n-1.4%\n2.5%\n-1.2%\n-1.6%\n-1.9%\n-1.6%\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ\n3.77%\n24.65%\n4.65%\n3.80%\n22.90%\n4.61%\n3.41%\n21.47%\n4.19%\nอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้\n46.9%\n41.9%\n45.9%\n45.7%\n43.1%\n45.2%\n43.4%\n45.2%\n43.8%\nอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ\n2.70%\n11.52%\n3.08%\n2.96%\n11.47%\n3.34%\n2.90%\n14.04%\n3.39%\n150\n1,883\n235\n165\n1,611\n240\n153\n1,426\n220\nสัดส่วนการตั้งสำรอง\nต่อสินเชื่อรวม (bps)\n142.8%\n111.9%\n137.9%\n136.8%\n107.8%\n132.3%\n129.0%\n94.4%\n122.8%\nอัตราส่วนเงินสำรอง\nต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ\n\nงวดครึ่งปี 1/2569\nงวดครึ่งปี 1/2568\nในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวมในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวม\n-2.5%**\nการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ\n0.6%\n0.4%\n-1.4%\n-3.8%\n-1.6%\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ\n3.76%\n24.07%\n4.60%\n3.35%\n21.50%\n4.14%\nอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้\n46.3%\n42.5%\n45.5%\n44.4%\n45.8%\n44.7%\nอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ\n2.70%\n11.52%\n3.08%\n2.90%\n14.04%\n3.39%\n156\n1,788\n236\n153\n1,376\n217\nสัดส่วนการตั้งสำรอง\nต่อสินเชื่อรวม (bps)\n142.8%\n111.9%\n137.9%\n129.0%\n94.4%\n122.8%\nอัตราส่วนเงินสำรอง\nต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ\n* อาเซียน รวมถึง Hattha Bank Plc. (ประเทศกัมพูชา), Hattha Services Company Limited (ประเทศกัมพูชา), บริษัท กรุงศรีบริการเช่าสินเชื่อ จำกัด\n(สปป.ลาว), สถาบันการเงินจุลภาคที่ไม่รับเงินฝาก กรุงศรีจำกัด (สปป. ลาว), SHBank Finance Company Limited (ประเทศเวียดนาม), Home Credit ในประเทศ\nฟิลิปปินส์, SB Finance, Inc. ในประเทศฟิลิปปินส์และ Home Credit ในประเทศอินโดนีเซีย\n** อัตราการเติบโตของสินเชื่ออาเซียนในไตรมาส 2/2569 และช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เป็นการรายงานที่สะท้อนการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit\nIndonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว สินเชื่ออาเซียนเติบโตร้อยละ 2.5 ในไตรมาส 2/2569 และร้อยละ\n5.1 ในครึ่งแรกของปี 2569 ตามลำดับ\n\nหน้า 7 ของ 34\n\n| 2.0% -4.9%** 1.6% | | |\n| --- | --- | --- |\n| 3.77% | 24.65% | 4.65% |\n| 46.9% 41.9% 45.9% | | |\n| 2.70% 11.52% 3.08% | | |\n| 150 1,883 235 | | |\n| 142.8% 111.9% 137.9% | | |\n\n| 0.6% -2.5%** 0.4% | | |\n| --- | --- | --- |\n| 3.76% | 24.07% | 4.60% |\n| 46.3% 42.5% 45.5% | | |\n| 2.70% 11.52% 3.08% | | |\n| 156 1,788 236 | | |\n| 142.8% 111.9% 137.9% | | |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 7,
"tags": [
"สินเชื่อ",
"ในประเทศ",
"อาเซียน",
"อัตราส่วน",
"ไตรมาส",
"งบการเงิน",
"เติบโต",
"คุณภาพ",
"ประเทศ",
"บริษัท"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 7,
"layout_tables": 2,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_4db08e31f4c74b14bdf231e0a5f41870",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nพัฒนาการที่สำคัญในไตรมาส 2/2569\nกรุงศรี:\nการดำเนินงานด้านธุรกิจและการเงิน:\n การเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของ CIMB Thai เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 กรุงศรีและบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ลีส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ด้านสินเชื่อยานยนต์ของธนาคาร ได้ประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายสินทรัพย์ (Asset Purchase Agreement) เพื่อเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จาก บริษัท ซีไอเอ็มบีไทย ออโต้จำกัด และ บริษัท เวิลด์ลีส จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทย่อยของ ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้รายการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติตามเงื่อนไข ของสัญญา และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569 การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ความเป็น ผู้นำของกรุงศรีด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์เพื่อส่งมอบคุณค่าเพิ่มต่อลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุม มากยิ่งขึ้น\n การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation)\nตามหลักเกณฑ์ของ OJK (Otoritas Jasa Keuangan) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของประเทศ อินโดนีเซีย ภายใต้ระเบียบว่าด้วยบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (Financial Conglomeration Holding Companies) ประกาศในปี 2567 กรุงศรีมีการปรับโครงสร้างการลงทุนในบริษัท PT Home Credit Indonesia (HCID) ส่งผลให้สถานะทางบัญชีเปลี่ยนจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม โดยงบการเงินของ PT Home Credit Indonesia (HCID) จะถูกรับรู้ตามวิธีส่วนได้เสีย (equity method) แทนการรวมงบการเงิน (full consolidation) ในงบการเงินของกรุงศรีการจัดประเภททางบัญชีใหม่มีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 และจะสะท้อนในการรายงานงบการเงินของกรุงศรีนับตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป ทั้งนี้การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการปฎิบัติตามเกณฑ์ของทางการ และการรับรู้ทางบัญชีเท่านั้น โดยไม่มีผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้น ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (economic interest) สิทธิออกเสียง หรือมูลค่าของเงินลงทุนของกรุงศรีใน PT Home Credit Indonesia (HCID) กรุงศรีปรับอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝาก ดังนี้\no อัตราดอกเบี้ยเงินรับฝาก:\n ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากประจำ 3 เดือนลงร้อยละ 0.05 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากประจำ 6 เดือนลงร้อยละ 0.10 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากประจำ 12 เดือนลงร้อยละ 0.10 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากประจำ 24 เดือนลงร้อยละ 0.15 หน้า 8 ของ 34\n\n| ารเ | ข้าซ | ือ้ พอรต์ สินเชื่อเช่าซอื้ รถย | นตข์ | อง | CI | MB Tha | i |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| เม่ือ | วนั ท่ี | 5 พฤษภาคม 2568 กรุงศรี | และบ | ริษ | ัท | อยุธยา | แคปปิตอล ออโต ้ ลีส จาํ กัด (มหาชน) ซ่ึงเป็นบริษัทย่อย |\n| ดา้ น | สินเ | ช่ือยานยนตข์ องธนาคาร ได | ป้ ระ | กาศ | ลง | นามใน | สญั ญาซือ้ ขายสินทรพั ย ์ (Asset Purchase Agreement) |\n| เพ่ือ | เขา้ ซ | ือ้ พอรต์ สินเช่ือเช่าซือ้ รถยน | ตจ์ าก | บร | ิษัท | ซีไอเอ็ | มบี ไทย ออโต ้ จาํ กัด และ บริษัท เวิลดล์ ีส จาํ กัด ซ่ึงเป็น |\n| บรษิ | ัทย่อ | ยของ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไท | ย จาํ | กดั | (ม | หาชน) ท | งั้ น ี้รายการดงั กล่าวยงั อย่รู ะหวา่ งการปฏิบตั ิตามเง่อื นไข |\n| ของ | สญั | ญา และคาดว่าจะแลว้ เสรจ็ ใ | นไตร | มา | ส 4 | ปี 256 | 9 การเขา้ ซือ้ กิจการในครงั้ นี้สะทอ้ นยุทธศาสตรค์ วามเป็น |\n| ผูน้ าํ | ของ | กรุงศรีดา้ นธุรกิจสินเช่ือยาน | ยนต์ | เพ่ื | อส่ง | มอบคุ | ณค่าเพิ่มต่อลกู คา้ ผ่านผลิตภณั ฑแ์ ละบริการท่ีครอบคลมุ |\n| มาก | ยิ่งขึ | น้ | | | | | |\n| กา | รเป | ล่ียนสถานะเงินลงทุนใน | PT | Ho | me | Credit | Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็ นบริษัทร่วม |\n| (De | con | solidation) | | | | | |\n| ตา | มหลั | กเกณฑ์ของ OJK (Otoritas | Jas | a K | eu | angan) | ซ่ึงเป็นหน่วยงานกํากับดูแลภาคการเงินของประเทศ |\n| อินโ | ดนีเ | ซีย ภายใตร้ ะเบียบว่าดว้ ยบ | ริษัทโ | ฮล | ดิง้ ข | องกล่มุ | ธุรกิจทางการเงิน (Financial Conglomeration Holding |\n| Co | mpa | nies) ประกาศในปี 2567 ก | รุงศรี | มีก | ารป | รับโคร | งสรา้ งการลงทุนในบริษัท PT Home Credit Indonesia |\n| (HC | ID) | ส่งผลให้สถานะทางบัญชีเ | ปลี่ย | นจา | กบ | ริษัทย่อ | ยเป็นบริษัทร่วม โดยงบการเงินของ PT Home Credit |\n| Ind | ones | ia (HCID) จะถูกรบั รูต้ ามวิ | ธีส่วน | ไดเ้ | สีย | (equit | y method) แทนการรวมงบการเงิน (full consolidation) |\n| ในง | บกา | รเงินของกรุงศรี | | | | | |\n| การ | จดั ป | ระเภททางบญั ชใี หม่มีผลใน | วนั ท่ี | 24 | มิถ | ุนายน 2 | 569 และจะสะทอ้ นในการรายงานงบการเงินของกรุงศรี |\n| นบั | ตงั้ แต | ่วนั ดงั กลา่ วเป็นตน้ ไป ทงั้ นี ้ | การป | รบั โ | คร | งสรา้ งค | รงั้ นมี้ ีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื การปฎิบตั ิตามเกณฑข์ องทางการ |\n| และ | การ | รบั รูท้ างบญั ชีเท่านั้น โดยไ | ม่มีผล | กร | ะท | บต่อสัด | ส่วนการถือหุน้ ผลประโยชนท์ างเศรษฐกิจ (economic |\n| inte | rest) | สิทธิออกเสียง หรือมลู ค่าขอ | งเงิน | ลง | ทนุ | ของกรุง | ศรใี น PT Home Credit Indonesia (HCID) |\n| รุง | ศรีป | รับอัตราดอกเบีย้ เงินรับฝา | ก ดั | งนี ้ | | | |\n| อ | ตั รา | ดอกเบีย้ เงินรบั ฝาก: | | | | | |\n| | | ปรบั ลดอตั ราดอกเบีย้ เงินรบั | ฝาก | ประ | จาํ | 3 เดือน | ลงรอ้ ยละ 0.05 |\n| | | ปรบั ลดอตั ราดอกเบีย้ เงินรบั | ฝาก | ประ | จาํ | 6 เดือน | ลงรอ้ ยละ 0.10 |\n| | | ปรบั ลดอตั ราดอกเบีย้ เงินรบั | ฝาก | ประ | จาํ | 12 เดือ | นลงรอ้ ยละ 0.10 |\n| | | ปรบั ลดอตั ราดอกเบีย้ เงินรบั | ฝาก | ประ | จาํ | 24 เดือ | นลงรอ้ ยละ 0.15 |\n| | | | | | | | หนา้ 8 ของ 34 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 8,
"tags": [
"บริษัท",
"กรุงศรี",
"Credit",
"Indonesia",
"(HCID)",
"งบการเงิน",
"อัตราดอกเบี้ย",
"ธุรกิจ",
"สินเชื่อ",
"ธนาคาร"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 18,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_1c645f59bbc14ae09d6579578a9770b6",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nการดำเนินการในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ( ESG) การเงินเพื่อความยั่งยืน\nกรุงศรีประกาศวิสัยทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์โดยมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการทางธุรกิจของธนาคารภายในปี 2573 และจากการให้บริการทางการเงินทั้งหมดภายในปี 2593 ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ธนาคารตั้งเป้าหมายเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและ ความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance: SSF) จำนวน 350,000 ล้านบาท [ 1 ] ภายในปี 2573 ทั้งนี้ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กรุงศรีได้ให้เงินสนับสนุนแก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนเพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 293,214 ล้านบาท\n ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (ESG Bond)\nกรุงศรีมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมพัฒนาการด้าน ESG และรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ธนาคารสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน ของบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจ โดยครองส่วนแบ่งการตลาดที่ร้อยละ 26.4 สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน (ESG Finance) และ ศักยภาพอันโดดเด่นทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินและความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้าน ESG อย่างครบวงจร ทั้งนี้ความสำเร็จในการสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนดังกล่าวมีปัจจัยขับเคลื่อน หลักมาจากธุรกรรมการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ควบคู่ไปกับการออกตราสารหนี้ ESG ประเภทอื่น ๆ อาทิตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และตราสารหนี้เพื่อสังคม (Social Bond)\nข้อมูลโครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของธนาคารที่ www.krungsri.com (ภายใต้หมวดนักลงทุนสัมพันธ์ > การเงินที่ยั่งยืน > SSF Disclosure)\n[1] จำนวนเงินการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนปรับจากเป้าหมายก่อนหน้าที่จำนวน 250,000 ล้านบาท หน้า 9 ของ 34\n\n| | การเงนิ เพ่อื ความย่ังยืน | |\n| --- | --- | --- |\n| | กรุงศรีประกาศวสิ ยั ทศั นก์ ารปล่อยก๊าซเรือนกระจกสทุ ธิเป็นศูนย ์โดยม่งุ ม่นั ท่ีจะลดการปล่อยคารบ์ อนได | ออกไซด |\n| | จากกระบวนการทางธุรกิจของธนาคารภายในปี 2573 และจากการใหบ้ ริการทางการเงินทงั้ หมดภายใน | ปี 2593 |\n| | ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพ่ือสัง | คมและ |\n| | [1] | |\n| | ความย่งั ยืน (Social and Sustainable Finance: SSF) จาํ นวน 350,000 ลา้ นบาท ภายในปี 2573 ทงั้ นี | ้ ณ วนั ท่ี |\n| | 30 มิถุนายน 2569 กรุงศรีไดใ้ ห้เงินสนับสนุนแก่โครงการธุรกิจเพ่ือสังคมและความย่ังยืนเพิ่มขึน้ จาก | ปี 2564 |\n| | จาํ นวน 293,214 ลา้ นบาท | |\n| | ตราสารหนีเ้ พ่อื ความย่ังยืน (ESG Bond) | |\n| | กรุงศรีมีความม่งุ ม่นั ในการส่งเสริมพฒั นาการดา้ น ESG และรกั ษาตาํ แหน่งผูน้ าํ ดา้ นการเงินเพ่ือความย่งั | ยืน โดย |\n| | ณ สิน้ เดือนมิถนุ ายน 2569 ธนาคารสนบั สนนุ การออกตราสารหนเี้ พ่อื ความย่งั ยนื ของบรษิ ัทเอกชนและรฐั | วสิ าหกจิ |\n| | โดยครองส่วนแบ่งการตลาดท่รี อ้ ยละ 26.4 สะทอ้ นความเป็นผนู้ าํ ดา้ นการเงนิ เพ่ือความย่งั ยืน (ESG Finan | ce) และ |\n| | ศกั ยภาพอนั โดดเด่นทงั้ ในดา้ นผลิตภณั ฑแ์ ละบรกิ ารทางการเงินและความเช่ียวชาญในการใหค้ าํ ปรกึ ษาด้ | าน ESG |\n| | อย่างครบวงจร ทงั้ นี ้ ความสาํ เร็จในการสนบั สนุนการออกตราสารหนีเ้ พ่ือความย่งั ยืนดงั กล่าวมีปัจจยั ขบั | เคลื่อน |\n| | หลักมาจากธุรกรรมการออกตราสารหนีเ้ พ่ือความย่งั ยืน (Sustainability Bond) ควบคู่ไปกับการออกตร | าสารหนี |\n| | ESG ประเภทอื่น ๆ อาทิ ตราสารหนีเ้ พ่ืออนุรกั ษ์สิ่งแวดลอ้ ม (Green Bond) และตราสารหนีเ้ พ่ือสังคม | (Social |\n| | Bond) | |\n| | ข้อมูลโครงการธุรกิจเพ่ือสังคมและความย่ังยืนเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของธนาคารท่ี www.krung | sri.com |\n| | (ภายใตห้ มวดนกั ลงทนุ สมั พนั ธ ์ > การเงินท่ีย่งั ยืน > SSF Disclosure) | |\n| [1] จาํ น | วนเงินการสนบั สนนุ ทางการเงินใหแ้ ก่โครงการธุรกิจเพื่อสงั คมและความย่งั ยืนปรบั จากเป้าหมายก่อนหนา้ ที่จาํ นวน 250,000 ลา้ นบาท | |\n| | หนา้ 9 | ของ 34 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 9,
