BAY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BAY
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
41.00
+0.50 (+1.23%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักคือกําไรพิเศษจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นใน บริษัท เงินติดล้อ จํากัด (มหาชน) (เงินติดล้อ) ในไตรมาสที่ 2 / 2564 หากไม่รวมรายการพิเศษ กําไรสุทธิจากการดําเนินธุรกิจปกติอยู่ที่จํานวน 25,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 หรือจํานวน 2,569 ล้านบาท จากปี 2563 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญจํานวน 12,243 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.5 จากปี 2563 โดย มีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกําไรจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นเงินติดล้อ หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวแล้ว รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากการดําเนินธุรกิจปกติ เพิ่มขึ้นจํานวน 1,517 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.6 จากปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินเชื่อที่ตัดจําหน่ายแล้วและกําไรจากการจําหน่าย ทรัพย์สินรอการขาย บริษัทรับซื้อและรับโอนส่วนของทุน (Charter Capital) ร้อยละ 100 ของบริษัท SHBank Finance Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อย ในประเทศเวียดนาม จาก ธนาคาร Saigon-Hanoi Commercial Joint Stock Bank โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมของธุรกรรมสูงสุดเป็น จํานวนเงินประมาณ 3,590.3 พันล้านดองเวียดนาม หรือคิดเป็นจํานวนเงินประมาณ 5,184.4 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่อาเซียน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
{ "documents": [ { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_cba31b6612b54ef4a879e67c9fbfbe80", "content": "คําอธิบายและการวิเคราะหผลการดําเนินงาน (MD&A)\n\nสําหรับไตรมาสและงวดหกเดือนสิ้นสุด\n\nวันที่ 30 มิถุนายน 2569\n\nสายงานองค์กรสัมพันธ์อีเมล: irgroup@krungsri.com\nโทรศัพท์: +66 2 296-2991", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 1, "tags": [ "อธิบาย", "เคราะหผ", "(MD&A)", "ไตรมาส", "สิ้นสุด", "วันที่", "มิถุนายน", "สายงาน", "องค์กร", "สัมพันธ์" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_d83e09dccfb74192978d84f9925a0e63", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 2 ของ 34\n\nบทสรุปผู้บริหาร \n\nเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ท่ามกลางความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและ\nภายในประเทศ โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ส่งผลให้ราคา\nพลังงานปรับตัวสูงขึ้นและเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตซึ่งกระทบต่อกําลังซื้อของภาคครัวเรือนการบริโภคภาคเอกชน และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอย่างไรก็ดีภาคการส่งออกยังเติบโตได้ค่อนข้างดี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยี AI และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของวัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นอกจากนี้ อุปสงค์ภายในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่สองจากมาตรการกระตุ้น\nเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังคงเติบโตจากแรงขับเคลื่อนของสิทธิประโยชน์\nเพื่อส่งเสริมและอํานวยความสะดวกในการลงทุนของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการ\nThailand FastPass\n\nกรุงศรีกรุ๊ป (ธนาคาร และบริษัทในเครือ) สามารถสร้างผลการดําเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569\nท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในปี 2569 ประกอบด้วยการเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพที่มุ่งเน้นเป้าหมายเฉพาะกลุ่มการบริหารงบดุลอย่างมีประสิทธิภาพการบริหารค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด และ\nการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบระมัดระวัง สะท้อนการเติบโตของธุรกิจในประเทศที่ได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลักสนองรับการลงทุนอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูงรวมถึง\nโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในขณะเดียวกันสินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ดีซึ่งช่วยตอกยํ้า\nความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคของกรุงศรีกรุ๊ป และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลการดําเนินงาน\nโดยรวมของธนาคาร\n\nในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 กรุงศรีมีกําไรสุทธิจํานวน 16,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 หรือจํานวน 1,083 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยความสามารถในการทํากําไรที่ปรับตัวดีขึ้นสะท้อนการเติบโตอย่าง\nแข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียม\nและบริการสุทธิรวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานอย่างมีประสิทธิผล\n\nเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กําไรสุทธิอยู่ที่จํานวน 8,294 ล้านบาทลดลงจํานวน 324 ล้านบาทหรือร้อยละ 3.8 อนึ่งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินเชิงรุกและสินเชื่อที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง\nโดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนที่ให้ผลตอบแทนสูง แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Margin) จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลายครั้งขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลงจากการลดลงของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุนหนี้สูญรับคืนซึ่งส่วนใหญ่จากฐานที่สูงของการบันทึกรายได้จากโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ในไตรมาส 1/2569 และ\nกําไรจากเงินลงทุน โดยสุทธิบางส่วนจากการปรับตัวดีขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 2, "tags": [ "เติบโต", "สินเชื่อ", "การบริหาร", "ธุรกิจ", "การลงทุน", "แข็งแกร่ง", "ภูมิภาค", "จํานวน", "ขยายตัว", "ปรับตัว" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_e87d73deaad544e79ae815cd6cbdbd62", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 3 ของ 34\n\nเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ค่อนข้างทรงตัว สะท้อนการเติบโตที่\nแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นผลมาจากพอร์ตสินเชื่อที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงภายหลังการรวมงบการเงินของ\nTIDLOR รวมทั้งการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่ออาเซียนกอปรกับการบริหารต้นทุนทางการเงินโดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย\nเงินรับฝากอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตอย่างน่าพอใจจากรายได้ค่าธรรมเนียมและ\nบริการสุทธิของธุรกิจในประเทศและภูมิภาคอาเซียนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องรวมทั้งกําไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามการปรับตัวที่ดีขึ้นดังกล่าวสุทธิบางส่วนด้วยผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานที่เพิ่มขึ้น\n\nเงินให้สินเชื่อรวมณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่จํานวน 1,936,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 8,041 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.4 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 อนึ่งหากไม่รวมผลกระทบจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home\nCredit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) [1] เงินให้สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นจํานวน\n15,360 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.8 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568\n\nภายใต้ยุทธศาสตร์การเติบโตของธนาคารในปี 2569 สินเชื่อสําหรับครึ่งปีแรกขยายตัวต่อเนื่องจากพอร์ตในประเทศและ\nอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้าอาเซียนซึ่งเติบโตร้อยละ 6.0 และร้อยละ 5.1 เทียบกับสิ้น\nเดือนธันวาคม 2568 ตามลําดับ\n\nจากกลยุทธ์การบริหารสภาพคล่องและปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินเชิงรุก เงินรับฝากรวมอยู่ที่ 1,686,059\nล้านบาทลดลง 49,269 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.8 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 การลดลงดังกล่าวสะท้อนการบริหารจัดการเงินรับฝากประจําที่มีต้นทุนสูงเชิงรุกของกรุงศรีขณะที่เงินรับฝากประเภทออมทรัพย์และจ่ายคืนเมื่อทวงถาม (CASA) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและลดต้นทุนทางการเงิน\n\n___________________________________________________________\n\n[1] การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม \nตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกํากับดูแล OJK (Otoritas Jasa Keuangan) ภายใต้ระเบียบว่าด้วยบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (Financial Conglomeration\nHolding Companies) ประกาศในปี 2567 กรุงศรีมีการปรับโครงสร้างการลงทุนในบริษัท PT Home Credit Indonesia (HCID) ส่งผลให้สถานะทางบัญชีเปลี่ยนจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม โดยมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ซึ่งส่งผลให้งบการเงินของ HCID จะถูกรับรู้ตามวิธีส่วนได้เสีย (equity method) แทนการรวมงบการเงิน\n(full consolidation) การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการปฎิบัติตามเกณฑ์ของทางการและการรับรู้ทางบัญชีเท่านั้น โดยไม่มีผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสิทธิออกเสียงหรือมูลค่าของเงินลงทุนใน HCID", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 3, "tags": [ "บริษัท", "เติบโต", "สินเชื่อ", "ร้อยละ", "อาเซียน", "ต้นทุน", "ทางการเงิน", "รับฝาก", "เงินลงทุน", "เพิ่มขึ้น" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_91a05519e5f14d73bf5a56addf3d9e65", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 4 ของ 34\n\nภายใต้แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ระมัดระวังและรัดกุม ในไตรมาส 2/2569 ธนาคารได้ขายสินเชื่อด้อยคุณภาพจํานวน 3,653 ล้านบาทส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวดีขึ้นที่ร้อยละ 3.08 จากร้อยละ 3.26\nณสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ขณะที่ อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวมลดลงมาอยู่ที่\n235 เบสิสพอยท์จาก 240 เบสิสพอยท์ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนคุณภาพของพอร์ตสินทรัพย์ในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับความเสี่ยงจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศธนาคารยังคงมีการตั้งสํารอง\nเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของฝ่ายจัดการ (Management Overlays) ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนเงินสํารองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ร้อยละ 137.9 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 126.9 ณสิ้นเดือนธันวาคม 2568\n\nอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ร้อยละ 20.20 เทียบกับร้อยละ 20.69\nณสิ้นเดือนธันวาคม 2568 สะท้อนความสามารถในการทํากําไรที่ต่อเนื่อง และการบริหารจัดการเงินกองทุนที่รอบคอบระมัดระวัง เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการบริหารจัดการงบการเงินที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในอนาคต", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 4, "tags": [ "ร้อยละ", "สินเชื่อ", "คุณภาพ", "อัตราส่วน", "การบริหาร", "ธนาคาร", "ปรับตัว", "ดีขึ้น", "สิ้นเดือน", "ธันวาคม" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_b96266c6080f4951836eb9033a167282", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 5 ของ 34\n\nสรุปข้อมูลสําคัญทางการเงินของกรุงศรี\n\nผลการดําเนินงาน\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nไตรมาส\n2/2569\n\nไตรมาส\n1/2569\n\n%QoQ\nไตรมาส\n2/2568\n\n%YoY\n\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ\n28,756\n28,831\n(0.3)\n25,926\n10.9\n\nรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\n13,387\n14,024\n(4.5)\n11,899\n12.5\n\nรายได้จากการดําเนินงาน\n42,143\n42,855\n(1.7)\n37,825\n11.4\n\nค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน\n19,341\n19,373\n(0.2)\n16,553\n16.8\n\nกําไรจากการดําเนินงาน\n22,802\n23,482\n(2.9)\n21,272\n7.2\n\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\n11,360\n11,472\n(1.0)\n10,290\n10.4\n\nก ํ าไรสุทธิ *\n8,294\n8,618\n(3.8)\n8,295\n(0.0)\n\nก ํ าไรต่อหุ้ น (บาท)\n1.13\n1.17\n(3.4)\n1.13\n0.0\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nงวดครึ่งปี\n1/2569\n\nงวดครึ่งปี\n1/2568\n\n%YoY\n\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ\n57,586\n51,160\n12.6\n\nรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\n27,411\n23,744\n15.4\n\nรายได้จากการดําเนินงาน\n84,997\n74,904\n13.5\n\nค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน\n38,714\n33,494\n15.6\n\nกําไรจากการดําเนินงาน\n46,284\n41,410\n11.8\n\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\n22,832\n20,278\n12.6\n\nก ํ าไรสุทธิ *\n16,912\n15,829\n6.8\n\nก ํ าไรต่อหุ้ น (บาท)\n2.30\n2.15\n7.0\n\n\n* ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของธนาคาร", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 5, "tags": [ "รายได้", "ดอกเบี้ย", "ไตรมาส", "งบการเงิน", "ค่าใช้จ่าย", "ขาดทุน", "เครดิต", "เกิดขึ้น", "อธิบาย", "เคราะห์" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_9ad640acfe2746f4a55acc6f8c351157", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 6 ของ 34\n\nอัตราส่วนทางการเงินที่สําคัญ\n\nงบการเงินรวม\nไตรมาส\n2/ 2569\n\nไตรมาส\n1/ 2569\n\nไตรมาส\n2/ 2568\n\nงวดครึ่งปี\n1/ 2569\n\nงวดครึ่งปี\n1/ 2568\n\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ\n4.65%\n4.61%\n4.19%\n4.60%\n4.14%\n\nอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้\n45.9%\n45.2%\n43.8%\n45.5%\n44.7%\n\nการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ\n1.6%\n-1.2%\n-1.6%\n0.4%\n-1.6%\n\nการเติบโตของเงินรับฝาก\n-1.0%\n-1.8%\n-2.0%\n-2.8%\n-1.1%\n\nอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น\n7.83%\n8.23%\n8.27%\n8.06%\n7.97%\n\nอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม\n1.28%\n1.31%\n1.27%\n1.29%\n1.21%\n\nอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝาก\n115%\n112%\n104%\n115%\n104%\n\nอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากและหุ้นกู้\n112%\n109%\n101%\n112%\n101%\n\nอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ\n3.08%\n3.34%\n3.39%\n3.08%\n3.39%\n\nสัดส่วนการตั้งสํารองต่อสินเชื่อรวม (bps)\n235\n240\n220\n236\n217\n\nอัตราส่วนเงินส ํ ารองต่อสินเชื่ อด้อยคุณภาพ\n137.9%\n132.3%\n122.8%\n137.9%\n122.8%\n\nฐานะการเงิน\n\nงบการเงินรวม (ล้านบ าท )\n30 มิ .ย. 69\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n\nเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้\n1,936,689\n1,928,648\n0.4\n\nสินทรัพย์รวม\n2,594,535\n2,647,157\n(2.0)\n\nเงินรับฝาก\n1,686,059\n1,735,328\n(2.8)\n\nหนี้สินรวม\n2,144,636\n2,207,066\n(2.8)\n\nส่วนของเจ้ าของที่ เป็นของธนาคาร\n424,539\n414,762\n2.4\n\nอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง\n\nงบการเงินเฉพาะธนาคาร\n30 มิ .ย. 69\n31 ธ.ค. 68\n30 มิ .ย. 68\n\nเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ\n15.95%\n16.41%\n15.36%\n\nอัตราส่วนเงินกองทุนรวมชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยง\n15.95%\n16.41%\n15.36%\n\nอัตราส่วนเงินกองทุนรวมชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยง\n4.25%\n4.28%\n4.21%\n\nอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์ เสี่ ยง\n20.20%\n20.69%\n19.57%", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 6, "tags": [ "อัตราส่วน", "สินเชื่อ", "สินทรัพย์", "รับฝาก", "งบการเงิน", "ไตรมาส", "กองทุน", "เสี่ยง", "เติบโต", "ผลตอบแทน" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_84fe167c8e3c4f5aa2d8e94ec6aca031", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 7 ของ 34\n\nอัตราส่วนทางการเงินที่สําคัญตามพื้นที่การดําเนินธุรกิจ\n\nในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวมในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวมในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวม\n\nการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ\n2.0%\n-4.9%**\n1.6%\n-1.4%\n2.5%\n-1.2%\n-1.6%\n-1.9%\n-1.6%\n\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ\n3.77%\n24.65%\n4.65%\n3.80%\n22.90%\n4.61%\n3.41%\n21.47%\n4.19%\n\nอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้\n46.9%\n41.9%\n45.9%\n45.7%\n43.1%\n45.2%\n43.4%\n45.2%\n43.8%\n\nอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ\n2.70%\n11.52%\n3.08%\n2.96%\n11.47%\n3.34%\n2.90%\n14.04%\n3.39%\n\nสัดส่วนการตั้งสํารองต่อสินเชื่อรวม (bps)\n\n150\n1,883\n235\n165\n1,611\n240\n153\n1,426\n220\n\nอัตราส่วนเงินสํารองต่ อสินเชื่ อด้อยคุณภาพ\n\n142.8%\n111.9%\n137.9%\n136.8%\n107.8%\n132.3%\n129.0%\n94.4%\n122.8%\n\nไตรมาส 2/2569\nไตรมาส 1/2569\nไตรมาส 2/2568\n\nในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวมในประเทศอาเซียน* งบการเงินรวม\n\nการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ\n0.6%\n-2.5%**\n0.4%\n-1.4%\n-3.8%\n-1.6%\n\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ\n3.76%\n24.07%\n4.60%\n3.35%\n21.50%\n4.14%\n\nอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้\n46.3%\n42.5%\n45.5%\n44.4%\n45.8%\n44.7%\n\nอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ\n2.70%\n11.52%\n3.08%\n2.90%\n14.04%\n3.39%\n\nสัดส่วนการตั้งสํารองต่อสินเชื่อรวม (bps)\n\n156\n1,788\n236\n153\n1,376\n217\n\nอัตราส่วนเงินสํารองต่ อสินเชื่ อด้อยคุณภาพ\n\n142.8%\n111.9%\n137.9%\n129.0%\n94.4%\n122.8%\n\nงวดครึ่ งปี 1/2569\nงวดครึ่ งปี 1/2568\n\n* อาเซียนรวมถึง Hattha Bank Plc. (ประเทศกัมพูชา), Hattha Services Company Limited (ประเทศกัมพูชา), บริษัทกรุงศรีบริการเช่าสินเชื่อจํากัด\n(สปป.ลาว), สถาบันการเงินจุลภาคที่ไม่รับเงินฝากกรุงศรีจํากัด (สปป. ลาว), SHBank Finance Company Limited (ประเทศเวียดนาม), Home Credit ในประเทศฟิลิปปินส์, SB Finance, Inc. ในประเทศฟิลิปปินส์ และ Home Credit ในประเทศอินโดนีเซีย\n\n** อัตราการเติบโตของสินเชื่ออาเซียนในไตรมาส 2/2569 และช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เป็นการรายงานที่สะท้อนการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit\nIndonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าวสินเชื่ออาเซียนเติบโตร้อยละ 2.5 ในไตรมาส 2/2569 และร้อยละ\n5.1 ในครึ่งแรกของปี 2569 ตามลําดับ", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 7, "tags": [ "สินเชื่อ", "ในประเทศ", "อาเซียน", "อัตราส่วน", "งบการเงิน", "ไตรมาส", "เติบโต", "คุณภาพ", "ประเทศ", "บริษัท" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_935b495df93449199c648da45c65daa6", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 8 ของ 34\n\nพัฒนาการที่สําคัญในไตรมาส 2/2569\n\nกรุงศรี:\n\nการดําเนินงานด้านธุรกิจและการเงิน:\n\n การเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของ CIMB Thai\n\nเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 กรุงศรีและบริษัทอยุธยา แคปปิตอลออโต้ลีสจํากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยด้านสินเชื่อยานยนต์ของธนาคาร ได้ประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายสินทรัพย์ (Asset Purchase Agreement)\nเพื่อเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัทซีไอเอ็มบี ไทยออโต้จํากัด และ บริษัท เวิลด์ลีสจํากัดซึ่งเป็นบริษัทย่อยของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทยจํากัด (มหาชน) ทั้งนี้ รายการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญา และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569 การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ความเป็นผู้นําของกรุงศรีด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ เพื่อส่งมอบคุณค่าเพิ่มต่อลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น\n\n การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม\n\n(Deconsolidation)\n\nตามหลักเกณฑ์ของ OJK (Otoritas Jasa Keuangan) ซึ่งเป็นหน่วยงานกํากับดูแลภาคการเงินของประเทศอินโดนีเซียภายใต้ระเบียบว่าด้วยบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (Financial Conglomeration Holding\nCompanies) ประกาศในปี 2567 กรุงศรีมีการปรับโครงสร้างการลงทุนในบริษัท PT Home Credit Indonesia\n(HCID) ส่งผลให้สถานะทางบัญชีเปลี่ยนจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม โดยงบการเงินของ PT Home Credit\nIndonesia (HCID) จะถูกรับรู้ตามวิธีส่วนได้เสีย (equity method) แทนการรวมงบการเงิน (full consolidation)\nในงบการเงินของกรุงศรี\n\nการจัดประเภททางบัญชีใหม่มีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 