"tags": [
"ตราสาร",
"ความยั่งยืน",
"ธุรกิจ",
"ธนาคาร",
"ทางการเงิน",
"โครงการ",
"การเงิน",
"กรุงศรี",
"สนับสนุน",
"(Social"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 16,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_4de9b6ce77624d0ab20e71f34a1e5279",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nพัฒนาการด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง:\nนโยบายการเงิน :\nคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับร้อยละ\n1.00 ในการประชุมทั้งสองครั้งในเดือนเมษายนและมิถุนายน 2569 โดยในการประชุมเดือนมิถุนายน กนง. ประเมินว่า\nเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในระดับที่ค่อนข้างจำกัดและไม่ทั่วถึง กอปรกับอุปสงค์ภายในประเทศที่เปราะบาง ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs และภาคครัวเรือนยังคงประสบกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจมีแนวโน้ม\nปรับตัวดีขึ้นจากแรงสนับสนุนของภาคการส่งออกที่ขยายตัว การลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึง\nมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ\nนโยบายสถาบันการเงิน\n เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดมาตรฐานใหม่ในการคิด\nค่าธรรมเนียมการให้บริการ พร้อมปรับลดค่าธรรมเนียมบริการธนาคารและบริการทางการเงินรวม 19 ประเภท\nเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงบริการทางการเงินได้ในต้นทุนที่เหมาะสมและเป็นธรรม\nมาตรการดังกล่าวได้กำหนดมาตรฐานโครงสร้างค่าธรรมเนียมสำหรับบัญชีเงินฝาก บริการชำระเงิน\nบัตรอิเล็กทรอนิกส์และสินเชื่อ SME เพื่อให้ค่าธรรมเนียมสะท้อนต้นทุนการให้บริการที่แท้จริงมากขึ้น ตลอดจน\nเพิ่มความโปร่งใสในการคิดค่าธรรมเนียมของสถาบันการเงิน นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยยังกำหนดห้ามมิให้สถาบันการเงินชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่หรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย\nเว้นแต่จะมีเหตุผลรองรับจากปัจจัยด้านต้นทุนหรือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ\n\nหน้า 10 ของ 34\n\n| นโย | บายการเงนิ | : | |\n| --- | --- | --- | --- |\n| คณะ | กรรมการนโ | ยบายการเงิน (ก | นง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติใหค้ งอตั ราดอกเบีย้ นโยบายไวท้ ่ีระดบั รอ้ ยละ |\n| 1.00 | ในการประ | ชมุ ทงั้ สองครงั้ ในเ | ดือนเมษายนและมิถนุ ายน 2569 โดยในการประชุมเดือนมิถนุ ายน กนง. ประเมินว่า |\n| เศรษ | ฐกิจไทยฟื้ | นตัวในระดับท่ีค่ | อนข้างจํากัดและไม่ท่ัวถึง กอปรกับอุปสงค์ภายในประเทศท่ีเปราะบาง ขณะท่ี |\n| ผูป้ ร | ะกอบการ S | MEs และภาคครั | วเรือนยงั คงประสบกบั ความทา้ ทายอย่างต่อเน่ือง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจมีแนวโนม้ |\n| ปรบั | ตวั ดีขึน้ จากแ | รงสนบั สนนุ ของภ | าคการส่งออกท่ขี ยายตวั การลงทนุ ดา้ นเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึง |\n| มาต | รการสนบั สน | นุ จากภาครฐั | |\n| นโย | บายสถาบนั | การเงนิ | |\n| | เม่ือวันท่ี 2 | มิถุนายน 2569 | ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกหลักเกณฑ์กําหนดมาตรฐานใหม่ในการคิด |\n| | ค่าธรรมเนีย | มการใหบ้ ริการ | พรอ้ มปรบั ลดค่าธรรมเนียมบริการธนาคารและบริการทางการเงินรวม 19 ประเภท |\n| | เพ่ือให้ประ | ชาชนและผู้ประ | กอบการ SMEs เข้าถึงบริการทางการเงินได้ในต้นทุนท่ีเหมาะสมและเป็นธรรม |\n| | มาตรการด | ังกล่าวได้กําหน | ดมาตรฐานโครงสร้างค่าธรรมเนียมสําหรับบัญชีเงินฝาก บริการชําระเงิน |\n| | บตั รอิเล็กทร | อนิกส ์ และสินเช่ื | อ SME เพ่ือใหค้ ่าธรรมเนียมสะทอ้ นตน้ ทุนการใหบ้ ริการท่ีแทจ้ ริงมากขึน้ ตลอดจน |\n| | เพิ่มความโป | รง่ ใสในการคิดค่า | ธรรมเนียมของสถาบนั การเงิน นอกจากน ี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยงั กาํ หนดหา้ มมิ |\n| | ใหส้ ถาบนั ก | ารเงินชดเชยรายไ | ดค้ ่าธรรมเนียมท่ีลดลงดว้ ยการเรียกเกบ็ ค่าธรรมเนียมใหม่หรอื ปรบั ขึน้ อตั ราดอกเบีย้ |\n| | เวน้ แต่จะมีเ | หตผุ ลรองรบั จาก | ปัจจยั ดา้ นตน้ ทนุ หรือความเสี่ยงท่ีเพิ่มขึน้ อย่างมีนยั สาํ คญั |\n| | | | หนา้ 10 ของ 34 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 10,
"tags": [
"ค่าธรรมเนียม",
"บริการ",
"ธนาคารแห่งประเทศไทย",
"นโยบาย",
"การเงิน",
"มิถุนายน",
"มาตรฐาน",
"ต้นทุน",
"การประชุม",
"เศรษฐกิจ"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 15,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_8da33a5ff1e7404b9de5b5b3b0f2976c",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทย\nเศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคา พลังงาน ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพปรับสูงขึ้น กระทบต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ภาคการท่องเที่ยว และ อุปสงค์ภายในประเทศโดยรวม อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังคงขยายตัวได้ค่อนข้างดีโดยได้รับแรงสนับสนุนจากการ เติบโตอย่างต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการฟื้นตัวของวัฏจักร อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขณะที่การใช้จ่ายในประเทศเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาสจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในขณะเดียวกัน การลงทุนภาคเอกชนยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากสิทธิประโยชน์เพื่อ ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนของ BOI และ Thailand FastPass สำหรับช่วงที่เหลือของปีแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในระดับที่จำกัด แม้จะได้รับแรงสนับสนุนจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะสั้น ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงด้านลบหลายประการ ได้แก่ (1) ผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานอันเป็นผลจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งกดดันต้นทุนการ ผลิตและการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน (2) ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะความเสี่ยง จากการปรับขึ้นภาษีศุลกากรภายใต้มาตรา 301 (3) การบริโภคภาคเอกชนที่อาจชะลอตัวหลังสิ้นสุดโครงการไทยช่วย ไทยพลัส (4) ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่อาจกระทบผลผลิตทางการเกษตร และ (5) ปัญหาเชิง โครงสร้างของเศรษฐกิจ อาทิระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง พื้นที่ทางการคลังที่จำกัด และความสามารถในการ แข่งขันที่ลดลงในบางอุตสาหกรรม ภายใต้บริบทดังกล่าวคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 1.9 ในปี 2569 ชะลอลงจากร้อยละ 2.4 ในปี 2568\nสำหรับนโยบายการเงิน คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงนโยบายเชิงผ่อนคลายต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อาจเร่งตัวขึ้นชั่วคราวจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก ดังนั้น วิจัยกรุงศรีคาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวท่ามกลางภาวะ เศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ\nหน้า 11 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 11,
"tags": [
"เศรษฐกิจ",
"สนับสนุน",
"นโยบาย",
"ขยายตัว",
"พลังงาน",
"ครัวเรือน",
"ความเสี่ยง",
"ร้อยละ",
"แนวโน้ม",
"ไตรมาส"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 19,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_cded01ac20b645d3aa4851aebb7f52fb",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nผลการดำเนินงานที่สำคัญ\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธิงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nรายได้ดอกเบี้ย\nเงินให้สินเชื่อ\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\nการให้เช่าซื้อและสัญญาเช่าทางการเงิน\nเงินลงทุนและธุรกรรมเพื่อค้า\nเงินลงทุนในตราสารหนี้รายได้ดอกเบี้ยอื่น\nค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย\nเงินรับฝาก\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\nเงินกู้ยืม\nเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ\nสถาบันการเงินและสถาบันคุ้มครองเงินฝาก\nค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยอื่น\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธ\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nรายได้ดอกเบี้ย\nเงินให้สินเชื่อ\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\nการให้เช่าซื้อและสัญญาเช่าทางการเงิน\nเงินลงทุนและธุรกรรมเพื่อค้า\nเงินลงทุนในตราสารหนี้รายได้ดอกเบี้ยอื่น\nค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย\nเงินรับฝาก\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\nเงินกู้ยืม\nเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ\nสถาบันการเงินและสถาบันคุ้มครองเงินฝาก\nค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยอื่น\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธ\nไตรมาส\nไตรมาส\nไตรมาส\n%QoQ\n%YoY\n2/2568\n2/2569\n1/2569\n36,697\n37,005\n(0.8)\n35,908\n2.2\n26,937\n26,978\n(0.2)\n24,896\n8.2\n1,340\n1,620\n(17.3)\n2,670\n(49.8)\n7,559\n7,583\n(0.3)\n7,555\n0.1\n108\n55\n96.4\n12\n800.0\n691\n715\n(3.4)\n722\n(4.3)\n62\n54\n14.8\n53\n17.0\n7,941\n8,174\n(2.9)\n9,982\n(20.4)\n3,485\n3,811\n(8.6)\n5,572\n(37.5)\n1,598\n1,441\n10.9\n1,436\n11.3\n856\n910\n(5.9)\n819\n4.5\n1,946\n1,924\n1.1\n2,066\n(5.8)\n56\n88\n(36.4)\n89\n(37.1)\n10.9\n28,756\n28,831\n(0.3)\n25,926\n%YoY\nงวดครึ่งปีงวดครึ่งปี\n1/2569\n1/2568\n73,702\n71,812\n2.6\n53,915\n49,418\n9.1\n2,960\n5,672\n(47.8)\n15,142\n15,201\n(0.4)\n163\n29\n462.1\n1,406\n1,402\n0.3\n116\n90\n28.9\n16,116\n20,652\n(22.0)\n7,296\n11,787\n(38.1)\n3,039\n2,889\n5.2\n1,766\n1,652\n6.9\n3,870\n4,124\n(6.2)\n145\n200\n(27.5)\n57,586\n51,160\n12.6\nหน้า 12 ของ 34\n\n| ้ รายได้ดอกเบี ยสุทธิ | | | | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | ไตรมาส | ไตรมาส | %QoQ | ไตรมาส | %YoY |\n| | 2/2569 | 1/2569 | | 2/2568 | |\n| รายได้ดอกเบี ย ้ | 36,697 | 37,005 | (0.8) | 35,908 | 2.2 |\n| เงินให้สินเชื ่อ | 26,937 | 26,978 | (0.2) | 24,896 | 8.2 |\n| รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน | 1,340 | 1,620 | (17.3) | 2,670 | (49.8) |\n| การให้เช่าซื อและสัญญาเช่าทางการเงิน ้ | 7,559 | 7,583 | (0.3) | 7,555 | 0.1 |\n| เงินลงทุนและธุรกรรมเพื ่อค้า | 108 | 55 | 96.4 | 12 | 800.0 |\n| เงินลงทุนในตราสารหนี ้ | 691 | 715 | (3.4) | 722 | (4.3) |\n| รายได้ดอกเบี ยอื ้ น ่ | 62 | 54 | 14.8 | 53 | 17.0 |\n| ค่าใช้จ่ายดอกเบี ย ้ | 7,941 | 8,174 | (2.9) | 9,982 | (20.4) |\n| เงินรับฝาก | 3,485 | 3,811 | (8.6) | 5,572 | (37.5) |\n| รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน | 1,598 | 1,441 | 10.9 | 1,436 | 11.3 |\n| เงินกู ยืม ้ | 856 | 910 | (5.9) | 819 | 4.5 |\n| เงินนําส่งกองทุนเพื ่อการฟื ้นฟูและพัฒนาระบบ | 1,946 | 1,924 | 1.1 | 2,066 | (5.8) |\n| สถาบันการเงินและสถาบันคุ มครองเงินฝาก ้ | | | | | |\n| ค่าใช้จ่ายดอกเบี ยอื ้ น ่ | 56 | 88 | (36.4) | 89 | (37.1) |\n| รายได้ดอกเบี ยสุทธิ ้ | 28,756 | 28,831 | (0.3) | 25,926 | 10.9 |\n\n| ้ | | | |\n| --- | --- | --- | --- |\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | งวดครึ ่งปี | งวดครึ ่งปี | %YoY |\n| | 1/2569 | 1/2568 | |\n| รายได้ดอกเบี ย ้ | 73,702 | 71,812 | 2.6 |\n| เงินให้สินเชื ่อ | 53,915 | 49,418 | 9.1 |\n| รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน | 2,960 | 5,672 | (47.8) |\n| การให้เช่าซื อและสัญญาเช่าทางการเงิน ้ | 15,142 | 15,201 | (0.4) |\n| เงินลงทุนและธุรกรรมเพื ่อค้า | 163 | 29 | 462.1 |\n| เงินลงทุนในตราสารหนี ้ | 1,406 | 1,402 | 0.3 |\n| รายได้ดอกเบี ยอื ้ น ่ | 116 | 90 | 28.9 |\n| ค่าใช้จ่ายดอกเบี ย ้ | 16,116 | 20,652 | (22.0) |\n| เงินรับฝาก | 7,296 | 11,787 | (38.1) |\n| รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน | 3,039 | 2,889 | 5.2 |\n| เงินกู ยืม ้ | 1,766 | 1,652 | 6.9 |\n| เงินนําส่งกองทุนเพื ่อการฟื ้นฟูและพัฒนาระบบ | 3,870 | 4,124 | (6.2) |\n| สถาบันการเงินและสถาบันคุ มครองเงินฝาก ้ | | | |\n| ค่าใช้จ่ายดอกเบี ยอื ้ น ่ | 145 | 200 | (27.5) |\n| รายได้ดอกเบี ยสุทธิ | 57,586 | 51,160 | |\n| ้ | | | 12.6 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 12,
"tags": [
"รายได้",
"ดอกเบี้ย",
"รายการ",
"ธนาคาร",
"ตลาดเงิน",
"เงินลงทุน",
"ค่าใช้จ่าย",
"ไตรมาส",
"สัญญาเช่า",
"ทางการเงิน"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 2,
"layout_tables": 2,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_2916bedbfb32497491846d9b60977fba",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\n รายได้ดอกเบี้ยในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่จำนวน 36,697 ล้านบาท ลดลงจำนวน 308 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.8 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากรายการระหว่างธนาคารและ ตลาดเงินจำนวน 280 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดคงค้างเฉลี่ยที่ลดลงระหว่างไตรมาส อย่างไรก็ตาม การเติบโต ของรายได้ดอกเบี้ยยังคงได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาด ใหญ่และสินเชื่ออาเซียน\n ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่จำนวน 7,941 ล้านบาท ลดลงจำนวน 233 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.9 จากไตรมาสก่อนหน้า การลดลงสะท้อนกลยุทธ์การบริหารจัดการโครงสร้างเงินรับฝาก โดยเฉพาะเงินรับฝาก ประจำที่มีต้นทุนสูงเชิงรุกของธนาคาร ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่งผลให้ต้นทุนเงิน รับฝากและต้นทุนเงินกู้ยืมลดลง และส่งต่อไปยังต้นทุนทางการเงินโดยรวมที่ลดลง ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ สะท้อนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ช่วยบรรเทาผลกระทบจาก การลดลงของรายได้ดอกเบี้ยภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่จำนวน 28,756 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจำนวน 75 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.3 จากไตรมาส 1/2569 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 2,830 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.9 การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินโดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝาก เชิงรุกภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง กอปรกับการรับรู้รายได้ของ TIDLOR จากการรวมงบการเงินในไตรมาส 3/2568 และการเติบโตของพอร์ตสินเชื่ออาเซียนอย่างต่อเนื่อง รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 57,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 6,426 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 12.6 จากในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การเติบโตที่แข็งแกร่งสะท้อนยุทธศาสตร์และประสิทธิภาพการ บริหารต้นทุนทางการเงินและโครงสร้างเงินรับฝากเชิงรุก ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงและสนับสนุนให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตแข็งแกร่งภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง นอกจากนี้รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจากการรวมงบการเงินของ TIDLOR และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพอร์ตสินเชื่ออาเซียน เป็นอีกหนึ่ง แรงสนับสนุนที่สำคัญขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิสำหรับช่วงเวลาดังกล่าว\nหน้า 13 ของ 34\n\n| คาํ อธ | ิบายและการวิเคราะหผ์ ลการดาํ เนินงาน | | |\n| --- | --- | --- | --- |\n| | รายไดด้ อกเบีย้ ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่จาํ นว | น 36,697 ลา้ นบาท ลดลงจาํ | นวน 308 ลา้ นบาท หรือรอ้ ยละ 0.8 |\n| | จากไตรมาสก่อนหนา้ โดยมีปัจจยั หลกั มาจา | กการลดลงของรายไดด้ อกเบี | ย้ จากรายการระหว่างธนาคารและ |\n| | ตลาดเงินจาํ นวน 280 ลา้ นบาท สอดคลอ้ งกับย | อดคงคา้ งเฉลี่ยท่ีลดลงระหว่า | งไตรมาส อย่างไรก็ตาม การเติบโต |\n| | ของรายไดด้ อกเบีย้ ยงั คงไดร้ บั แรงหนุนจากสิน | เช่ือที่ขยายตวั อย่างแข็งแกร่ง | โดยเฉพาะพอรต์ สินเชื่อธุรกิจขนาด |\n| | ใหญ่และสินเช่ืออาเซียน | | |\n| | ค่าใชจ้ ่ายดอกเบีย้ ในไตรมาส 2/2569 อยู่ท่ีจาํ น | วน 7,941 ลา้ นบาท ลดลงจาํ | นวน 233 ลา้ นบาท หรือรอ้ ยละ 2.9 |\n| | จากไตรมาสก่อนหนา้ การลดลงสะทอ้ นกลยุ | ทธก์ ารบริหารจดั การโครงสรา้ | งเงินรบั ฝาก โดยเฉพาะเงินรบั ฝาก |\n| | ประจาํ ที่มีตน้ ทุนสงู เชิงรุกของธนาคาร ท่ามกล | างสภาวะแวดลอ้ มของอตั รา | ดอกเบีย้ ที่ลดลง ส่งผลใหต้ น้ ทุนเงิน |\n| | รบั ฝากและตน้ ทนุ เงินกูย้ ืมลดลง และส่งต่อไป | ยงั ตน้ ทุนทางการเงินโดยรวม | ที่ลดลง ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดนั ต่อ |\n| | ส่วนต่างอตั ราดอกเบีย้ สทุ ธิ | | |\n| | การบริหารตน้ ทุนทางการเงินท่ีมีประสิทธิภาพ | สะทอ้ นจากตน้ ทุนทางการเงิน | ท่ีลดลง ช่วยบรรเทาผลกระทบจาก |\n| | การลดลงของรายไดด้ อกเบีย้ ภายใตว้ ฏั จกั รดอ | กเบีย้ ขาลง ส่งผลใหร้ ายไดด้ อ | กเบีย้ สทุ ธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ท่ี |\n| | จาํ นวน 28,756 ลา้ นบาท ลดลงเล็กนอ้ ยจาํ นว | น 75 ลา้ นบาท หรือรอ้ ยละ 0. | 3 จากไตรมาส 1/2569 |\n| | เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รายไ | ดด้ อกเบีย้ สทุ ธิเพิ่มขึน้ จาํ นวน | 2,830 ลา้ นบาท หรือรอ้ ยละ 10.9 |\n| | การเพิ่มขึน้ ดงั กล่าวสะทอ้ นประสิทธิภาพการบ | ริหารจดั การตน้ ทุนทางการเงิน | โดยเฉพาะอตั ราดอกเบีย้ เงินรบั ฝาก |\n| | เชิงรุกภายใตว้ ฏั จกั รดอกเบีย้ ขาลง กอปรกับ | การรบั รูร้ ายไดข้ อง TIDLOR | จากการรวมงบการเงินในไตรมาส |\n| | 3/2568 และการเติบโตของพอรต์ สินเช่ืออาเซีย | นอย่างต่อเน่ือง | |\n| | รายไดด้ อกเบีย้ สุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 25 | 69 อยู่ที่ 57,586 ลา้ นบาท เ | พิ่มขึน้ จาํ นวน 6,426 ลา้ นบาท หรือ |\n| | รอ้ ยละ 12.6 จากในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 | การเติบโตที่แข็งแกร่งสะทอ้ น | ยุทธศาสตรแ์ ละประสิทธิภาพการ |\n| | บริหารตน้ ทุนทางการเงินและโครงสรา้ งเงินรั | บฝากเชิงรุก ส่งผลใหต้ น้ ทุน | ทางการเงินลดลงและสนบั สนุนให |\n| | รายไดด้ อกเบีย้ สทุ ธิเติบโตแข็งแกรง่ ภายใตว้ ฏั | จกั รดอกเบีย้ ขาลง นอกจากนี | ้ รายไดด้ อกเบีย้ จากเงินใหส้ ินเชื่อท่ี |\n| | เพิ่มขึน้ จากการรวมงบการเงินของ TIDLOR แ | ละการเติบโตอย่างต่อเนื่องขอ | งพอรต์ สินเช่ืออาเซียน เป็นอีกหนึ่ง |\n| | แรงสนบั สนุนท่ีสาํ คญั ขบั เคลื่อนการเติบโตของ | รายไดด้ อกเบีย้ สทุ ธิ สาํ หรบั ช่ว | งเวลาดงั กล่าว |\n| | | | หนา้ 13 ของ 34 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 13,
"tags": [
"ไตรมาส",
"ดอกเบี้ย",
"เติบโต",
"ทางการเงิน",
"รายได้",
"ต้นทุน",
"สินเชื่อ",
"โดยเฉพาะ",
"เชิงรุก",
"ร้อยละ"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 22,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_7fb264c65ef84cf89e7098551e567b49",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิงวดครึ่งปีงวดครึ่งปีไตรมาส\nไตรมาส\nไตรมาส\n2/2569\n1/2569\n2/2568\n1/2569\n1/2568\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ\n4.65%\n4.61%\n4.19%\n4.60%\n4.14%\nอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์\n5.93%\n5.92%\n5.81%\n5.89%\n5.81%\nอัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ\n7.18%\n7.21%\n6.90%\n7.15%\n6.87%\nต้นทุนทางการเงิน\n1.56%\n1.59%\n1.90%\n1.57%\n1.97%\nต้นทุนเงินรับฝาก\n1.28%\n1.33%\n1.67%\n1.30%\n1.75%\nอัตราดอกเบี้ย\nมิ .ย. 69\nมี .ค. 69\nธ.ค. 68\nก.ย. 68\nมิ .ย. 68\n1.00%\n1.00%\n1.25%\n1.50%\n1.75%\nอัตราดอกเบี้ยนโยบาย\nอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร\nMLR\n6.550%\n6.550%\n6.650%\n6.750%\n7.000%\nMOR\n6.375%\n6.375%\n6.475%\n6.725%\n6.975%\nMRR\n6.670%\n6.670%\n6.770%\n6.870%\n7.120%\nอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร\nออมทรัพย์\n0.25%\n0.25%\n0.25%\n0.25%\n0.25%\nประจำ 3 เดือน\n0.30-0.60%\n0.30-0.65%\n0.30-0.65%\n0.40-0.80%\n0.50-0.85%\nประจำ 6 เดือน\n0.35-0.70%\n0.35-0.80%\n0.35-0.80%\n0.45-0.90%\n0.55-0.90%\nประจำ 12 เดือน\n0.40-0.80%\n0.40-0.90%\n0.40-0.90%\n0.50-1.15%\n0.60-1.30%\nประจำ 24 เดือน\n0.55-0.90%\n0.70-0.90%\n0.70-0.90%\n0.80-1.10%\n0.95-1.50%\n\nจากการบริหารงบดุลและสภาพคล่อง รวมถึงโครงสร้างเงินรับฝากเชิงรุก ส่งผลให้ต้นทุนเงินรับฝากลดลง\nในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ยังคงในระดับเดียวกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพและพอร์ตสินเชื่ออาเซียนที่มีอัตราผลตอบแทนสูงต่อเนื่อง ส่งผล\nให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 4 เบสิสพอยท์มาอยู่ที่ร้อยละ 4.65 ในไตรมาส 2/2569\n\nหน้า 14 ของ 34\n\n| | | ไตรมาส | | | ไตรมาส | | | ไตรมาส | | | งวดคร่งึ ปี | | | งวดคร่งึ ปี | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| | | 2/2569 | | | 1/2569 | | | 2/2568 | | | 1/2569 | | | 1/2568 | |\n| | | 4.65% | | 4.61% 4.19% 5.92% 5.81% 7.21% 6.90% 1.59% 1.90% 1.33% 1.67% | | | | | | | 4.60% | | | | |\n| | | 5.93% | | | | | | | | | 5.89% | | | | |\n| | | 7.18% | | | | | | | | | 7.15% | | | | |\n| | | 1.56% | | | | | | | | | 1.57% | | | | |\n| | | 1.28% | | | | | | | | | 1.30% | | | | |\n\n| | | มิ.ย. 69 | | | มี.ค. 69 | | | ธ.ค. 68 | | | ก.ย. 68 | | | มิ.ย. 68 | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| | | 1.00% | | | | | | | | | | | | | |\n\n| | 0.25% | |\n| --- | --- | --- |\n| | 0.30-0.60% | |\n| | 0.35-0.70% | |\n| | 0.40-0.80% | |\n| | 0.55-0.90% | |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 14,
"tags": [
"ไตรมาส",
"อัตราดอกเบี้ย",
"ผลตอบแทน",
"สินเชื่อ",
"ต้นทุน",
"รับฝาก",
"สินทรัพย์",
"ธนาคาร",
"คำอธิบาย",
"วิเคราะห์"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 6,
"layout_tables": 3,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_d8f9ce2f381441a2bf368ada056db4b3",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\n\nเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 46 เบสิสพอยท์จากไตรมาส\n2/2568 ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 34 เบสิสพอยท์มาอยู่ที่ร้อยละ 1.56 โดยมีปัจจัยหลักมาจาก\nต้นทุนเงินรับฝากที่ลดลง สะท้อนการบริหารโครงสร้างทางการเงินและเงินรับฝากเชิงรุก ภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ย\nขาลงอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากการรวมพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตรา\nผลตอบแทนสูงของ TIDLOR และการเติบโตพอร์ตสินเชื่ออาเซียน เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่สำคัญสำหรับการ\nเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในช่วงเวลาดังกล่าว\n\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 4.60 เพิ่มขึ้น 46 เบสิสพอยท์จาก\nร้อยละ 4.14 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากอัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ\nเพิ่มขึ้น 28 เบสิสพอยท์มาอยู่ที่ร้อยละ 7.15 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการรวมพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตรา\nผลตอบแทนสูงของ TIDLOR และการเติบโตของพอร์ตสินเชื่ออาเซียนที่มีอัตราผลตอบแทนสูง กอปรกับต้นทุน\nทางการเงินที่ลดลง 40 เบสิสพอยท์มาอยู่ที่ร้อยละ 1.57 สะท้อนการบริหารต้นทุนทางการเงินและ\nโครงสร้างเงินรับฝากเชิงรุก ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ\nภายใต้บริบทวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง\nรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ\nค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ\nรวมรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม\nกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน\nที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน\nกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเงินลงทุน\nส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย\nหนี้สูญรับคืน\nรายได้จากการดำเนินงานอื่น\nรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\nไตรมาส\nไตรมาส\n%QoQ\nไตรมาส\n%YoY\n1/2569\n2/2569\n2/2568\n7,507\n7,439\n0.9\n6,066\n23.8\n10,157\n10,270\n(1.1)\n8,272\n22.8\n2,650\n2,831\n(6.4)\n2,206\n20.1\n5,880\n6,585\n(10.7)\n5,833\n0.8\n2,166\n2,236\n(3.1)\n2,064\n4.9\n73\n270\n(73.0)\n52\n40.4\n94\n114\n(17.5)\n461\n(79.6)\n2,435\n2,733\n(10.9)\n2,198\n10.8\n1,112\n1,232\n(9.7)\n1,058\n5.1\n12.5\n13,387\n14,024\n(4.5)\n11,899\n\nหน้า 15 ของ 34\n\n| ่ ้ ร ายได้ที ม ิใช่ดอกเบี ย | | | | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | ไตรมาส | ไตรมาส | %QoQ | ไตรมาส | %YoY |\n| | 2/2569 | 1/2569 | | 2/2568 | |\n| รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ | 7,507 | 7,439 | 0.9 | 6,066 | 23.8 |\n| รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ | 10,157 | 10,270 | (1.1) | 8,272 | 22.8 |\n| ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ | 2,650 | 2,831 | (6.4) | 2,206 | 20.1 |\n| รวมรายได้ที มิใช่ดอกเบี ยและค่าธรรมเนียม ่ ้ | 5,880 | 6,585 | (10.7) | 5,833 | 0.8 |\n| กําไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื องมือทางการเงิน ่ | 2,166 | 2,236 | (3.1) | 2,064 | 4.9 |\n| ที วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน ่ | | | | | |\n| กําไร (ขาดทุน) สุทธิจากเงินลงทุน | 73 | 270 | (73.0) | 52 | 40.4 |\n| ส่วนแบ่งกําไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย | 94 | 114 | (17.5) | 461 | (79.6) |\n| หนี สูญรับคืน ้ | 2,435 | 2,733 | (10.9) | 2,198 | 10.8 |\n| รายได้จากการดําเนินงานอื น ่ | 1,112 | 1,232 | (9.7) | 1,058 | 5.1 |\n| รายได้ที มิใช่ดอกเบี ย ่ ้ | 13,387 | 14,024 | (4.5) | 11,899 | 12.5 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 15,
"tags": [
"ค่าธรรมเนียม",
"ขาดทุน",
"ไตรมาส",
"ทางการเงิน",
"รายได้",
"บริการ",
"เพิ่มขึ้น",
"ร้อยละ",
"ดอกเบี้ย",
"ผลตอบแทน"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 13,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_c668109e9f3c4026a60bb5a37fb77aa5",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ\nค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ\nรวมรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม\nกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน\nที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน\nกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเงินลงทุน\nส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย\nหนี้สูญรับคืน\nรายได้จากการดำเนินงานอื่น\nรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\n\nงวดครึ่งปีงวดครึ่งปี\n%YoY\n1/2569\n1/2568\n14,946\n12,038\n24.2\n20,427\n16,791\n21.7\n5,481\n4,753\n15.3\n12,465\n11,706\n6.5\n4,402\n3,886\n13.3\n343\n122\n181.1\n208\n874\n(76.2)\n5,168\n4,703\n9.9\n2,344\n2,121\n10.5\n27,411\n23,744\n15.4\nในไตรมาส 2/2569 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่จำนวน 13,387 ล้านบาท ลดลงจำนวน 637 ล้านบาท หรือร้อยละ\n4.5 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากหนี้สูญรับคืนที่ลดลงจำนวน 298 ล้านบาท ล้านบาท ซึ่ง\nส่วนใหญ่จากฐานที่สูงของการบันทึกรายได้จากโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ในไตรมาส 1/2569 นอกจากนี้การ\nลดลงของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังเป็นผลมาจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 197 ล้านบาท กำไรจาก\nสินทรัพย์รอการขายจำนวน 111 ล้านบาท กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่าน\nกำไรหรือขาดทุนจำนวน 70 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายการลดลงข้างต้นถูกสุทธิบางส่วนด้วยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 68 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า\n\nเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน 1,488 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.5\nโดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 1,441 ล้านบาท สะท้อน\nการเติบโตที่แข็งแกร่งจากธุรกิจภายในประเทศและอาเซียน รวมถึงหนี้สูญรับคืนที่เพิ่มขึ้นจำนวน 237 ล้านบาท\nและกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนเพิ่มขึ้นจำนวน 102\nล้านบาท ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกสุทธิบางส่วนด้วยการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียจำนวน 367 ล้านบาท\n\nหน้า 16 ของ 34\n\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | งวดครึ ่งปี | งวดครึ ่งปี | %YoY |\n| --- | --- | --- | --- |\n| | 1/2569 | 1/2568 | |\n| รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ | 14,946 | 12,038 | 24.2 |\n| รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ | 20,427 | 16,791 | 21.7 |\n| ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ | 5,481 | 4,753 | 15.3 |\n| รวมรายได้ที มิใช่ดอกเบี ยและค่าธรรมเนียม ่ ้ | 12,465 | 11,706 | 6.5 |\n| กําไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื องมือทางการเงิน ่ | 4,402 | 3,886 | 13.3 |\n| ที วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน ่ | | | |\n| กําไร (ขาดทุน) สุทธิจากเงินลงทุน | 343 | 122 | 181.1 |\n| ส่วนแบ่งกําไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย | 208 | 874 | (76.2) |\n| หนี สูญรับคืน ้ | 5,168 | 4,703 | 9.9 |\n| รายได้จากการดําเนินงานอื น ่ | 2,344 | 2,121 | 10.5 |\n| รายได้ที มิใช่ดอกเบี ย ่ ้ | 27,411 | 23,744 | 15.4 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 16,