และจะสะท้อนในการรายงานงบการเงินของกรุงศรีนับตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไปทั้งนี้ การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการปฎิบัติตามเกณฑ์ของทางการ\nและการรับรู้ทางบัญชีเท่านั้น โดยไม่มีผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (economic\ninterest) สิทธิออกเสียงหรือมูลค่าของเงินลงทุนของกรุงศรีใน PT Home Credit Indonesia (HCID)\n\n กรุงศรีปรับอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากดังนี้\n\no อัตราดอกเบี้ยเงินรับฝาก:\n\n ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากประจํา 3 เดือนลงร้อยละ 0.05\n ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากประจํา 6 เดือนลงร้อยละ 0.10\n ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากประจํา 12 เดือนลงร้อยละ 0.10\n ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากประจํา 24 เดือนลงร้อยละ 0.15", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 8, "tags": [ "บริษัท", "กรุงศรี", "อัตราดอกเบี้ย", "รับฝาก", "สินเชื่อ", "Credit", "Indonesia", "(HCID)", "งบการเงิน", "ร้อยละ" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_c2f16f06cb4c472683653bce24c57655", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 9 ของ 34\n\nการดําเนินการในมิติด้านสิ่งแวดล้อมสังคม และธรรมาภิบาล ( ESG)\n\n การเงินเพื่อความยั่งยืน\n\nกรุงศรีประกาศวิสัยทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการทางธุรกิจของธนาคารภายในปี 2573 และจากการให้บริการทางการเงินทั้งหมดภายในปี 2593\nภายใต้วิสัยทัศน์นี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและ\n\nความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance: SSF) จํานวน 350,000 ล้านบาท [ 1 ] ภายในปี 2573 ทั้งนี้ ณวันที่\n30 มิถุนายน 2569 กรุงศรีได้ให้เงินสนับสนุนแก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนเพิ่มขึ้นจากปี 2564\nจํานวน 293,214 ล้านบาท \n\n ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (ESG Bond)\n\nกรุงศรีมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมพัฒนาการด้าน ESG และรักษาตําแหน่งผู้นําด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ธนาคารสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนของบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจ\nโดยครองส่วนแบ่งการตลาดที่ร้อยละ 26.4 สะท้อนความเป็นผู้นําด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน (ESG Finance) และ\nศักยภาพอันโดดเด่นทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินและความเชี่ยวชาญในการให้คําปรึกษาด้าน ESG\nอย่างครบวงจรทั้งนี้ ความสําเร็จในการสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนดังกล่าวมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกรรมการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ควบคู่ไปกับการออกตราสารหนี้\nESG ประเภทอื่น ๆ อาทิตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และตราสารหนี้เพื่อสังคม (Social\nBond)\n\nข้อมูลโครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของธนาคารที่ www.krungsri.com\n(ภายใต้หมวดนักลงทุนสัมพันธ์ > การเงินที่ยั่งยืน > SSF Disclosure)\n\n[1] จํานวนเงินการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนปรับจากเป้าหมายก่อนหน้าที่จํานวน 250,000 ล้านบาท", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 9, "tags": [ "ความยั่งยืน", "ตราสาร", "ธุรกิจ", "การเงิน", "ธนาคาร", "ทางการเงิน", "สนับสนุน", "โครงการ", "จํานวน", "กรุงศรี" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_cf0f4c1719d1489f976dd898670dca54", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 10 ของ 34\n\nพัฒนาการด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง:\n\nนโยบายการเงิน :\n\nคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับร้อยละ\n1.00 ในการประชุมทั้งสองครั้งในเดือนเมษายนและมิถุนายน 2569 โดยในการประชุมเดือนมิถุนายนกนง. ประเมินว่า\nเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในระดับที่ค่อนข้างจํากัดและไม่ทั่วถึงกอปรกับอุปสงค์ภายในประเทศที่เปราะบางขณะที่\nผู้ประกอบการ SMEs และภาคครัวเรือนยังคงประสบกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากแรงสนับสนุนของภาคการส่งออกที่ขยายตัวการลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ\n\nนโยบายสถาบันการเงิน\n\n เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกหลักเกณฑ์กําหนดมาตรฐานใหม่ในการคิดค่าธรรมเนียมการให้บริการพร้อมปรับลดค่าธรรมเนียมบริการธนาคารและบริการทางการเงินรวม 19 ประเภท\nเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงบริการทางการเงินได้ในต้นทุนที่เหมาะสมและเป็นธรรมมาตรการดังกล่าวได้กําหนดมาตรฐานโครงสร้างค่าธรรมเนียมสําหรับบัญชีเงินฝากบริการชําระเงินบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และสินเชื่อ SME เพื่อให้ค่าธรรมเนียมสะท้อนต้นทุนการให้บริการที่แท้จริงมากขึ้นตลอดจน\nเพิ่มความโปร่งใสในการคิดค่าธรรมเนียมของสถาบันการเงินนอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังกําหนดห้ามมิ\nให้สถาบันการเงินชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่หรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย\nเว้นแต่จะมีเหตุผลรองรับจากปัจจัยด้านต้นทุนหรือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 10, "tags": [ "ค่าธรรมเนียม", "นโยบาย", "บริการ", "ธนาคารแห่งประเทศไทย", "มิถุนายน", "สถาบันการเงิน", "กําหนด", "ต้นทุน", "การเงิน", "อัตราดอกเบี้ย" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_bf8f95f4cc154c12a4ef505948ba6dd8", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 11 ของ 34\n\nแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทย\n\nเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคา\nพลังงานต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพปรับสูงขึ้นกระทบต่อกําลังซื้อของภาคครัวเรือนภาคการท่องเที่ยว และ\nอุปสงค์ภายในประเทศโดยรวมอย่างไรก็ตามการส่งออกยังคงขยายตัวได้ค่อนข้างดี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการ\nเติบโตอย่างต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการฟื้นตัวของวัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขณะที่การใช้จ่ายในประเทศเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาสจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในขณะเดียวกันการลงทุนภาคเอกชนยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมและอํานวยความสะดวกด้านการลงทุนของ BOI และ Thailand FastPass\n\nสําหรับช่วงที่เหลือของปี แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในระดับที่จํากัด แม้จะได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะสั้นทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงด้านลบหลายประการ ได้แก่\n(1) ผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานอันเป็นผลจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางซึ่งกดดันต้นทุนการผลิตและการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน (2) ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากรภายใต้มาตรา 301 (3) การบริโภคภาคเอกชนที่อาจชะลอตัวหลังสิ้นสุดโครงการไทยช่วย\nไทยพลัส (4) ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่อาจกระทบผลผลิตทางการเกษตร และ (5) ปัญหาเชิง\nโครงสร้างของเศรษฐกิจอาทิระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงพื้นที่ทางการคลังที่จํากัด และความสามารถในการ\nแข่งขันที่ลดลงในบางอุตสาหกรรมภายใต้บริบทดังกล่าวคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 1.9 ในปี 2569\nชะลอลงจากร้อยละ 2.4 ในปี 2568\n\nสําหรับนโยบายการเงินคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงนโยบายเชิงผ่อนคลายต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจเร่งตัวขึ้นชั่วคราวจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นซึ่งสะท้อนจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลักดังนั้นวิจัยกรุงศรีคาดว่า\nธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวท่ามกลางภาวะ\nเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 11, "tags": [ "เศรษฐกิจ", "สนับสนุน", "นโยบาย", "ขยายตัว", "พลังงาน", "ครัวเรือน", "ความเสี่ยง", "ร้อยละ", "แนวโน้ม", "ไตรมาส" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_55a504a71ca149fa92908b1119485925", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 12 ของ 34\n\nผลการดําเนินงานที่สําคัญ\n\nรายได้ดอกเบี้ ยสุทธิ\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nไตรมาส\n2/2569\n\nไตรมาส\n1/2569\n\n%QoQ\nไตรมาส\n2/2568\n\n%YoY\n\nรายได้ดอกเบี้ย\n36,697\n37,005\n(0.8)\n35,908\n\n2.2\n\nเงินให้สินเชื่อ\n26,937\n26,978\n(0.2)\n24,896\n\n8.2\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\n1,340\n1,620\n(17.3)\n2,670\n\n(49.8)\n\nการให้เช่าซื้อและสัญญาเช่าทางการเงิน\n7,559\n7,583\n(0.3)\n7,555\n\n0.1\n\nเงินลงทุนและธุรกรรมเพื่อค้า\n108\n55\n96.4\n12\n\n800.0\n\nเงินลงทุนในตราสารหนี้\n691\n715\n(3.4)\n722\n\n(4.3)\n\nรายได้ดอกเบี้ ยอื่ น\n62\n54\n14.8\n53\n\n17.0\n\nค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย\n7,941\n8,174\n(2.9)\n9,982\n\n(20.4)\n\nเงินรับฝาก\n3,485\n3,811\n(8.6)\n5,572\n\n(37.5)\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\n1,598\n1,441\n10.9\n1,436\n\n11.3\n\nเงินกู้ยืม\n856\n910\n(5.9)\n819\n\n4.5\n\nเงินนําส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ\n1,946\n1,924\n1.1\n2,066\n\n(5.8)\n\nสถาบันการเงินและสถาบันคุ้มครองเงินฝาก\n\nค่ าใช้จ่ ายดอกเบี้ ยอื่ น\n56\n88\n(36.4)\n89\n\n(37.1)\n\nรายได้ดอกเบี้ ยสุทธ\n28,756\n28,831\n(0.3)\n25,926\n\n10.9 \n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nงวดครึ่งปี\n1/2569\n\nงวดครึ่งปี\n1/2568\n\n%YoY\n\nรายได้ดอกเบี้ย\n73,702\n71,812\n2.6\n\nเงินให้สินเชื่อ\n53,915\n49,418\n9.1\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\n2,960\n5,672\n(47.8)\n\nการให้เช่าซื้อและสัญญาเช่าทางการเงิน\n15,142\n15,201\n(0.4)\n\nเงินลงทุนและธุรกรรมเพื่อค้า\n163\n29\n462.1\n\nเงินลงทุนในตราสารหนี้\n1,406\n1,402\n0.3\n\nรายได้ดอกเบี้ ยอื่ น\n116\n90\n28.9\n\nค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย\n16,116\n20,652\n(22.0)\n\nเงินรับฝาก\n7,296\n11,787\n(38.1)\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\n3,039\n2,889\n5.2\n\nเงินกู้ยืม\n1,766\n1,652\n6.9\n\nเงินนําส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ\n3,870\n4,124\n(6.2)\n\nสถาบันการเงินและสถาบันคุ้มครองเงินฝาก\n\nค่ าใช้จ่ ายดอกเบี้ ยอื่ น\n145\n200\n(27.5)\n\nรายได้ดอกเบี้ ยสุทธ\n57,586\n51,160\n12.6", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 12, "tags": [ "รายได้", "ดอกเบี้ย", "รายการ", "ธนาคาร", "ตลาดเงิน", "เงินลงทุน", "ไตรมาส", "งบการเงิน", "สินเชื่อ", "เช่าซื้อ" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_757690d435cc454498db818eb979db9a", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 13 ของ 34\n\n รายได้ดอกเบี้ยในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่จํานวน 36,697 ล้านบาทลดลงจํานวน 308 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.8\n\nจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากรายการระหว่างธนาคารและ\nตลาดเงินจํานวน 280 ล้านบาทสอดคล้องกับยอดคงค้างเฉลี่ยที่ลดลงระหว่างไตรมาสอย่างไรก็ตามการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยยังคงได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาด\nใหญ่และสินเชื่ออาเซียน\n\n ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่จํานวน 7,941 ล้านบาทลดลงจํานวน 233 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.9\n\nจากไตรมาสก่อนหน้า การลดลงสะท้อนกลยุทธ์การบริหารจัดการโครงสร้างเงินรับฝาก โดยเฉพาะเงินรับฝากประจําที่มีต้นทุนสูงเชิงรุกของธนาคารท่ามกลางสภาวะแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงส่งผลให้ต้นทุนเงินรับฝากและต้นทุนเงินกู้ยืมลดลง และส่งต่อไปยังต้นทุนทางการเงินโดยรวมที่ลดลงซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ\n\n การบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพสะท้อนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงช่วยบรรเทาผลกระทบจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่\nจํานวน 28,756 ล้านบาทลดลงเล็กน้อยจํานวน 75 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.3 จากไตรมาส 1/2569\n\n เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจํานวน 2,830 ล้านบาทหรือร้อยละ 10.9\n\nการเพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินโดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝาก\nเชิงรุกภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงกอปรกับการรับรู้รายได้ของ TIDLOR จากการรวมงบการเงินในไตรมาส\n3/2568 และการเติบโตของพอร์ตสินเชื่ออาเซียนอย่างต่อเนื่อง\n\n รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 57,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 6,426 ล้านบาทหรือร้อยละ 12.6 จากในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การเติบโตที่แข็งแกร่งสะท้อนยุทธศาสตร์และประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนทางการเงินและโครงสร้างเงินรับฝากเชิงรุก ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงและสนับสนุนให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตแข็งแกร่งภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงนอกจากนี้ รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อที่\nเพิ่มขึ้นจากการรวมงบการเงินของ TIDLOR และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพอร์ตสินเชื่ออาเซียน เป็นอีกหนึ่ง\nแรงสนับสนุนที่สําคัญขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิสําหรับช่วงเวลาดังกล่าว", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 13, "tags": [ "ดอกเบี้ย", "รายได้", "จํานวน", "ต้นทุน", "ไตรมาส", "เติบโต", "สินเชื่อ", "ทางการเงิน", "ร้อยละ", "รับฝาก" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_8bafa7b6e9f349afad52f700d0eb5f44", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 14 ของ 34\n\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ\n\nไตรมาส\n\n2/2569\n\nไตรมาส\n\n1/2569\n\nไตรมาส\n\n2/2568\n\nงวดครึ่งปี\n\n1/2569\n\nงวดครึ่งปี\n\n1/2568\n\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ\n4.65%\n4.61%\n4.19%\n4.60%\n4.14%\n\nอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์\n5.93%\n5.92%\n5.81%\n5.89%\n5.81%\n\nอัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ\n7.18%\n7.21%\n6.90%\n7.15%\n6.87%\n\nต้นทุนทางการเงิน\n1.56%\n1.59%\n1.90%\n1.57%\n1.97%\n\nต้นทุนเงินรับฝาก\n1.28%\n1.33%\n1.67%\n1.30%\n1.75%\n\nอัตราดอกเบี้ย\n\nมิ .ย. 69\nมี .ค. 69\nธ.ค. 68\nก.ย. 68\nมิ .ย. 68\n\nอัตราดอกเบี้ยนโยบาย\n1.00%\n1.00%\n1.25%\n1.50%\n1.75%\n\nอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร\n\nMLR\n6.550%\n6.550%\n6.650%\n6.750%\n7.000%\n\nMOR\n6.375%\n6.375%\n6.475%\n6.725%\n6.975%\n\nMRR\n6.670%\n6.670%\n6.770%\n6.870%\n7.120%\n\nอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร\n\nออมทรัพย์\n0.25%\n0.25%\n0.25%\n0.25%\n0.25%\n\nประจํา 3 เดือน\n0.30-0.60%\n0.30-0.65%\n0.30-0.65%\n0.40-0.80%\n0.50-0.85%\n\nประจํา 6 เดือน\n0.35-0.70%\n0.35-0.80%\n0.35-0.80%\n0.45-0.90%\n0.55-0.90%\n\nประจํา 12 เดือน\n0.40-0.80%\n0.40-0.90%\n0.40-0.90%\n0.50-1.15%\n0.60-1.30%\n\nประจ ํ า 24 เดือน\n0.55-0.90%\n0.70-0.90%\n0.70-0.90%\n0.80-1.10%\n0.95-1.50%\n\n \nจากการบริหารงบดุลและสภาพคล่องรวมถึงโครงสร้างเงินรับฝากเชิงรุกส่งผลให้ต้นทุนเงินรับฝากลดลง\nในขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ยังคงในระดับเดียวกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพและพอร์ตสินเชื่ออาเซียนที่มีอัตราผลตอบแทนสูงต่อเนื่องส่งผล\nให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 4 เบสิสพอยท์มาอยู่ที่ร้อยละ 4.65 ในไตรมาส 2/2569", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 14, "tags": [ "อัตราดอกเบี้ย", "ไตรมาส", "ผลตอบแทน", "สินเชื่อ", "ต้นทุน", "รับฝาก", "สินทรัพย์", "ธนาคาร", "อธิบาย", "เคราะห์" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_89cf7a9305ec4dd79adf2069c2a894c1", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 15 ของ 34\n\n \nเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 46 เบสิสพอยท์จากไตรมาส\n2/2568 ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 34 เบสิสพอยท์มาอยู่ที่ร้อยละ 1.56 โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนเงินรับฝากที่ลดลงสะท้อนการบริหารโครงสร้างทางการเงินและเงินรับฝากเชิงรุกภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงอย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากการรวมพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตรา\nผลตอบแทนสูงของ TIDLOR และการเติบโตพอร์ตสินเชื่ออาเซียน เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่สําคัญสําหรับการ\nเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในช่วงเวลาดังกล่าว\n\n \nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 4.60 เพิ่มขึ้น 46 เบสิสพอยท์จากร้อยละ 4.14 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากอัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ\nเพิ่มขึ้น 28 เบสิสพอยท์มาอยู่ที่ร้อยละ 7.15 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการรวมพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตรา\nผลตอบแทนสูงของ TIDLOR และการเติบโตของพอร์ตสินเชื่ออาเซียนที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกอปรกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 40 เบสิสพอยท์มาอยู่ที่ร้อยละ 1.57 สะท้อนการบริหารต้นทุนทางการเงินและ\nโครงสร้างเงินรับฝากเชิงรุกซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสําคัญภายใต้บริบทวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง\n\nรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nไตรมาส\n2/2569\n\nไตรมาส\n1/2569\n\n%QoQ\nไตรมาส\n2/2568\n\n%YoY\n\nรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ\n7,507\n7,439\n0.9\n6,066\n23.8\n\nรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ\n10,157\n10,270\n(1.1)\n8,272\n22.8\n\nค่ าใช้จ่ ายค่ าธรรมเนียมและบริการ\n2,650\n2,831\n(6.4)\n2,206\n20.1\n\nรวมรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม\n5,880\n6,585\n(10.7)\n5,833\n0.8\n\nกําไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน\n2,166\n2,236\n(3.1)\n2,064\n4.9\n\nที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน\n\nกําไร (ขาดทุน) สุทธิจากเงินลงทุน\n73\n270\n(73.0)\n52\n40.4\n\nส่วนแบ่งกําไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย\n94\n114\n(17.5)\n461\n(79.6)\n\nหนี้สูญรับคืน\n2,435\n2,733\n(10.9)\n2,198\n10.8\n\nรายได้จากการด ํ าเนินงานอื่ น\n1,112\n1,232\n(9.7)\n1,058\n5.1\n\nรายได้ที่ มิ ใช่ดอกเบี้ ย\n13,387\n14,024\n(4.5)\n11,899\n12.5", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 15, "tags": [ "เพิ่มขึ้น", "ทางการเงิน", "ร้อยละ", "ผลตอบแทน", "สินเชื่อ", "อัตราดอกเบี้ย", "ไตรมาส", "ต้นทุน", "ดอกเบี้ย", "ขาดทุน" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_5b7f54404dc94aec8cd21a9b75b58cba", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 16 ของ 34\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nงวดครึ่งปี\n1/2569\n\nงวดครึ่งปี\n1/2568\n\n%YoY\n\nรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ\n14,946\n12,038\n24.2\n\nรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ\n20,427\n16,791\n21.7\n\nค่ าใช้จ่ ายค่ าธรรมเนียมและบริการ\n5,481\n4,753\n15.3\n\nรวมรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม\n12,465\n11,706\n6.5\n\nกําไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน\n4,402\n3,886\n13.3\n\nที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน\n\nกําไร (ขาดทุน) สุทธิจากเงินลงทุน\n343\n122\n181.1\n\nส่วนแบ่งกําไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย\n208\n874\n(76.2)\n\nหนี้สูญรับคืน\n5,168\n4,703\n9.9\n\nรายได้จากการด ํ าเนินงานอื่ น\n2,344\n2,121\n10.5\n\nรายได้ที่ มิ ใช่ดอกเบี้ ย\n27,411\n23,744\n15.4\n\n \nในไตรมาส 2/2569 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่จํานวน 13,387 ล้านบาทลดลงจํานวน 637 ล้านบาทหรือร้อยละ\n4.5 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากหนี้สูญรับคืนที่ลดลงจํานวน 298 ล้านบาทล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่จากฐานที่สูงของการบันทึกรายได้จากโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ในไตรมาส 1/2569 นอกจากนี้ การลดลงของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังเป็นผลมาจากการลดลงของกําไรจากเงินลงทุนจํานวน 197 ล้านบาทกําไรจากสินทรัพย์รอการขายจํานวน 111 ล้านบาทกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุนจํานวน 70 ล้านบาทอย่างไรก็ตามรายการลดลงข้างต้นถูกสุทธิบางส่วนด้วยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจํานวน 68 