"tags": [
"ค่าธรรมเนียม",
"ขาดทุน",
"รายได้",
"บริการ",
"มูลค่า",
"เงินลงทุน",
"เพิ่มขึ้น",
"ดอกเบี้ย",
"ทางการเงิน",
"ยุติธรรม"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 13,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_1c0d572a0e1d4308a3b54993603c9707",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\n รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่จำนวน 27,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 3,667\nล้านบาท หรือร้อยละ 15.4 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของ 2568 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 2,908 ล้านบาท สะท้อนจากการเติบโตของธุรกิจภายในประเทศและอาเซียน\nอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือ\nขาดทุนจำนวน 516 ล้านบาท หนี้สูญรับคืนจำนวน 465 ล้านบาท บางส่วนมาจากมาตรการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”\nรายได้จากการดำเนินงานอื่น จำนวน 280 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากมาตรการ “ คุณสู้เราช่วย ” และกำไรจาก\nเงินลงทุนจำนวน 221 ล้านบาท ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกสุทธิบางส่วนด้วยการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจาก\nเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียจำนวน 666 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนวิธีรับรู้ทางบัญชีในการรวม\nงบการเงินของ TIDLOR เริ่มในไตรมาส 3 ของปี 2568 และรายได้จากสินทรัพย์รอการขายที่ลดลงจำนวน 172\nล้านบาท\nโครงสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ 1)\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nในประเทศ\nค่าธรรมเนียมจากการให้กู้ยืม\nค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมบริหารความมั่งคั่งและกองทุน\nค่าธรรมเนียมจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายประกัน\nค่าธรรมเนียมการทำรายการ\nค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อยานยนต\nค่าธรรมเนียมบริการบัตร\nอื่น ๆ\nอาเซียน\nรวมรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ\nหมายเหตุ:\nไตรมาส\nไตรมาส\nไตรมาส\nงวดครึ่งปีงวดครึ่งปี\n2/2569\n1/2569\n2/2568\n1/2569\n1/2568\n8,419\n6,532\n16,580\n13,475\n8,161\n(80%)\n(79%)\n(81%)\n(80%)\n(82%)\n454\n218\n971\n473\n498\n(2%)\n(5%)\n(5%)\n(5%)\n(3%)\n2,956\n2,302\n1,526\n1,430\n1,147\n(14%)\n(14%)\n(14%)\n(14%)\n(15%)\n741\n1,428\n1,487\n721\n707\n(7%)\n(9%)\n(7%)\n(9%)\n(7%)\n309\n683\n629\n346\n337\n( 4 % )\n( 4 % )\n(3%)\n( 3 % )\n( 3 % )\n1,905\n962\n3,209\n1,598\n1,611\n(11%)\n(12%)\n(16%)\n(15%)\n(16%)\n2,938\n6,473\n6,215\n3,375\n3,097\n(33%)\n(35%)\n(32%)\n(37%)\n(30%)\n483\n499\n217\n860\n362\n(3%)\n(2%)\n(4%)\n(5%)\n(4%)\n1,740\n3,847\n3,316\n1,851\n1,996\n(21%)\n(19%)\n(20%)\n(20%)\n(18%)\n8,272\n20,427\n16,791\n10,157\n10,270\n(100%)\n(100%)\n(100%)\n(100%)\n(100%)\n\n1) ร้อยละในวงเล็บแสดงสัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการเทียบกับยอดรายได้รวมจากค่าธรรมเนียมและบริการ\n รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่จำนวน 10,157 ล้านบาท ลดลงจำนวน 113 ล้านบาท หรือ\nร้อยละ 1.1 จากไตรมาสก่อนหน้า การลดลงส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมบริการบัตร\n(จำนวน 278 ล้านบาท) สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวระหว่างไตรมาส และการลดลงของ\nค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (จำนวน 137 ล้านบาท) ทั้งนี้การลดลงดังกล่าวถูกสุทธิด้วยการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียม\nและบริการของธุรกิจอาเซียน (จำนวน 145 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมบริหารความมั่งคั่งและกองทุน\n(จำนวน 96 ล้านบาท) รวมทั้ง ค่าธรรมเนียมจากเงินให้สินเชื่อ ค่าธรรมเนียมจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายประกัน\nและค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อยานยนต์ที่โดยรวมเพิ่มขึ้นจำนวน 52 ล้านบาท\n\nหน้า 17 ของ 34\n\n| 8,161 | 8,419 6,532 (82%) (79%) | 16,580 |\n| --- | --- | --- |\n| (80%) | | (81%) |\n| 498 | 473 218 (5%) (3%) | 971 |\n| (5%) | | (5%) |\n| 1,526 | 1,430 1,147 (14%) (14%) | 2,956 |\n| (15%) | | (14%) |\n| 721 | 707 741 (7%) (9%) | 1,428 |\n| (7%) | | (7%) |\n| 346 | 337 309 (3%) (4%) | 683 |\n| (3%) | | (3%) |\n| 1,611 | 1,598 962 (15%) (12%) | 3,209 |\n| (16%) | | (16%) |\n| 3,097 | 3,375 2,938 (33%) (35%) | 6,473 |\n| (30%) | | (32%) |\n| 362 (4%) | 499 217 (5%) (2%) | 860 (4%) |\n| 1,996 (20%) | 1,851 1,740 (18%) (21%) | 3,847 (19%) |\n| 10,157 (100%) | 10,270 8,272 (100%) (100%) | 20,427 (100%) |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 17,
"tags": [
"ค่าธรรมเนียม",
"บริการ",
"(100%)",
"รายได้",
"ไตรมาส",
"เพิ่มขึ้น",
"อาเซียน",
"สินเชื่อ",
"ร้อยละ",
"เติบโต"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 18,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_3c83c690e82d48748c85e4493a7a955d",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\n เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้นจำนวน 1,885 ล้านบาท\nหรือร้อยละ 22.8 ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจ\nในประเทศ ได้แก่ค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อยานยนต์ (จำนวน 649 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรม\nบริหารความมั่งคั่งและกองทุน (จำนวน 379 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากเงินให้สินเชื่อ (จำนวน 280 ล้านบาท)\nและ ค่าธรรมเนียมบริการบัตร (จำนวน 159 ล้านบาท) นอกเหนือจากผลการดำเนินงานในประเทศที่แข็งแกร่งแล้ว\nรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในอาเซียนเพิ่มขึ้น (จำนวน 256 ล้านบาท) ในไตรมาส 2/2569\n รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่จำนวน 20,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน\n3,636 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.7 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2568 การเติบโตอย่างแข็งแกร่งมีปัจจัยหลัก\nมาจากธุรกิจในประเทศและอาเซียน การเพิ่มขึ้นของธุรกิจในประเทศส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของ\nค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อยานยนต์ (จำนวน 1,304 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมบริหารความมั่งคั่ง\nและกองทุน (จำนวน 654 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากเงินให้สินเชื่อ (จำนวน 517 ล้านบาท) และค่าธรรมเนียม\nบริการบัตร (จำนวน 258 ล้านบาท) นอกเหนือจากผลการดำเนินงานในประเทศที่แข็งแกร่งแล้ว รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจอาเซียนเพิ่มขึ้น (จำนวน 531 ล้านบาท) สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว\nค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน\nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์ค่าภาษีอากร\nค่าตอบแทนกรรมการ\nค่าใช้จ่ายอื่น ๆ\nรวมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน\nอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได\n%QoQ\n%YoY\nไตรมาส\nไตรมาส\nไตรมาส\n2/2569\n1/2569\n2/2568\n(4.4)\n8,899\n15.4\n10,272\n10,747\n2,431\n2,400\n1.3\n2,112\n15.1\n1,076\n1,137\n(5.4)\n1,044\n3.1\n22\n22\n0.0\n20\n10.0\n5,540\n5,067\n9.3\n4,478\n23.7\n19,341\n19,373\n(0.2)\n16,553\n16.8\n45.9%\n45.2%\n43.8%\n\nหน้า 18 ของ 34\n\n| าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน | | | | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | ไตรมาส | ไตรมาส | %QoQ | ไตรมาส | %YoY |\n| | 2/2569 | 1/2569 | | 2/2568 | |\n| ค่าใช้จ่ายเกี ่ยวกับพนักงาน | 10,272 | 10,747 | (4.4) | 8,899 | 15.4 |\n| ค่าใช้จ่ายเกี ่ยวกับอาคารสถานที และอุปกรณ์ ่ | 2,431 | 2,400 | 1.3 | 2,112 | 15.1 |\n| ค่าภาษีอากร | 1,076 | 1,137 | (5.4) | 1,044 | 3.1 |\n| ค่าตอบแทนกรรมการ | 22 | 22 | 0.0 | 20 | 10.0 |\n| ค่าใช้จ่ายอื น ๆ ่ | 5,540 | 5,067 | 9.3 | 4,478 | 23.7 |\n| รวมค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน | 19,341 | 19,373 | (0.2) | 16,553 | 16.8 |\n| อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ | 45.9% | 45.2% | | 43.8% | |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 18,
"tags": [
"ค่าธรรมเนียม",
"ค่าใช้จ่าย",
"ไตรมาส",
"รายได้",
"เพิ่มขึ้น",
"บริการ",
"ธุรกิจ",
"ในประเทศ",
"สินเชื่อ",
"แข็งแกร่ง"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 15,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_66b1dfc48947448389adfe95b3c818ae",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน\nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์ค่าภาษีอากร\nค่าตอบแทนกรรมการ\nค่าใช้จ่ายอื่น ๆ\nรวมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน\nอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได\n%YoY\nงวดครึ่งปีงวดครึ่งปี\n1/2569\n1/2568\n21,019\n18,223\n15.3\n4,831\n4,196\n15.1\n2,213\n2,065\n7.2\n44\n41\n7.3\n10,607\n8,969\n18.3\n38,714\n33,494\n15.6\n45.5%\n44.7%\n สำหรับไตรมาส 2/2569 ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอยู่ที่จำนวน 19,341 ล้านบาท ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับ\nไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน (จำนวน 475 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสุทธิด้วยการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลขาดทุนจากการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย\n(จำนวน 238 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาด (จำนวน 99 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคาร\nสถานที่และอุปกรณ์ (จำนวน 32 ล้านบาท)\n เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจำนวน 2,788 ล้านบาท หรือ\nร้อยละ 16.8 การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้น (จำนวน 1,373 ล้านบาท)\nซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมาจากการรวมธุรกิจของ TIDLOR และการปรับเงินเดือนประจำปีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ\nอาคารสถานที่และอุปกรณ์เพิ่มขึ้นเช่นกัน (จำนวน 319 ล้านบาท) นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจาก\nการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาด (จำนวน 365 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลขาดทุนจากการ\nด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย (จำนวน 286 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)\n(จำนวน 185 ล้านบาท)\n เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอยู่ที่จำนวน 38,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ\n15.6 หรือจำนวน 5,220 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจและการรวมงบการเงินของ TIDLOR\nส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้น (จำนวน 2,796 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น (จำนวน 635 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาด\n(จำนวน 621 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลขาดทุนจากการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย (จำนวน 454\nล้านบาท) ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) (จำนวน 480 ล้านบาท) ซึ่งการเพิ่มขึ้นข้างต้น ส่วนหนึ่งสะท้อน\nการลงทุนที่ต่อเนื่องเพื่อการเติบโตของธุรกิจ การขยายฐานลูกค้า และการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล\n\nหน้า 19 ของ 34\n\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | งวดครึ ่งปี | งวดครึ ่งปี | %YoY |\n| --- | --- | --- | --- |\n| | 1/2569 | 1/2568 | |\n| ค่าใช้จ่ายเกี ่ยวกับพนักงาน | 21,019 | 18,223 | 15.3 |\n| ค่าใช้จ่ายเกี ่ยวกับอาคารสถานที และอุปกรณ์ ่ | 4,831 | 4,196 | 15.1 |\n| ค่าภาษีอากร | 2,213 | 2,065 | 7.2 |\n| ค่าตอบแทนกรรมการ | 44 | 41 | 7.3 |\n| ค่าใช้จ่ายอื น ๆ ่ | 10,607 | 8,969 | 18.3 |\n| รวมค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน | 38,714 | 33,494 | 15.6 |\n| อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ | 45.5% | 44.7% | |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 19,
"tags": [
"ค่าใช้จ่าย",
"เพิ่มขึ้น",
"พนักงาน",
"อุปกรณ์",
"สถานที่",
"ดำเนินงาน",
"งบการเงิน",
"ไตรมาส",
"ขาดทุน",
"ด้อยค่า"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 19,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_5b41b099b6824d6297b56690c5150009",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ร้อยละ 45.9 เทียบกับร้อยละ 45.2 ในไตรมาส 1/2569 และ\nร้อยละ 43.8 ในไตรมาส 2/2568 สะท้อนความเข้มงวดในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ภายใต้บริบทการลงทุนต่อเนื่อง\nเพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจและการเพิ่มขีดความความสามารถในการแข่งขัน อนึ่ง อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจของธนาคารสำหรับปี 2569\nสำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ร้อยละ 45.5 เทียบกับร้อยละ 44.7 ในช่วงเวลา\nเดียวกันของปีก่อน สะท้อนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและการรวมงบการเงินของ\nTIDLOR ทั้งนี้กรุงศรียังคงมุ่งมั่นในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดรัดกุมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน\nเพื่อการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืน\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\nสัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวม (bps)\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\nสัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวม (bps)\n%QoQ\n%YoY\nไตรมาส\nไตรมาส\nไตรมาส\n2/2568\n1/2569\n2/2569\n11,360\n11,472\n(1.0)\n10,290\n10.4\n235\n240\n220\n%YoY\nงวดครึ่งปีงวดครึ่งปี\n1/2569\n1/2568\n22,832\n20,278\n12.6\n236\n217\n ในไตรมาส 2/2569 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่จำนวน 11,360 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.0\nเทียบกับไตรมาส 1/2569 หรือคิดเป็นอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวมที่ 235\nเบสิสพอยท์เทียบกับ 240 เบสิสพอยท์จากไตรมาสก่อนหน้า ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับตัว\nดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากคุณภาพสินทรัพย์ของพอร์ตสินเชื่อในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ธนาคาร\nยังคงมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของฝ่ายจัดการ (Management Overlays) เพื่อรองรับความเสี่ยง\nจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ\n เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นจำนวน 1,070 ล้านบาท\nหรือร้อยละ 10.4\n\nหน้า 20 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 20,
"tags": [
"ไตรมาส",
"ร้อยละ",
"ขาดทุน",
"เครดิต",
"ค่าใช้จ่าย",
"เกิดขึ้น",
"อัตราส่วน",
"ธุรกิจ",
"สินเชื่อ",
"รายได้"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 14,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_bd7a7541e7f04bcda36fb33c604920eb",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\n จากแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่จำนวน 22,832 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวมที่ 236 เบสิสพอยท์เมื่อเทียบกับ 217 เบสิสพอยท์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ทั้งนี้การตั้งสำรองในระดับที่สูงขึ้นสะท้อนแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดรัดกุม สะท้อนความ ไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการรักษาระดับเงินสำรองที่เพียงพอตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อ\nหน้า 21 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 21,
"tags": [
"ความเสี่ยง",
"แนวทาง",
"การบริหาร",
"ขาดทุน",
"เครดิต",
"เกิดขึ้น",
"สินเชื่อ",
"สะท้อน",
"คำอธิบาย",
"วิเคราะห์"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 7,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_a76aab1599dc45148677281b5e886cf9",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nรายการฐานะทางการเงินที่สำคัญ\nสินทรัพย์งบการเงินรวม (ล้านบาท)\nเงินสด\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม\nผ่านกำไรหรือขาดทุน\nสินทรัพย์อนุพันธ์เงินลงทุนสุทธิเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ดอกเบี้ยค้างรับและรายได้ดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ\nค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\nเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิทรัพย์สินรอการขายสุทธิสินทรัพย์อื่น\nรวมสินทรัพย\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n21,406\n23,065\n(7.2)\n25,949\n(17.5)\n355,420\n401,561\n(11.5)\n433,573\n(18.0)\n28,434\n22,258\n27.7\n13,897\n104.6\n28,838\n32,084\n(10.1)\n22,377\n28.9\n171,670\n173,072\n(0.8)\n174,736\n(1.8)\n13,947\n7,508\n85.8\n7,385\n88.9\n1,936,689\n1,905,843\n1.6\n1,928,648\n0.4\n13,765\n14,346\n(4.0)\n14,225\n(3.2)\n(92,596)\n(95,259)\n2.8\n(91,711)\n(1.0)\n1,857,858\n1,824,930\n1.8\n1,851,162\n0.4\n6,399\n6,201\n3.2\n6,155\n4.0\n110,563\n116,246\n(4.9)\n111,923\n(1.2)\n2,594,535\n2,606,925\n(0.5)\n2,647,157\n(2.0)\n ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมอยู่ที่จำนวน 2,594,535 ล้านบาท ลดลงจำนวน 12,390 ล้านบาท\nหรือร้อยละ 0.5 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมีปัจจัยหลักที่สำคัญดังนี้\no รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิลดลงจำนวน 46,141 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.5 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินฝากกับสถาบันการเงินจำนวน 44,079 ล้านบาท และธุรกรรมซื้อคืน\nพันธบัตรจำนวน 6,550 ล้านบาท สุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน\nจำนวนรวม 4,488 ล้านบาท สอดคล้องกับกลยุทธ์การบริหารงบดุลเชิงรุกของธนาคาร\no เงินลงทุนสุทธิลดลงจำนวน 1,402 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.8 ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินลงทุน\nในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI) จำนวน 1,291\nล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล เงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่า\nยุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI) จำนวน 83 ล้านบาท และเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัด\nมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่ายจำนวน 28 ล้านบาท\n\nหน้า 22 ของ 34\n\n| สินทรัพย์ | | | | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | 30 มิ.ย. 69 | 31 มี.ค. 69 | %QoQ | 31 ธ.ค. 68 | %YTD |\n| เงินสด | 21,406 | 23,065 | (7.2) | 25,949 | (17.5) |\n| รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ | 355,420 | 401,561 | (11.5) | 433,573 | (18.0) |\n| สินทรัพย์ทางการเงินที ่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม | 28,434 | 22,258 | 27.7 | 13,897 | 104.6 |\n| ผ่านกําไรหรือขาดทุน | | | | | |\n| สินทรัพย์อนุพันธ์ | 28,838 | 32,084 | (10.1) | 22,377 | 28.9 |\n| เงินลงทุนสุทธิ | 171,670 | 173,072 | (0.8) | 174,736 | (1.8) |\n| เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิ | 13,947 | 7,508 | 85.8 | 7,385 | 88.9 |\n| เงินให้สินเชื ่อแก่ลูกหนี ้ | 1,936,689 | 1,905,843 | 1.6 | 1,928,648 | 0.4 |\n| ดอกเบี ยค้างรับและรายได้ดอกเบี ้ ยที ้ ่ยังไม่ถึงกําหนดชําระ | 13,765 | 14,346 | (4.0) | 14,225 | (3.2) |\n| ค่าเผื ่อผลขาดทุนด้านเครดิตที ่คาดว่าจะเกิดขึ น ้ | (92,596) | (95,259) | 2.8 | (91,711) | (1.0) |\n| เงินให้สินเชื ่อแก่ลูกหนี และดอกเบี ้ ยค้างรับสุทธิ ้ | 1,857,858 | 1,824,930 | 1.8 | 1,851,162 | 0.4 |\n| ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ | 6,399 | 6,201 | 3.2 | 6,155 | 4.0 |\n| สินทรัพย์อื ่น | 110,563 | 116,246 | (4.9) | 111,923 | (1.2) |\n| รวมสินทรัพย์ | 2,594,535 | 2,606,925 | (0.5) | 2,647,157 | (2.0) |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 22,
"tags": [
"สินทรัพย์",
"มูลค่า",
"เงินลงทุน",
"ขาดทุน",
"รายการ",
"ธนาคาร",
"ที่วัด",
"ยุติธรรม",
"บริษัท",
"ตลาดเงิน"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 11,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_7abbd1ccc1154d5793c9dfecc53829c7",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\no ขณะที่เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจำนวน 30,846 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.6 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการ ขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่สุทธิบางส่วนจากการลดลงของยอดเงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาด กลางและขนาดย่อม และสินเชื่อรายย่อย ภายใต้กลยุทธ์การเติบโตสินเชื่อเชิงคุณภาพ o เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 6,439 ล้านบาท หรือร้อยละ 85.8 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จาก บริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) ซึ่งมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 การเพิ่มขึ้นดังกล่าว เป็นการเปลี่ยนแปลงทางบัญชีเท่านั้นและไม่กระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้นหรือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ของธนาคารใน PT Home Credit Indonesia (HCID)\n เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 สินทรัพย์รวมลดลงจำนวน 52,622 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.0 โดยมีปัจจัยหลักที่สำคัญดังนี้ o รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิลดลงจำนวน 78,153 ล้านบาท หรือร้อยละ 18.0 โดยมีปัจจัย หลักมาจากการลดลงของยอดธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรจำนวน 57,054 ล้านบาท และเงินฝากกับสถาบัน การเงินจำนวน 36,528 ล้านบาท ขณะที่สุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สถาบัน การเงินจำนวน 15,430 ล้านบาท การลดลงดังกล่าวสะท้อนการบริหารจัดการสภาพคล่องและงบดุลเชิง รุกของธนาคาร\no เงินลงทุนสุทธิลดลงจำนวน 3,066 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.8 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดลงของ เงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI) จำนวน 3,897 ล้านบาท ซึ่งสุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัด จำหน่าย จำนวน 553 ล้านบาท และเงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร ขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI) จำนวน 278 ล้านบาท\no ขณะที่สินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน เพิ่มขึ้น 14,537 ล้านบาท หรือร้อยละ 104.6 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล o เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจำนวน 8,041 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.4 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่าง แข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อบรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติ o เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 6,562 ล้านบาท หรือร้อยละ 88.9 มีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัท ย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation)\nหน้า 23 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 23,
"tags": [
"เพิ่มขึ้น",
"เงินลงทุน",
"สินเชื่อ",
"ร้อยละ",
"บริษัท",
"มูลค่า",
"ปัจจัยหลัก",
"ที่วัด",
"บางส่วน",
"Credit"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 22,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_59fb148045ac4a7c8942b96bc9fa026a",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nเงินลงทุน\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม\nผ่านกำไรหรือขาดทุน\nเงินลงทุนสุทธิเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย\nเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม\nผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น\nเงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม\nผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น\nเงินลงทุนสุทธิในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธ\nเงินลงทุนรวม\n\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n28,434\n22,258\n27.7\n13,897\n104.6\n171,670\n173,072\n(0.8)\n174,736\n(1.8)\n44,231\n44,259\n(0.1)\n43,678\n1.3\n117,081\n118,372\n(1.1)\n120,978\n(3.2)\n10,358\n10,441\n(0.8)\n10,080\n2.8\n13,947\n7,508\n85.8\n7,385\n88.9\n214,051\n202,838\n5.5\n196,018\n9.2\nณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินลงทุนรวมอยู่ที่ 214,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 11,213 ล้านบาท หรือ\nร้อยละ 5.5 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนสุทธิในบริษัท\nย่อย บริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia\n(HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสุทธิด้วยการลดลงของเงิน\nลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นและเงินลงทุนในตราสาร\nทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น\n\nเงินลงทุนรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 จาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของ\nสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน เงินลงทุนสุทธิในบริษัทย่อย\nบริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิเงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน\nเบ็ดเสร็จอื่น และเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสุทธิบางส่วนด้วยการลดลงของเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน\nเบ็ดเสร็จอื่น สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนและการบริหารจัดการงบดุลเชิงรุก\n\nหน้า 24 ของ 34\n\n| เ งินลงทุน | | | | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | 30 มิ.ย. 69 | 31 มี.ค. 69 | %QoQ | 31 ธ.ค. 68 | %YTD |\n| สินทรัพย์ทางการเงินที ่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม | 28,434 | 22,258 | 27.7 | 13,897 | 104.6 |\n| ผ่านกําไรหรือขาดทุน | | | | | |\n| เงินลงทุนสุทธิ | 171,670 | 173,072 | (0.8) | 174,736 | (1.8) |\n| เงินลงทุนในตราสารหนี ที ้ ่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจ ําหน่าย | 44,231 | 44,259 | (0.1) | 43,678 | 1.3 |\n| เงินลงทุนในตราสารหนี ที ้ ่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม | 117,081 | 118,372 | (1.1) | 120,978 | (3.2) |\n| ผ่านก ําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื ่น | | | | | |\n| เงินลงทุนในตราสารทุนที ่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม | 10,358 | 10,441 | (0.8) | 10,080 | 2.8 |\n| ผ่านก ําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื ่น | | | | | |\n| เงินลงทุนสุทธิในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิ | 13,947 | 7,508 | 85.8 | 7,385 | 88.9 |\n| เงินลงทุนรวม | 214,051 | 202,838 | 5.5 | 196,018 | 9.2 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 24,