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า\n\n \nเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจํานวน 1,488 ล้านบาทหรือร้อยละ 12.5\nโดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นจํานวน 1,441 ล้านบาทสะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งจากธุรกิจภายในประเทศและอาเซียนรวมถึงหนี้สูญรับคืนที่เพิ่มขึ้นจํานวน 237 ล้านบาท\nและกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุนเพิ่มขึ้นจํานวน 102\nล้านบาททั้งนี้ การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกสุทธิบางส่วนด้วยการลดลงของส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียจํานวน 367 ล้านบาท", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 16, "tags": [ "จํานวน", "รายได้", "ขาดทุน", "มูลค่า", "เพิ่มขึ้น", "ค่าธรรมเนียม", "บริการ", "ดอกเบี้ย", "เงินลงทุน", "ไตรมาส" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_f572a03121fd49a38bad46a0cedac7fa", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 17 ของ 34\n\n รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่จํานวน 27,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 3,667\nล้านบาทหรือร้อยละ 15.4 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของ 2568 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจํานวน 2,908 ล้านบาทสะท้อนจากการเติบโตของธุรกิจภายในประเทศและอาเซียนอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุนจํานวน 516 ล้านบาทหนี้สูญรับคืนจํานวน 465 ล้านบาทบางส่วนมาจากมาตรการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”\nรายได้จากการดําเนินงานอื่นจํานวน 280 ล้านบาทส่วนใหญ่มาจากมาตรการ “ คุณสู้ เราช่วย ” และกําไรจาก\nเงินลงทุนจํานวน 221 ล้านบาททั้งนี้ การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกสุทธิบางส่วนด้วยการลดลงของส่วนแบ่งกําไรจาก\nเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียจํานวน 666 ล้านบาทส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนวิธีรับรู้ทางบัญชีในการรวมงบการเงินของ TIDLOR เริ่มในไตรมาส 3 ของปี 2568 และรายได้จากสินทรัพย์รอการขายที่ลดลงจํานวน 172\nล้านบาท\n\nโครงสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ 1)\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nไตรมาส\n2/2569\n\nไตรมาส\n1/2569\n\nไตรมาส\n2/2568\n\nงวดครึ่งปี\n1/2569\n\nงวดครึ่งปี\n1/2568\n8,161\n8,419\n6,532\n16,580\n13,475\n(80%)\n(82%)\n(79%)\n(81%)\n(80%)\n498\n473\n218\n971\n454\n(5%)\n(5%)\n(3%)\n(5%)\n(2%)\n1,526\n1,430\n1,147\n2,956\n2,302\n(15%)\n(14%)\n(14%)\n(14%)\n(14%)\n721\n707\n741\n1,428\n1,487\n(7%)\n(7%)\n(9%)\n(7%)\n(9%)\n346\n337\n309\n683\n629\n(3%)\n( 3 % )\n( 4 % )\n( 3 % )\n( 4 % )\n1,611\n1, 598\n962\n3, 209\n1, 905\n(16%)\n(15%)\n(12%)\n(16%)\n(11%)\n3,097\n3,375\n2,938\n6,473\n6,215\n(30%)\n(33%)\n(35%)\n(32%)\n(37%)\n362\n499\n217\n860\n483\n(4%)\n(5%)\n(2%)\n(4%)\n(3%)\n1,996\n1,851\n1,740\n3,847\n3,316\n(20%)\n(18%)\n(21%)\n(19%)\n(20%)\n10,157\n10, 270\n8, 272\n20, 427\n16, 791\n(100%)\n(100%)\n(100%)\n(100%)\n(100%)\n\nในประเทศ\n\nรวมรายได้ค่ าธรรมเนียมและบริการ\n\nค่ าธรรมเนียมจากการให้กู้ ยืม\n\nค่ าธรรมเนียมจากการเป็นตัวแทนจ ํ าหน่ ายประกัน\n\nค่ าธรรมเนียมการท ํ ารายการ\n\nค่ าธรรมเนียมจากสินเชื่ อยานยนต\n\nค่ าธรรมเนียมบริการบัตร\n\nอื่ น ๆ\n\nค่ าธรรมเนียมจากธุรกรรมบริหารความมั่ งคั่ งและกองทุน\n\nอาเซียน\n\nหมายเหตุ:\n\n1) ร้อยละในวงเล็บแสดงสัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการเทียบกับยอดรายได้รวมจากค่าธรรมเนียมและบริการ\n\n รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่จํานวน 10,157 ล้านบาทลดลงจํานวน 113 ล้านบาทหรือร้อยละ 1.1 จากไตรมาสก่อนหน้า การลดลงส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมบริการบัตร\n(จํานวน 278 ล้านบาท) สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวระหว่างไตรมาส และการลดลงของค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (จํานวน 137 ล้านบาท) ทั้งนี้ การลดลงดังกล่าวถูกสุทธิด้วยการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียม\nและบริการของธุรกิจอาเซียน (จํานวน 145 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมบริหารความมั่งคั่งและกองทุน\n(จํานวน 96 ล้านบาท) รวมทั้งค่าธรรมเนียมจากเงินให้สินเชื่อค่าธรรมเนียมจากการเป็นตัวแทนจําหน่ายประกัน\nและค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อยานยนต์ที่โดยรวมเพิ่มขึ้นจํานวน 52 ล้านบาท", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 17, "tags": [ "จํานวน", "ค่าธรรมเนียม", "บริการ", "รายได้", "ไตรมาส", "ธรรมเนียม", "เพิ่มขึ้น", "(100%)", "ร้อยละ", "อาเซียน" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_6ee48724b45648fc84e20a3ccd3d11e6", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 18 ของ 34\n\n เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้นจํานวน 1,885 ล้านบาทหรือร้อยละ 22.8 ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจ\nในประเทศ ได้แก่ค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อยานยนต์ (จํานวน 649 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมบริหารความมั่งคั่งและกองทุน (จํานวน 379 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากเงินให้สินเชื่อ (จํานวน 280 ล้านบาท)\nและ ค่าธรรมเนียมบริการบัตร (จํานวน 159 ล้านบาท) นอกเหนือจากผลการดําเนินงานในประเทศที่แข็งแกร่งแล้วรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในอาเซียนเพิ่มขึ้น (จํานวน 256 ล้านบาท) ในไตรมาส 2/2569\n\n รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่จํานวน 20,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน\n\n3,636 ล้านบาทหรือร้อยละ 21.7 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2568 การเติบโตอย่างแข็งแกร่งมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจในประเทศและอาเซียนการเพิ่มขึ้นของธุรกิจในประเทศส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อยานยนต์ (จํานวน 1,304 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมบริหารความมั่งคั่ง\nและกองทุน (จํานวน 654 ล้านบาท) ค่าธรรมเนียมจากเงินให้สินเชื่อ (จํานวน 517 ล้านบาท) และค่าธรรมเนียมบริการบัตร (จํานวน 258 ล้านบาท) นอกเหนือจากผลการดําเนินงานในประเทศที่แข็งแกร่งแล้วรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจอาเซียนเพิ่มขึ้น (จํานวน 531 ล้านบาท) สําหรับช่วงเวลาดังกล่าว\n\nค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nไตรมาส\n2/2569\n\nไตรมาส\n1/2569\n\n%QoQ\nไตรมาส\n2/2568\n\n%YoY\n\nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน\n10,272\n10,747\n(4.4)\n8,899\n15.4\n\nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์\n2,431\n2,400\n1.3\n2,112\n15.1\n\nค่าภาษีอากร\n1,076\n1,137\n(5.4)\n1,044\n3.1\n\nค่าตอบแทนกรรมการ\n22\n22\n0.0\n20\n10.0\n\nค่ าใช้จ่ ายอื่ น ๆ\n5,540\n5,067\n9.3\n4,478\n23.7\n\nรวมค่ าใช้จ่ ายจากการด ํ าเนินงาน\n19,341\n19,373\n(0.2)\n16,553\n16.8\n\nอัตราส่วนค่ าใช้จ่ ายต่อรายได\n45.9%\n45.2%\n43.8%", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 18, "tags": [ "ค่าธรรมเนียม", "จํานวน", "เพิ่มขึ้น", "รายได้", "บริการ", "ธุรกิจ", "ในประเทศ", "สินเชื่อ", "แข็งแกร่ง", "ไตรมาส" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_fc351fe1e9f743789ab94670a75710a3", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 19 ของ 34\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nงวดครึ่งปี\n1/2569\n\nงวดครึ่งปี\n1/2568\n\n%YoY\n\nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน\n21,019\n18,223\n15.3\n\nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์\n4,831\n4,196\n15.1\n\nค่าภาษีอากร\n2,213\n2,065\n7.2\n\nค่าตอบแทนกรรมการ\n44\n41\n7.3\n\nค่ าใช้จ่ ายอื่ น ๆ\n10,607\n8,969\n18.3\n\nรวมค่ าใช้จ่ ายจากการด ํ าเนินงาน\n38,714\n33,494\n15.6\n\nอัตราส่วนค่ าใช้จ่ ายต่อรายได\n45.5%\n44.7%\n\n สําหรับไตรมาส 2/2569 ค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานอยู่ที่จํานวน 19,341 ล้านบาทค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับ\nไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน (จํานวน 475 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสุทธิด้วยการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลขาดทุนจากการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย\n(จํานวน 238 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาด (จํานวน 99 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์ (จํานวน 32 ล้านบาท)\n\n เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานเพิ่มขึ้นจํานวน 2,788 ล้านบาทหรือร้อยละ 16.8 การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้น (จํานวน 1,373 ล้านบาท)\nซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมาจากการรวมธุรกิจของ TIDLOR และการปรับเงินเดือนประจําปีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์เพิ่มขึ้นเช่นกัน (จํานวน 319 ล้านบาท) นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาด (จํานวน 365 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลขาดทุนจากการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย (จํานวน 286 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)\n(จํานวน 185 ล้านบาท)\n\n เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานอยู่ที่จํานวน 38,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ\n\n15.6 หรือจํานวน 5,220 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจและการรวมงบการเงินของ TIDLOR\nส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้น (จํานวน 2,796 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์\nเพิ่มขึ้น (จํานวน 635 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาด\n(จํานวน 621 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลขาดทุนจากการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย (จํานวน 454\nล้านบาท) ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) (จํานวน 480 ล้านบาท) ซึ่งการเพิ่มขึ้นข้างต้นส่วนหนึ่งสะท้อนการลงทุนที่ต่อเนื่องเพื่อการเติบโตของธุรกิจ การขยายฐานลูกค้า และการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 19, "tags": [ "ค่าใช้จ่าย", "จํานวน", "เพิ่มขึ้น", "พนักงาน", "สถานที่", "อุปกรณ์", "ไตรมาส", "ขาดทุน", "ด้อยค่า", "ทรัพย์สิน" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_0fc6831670714db09bd273b481228ac4", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 20 ของ 34\n\nอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ร้อยละ 45.9 เทียบกับร้อยละ 45.2 ในไตรมาส 1/2569 และ\nร้อยละ 43.8 ในไตรมาส 2/2568 สะท้อนความเข้มงวดในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายภายใต้บริบทการลงทุนต่อเนื่อง\nเพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจและการเพิ่มขีดความความสามารถในการแข่งขัน อนึ่งอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายในการดําเนินธุรกิจของธนาคารสําหรับปี 2569\n\nสําหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ร้อยละ 45.5 เทียบกับร้อยละ 44.7 ในช่วงเวลา\nเดียวกันของปีก่อนสะท้อนค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและการรวมงบการเงินของ\nTIDLOR ทั้งนี้ กรุงศรียังคงมุ่งมั่นในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดรัดกุมและเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงาน\nเพื่อการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืน\n\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nไตรมาส\n2/2569\nไตรมาส\n1/2569\n%QoQ\nไตรมาส\n2/2568\n\n%YoY\n\nผลขาดทุนด้ านเครดิตที่ คาดว่ าจะเกิดขึ้ น\n11,360\n11,472\n(1.0)\n10,290\n10.4\n\nสัดส่วนการตั้ งส ํ ารองต่อสินเชื่ อรวม (bps)\n235\n240\n220\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\nงวดครึ่งปี\n1/2569\n\nงวดครึ่งปี\n1/2568\n\n%YoY\n\nผลขาดทุนด้ านเครดิตที่ คาดว่ าจะเกิดขึ้ น\n22,832\n20,278\n12.6\n\nสัดส่วนการตั้ งส ํ ารองต่อสินเชื่ อรวม (bps)\n236\n217\n\n ในไตรมาส 2/2569 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่จํานวน 11,360 ล้านบาทลดลงร้อยละ 1.0\n\nเทียบกับไตรมาส 1/2569 หรือคิดเป็นอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวมที่ 235\nเบสิสพอยท์ เทียบกับ 240 เบสิสพอยท์จากไตรมาสก่อนหน้า ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับตัวดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากคุณภาพสินทรัพย์ของพอร์ตสินเชื่อในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นทั้งนี้ ธนาคารยังคงมีการตั้งสํารองเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของฝ่ายจัดการ (Management Overlays) เพื่อรองรับความเสี่ยงจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ\n\n เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นจํานวน 1,070 ล้านบาทหรือร้อยละ 10.4", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 20, "tags": [ "ไตรมาส", "ร้อยละ", "ขาดทุน", "เครดิต", "ค่าใช้จ่าย", "อัตราส่วน", "ธุรกิจ", "เกิดขึ้น", "รายได้", "งบการเงิน" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_5c8d423da29149909f834372daef2f57", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 21 ของ 34\n\n จากแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบระมัดระวังอย่างต่อเนื่องผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่า\n\nจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่จํานวน 22,832 ล้านบาทคิดเป็นอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวมที่ 236 เบสิสพอยท์ เมื่อเทียบกับ 217 เบสิสพอยท์ในช่วงครึ่งแรกของปี\n2568 ทั้งนี้ การตั้งสํารองในระดับที่สูงขึ้นสะท้อนแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดรัดกุมสะท้อนความ\nไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการรักษาระดับเงินสํารองที่\nเพียงพอตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อ", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 21, "tags": [ "ความเสี่ยง", "แนวทาง", "การบริหาร", "ขาดทุน", "เครดิต", "เกิดขึ้น", "สินเชื่อ", "สะท้อน", "อธิบาย", "เคราะห์" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_7250fcfc0f55438491f9338f8ff45528", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 22 ของ 34\n\nรายการฐานะทางการเงินที่สําคัญ\n\nสินทรัพย์\n\nงบการเงินรวม (ล้ านบาท)\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n\nเงินสด\n21,406\n23,065\n\n(7.2)\n25,949\n\n(17.5)\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ\n355,420\n401,561\n\n(11.5)\n433,573\n\n(18.0)\n\nสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม\n28,434\n22,258\n\n27.7\n13,897\n\n104.6\n\nผ่านกําไรหรือขาดทุน\n\nสินทรัพย์อนุพันธ์\n28,838\n32,084\n\n(10.1)\n22,377\n\n28.9\n\nเงินลงทุนสุทธิ\n171,670\n173,072\n\n(0.8)\n174,736\n\n(1.8)\n\nเงินลงทุนในบริษัทย่อยบริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิ\n13,947\n7,508\n\n85.8\n7,385\n\n88.9\n\nเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้\n1,936,689\n1,905,843\n\n1.6\n1,928,648\n\n0.4\n\nดอกเบี้ยค้างรับและรายได้ดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกําหนดชําระ\n13,765\n14,346\n\n(4.0)\n14,225\n\n(3.2)\n\nค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\n(92,596)\n(95,259)\n2.8\n(91,711)\n(1.0)\n\nเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ\n1,857,858\n1,824,930\n\n1.8\n1,851,162\n\n0.4\n\nทรัพย์สินรอการขายสุทธิ\n6,399\n6,201\n3.2\n6,155\n\n4.0\n\nสินทรัพย์อื่ น\n110,563\n116,246\n(4.9)\n111,923\n\n(1.2)\n\nรวมสินทรัพย\n2,594,535\n2,606,925\n(0.5)\n2,647,157\n(2.0) \n\n ณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมอยู่ที่จํานวน 2,594,535 ล้านบาทลดลงจํานวน 12,390 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.5 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมีปัจจัยหลักที่สําคัญดังนี้\n\no รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิลดลงจํานวน 46,141 ล้านบาทหรือร้อยละ 11.5 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินฝากกับสถาบันการเงินจํานวน 44,079 ล้านบาท และธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรจํานวน 6,550 ล้านบาทสุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินจํานวนรวม 4,488 ล้านบาทสอดคล้องกับกลยุทธ์การบริหารงบดุลเชิงรุกของธนาคาร\n\no เงินลงทุนสุทธิลดลงจํานวน 1,402 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.8 ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินลงทุน\nในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI) จํานวน 1,291\nล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล เงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่า\nยุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI) จํานวน 83 ล้านบาท และเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจําหน่ายจํานวน 28 ล้านบาท", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 22, "tags": [ "จํานวน", "มูลค่า", "เงินลงทุน", "สินทรัพย์", "ที่วัด", "ขาดทุน", "รายการ", "ธนาคาร", "ยุติธรรม", "สินเชื่อ" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_80ad5876f1404ca49d862a8db8125732", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 23 ของ 34\n\no ขณะที่เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจํานวน 30,846 ล้านบาทหรือร้อยละ 1.6 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการ\n\nขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่สุทธิบางส่วนจากการลดลงของยอดเงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อรายย่อยภายใต้กลยุทธ์การเติบโตสินเชื่อเชิงคุณภาพ\n\no เงินลงทุนในบริษัทย่อยบริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิเพิ่มขึ้นจํานวน 6,439 ล้านบาทหรือร้อยละ 85.8\n\nโดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) ซึ่งมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 การเพิ่มขึ้นดังกล่าว\nเป็นการเปลี่ยนแปลงทางบัญชีเท่านั้นและไม่กระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้นหรือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของธนาคารใน PT Home Credit Indonesia (HCID)\n\n เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 สินทรัพย์รวมลดลงจํานวน 52,622 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.0 โดยมีปัจจัยหลักที่สําคัญดังนี้\n\no รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิลดลงจํานวน 78,153 ล้านบาทหรือร้อยละ 18.0 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของยอดธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรจํานวน 57,054 ล้านบาท และเงินฝากกับสถาบันการเงินจํานวน 36,528 ล้านบาทขณะที่สุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินจํานวน 15,430 ล้านบาทการลดลงดังกล่าวสะท้อนการบริหารจัดการสภาพคล่องและงบดุลเชิงรุกของธนาคาร\n\no เงินลงทุนสุทธิลดลงจํานวน 3,066 ล้านบาทหรือร้อยละ 1.8 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดลงของ\nเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI) จํานวน\n3,897 ล้านบาทซึ่งสุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจําหน่ายจํานวน 553 ล้านบาท และเงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI) จํานวน 278 ล้านบาท\n\no ขณะที่สินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน เพิ่มขึ้น 14,537 ล้านบาทหรือร้อยละ\n\n104.6 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล\n\no เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจํานวน 8,041 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.4 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่าง\nแข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อบรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติ\n\no เงินลงทุนในบริษัทย่อยบริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิเพิ่มขึ้นจํานวน 6,562 ล้านบาทหรือร้อยละ 88.9\n\nมีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation)", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 23, "tags": [ "จํานวน", "เพิ่มขึ้น", "เงินลงทุน", "สินเชื่อ", "ร้อยละ", "บริษัท", "ปัจจัยหลัก", "มูลค่า", "ที่วัด", "บางส่วน" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_e540b327e07145dd92351f953697e5e5", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 24 ของ 34\n\nเงินลงทุน\n\n \nณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินลงทุนรวมอยู่ที่ 214,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 11,213 ล้านบาทหรือร้อยละ 5.5 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนสุทธิในบริษัทย่อยบริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia\n(HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินที่\nวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุนทั้งนี้การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสุทธิด้วยการลดลงของเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นและเงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น\n\n \nเงินลงทุนรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 จากณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน เงินลงทุนสุทธิในบริษัทย่อยบริษัทร่วม และการร่วมค้าสุทธิ เงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุน\nเบ็ดเสร็จอื่น และเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจําหน่ายการเพิ่มขึ้นดังกล่าวสุทธิบางส่วนด้วยการลดลงของเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุน\nเบ็ดเสร็จอื่นสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนและการบริหารจัดการงบดุลเชิงรุก\n\nงบการเงินรวม (ล้ านบาท)\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n\nสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม\n28,434\n22,258\n27.7\n13,897\n104.6\n\nผ่านกําไรหรือขาดทุน\n\nเงินลงทุนสุทธิ\n171,670\n173,072\n(0.8)\n174,736\n(1.8)\n\nเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจําหน่าย\n44,231\n44,259\n(0.1)\n43,678\n1.3\n\nเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม\n117,081\n118,372\n(1.1)\n120,978\n(3.2)\n\nผ่านกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น\n\nเงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม\n10,358\n10,441\n(0.8)\n10,080\n2.8\n\nผ่านกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น\n\nเงินลงทุนสุทธิ ในบริษั ทย่อยบริษั ทร่วม และการร่วมค้ าสุทธ\n13,947\n7,508\n85.8\n7,385\n88.9\n\nเงินลงทุนรวม\n214,051\n202,838\n5.5\n196,018\n9.2", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 24, "tags": [ "มูลค่า", "เงินลงทุน", "ที่วัด", "ยุติธรรม", "ขาดทุน", "ตราสาร", "เพิ่มขึ้น", "บริษัท", "เบ็ดเสร็จ", "สินทรัพย์" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_ac72f72407994674a3dba465392c20d6", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 25 ของ 34\n\nเงินให้สินเชื่อ\n\nสินเชื่ อแยกตามภาคธุรกิจ\n\nงบการเงินรวม (ล้ านบาท)\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n\nธุรกิจขนาดใหญ่\n710,180\n665,719\n6.7\n669,883\n6.0\nบรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติ\n515,398\n465,281\n10.8\n474,013\n8.7\nบรรษัทญี่ปุ่น (JPC)\n194,782\n200,438\n(2.8)\n195,870\n(0.6)\nธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)\n289,429\n295,227\n(2.0)\n302,087\n(4.2)\nสินเชื่อเพื่อรายย่อย\n937,080\n944,897\n(0.8)\n956,678\n(2.0)\n\nสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจํานําทะเบียน*\n471,184\n476,015\n(1.0)\n479,504\n(1.7)\nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย\n216,902\n219,368\n(1.1)\n222,768\n(2.6)\nสินเชื่อบัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ*\n154,384\n150,056\n2.9\n157,378\n(1.9)\nอาเซียน**\n94,610\n99,458\n(4.9)\n97,028\n(2.5)\n\nรวม\n1,936,689\n1,905,843\n1.6\n1,928,648\n0.4 \nหมายเหตุ: * ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สินเชื่อคาร์ฟอร์แคชและสินเชื่อจํานําทะเบียนถูกจัดกลุ่มใหม่จากเดิมที่อยู่ภายใต้กลุ่มสินเชื่อบัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ ย้ายไปอยู่ภายใต้กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจํานําทะเบียน โดยตัวเลขสินเชื่อในไตรมาส 4/2568 ไตรมาส 1/2569\nและไตรมาส 2/2569 ได้ถูกปรับและสะท้อนต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว\n\n** อัตราการเติบโตของสินเชื่ออาเซียนในไตรมาส 2/2569 และช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เป็นการรายงานที่สะท้อนการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT\nHome Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าวสินเชื่ออาเซียนเติบโตร้อยละ 2.5\nในไตรมาส 2/2569 และร้อยละ 5.1 ในครึ่งแรกของปี 2569 ตามลําดับ\n\nโครงสร้างพอร์ตเงินให้สินเชื่อ\n\nสินเชื่อเพื่อรายย่อย\n\nสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจํานําทะเบียน\n\n25%\n\nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย\n11%\n\nสินเชื่อบัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล\nและอื่น ๆ\n\n8%\n\nอาเซียน\n5%\n\nสินเชื่อเพื่อรายย่อย\n\nสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจํานําทะเบียน\n\n24%\n\nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย\n11%\n\nสินเชื่อบัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล\nและอื่น ๆ\n\n8%\n\nอาเซียน\n5%\n\n35%\n\n16%\n\n49%\n\nธ.ค. 68\n\n37%\n\n15%\n\n48%\n\nมิ.ย. 69", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 25, "tags": [ "สินเชื่อ", "จํานํา", "ทะเบียน", "อาเซียน", "ไตรมาส", "เช่าซื้อ", "รถยนต์", "บัตรเครดิต", "ส่วนบุคคล", "รายย่อย" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_494b44185ea74369bc8fe9331bd5214e", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 26 ของ 34\n\nณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินเชื่อรวมอยู่ที่ 1,936,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 30,846 ล้านบาทหรือร้อยละ 1.6\nจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และเพิ่มขึ้นจํานวน 8,041 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.4 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 อนึ่งหาก\nไม่รวมผลกระทบจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) [1] สินเชื่อรวมจะเพิ่มขึ้นจํานวน 38,165 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.0 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นจํานวน 15,359 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.8 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568\n\nภายใต้ยุทธศาสตร์การเติบโตสินเชื่อในปี 2569 ของธนาคาร สินเชื่อในครึ่งปีแรกขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากพอร์ต\nในประเทศและอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้าอาเซียนซึ่งเติบโตร้อยละ 6.0 และร้อยละ\n5.1 เทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ตามลําดับ \n\nรายละเอียดผลการดําเนินงานของสินเชื่อในแต่ละกลุ่มธุรกิจมีดังนี้\n\n สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 หรือจํานวน 44,461 ล้านบาทจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัวร้อยละ 6.0 หรือจํานวน 40,297 ล้านบาทจากการ\nเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อบรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติ\n\no \nสินเชื่อบรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติ เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ร้อยละ 10.8 หรือจํานวน 50,117 ล้านบาทจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 สินเชื่อบรรษัทไทยและบรรษัทข้ามชาติ\nเติบโตร้อยละ 8.7 หรือจํานวน 41,385 ล้านบาทจากความต้องการสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักมาจากลูกค้าในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานด้าน AI และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งยังคงลงทุนเพื่อขยายกําลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ\n\no \nขณะที่ สินเชื่อบรรษัทญี่ปุ่น (JPC) ลดลงร้อยละ 2.8 หรือจํานวน 5,656 ล้านบาทจากสิ้นเดือนมีนาคม\n2569 และร้อยละ 0.6 หรือจํานวน 1,088 ล้านบาทจากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 การลดลงดังกล่าวส่วนใหญ่\nเป็นผลจากการชําระคืนเงินให้สินเชื่อกอปรกับความต้องการสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนที่ลดลง\n\n___________________________________________________________\n\n[1] การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม \nตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกํากับดูแล OJK (Otoritas Jasa Keuangan) ภายใต้ระเบียบว่าด้วยบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (Financial Conglomeration\nHolding Companies) ประกาศในปี 2567 กรุงศรีมีการปรับโครงสร้างการลงทุนในบริษัท PT Home Credit Indonesia (HCID) ส่งผลให้สถานะทางบัญชีเปลี่ยนจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม โดยมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ซึ่งส่งผลให้งบการเงินของ HCID จะถูกรับรู้ตามวิธีส่วนได้เสีย (equity method) แทนการรวมงบการเงิน\n(full consolidation) การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติตามเกณฑ์ของทางการและการรับรู้ทางบัญชีเท่านั้น โดยไม่มีผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสิทธิออกเสียงหรือมูลค่าของเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 26, "tags": [ "สินเชื่อ", "ร้อยละ", "จํานวน", "สิ้นเดือน", "บริษัท", "เติบโต", "ธันวาคม", "เพิ่มขึ้น", "มีนาคม", "Credit" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_16d639e2fbe94796893c5f28921d454e", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 27 ของ 34\n\n สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมลดลงร้อยละ 2.0 หรือจํานวน 5,798 ล้านบาทจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 4.2 หรือจํานวน 12,658 ล้านบาทจากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 สะท้อนนโยบายการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบระมัดระวังควบคู่กับการมุ่งเน้นรักษาคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่องภายใต้สภาพแวดล้อมการดําเนินธุรกิจที่ยังคงเปราะบางสําหรับผู้ประกอบการ SMEs และบริบทการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ทั่วถึงรวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงในบางภาคอุตสาหกรรม\n\n สินเชื่อเพื่อรายย่อยลดลงร้อยละ 0.8 หรือจํานวน 7,817 ล้านบาทจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ส่งผลให้สินเชื่อ\nเพื่อรายย่อยชะลอตัวร้อยละ 2.0 หรือจํานวน 19,598 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทั้งนี้ การลดลงดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) โดยมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569\n\no \nสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจํานําทะเบียนลดลงร้อยละ 1.0 หรือจํานวน 4,831 ล้านบาทจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 1.7 หรือจํานวน 8,320 ล้านบาทจากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 การลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากการชําระคืนเงินให้สินเชื่อและเกณฑ์การให้สินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และความสามารถในการชําระหนี้ของลูกหนี้ที่ยังคงเผชิญกับแรงกดดันต่อเนื่อง\n\no \nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยลดลงร้อยละ 1.1 หรือจํานวน 2,466 ล้านบาทจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และ\nร้อยละ 2.6 หรือจํานวน 5,866 ล้านบาทจากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 จากความต้องการที่อยู่อาศัยที่ซบเซา\nอย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงท้าทายและแนวทางการพิจารณาสินเชื่ออย่างระมัดระวังของธนาคาร\n\no \nสินเชื่อบัตรเครดิตสินเชื่อบุคคล และสินเชื่ออื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 หรือจํานวน 4,328 ล้านบาทจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวตามปัจจัยด้านฤดูกาลสะท้อนการหดตัวในไตรมาส\n1/2569 จากการชําระคืนเงินให้สินเชื่อทั้งนี้ เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 สินเชื่อบัตรเครดิตสินเชื่อบุคคล และ\nสินเชื่ออื่น ๆ ลดลงร้อยละ 1.9 หรือจํานวน 2,994 ล้านบาท\n\no สินเชื่ออาเซียนส่วนใหญ่ประกอบด้วยสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคลดลงร้อยละ 4.9 หรือจํานวน 4,848 ล้านบาทจากณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 2.5 หรือจํานวน 2,418 ล้านบาทจากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 อนึ่งหากไม่รวมผลกระทบจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PT Home Credit Indonesia (HCID) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม (Deconsolidation) โดยมีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 สินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนเติบโตร้อยละ 2.5 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และร้อยละ 5.1 เทียบกับณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 สะท้อนถึง\nแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพอร์ตสินเชื่ออาเซียน", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 27, "tags": [ "สินเชื่อ", "ร้อยละ", "จํานวน", "สิ้นเดือน", "มีนาคม", "ธันวาคม", "ต่อเนื่อง", "บริษัท", "สะท้อน", "อาเซียน" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_42919076f9f2458d90378b6aa1ab9610", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 28 ของ 34\n\nคุณภาพสินเชื่อ\n\nสินเชื่อจัดชั้น\n\nStage 1: สินเชื่อที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ\n1,687,170\n35,735\n1,676,172\n\n33,411\n\nของความเสี่ยงด้านเครดิต\n\nStage 2: สินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ\n189,023\n21,078\n186,943\n\n20,552\n\nของความเสี่ยงด้านเครดิต\n\nStage 3: สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต\n73,741\n35,783\n79,211\n\n37,748\n\nPOCI: สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตเมื่อเริ่มแรก\n520 -\n547\n\n0\n\nที่ ซื้ อหรือได้มา\n\nรวม\n1,950,454\n92,596\n1,942,873\n\n91,711\n\nงบการเงินรวม (ล้านบาท)\n\nค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\n\nเงินให้สินเชื่อ\nแก่ลูกหนี้\nและดอกเบี้ยค้างรับ\n\n30 มิ.ย. 69\n31 ธ.ค. 68\n\nเงินให้สินเชื่อ\nแก่ลูกหนี้\nและดอกเบี้ยค้างรับ\n\nค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\n\nสินเชื่ อด้อยคุณภาพ*\n\nงบการเงินรวม\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n31 ธ.ค. 68\n30 ก.ย. 68\n30 มิ .ย. 68\nสินเชื่ อด้อยคุณภาพ (ล้ านบาท)\n68,552\n73,400\n73,713\n76,959\n75,617\n\nอัตราส่วนสินเชื่ อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่ อรวม\n3.08%\n3.34%\n3.26%\n3.49%\n3.39%\n\nอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพตามประเภทธุรกิจ\n\nธุรกิจขนาดใหญ่\n0.3%\n0.4%\n0.4%\n0.4%\n0.4%\n\nธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม\n8.5%\n9.0%\n8.7%\n8.8%\n8.2%\n\nสินเชื่อเพื่อรายย่อย\n4.5%\n4.7%\n4.7%\n4.9%\n5.4%\n\nสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจํานําทะเบียน**\n1.7%\n1.7%\n1.6%\n1.7%\n2.1%\n\nสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย\n7.5%\n8.0%\n7.9%\n7.9%\n7.4%\n\nสินเชื่อบัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ**\n4.6%\n4.8%\n4.7%\n5.0%\n5.0%\n\nอาเซียน\n11.5%\n11.5%\n12.3%\n13.5%\n14.0%\n\nอัตราส่วนเงินส ํ ารองต่อสินเชื่ อด้อยคุณภาพ\n137.9%\n132.3%\n126.9%\n123.1%\n122.8%\n\nหมายเหตุ: \n* ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับตามแนวทางปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย\n\n** ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สินเชื่อคาร์ฟอร์แคชและสินเชื่อจํานําทะเบียนถูกจัดกลุ่มใหม่จากเดิมที่อยู่ภายใต้กลุ่มสินเชื่อบัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ ย้ายไปอยู่ภายใต้กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อจํานําทะเบียน โดยตัวเลขสินเชื่อในไตรมาส 2/2568 ถึงไตรมาส 2/2569 ได้รับการปรับให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 28, "tags": [ "สินเชื่อ", "คุณภาพ", "เครดิต", "ดอกเบี้ย", "อัตราส่วน", "จํานํา", "ทะเบียน", "เพิ่มขึ้น", "สําคัญ", "ความเสี่ยง" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_e6c798526ca8488cb15e26f395aab105", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 29 ของ 34\n\n ภายใต้แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ระมัดระวังและรัดกุม ในไตรมาส 2/2569 ธนาคารได้ขายสินเชื่อด้อยคุณภาพจํานวน 3,653 ล้านบาทส่งผลให้สินเชื่อด้อยคุณภาพณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ลดลงมาอยู่ที่ 68,552\nล้านบาทคิดเป็นการลดลงจํานวน 4,848 ล้านบาทหรือร้อยละ 6.6 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และจํานวน\n5,161 ล้านบาทหรือร้อยละ 7.0 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 3.08 เทียบกับร้อยละ 3.34 ณสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 3.26 ณสิ้นเดือนธันวาคม 2568\n\n ทั้งนี้ เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยความไม่แน่นอนภายในและภายนอกประเทศธนาคารยังคงมีการตั้งสํารองเพิ่มตามดุลยพินิจของฝ่ายจัดการ (Management Overlays) ภายใต้นโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบระมัดระวังส่งผลให้อัตราส่วนเงินสํารองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่\nร้อยละ 137.9 ณสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จากร้อยละ 132.3 ณสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 126.9 ณสิ้นเดือนธันวาคม 2568 \n\nหนี้สินและส่วนของเจ้าของ\n\nงบการเงินรวม (ล้ านบาท)\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\nหนี้สิน\n2,144,636\n2,157,128\n(0.6)\n2,207,066\n(2.8)\n\nเงินรับฝาก\n1,686,059\n1,703,555\n(1.0)\n1,735,328\n(2.8)\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\n246,931\n231,846\n6.5\n229,721\n7.5\n\nหนี้สินอนุพันธ์\n29,397\n30,854\n(4.7)\n26,266\n11.9\n\nตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม\n102,148\n103,731\n(1.5)\n118,649\n(13.9)\n\nหนี้สินอื่น\n80,101\n87,142\n(8.1)\n97,102\n(17.5)\n\nส่วนของเจ้ าของที่ เป็นของธนาคาร\n424,539\n423,381\n0.3\n414,762\n2.4\n\nส่วนของเจ้ าของ\n449,899\n449,79 7\n0 . 0\n4 4 0 , 0 9 1\n2.2\n\nราคาตามบัญชีต่ อหุ้ น (บาท)\n61.16\n61.15\n59.83\n\n ณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,144,636 ล้านบาทลดลงจํานวน 12,492 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.6\nจากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 การลดลงดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากสะท้อนการบริหาร\nโครงสร้างหนี้สินและต้นทุนทางการเงินเชิงรุก โดยมีรายการที่สําคัญดังนี้\n\no เงินรับฝากลดลงจํานวน 17,496 ล้านบาทหรือร้อยละ 1.0 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจําที่มีต้นทุนสูง โดยเฉพาะเงินรับฝากประจําระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี และเงินรับฝากจ่ายคืนเมื่อทวงถามทั้งนี้สุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากออมทรัพย์ส่งผลให้โครงสร้างต้นทุนทางการเงินปรับตัวดีขึ้น", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 29, "tags": [ "ร้อยละ", "สิ้นเดือน", "รับฝาก", "หนี้สิน", "สินเชื่อ", "จํานวน", "ธนาคาร", "มีนาคม", "การบริหาร", "ความเสี่ยง" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_f67651d0fd1f4322ae2c919932770e5d", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 30 ของ 34\n\no หนี้สินอื่นลดลงจํานวน 7,041 ล้านบาทหรือร้อยละ 8.1 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของหลักประกันที่รับมา\nจากคู่สัญญา\n\no ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมลดลงจํานวน 1,583 ล้านบาทหรือร้อยละ 1.5 ส่วนใหญ่มาจากหุ้นกู้ระยะ\nยาวที่ครบกําหนดซึ่งของออกโดยบริษัทย่อย\n\no ขณะที่รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินเพิ่มขึ้นจํานวน 15,085 ล้านบาทหรือร้อยละ 6.5 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรจํานวน 14,353 ล้านบาท และเงินรับฝากจากสถาบันการเงินจํานวน 1,506 ล้านบาท\n\n เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 หนี้สินรวมลดลงจํานวน 62,430 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.8 โดยมีรายการที่สําคัญดังนี้\n\no เงินรับฝากลดลงจํานวน 49,269 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.8 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจําที่มีต้นทุนสูง โดยเฉพาะเงินรับฝากประจําระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีสุทธิบางส่วนด้วยการ\nเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากจ่ายคืนเมื่อทวงถามและเงินรับฝากออมทรัพย์\n\no ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมลดลงจํานวน 16,501 ล้านบาทหรือร้อยละ 13.9 ส่วนใหญ่มาจากการครบกําหนดของหุ้นกู้ระยะยาว\n\no หนี้สินอื่นลดลงจํานวน 17,001 ล้านบาทหรือร้อยละ 17.5 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของหลักประกันที่\nรับมาจากคู่สัญญา\n\no ขณะที่รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินเพิ่มขึ้นจํานวน 17,210 ล้านบาทหรือร้อยละ 7.5 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรจํานวน 23,721 ล้านบาทการเพิ่มขึ้นดังกล่าวสุทธิบางส่วนด้วยการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินจํานวน 4,104 ล้านบาทและเงินรับฝากจากสถาบันการเงินจํานวน 2,407 ล้านบาท\n\n ณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ส่วนของเจ้าของที่เป็นของธนาคารอยู่ที่ 424,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 9,777\n\nล้านบาทหรือร้อยละ 2.4 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นที่เป็นของธนาคารจํานวน 16,912 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยสุทธิบางส่วนด้วยเงินปันผลจ่ายจํานวน 6,620 ล้านบาทมูลค่าสุทธิต่อหุ้นณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 61.16 บาทจาก 59.83 บาทจากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของกําไรสะสมอย่างต่อเนื่อง และ\nระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 30, "tags": [ "จํานวน", "ร้อยละ", "เพิ่มขึ้น", "รับฝาก", "ธนาคาร", "หนี้