"tags": [
"มูลค่า",
"เงินลงทุน",
"ยุติธรรม",
"ขาดทุน",
"ที่วัด",
"ตราสาร",
"บริษัท",
"เบ็ดเสร็จ",
"เพิ่มขึ้น",
"สินทรัพย์"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 14,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_6bbbd1356ad4474696cca2666538b78c",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nเงินให้สินเชื่อ\nสินเชื่อแยกตามภาคธุรกิจ\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nธุรกิจขนาดใหญ่บรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติบรรษัทญี่ปุ่น (JPC)\nธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)\nสินเชื่อเพื่อรายย่อย\nสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจำนำทะเบียน*\nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย\nสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ*\nอาเซียน**\nรวม\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n710,180\n665,719\n6.7\n669,883\n6.0\n10.8\n474,013\n8.7\n515,398\n465,281\n194,782\n200,438\n(2.8)\n195,870\n(0.6)\n289,429\n295,227\n(2.0)\n302,087\n(4.2)\n937,080\n944,897\n(0.8)\n956,678\n(2.0)\n471,184\n476,015\n(1.0)\n479,504\n(1.7)\n216,902\n219,368\n(1.1)\n222,768\n(2.6)\n154,384\n150,056\n2.9\n157,378\n(1.9)\n94,610\n99,458\n(4.9)\n97,028\n(2.5)\n0.4\n1,936,689\n1,905,843\n1.6\n1,928,648\nหมายเหตุ: * ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สินเชื่อคาร์ฟอร์แคชและสินเชื่อจำนำทะเบียนถูกจัดกลุ่มใหม่จากเดิมที่อยู่ภายใต้กลุ่มสินเชื่อบัตรเครดิต\nสินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ ย้ายไปอยู่ภายใต้กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจำนำทะเบียน โดยตัวเลขสินเชื่อในไตรมาส 4/2568 ไตรมาส 1/2569\nและไตรมาส 2/2569 ได้ถูกปรับและสะท้อนต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว\n** อัตราการเติบโตของสินเชื่ออาเซียนในไตรมาส 2/2569 และช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เป็นการรายงานที่สะท้อนการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT\nHome Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว สินเชื่ออาเซียนเติบโตร้อยละ 2.5\nในไตรมาส 2/2569 และร้อยละ 5.1 ในครึ่งแรกของปี 2569 ตามลำดับ\nโครงสร้างพอร์ตเงินให้สินเชื่อ\n35%\n16%\nธ.ค. 68\n49%\n\nสินเชื่อเพื่อรายย่อย\nสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อ\n25%\nจำนำทะเบียน\nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย\n11%\nสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล\n8%\nและอื่น ๆ\nอาเซียน\n5%\n37%\n15%\nมิ.ย. 69\n48%\n\nสินเชื่อเพื่อรายย่อย\nสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อ\n24%\nจำนำทะเบียน\nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย\n11%\n8%\nสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล\nและอื่น ๆ\n5%\nอาเซียน\n\nหน้า 25 ของ 34\n\n| สินเชื อแยกตามภาคธุรกิจ ่ | | | | | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | | 30 มิ.ย. 69 | 31 มี.ค. 69 | %QoQ | 31 ธ.ค. 68 | %YTD |\n| ธ ุรกิจขนาดใหญ่ | | 710,180 | 665,719 | 6.7 | 669,883 | 6.0 |\n| บรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติ | | 515,398 | 465,281 | 10.8 | 474,013 | 8.7 |\n| บรรษัทญี ่ปุ ่น (JPC) | | 194,782 | 200,438 | (2.8) | 195,870 | (0.6) |\n| ธ ุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) | | 289,429 | 295,227 | (2.0) | 302,087 | (4.2) |\n| สินเชื อรายย่อย ่อเพื ่ | | 937,080 | 944,897 | (0.8) | 956,678 | (2.0) |\n| สินเชื ่อเช่าซื อรถยนต์และสินเชื ้ | ่อจํานําทะเบียน* | 471,184 | 476,015 | (1.0) | 479,504 | (1.7) |\n| สินเชื ่อเพื ่อที ่อยู อาศัย ่ | | 216,902 | 219,368 | (1.1) | 222,768 | (2.6) |\n| สินเชื ่อบัตรเครดิต สินเชื ่อส่วนบุคคล และอื | ่น ๆ* | 154,384 | 150,056 | 2.9 | 157,378 | (1.9) |\n| อาเซียน** | | 94,610 | 99,458 | (4.9) | 97,028 | (2.5) |\n| รวม | | 1,936,689 | 1,905,843 | 1.6 | 1,928,648 | 0.4 |\n\n| | 49% | | 48% | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| สินเชื ่อเพื | ่อรายย่อย | | สินเชื ่อเพื ่อรายย่อย | | |\n| สินเชื ่อเช่าซื ้ | อรถยนต์และสินเชื | ่อ 25% | สินเชื ่อเช่าซื ้ | อรถยนต์และสินเชื ่อ | 24% |\n| จํานําทะเบียน | | | จํานําทะเบียน | | |\n| สินเชื ่อเพื ่อที ่อยู | ่อาศัย | 11% | สินเชื ่อเพื ่อที ่อยู ่อาศัย | | 11% |\n| สินเชื | ่อบัตรเครดิต สินเชื | ่อส่วนบุคคล 8% | สินเชื ่อบัตรเครดิต สินเชื | ่อส่วนบุคคล | 8% |\n| และอื ่น ๆ | | | และอื ่น ๆ | | |\n| อาเซียน | | 5% | | | 5% |\n| | | | อาเซียน | | |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 25,
"tags": [
"สินเชื่อ",
"ทะเบียน",
"อาเซียน",
"บัตรเครดิต",
"ส่วนบุคคล",
"รายย่อย",
"ไตรมาส",
"บรรษัท",
"เช่าซื้อ",
"รถยนต์"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 6,
"layout_tables": 2,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_de537b02d83142cea833f9be872f6154",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินเชื่อรวม อยู่ที่ 1,936,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 30,846 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.6 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และเพิ่มขึ้นจำนวน 8,041 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.4 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 อนึ่ง หาก ไม่รวมผลกระทบจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็น บริษัทร่วม (Deconsolidation) [1] สินเชื่อรวมจะเพิ่มขึ้นจำนวน 38,165 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.0 เทียบกับไตรมาส ก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นจำนวน 15,359 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.8 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ภายใต้ยุทธศาสตร์การเติบโตสินเชื่อในปี 2569 ของธนาคาร สินเชื่อในครึ่งปีแรกขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากพอร์ต ในประเทศและอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้าอาเซียนซึ่งเติบโตร้อยละ 6.0 และร้อยละ 5.1 เทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ตามลำดับ\nรายละเอียดผลการดำเนินงานของสินเชื่อในแต่ละกลุ่มธุรกิจ มีดังนี้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 หรือจำนวน 44,461 ล้านบาท จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เมื่อเทียบ กับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัวร้อยละ 6.0 หรือจำนวน 40,297 ล้านบาท จากการ เติบโตอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อบรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติสินเชื่อบรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ร้อยละ 10.8 หรือจำนวน 50,117 ล้านบาท o\nจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 สินเชื่อบรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติเติบโตร้อยละ 8.7 หรือจำนวน 41,385 ล้านบาท จากความต้องการสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนและการลงทุน อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักมาจากลูกค้าในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานด้าน AI และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งยังคงลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ\nขณะที่สินเชื่อบรรษัทญี่ปุ่น (JPC) ลดลงร้อยละ 2.8 หรือจำนวน 5,656 ล้านบาท จากสิ้นเดือนมีนาคม o\n2569 และร้อยละ 0.6 หรือจำนวน 1,088 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 การลดลงดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผลจากการชำระคืนเงินให้สินเชื่อกอปรกับความต้องการสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนที่ลดลง\n___________________________________________________________ [1] การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม ตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล OJK (Otoritas Jasa Keuangan) ภายใต้ระเบียบว่าด้วยบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (Financial Conglomeration Holding Companies) ประกาศในปี 2567 กรุงศรีมีการปรับโครงสร้างการลงทุนในบริษัท PT Home Credit Indonesia (HCID) ส่งผลให้สถานะทางบัญชีเปลี่ยนจาก บริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม โดยมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ซึ่งส่งผลให้งบการเงินของ HCID จะถูกรับรู้ตามวิธีส่วนได้เสีย (equity method) แทนการรวมงบการเงิน (full consolidation) การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติตามเกณฑ์ของทางการและการรับรู้ทางบัญชีเท่านั้น โดยไม่มีผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้น ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สิทธิออกเสียง หรือมูลค่าของเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia\nหน้า 26 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 26,
"tags": [
"สินเชื่อ",
"ร้อยละ",
"สิ้นเดือน",
"บริษัท",
"เติบโต",
"ธันวาคม",
"เพิ่มขึ้น",
"มีนาคม",
"Credit",
"Indonesia"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 23,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_77d62b817eba4324b894e82aed21e2bc",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\n สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ลดลงร้อยละ 2.0 หรือจำนวน 5,798 ล้านบาท จากสิ้นเดือน มีนาคม 2569 และร้อยละ 4.2 หรือจำนวน 12,658 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 สะท้อนนโยบายการ พิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบระมัดระวัง ควบคู่กับการมุ่งเน้นรักษาคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจที่ยังคงเปราะบางสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และบริบทการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่ยังไม่ทั่วถึง รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงในบางภาคอุตสาหกรรม สินเชื่อเพื่อรายย่อย ลดลงร้อยละ 0.8 หรือจำนวน 7,817 ล้านบาท จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ส่งผลให้สินเชื่อ เพื่อรายย่อยชะลอตัวร้อยละ 2.0 หรือจำนวน 19,598 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทั้งนี้การลดลงดังกล่าว มีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็น บริษัทร่วม (Deconsolidation) โดยมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจำนำทะเบียน ลดลงร้อยละ 1.0 หรือจำนวน 4,831 ล้านบาท จาก o\nสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 1.7 หรือจำนวน 8,320 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 การ ลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากการชำระคืนเงินให้สินเชื่อและเกณฑ์การให้สินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นท่ามกลาง ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ยังคงเผชิญกับแรง กดดันต่อเนื่อง\nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ลดลงร้อยละ 1.1 หรือจำนวน 2,466 ล้านบาท จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และ o\nร้อยละ 2.6 หรือจำนวน 5,866 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 จากความต้องการที่อยู่อาศัยที่ซบเซา อย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงท้าทายและแนวทางการพิจารณาสินเชื่ออย่างระมัดระวังของ ธนาคาร\nสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และสินเชื่ออื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 หรือจำนวน 4,328 ล้านบาท จาก o\nสิ้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวตามปัจจัยด้านฤดูกาล สะท้อนการหดตัวในไตรมาส 1/2569 จากการชำระคืนเงินให้สินเชื่อ ทั้งนี้เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และ สินเชื่ออื่น ๆ ลดลงร้อยละ 1.9 หรือจำนวน 2,994 ล้านบาท o สินเชื่ออาเซียน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ลดลงร้อยละ 4.9 หรือจำนวน 4,848 ล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 2.5 หรือจำนวน 2,418 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 อนึ่ง หากไม่รวมผลกระทบจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัท ย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) โดยมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 สินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนเติบโต ร้อยละ 2.5 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และร้อยละ 5.1 เทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 สะท้อนถึง แนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพอร์ตสินเชื่ออาเซียน\nหน้า 27 ของ 34\n\n| คาํ อ | ธิบายแ | ละการวิเคราะหผ์ ลการดาํ เนินงาน | | | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| | สินเ | ช่ือเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ล | ดลงรอ้ ยละ 2.0 หรื | อจาํ นวน 5, | 798 ลา้ | นบาท จากสิน้ เดือน |\n| | มีนา | คม 2569 และรอ้ ยละ 4.2 หรือจาํ นวน 12,658 | ลา้ นบาท จากสิน้ เดื | อนธันวาค | ม 2568 | สะทอ้ นนโยบายการ |\n| | พิจา | รณาสินเช่ือท่ีรอบคอบระมัดระวัง ควบคู่กั | บการมุ่งเน้นรักษาค | ุณภาพสิน | เช่ืออย่ | างต่อเน่ือง ภายใต |\n| | สภา | พแวดลอ้ มการดาํ เนินธุรกิจท่ียงั คงเปราะบางสาํ | หรบั ผูป้ ระกอบการ S | MEs และบ | ริบทการ | ฟื้นตวั ของเศรษฐกิจ |\n| | ท่ียงั | ไม่ท่วั ถึง รวมถึงการแข่งขนั ท่ีรุนแรงในบางภาคอุ | ตสาหกรรม | | | |\n| | สินเ | ชื่อเพื่อรายย่อย ลดลงรอ้ ยละ 0.8 หรือจาํ นวน | 7,817 ลา้ นบาท จาก | สิน้ เดือนมี | นาคม 2 | 569 ส่งผลให ้ สินเช่ือ |\n| | เพ่ือร | ายย่อยชะลอตวั รอ้ ยละ 2.0 หรือจาํ นวน 19,598 | ลา้ นบาท ในช่วงครง่ึ | แรกของปี 2 | 569 ทงั้ | นี ้การลดลงดงั กลา่ ว |\n| | มีปัจ | จัยหลักมาจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใ | น PT Home Credit | Indonesia | (HCID) | จากบริษัทย่อยเป็น |\n| | บรษิ | ัทรว่ ม (Deconsolidation) โดยมีผลในวนั ท่ี 24 | มิถนุ ายน 2569 | | | |\n| | o | สินเชื่อเช่าซือ้ รถยนตแ์ ละสินเชื่อจาํ นําทะ | เบียน ลดลงรอ้ ยละ | 1.0 หรือจ | าํ นวน 4 | ,831 ลา้ นบาท จาก |\n| | | สิน้ เดือนมีนาคม 2569 และรอ้ ยละ 1.7 หรือ | จาํ นวน 8,320 ลา้ น | บาท จากสิ | น้ เดือน | ธันวาคม 2568 การ |\n| | | ลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากการชาํ ระคืนเงิน | ใหส้ ินเชื่อและเกณ | ฑก์ ารใหส้ ิน | เชื่อที่เข | ม้ งวดขึน้ ท่ามกลาง |\n| | | ภาระหนีค้ รวั เรือนที่ยังอยู่ในระดบั สูง และคว | ามสามารถในการช | าํ ระหนีข้ อ | งลูกหนีท้ | ี่ยงั คงเผชิญกับแรง |\n| | | กดดันต่อเน่ือง | | | | |\n| | o | สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ลดลงรอ้ ยละ 1.1 หร | ือจาํ นวน 2,466 ลา้ | นบาท จาก | สิน้ เดือน | มีนาคม 2569 และ |\n| | | รอ้ ยละ 2.6 หรือจาํ นวน 5,866 ลา้ นบาท จากสิ | น้ เดือนธันวาคม 256 | 8 จากควา | มตอ้ งกา | รท่ีอยู่อาศยั ท่ีซบเซา |\n| | | อย่างต่อเน่ืองท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจท่ียงั คง | ทา้ ทายและแนวทาง | การพิจารณ | าสินเช่ือ | อย่างระมดั ระวงั ของ |\n| | | ธนาคาร | | | | |\n| | o | สินเชื่อบัตรเครดิต สินเช่ือบุคคล และสินเช | ื่ออื่นๆ เพิ่มขึน้ รอ้ ย | ละ 2.9 หรือ | จาํ นวน | 4,328 ลา้ นบาท จาก |\n| | | สิน้ เดือนมีนาคม 2569 โดยมีปัจจยั หลกั มาจาก | การฟื้นตวั ตามปัจจยั | ดา้ นฤดกู าล | สะทอ้ น | การหดตวั ในไตรมาส |\n| | | 1/2569 จากการชาํ ระคืนเงินใหส้ ินเช่ือ ทั้งนี ้ เม | ่ือเทียบกับสิน้ ปี 256 | 8 สินเช่ือบั | ตรเครดิ | ต สินเช่ือบุคคล และ |\n| | | สินเช่ืออื่น ๆ ลดลงรอ้ ยละ 1.9 หรือจาํ นวน 2,99 | 4 ลา้ นบาท | | | |\n| | o | สินเชื่ออาเซียน ส่วนใหญ่ประกอบดว้ ยสินเช่ือ | เพ่ือผบู้ ริโภค ลดลง | รอ้ ยละ 4.9 | หรือจาํ น | วน 4,848 ลา้ นบาท |\n| | | จาก ณ สิน้ เดือนมีนาคม 2569 และรอ้ ยละ 2.5 | หรือจาํ นวน 2,418 ล้ | านบาท จาก | สิน้ เดือน | ธันวาคม 2568 อนึ่ง |\n| | | หากไม่รวมผลกระทบจากการเปลี่ยนสถานะเง | ินลงทุนใน PT Hom | e Credit In | donesia | (HCID) จากบริษัท |\n| | | ย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) โดยมีผ | ลในวนั ท่ี 24 มิถุนาย | น 2569 สิน | เช่ือในภู | มิภาคอาเซียนเติบโต |\n| | | รอ้ ยละ 2.5 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และร้ | อยละ 5.1 เทียบกับ | ณ สิน้ เดือ | นธันวา | คม 2568 สะท้อนถึง |\n| | | แนวโนม้ การเติบโตอย่างต่อเน่ืองของพอรต์ สินเช | ่ืออาเซียน | | | |\n| | | | | | | หนา้ 27 ของ 34 |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 27,
"tags": [
"สินเชื่อ",
"ร้อยละ",
"สิ้นเดือน",
"มีนาคม",
"ธันวาคม",
"บริษัท",
"อาเซียน",
"สะท้อน",
"ต่อเนื่อง",
"Credit"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 24,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_2823fad3deab4ece82374b60c3dbb286",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nคุณภาพสินเชื่อ\nสินเชื่อจัดชั้น\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\n\nStage 1: สินเชื่อที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ\nของความเสี่ยงด้านเครดิต\nStage 2: สินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ\nของความเสี่ยงด้านเครดิต\nStage 3: สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต\nPOCI: สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตเมื่อเริ่มแรก\nที่ซื้อหรือได้มา\nรวม\n\nสินเชื่อด้อยคุณภาพ*\nงบการเงินรวม\nสินเชื่อด้อยคุณภาพ (ล้านบาท)\nอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม\nอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพตามประเภทธุรกิจ\nธุรกิจขนาดใหญ่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม\nสินเชื่อเพื่อรายย่อย\nสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียน**\nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย\nสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ**\nอาเซียน\nอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ\nหมายเหตุ:\n* ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับตามแนวทางปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย\n31 ธ.ค. 68\n30 มิ.ย. 69\nเงินให้สินเชื่อ\nค่าเผื่อผลขาดทุน\nเงินให้สินเชื่อ\nค่าเผื่อผลขาดทุน\nแก่ลูกหนี้แก่ลูกหนี้ด้านเครดิต\nด้านเครดิต\nที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\nและดอกเบี้ยค้างรับ\nที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\nและดอกเบี้ยค้างรับ\n1,687,170\n35,735\n1,676,172\n33,411\n189,023\n21,078\n186,943\n20,552\n73,741\n35,783\n79,211\n37,748\n520 -\n547\n0\n1,950,454\n92,596\n1,942,873\n91,711\n\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n31 ธ.ค. 68\n30 ก.ย. 68\n30 มิ .ย. 68\n68,552\n73,400\n73,713\n76,959\n75,617\n3.08%\n3.34%\n3.26%\n3.49%\n3.39%\n0.3%\n0.4%\n0.4%\n0.4%\n0.4%\n8.5%\n9.0%\n8.7%\n8.8%\n8.2%\n4.5%\n4.7%\n4.7%\n4.9%\n5.4%\n1.6%\n1.7%\n2.1%\n1.7%\n1.7%\n7.4%\n7.5%\n8.0%\n7.9%\n7.9%\n5.0%\n4.6%\n4.8%\n4.7%\n5.0%\n11.5%\n11.5%\n12.3%\n13.5%\n14.0%\n137.9%\n132.3%\n126.9%\n123.1%\n122.8%\n\n** ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สินเชื่อคาร์ฟอร์แคชและสินเชื่อจำนำทะเบียนถูกจัดกลุ่มใหม่จากเดิมที่อยู่ภายใต้กลุ่มสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วน\nบุคคล และอื่น ๆ ย้ายไปอยู่ภายใต้กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจำนำทะเบียน โดยตัวเลขสินเชื่อในไตรมาส 2/2568 ถึงไตรมาส 2/2569 ได้รับ\nการปรับให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว\n\nหน้า 28 ของ 34\n\n| 1,687,170 35,735 | |\n| --- | --- |\n| 189,023 | 21,078 |\n| 73,741 35,783 | |\n| 520 | - |\n| 1,950,454 92,596 | |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 28,
"tags": [
"สินเชื่อ",
"คุณภาพ",
"เครดิต",
"อัตราส่วน",
"ทะเบียน",
"ดอกเบี้ย",
"งบการเงิน",
"เพิ่มขึ้น",
"นัยสำคัญ",
"ความเสี่ยง"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 4,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_92a27f0c768f4fa495b537637ca5f146",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\n ภายใต้แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ระมัดระวังและรัดกุม ในไตรมาส 2/2569 ธนาคารได้ขายสินเชื่อด้อย\nคุณภาพจำนวน 3,653 ล้านบาท ส่งผลให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ลดลงมาอยู่ที่ 68,552\nล้านบาท คิดเป็นการลดลงจำนวน 4,848 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.6 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และจำนวน\n5,161 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.0 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อ\nรวมปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 3.08 เทียบกับร้อยละ 3.34 ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 3.26 ณ สิ้นเดือน\nธันวาคม 2568\n ทั้งนี้เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตที่อาจเกิดขึ้น จากปัจจัยความไม่แน่นอนภายในและภายนอกประเทศ\nธนาคารยังคงมีการตั้งสำรองเพิ่มตามดุลยพินิจของฝ่ายจัดการ (Management Overlays) ภายใต้นโยบายการ\nบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบระมัดระวัง ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 137.9 ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จากร้อยละ 132.3 ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 126.9 ณ\nสิ้นเดือนธันวาคม 2568\nหนี้สินและส่วนของเจ้าของ\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nหนี้สิน\nเงินรับฝาก\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\nหนี้สินอนุพันธ์ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม\nหนี้สินอื่น\nส่วนของเจ้าของที่เป็นของธนาคาร\nส่วนของเจ้าของ\nราคาตามบัญชีต่อหุ้น (บาท)\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n2,144,636\n2,157,128\n(0.6)\n2,207,066\n(2.8)\n1,686,059\n1,703,555\n(1.0)\n1,735,328\n(2.8)\n246,931\n231,846\n6.5\n229,721\n7.5\n29,397\n30,854\n(4.7)\n26,266\n11.9\n102,148\n103,731\n(1.5)\n118,649\n(13.9)\n80,101\n87,142\n(8.1)\n97,102\n(17.5)\n424,539\n423,381\n0.3\n414,762\n2.4\n449,899\n449,79 7\n0 . 0\n4 4 0,0 9 1\n2.2\n61.16\n61.15\n59.83\n ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,144,636 ล้านบาท ลดลงจำนวน 12,492 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.6\nจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 การลดลงดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝาก สะท้อนการบริหาร\nโครงสร้างหนี้สินและต้นทุนทางการเงินเชิงรุก โดยมีรายการที่สำคัญดังนี้\no เงินรับฝากลดลงจำนวน 17,496 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.0 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝาก\nประจำที่มีต้นทุนสูง โดยเฉพาะเงินรับฝากประจำระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีและเงินรับฝากจ่ายคืนเมื่อทวงถาม\nทั้งนี้สุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากออมทรัพย์ส่งผลให้โครงสร้างต้นทุนทางการเงินปรับตัวดีขึ้น\n\nหน้า 29 ของ 34\n\n| ้ ห น ี สินและส่วนของเจ้าของ | | | | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | 30 มิ.ย. 69 | 31 มี.ค. 69 | %QoQ | 31 ธ.ค. 68 | %YTD |\n| หนี สิน ้ | 2,144,636 | 2,157,128 | (0.6) | 2,207,066 | (2.8) |\n| เงินรับฝาก | 1,686,059 | 1,703,555 | (1.0) | 1,735,328 | (2.8) |\n| รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน | 246,931 | 231,846 | 6.5 | 229,721 | 7.5 |\n| หนี สินอนุพันธ์ ้ | 29,397 | 30,854 | (4.7) | 26,266 | 11.9 |\n| ตราสารหนี ที ้ ออกและเงินกู ่ ยืม ้ | 102,148 | 103,731 | (1.5) | 118,649 | (13.9) |\n| หนี สินอื ้ น ่ | 80,101 | 87,142 | (8.1) | 97,102 | (17.5) |\n| ส่วนของเจ้าของที เป็ นของธนาคาร ่ | 424,539 | 423,381 | 0.3 | 414,762 | 2.4 |\n| ส่วนของเจ้าของ | 449,899 | 449,797 | 0.0 | 440,091 | 2.2 |\n| ราคาตามบัญชีต่อหุ ้น (บาท) | 61.16 | 61.15 | | 59.83 | |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 29,
"tags": [
"ร้อยละ",
"สิ้นเดือน",
"รับฝาก",
"ธนาคาร",
"หนี้สิน",
"เจ้าของ",
"สินเชื่อ",
"คุณภาพ",
"มีนาคม",
"ความเสี่ยง"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 16,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_c31218dbf1a6499aac941a466dcdcee4",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\no หนี้สินอื่นลดลงจำนวน 7,041 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.1 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของหลักประกันที่รับมา จากคู่สัญญา\no ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมลดลงจำนวน 1,583 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.5 ส่วนใหญ่มาจากหุ้นกู้ระยะ ยาวที่ครบกำหนดซึ่งของออกโดยบริษัทย่อย\no ขณะที่รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 15,085 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.5 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรจำนวน 14,353 ล้านบาท และเงินรับฝากจาก สถาบันการเงินจำนวน 1,506 ล้านบาท\n เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 หนี้สินรวมลดลงจำนวน 62,430 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.8 โดยมีรายการที่สำคัญดังนี้ o เงินรับฝากลดลงจำนวน 49,269 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.8 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับ ฝากประจำที่มีต้นทุนสูง โดยเฉพาะเงินรับฝากประจำระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีสุทธิบางส่วนด้วยการ เพิ่มขึ้นของเงินรับฝากจ่ายคืนเมื่อทวงถามและเงินรับฝากออมทรัพย์ o ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมลดลงจำนวน 16,501 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.9 ส่วนใหญ่มาจากการ ครบกำหนดของหุ้นกู้ระยะยาว\no หนี้สินอื่นลดลงจำนวน 17,001 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.5 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของหลักประกันที่รับมาจากคู่สัญญา o ขณะที่รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 17,210 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.5 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรจำนวน 23,721 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นดังกล่าว สุทธิบางส่วนด้วยการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินจำนวน 4,104 ล้านบาทและเงินรับฝากจาก สถาบันการเงินจำนวน 2,407 ล้านบาท\n ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ส่วนของเจ้าของที่เป็นของธนาคารอยู่ที่ 424,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 9,777 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.4 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในส่วนของ ผู้ถือหุ้นที่เป็นของธนาคารจำนวน 16,912 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยสุทธิบางส่วนด้วยเงินปัน ผลจ่ายจำนวน 6,620 ล้านบาท มูลค่าสุทธิต่อหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 61.16 บาท จาก 59.83 บาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของกำไรสะสมอย่างต่อเนื่อง และ ระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง\nหน้า 30 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 30,
"tags": [
"ร้อยละ",
"เพิ่มขึ้น",
"รับฝาก",
"ธนาคาร",
"หนี้สิน",
"กู้ยืม",
"รายการ",
"ปัจจัยหลัก",
"สถาบันการเงิน",
"สิ้นเดือน"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 19,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_eeed1d4af154485db49715ee506a1bb0",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nโครงสร้างเงินทุน\nเงินรับฝาก\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nจ่ายคืนเมื่อทวงถาม\nออมทรัพย์ประจำ\nไม่ถึงหกเดือน\n6 เดือน ไม่ถึงหนึ่งปีหนึ่งปีและหนึ่งปีขึ้นไป\nบัตรเงินฝาก\nรวมเงินรับฝาก\nสัดส่วนเงินรับฝากต้นทุนตํ่า\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n56,399\n56,545\n(0.3)\n55,846\n1.0\n977,950\n974,925\n0.3\n953,390\n2.6\n650,827\n671,797\n(3.1)\n725,562\n(10.3)\n246,337\n255,184\n(3.5)\n303,766\n(18.9)\n3,638\n4,500\n(19.2)\n6,687\n(45.6)\n400,852\n412,113\n(2.7)\n415,109\n(3.4)\n883\n288\n206.6\n530\n66.6\n1,686,059\n1,703,555\n(1.0)\n1,735,328\n(2.8)\n61.3%\n60.6%\n58.2%\n ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินรับฝากรวมอยู่ที่ 1,686,059 ล้านบาท ลดลงจำนวน 17,496 ล้านบาท หรือ\nร้อยละ 1.0 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจำจำนวน\n20,970 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.1 และเงินรับฝากจ่ายคืนเมื่อทวงถามจำนวน 146 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.3\nสุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากออมทรัพย์จำนวน 3,025 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.3 สะท้อน\nกลยุทธ์การบริหารจัดการงบดุล สภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเชิงรุกเพื่อลดต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ\n เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 เงินรับฝากรวมลดลงจำนวน 49,269 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.8 ส่วน\nใหญ่เป็นผลจากการลดลงของเงินรับฝากประจำจำนวน 74,735 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.3 สุทธิบางส่วน\nด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากออมทรัพย์จำนวน 24,560 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.6 และเงินรับฝากจ่ายคืน\nเมื่อทวงถามจำนวน 553 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.0 สะท้อนแนวทางการบริหารจัดการงบดุลและสภาพคล่อง\nเชิงรุกที่ต่อเนื่อง\n จากกลยุทธ์ที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้สัดส่วนเงินรับฝากออมทรัพย์และจ่ายคืนเมื่อทวงถามต่อเงินรับฝาก\nทั้งหมด (CASA) เพิ่มมาอยู่ที่ร้อยละ 61.3 ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จากร้อยละ 60.6 ณ สิ้นเดือนมีนาคม\n2569 และร้อยละ 58.2 ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งสัดส่วน CASA ที่เพิ่มขึ้นช่วยสนับสนุนให้ต้นทุน\nทางการเงินลดลงและเสริมสร้างความสามารถในการรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิภายใต้วัฏจักร\nดอกเบี้ยขาลงและการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว\n\nหน้า 31 ของ 34\n\n| ครงสร้างเงินทุน | | | | | |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| เงินรับฝาก | | | | | |\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | 30 มิ.ย. 69 | 31 มี.ค. 69 | %QoQ | 31 ธ.ค. 68 | %YTD |\n| จ่ายคืนเมื ่อทวงถาม | 56,399 | 56,545 | (0.3) | 55,846 | 1.0 |\n| ออมทรัพย์ | 977,950 | 974,925 | 0.3 | 953,390 | 2.6 |\n| ประจํา | 650,827 | 671,797 | (3.1) | 725,562 | (10.3) |\n| ไม่ถึงหกเดือน | 246,337 | 255,184 | (3.5) | 303,766 | (18.9) |\n| 6 เดือน ไม่ถึงหนึ งปี ่ | 3,638 | 4,500 | (19.2) | 6,687 | (45.6) |\n| หนึ งปีและหนึ ่ งปีขึ ่ นไป ้ | 400,852 | 412,113 | (2.7) | 415,109 | (3.4) |\n| บัตรเงินฝาก | 883 | 288 | 206.6 | 530 | 66.6 |\n| รวมเงินรับฝาก | 1,686,059 | 1,703,555 | (1.0) | 1,735,328 | (2.8) |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 31,
"tags": [
"รับฝาก",
"ร้อยละ",
"จ่ายคืน",
"ทวงถาม",
"ออมทรัพย์",
"ต้นทุน",
"สิ้นเดือน",
"สัดส่วน",
"เพิ่มขึ้น",
"ทางการเงิน"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 15,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_d1affc1d6c164d0191610019ad0c5a52",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nเงินกู้ยืม\n\n| งบการเงินรวม (ล้านบาท) | 30 มิ .ย. 69 | 31 มี .ค. 69 | %QoQ | 31 ธ.ค. 68 | %YTD |\n| --- | --- | --- | --- | --- | --- |\n| หุ้นกู้ | 49,089 | 50,685 | (3.1) | 65,342 | (24.9) |\n| หุ้นกู้ด้อยสิทธิ | 52,257 | 52,254 | 0.0 | 52,244 | 0.0 |\n| อื่น ๆ | 802 | 792 | 1.3 | 1,063 | (24.6) |\n| รวมเงินกู้ยืม | 102,148 | 103,731 | (1.5) | 118,649 | (13.9) |\n\n ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินกู้ยืมรวมอยู่ที่ 102,148 ล้านบาท ลดลงจำนวน 1,583 ล้านบาท หรือร้อยละ\n1.5 จากไตรมาสก่อนหน้า การลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากการครบกำหนดชำระของหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัท\nย่อยของธนาคาร สอดคล้องกับกลยุทธ์การบริหารจัดการโครงสร้างต้นทุนและสภาพคล่องเชิงรุกที่ต่อเนื่อง\n เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 เงินกู้ยืมรวมลดลงจำนวน 16,501 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.9 โดย\nมีปัจจัยหลักมาจากหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระของธนาคารและบริษัทย่อย ดังนี้\no หุ้นกู้ที่ครบกำหนดของธนาคาร จำนวน 8,000 ล้านบาท\no หุ้นกู้ที่ครบกำหนดของบริษัทย่อย จำนวน 11,800 ล้านบาท\nทั้งนี้การลดลงข้างต้น ถูกสุทธิบางส่วนด้วยการออกหุ้นกู้ของ TIDLOR จำนวน 3,270 ล้านบาท ในช่วงเวลา\nดังกล่าว\nการดำรงสภาพคล่อง\nงบการเงินรวม\nอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝาก\nอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากและหุ้นกู้\n30 มิ .ย. 68\n30 ก.ย. 68\n31 ธ.ค. 68\n31 มี .ค. 69\n30 มิ .ย. 69\n113%\n104%\n112%\n111%\n115%\n109%\n101%\n107%\n112%\n109%\n อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 115 ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เทียบกับร้อยละ 112 ณ\nสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 111 ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568\n ขณะที่อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากและหุ้นกู้อยู่ที่ร้อยละ 112 ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เทียบกับร้อยละ\n109 ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 107 ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2569\n\nหน้า 32 ของ 34",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 32,
"tags": [
"หุ้นกู้",
"ร้อยละ",
"สิ้นเดือน",
"กู้ยืม",
"ครบกำหนด",
"อัตราส่วน",
"สินเชื่อ",
"รับฝาก",
"มิถุนายน",
"บริษัท"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 9,
"layout_tables": 1
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_b9e8b75a86f04ec3aac85574f389e634",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nภาระผูกพัน\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nการรับอาวัลตั๋วเงินและการคํ้าประกันการกู้ยืมเงิน\nภาระตามตั๋วแลกเงินค่าสินค้าเข้าที่ยังไม่ครบกำหนด\nเล็ตเตอร์ออฟเครดิต\nภาระผูกพันอื่น\nรวมภาระผูกพันทั้งสิ้น\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n6,169\n4,420\n39.6\n4,286\n43.9\n2,701\n2,531\n6.7\n3,118\n(13.4)\n5,292\n8,362\n(36.7)\n6,572\n(19.5)\n148,340\n1 5 6,0 5 3\n(4 . 9 )\n1 3 8,3 4 1\n7 .2\n162,502\n171,366\n(5.2)\n152,317\n6.7\n ภาระผูกพันของกรุงศรีกรุ๊ป ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีจำนวน 162,502 ล้านบาท ลดลงจำนวน 8,864 ล้านบาท\nหรือร้อยละ 5.2 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้เล็ตเตอร์ออฟเครดิต และภาระในการส่งคืนหลักทรัพย์สุทธิด้วยการเพิ่มขึ้นของการรับอาวัลตั๋วเงินและการคํ้า\nประกันการกู้ยืมเงิน\n5\n เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ภาระผูกพันเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 หรือจำนวน 10,185 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจาก\nการเพิ่มขึ้นของภาระในการส่งคืนหลักทรัพย์และการรับอาวัลตั๋วเงินและการคํ้าประกันการกู้ยืมเงิน สุทธิด้วยการ\nลดลงของเล็ตเตอร์ออฟเครดิต\nเงินกองทุนตามกฎหมาย\n ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินกองทุนของธนาคารอยู่ที่ 332,600 ล้านบาท หรือเทียบเท่าร้อยละ 20.20\nของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Common Equity Tier 1) และเงินกองทุน\nชั้นที่ 1 ร้อยละ 15.95 และเงินกองทุนชั้นที่ 2 ร้อยละ 4.25\n ทั้งนี้ระดับเงินกองทุนในปัจจุบันอยู่ในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นตํ่าที่กฎหมายกำหนด รวมเงินกองทุนส่วนเพิ่ม\nเพื่อรองรับผลขาดทุนในภาวะวิกฤต (Capital Conservation Buffer) และดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับความ\nเสียหาย (Higher Loss Absorbency) สำหรับสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB)\nงบการเงินเฉพาะธนาคาร\n30 มิ .ย. 69\nเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ\nเงินกองทุนชั้นที่ 1\nเงินกองทุนชั้นที่ 2\nเงินกองทุนรวม\nเงินกองทุน\nอัตราส่วนเงินกองทุน\n(ล้านบาท)\nต่อสินทรัพย์เสี่ยง\n31 มี .ค. 69\n31 ธ.ค. 68\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n31 ธ.ค. 68\n262,679\n266,313\n266,946\n15.95%\n16.37%\n16.41%\n5\n262,679\n266,313\n266,946\n15.95%\n16.37%\n16.41%\n69,921\n69,703\n69,653\n4.25%\n4.28%\n4.28%\n332,600\n336,016\n336,599\n20. 20%\n20. 65%\n20. 6 9%\n\nหน้า 33 ของ 34\n\n| 262,679 | 2 66,313 2 66,946 2 66,313 2 66,946 6 9,703 6 9,653 | 15.95% |\n| --- | --- | --- |\n| 262,679 | | 15.95% |\n| 69,921 | | 4.25% |\n| 332,600 | 3 36,016 3 36,599 | 20.20% |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 33,
"tags": [
"กองทุน",
"ร้อยละ",
"ภาระผูกพัน",
"ตั๋วเงิน",
"ประกัน",
"กู้ยืม",
"เล็ตเตอร์",
"เครดิต",
"เพิ่มขึ้น",
"งบการเงิน"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 2,
"layout_bands": 12,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber"
}
},
{
"id": "BAY_2569_2_financial_explanation_672068d5deac4f3e9b13fee98be8c3e5",
"content": "คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน\nอันดับความน่าเชื่อถือ\nอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคาร ซึ่งจัดโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อันได้แก่มูดี้ส์เรทติ้ง, สแตนดาร์ด แอนด์พัวร์, ฟิทช์เรทติ้งส์, และทริสเรทติ้ง ปรากฎตามตาราง\nมูดี้ส์เรทติ้ง\nอันดับความน่าเชื่อถือเงินฝาก - ระยะยาว\nอันดับความน่าเชื่อถือเงินฝาก - ระยะสั้น\nฐานอันดับความน่าเชื่อถือ (BCA)\nแนวโน้ม\nสแตนดาร์ด แอนด์พัวร์ระยะยาว\nระยะสั้น\nระยะยาว - หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิความแข็งแกร่งทางการเงิน (SACP)\nแนวโน้ม\nฟิทช์เรทติ้งส์อันดับความน่าเชื่อถือสากล\nระยะยาว\nระยะสั้น\nความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating)\nแนวโน้ม\nอันดับความน่าเชื่อถือภายในประเทศ\nระยะยาว\nระยะยาว - หุ้นกู้ระยะสั้น\nตราสารหนี้ด้อยสิทธิแนวโน้ม\nทริสเรทติ้ง\nอันดับเครดิตองค์กร\nอันดับเครดิตตราสารหนี้ - หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกัน\nความแข็งแกร่งทางการเงิน (SACP)\nแนวโน้ม\nA3\nP-2\nbaa2\nมีเสถียรภาพ\nBBB+\nA-2\nBBB+\nbb\nมีเสถียรภาพ\n\nBBB+\nF1\nbbb\nมีเสถียรภาพ\nAAA (tha)\nAAA (tha)\nF1+(tha)\nAA (tha)\nมีเสถียรภาพ\nAAA\nAAA\naa\nมีเสถียรภาพ\n\nหน้า 34 ของ 34\n\n| อันดับความน่าเชื ่อถือของธนาคาร ซึ ่งจัดโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื | ่อถือ อันได้แก่ มูดี | ้ |\n| --- | --- | --- |\n| พัวร์, ฟิทช์ เรทติ งส์, และทริสเรทติ ้ ง ปรากฎตามตาราง ้ | | |\n| ้ ้ ม ส์ เรทติ ง ูดี | | |\n| อันดับความน่าเชื ่อถือเงินฝาก - ระยะยาว | A3 | |\n| อันดับความน่าเชื ่อถือเงินฝาก - ระยะสั น ้ | P-2 | |\n| ฐานอันดับความน่าเชื ่อถือ (BCA) | baa2 | |\n| แนวโน้ม | มีเสถียรภาพ | |\n| สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ | | |\n| ระยะยาว | BBB+ | |\n| ระยะสั น ้ | A-2 | |\n| ระยะยาว - หุ นกู ้ ไม่ด้อยสิทธิ ้ | BBB+ | |\n| ความแข็งแกร่งทางการเงิน (SACP) | bb | |\n| แนวโน้ม | มีเสถียรภาพ | |\n| ้ ฟ ิ ทช์ เรทติ งส์ | | |\n| อันดับความน่าเชื ่อถือสากล | | |\n| ระยะยาว | BBB+ | |\n| ระยะสั น ้ | F1 | |\n| ความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating) | bbb | |\n| แนวโน้ม | มีเสถียรภาพ | |\n| อันดับความน่าเชื ่อถือภายในประเทศ | | |\n| ระยะยาว | AAA (tha) | |\n| ระยะยาว - หุ นกู ้ ้ | AAA (tha) | |\n| ระยะสั น ้ | F1+(tha) | |\n| ตราสารหนี ด้อยสิทธิ ้ | AA (tha) | |\n| แนวโน้ม | มีเสถียรภาพ | |\n| ้ ทริสเรทติ ง | | |\n| อันดับเครดิตองค์กร | AAA | |\n| อันดับเครดิตตราสารหนี - หุ ้ นกู ้ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ้ | AAA | |\n| ความแข็งแกร่งทางการเงิน (SACP) | aa | |\n| แนวโน้ม | มีเสถียรภาพ | |",
"metadata": {
"company": "BAY",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 34,
"tags": [
"อันดับ",
"ระยะยาว",
"แนวโน้ม",
"เสถียรภาพ",
"ความน่าเชื่อถือ",
"แข็งแกร่ง",
"ทางการเงิน",
"เงินฝาก",
"ระยะสั้น",
"(SACP)"
],
"layout_method": "column_aware+camelot",
"layout_columns": 3,
"layout_bands": 3,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "camelot"
}
}
]
}
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAY ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
42,476.86
ล้านบาท
↑ 14.9% YoY
กำไรขั้นต้น
129,786.91
ล้านบาท
↑ 12.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
305.55
%
กำไรสุทธิ
7,126.70
ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.78
%
D/E Ratio
5.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
42,477
↑ + 14.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
129,787
↑ + 12.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,127
↑ + 13.6%
YoY
D/E Ratio
5.32
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.32
ROE (%)
7.87
ROA (%)
3.04
Book Value/หุ้น
57.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+28,687
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12,904
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท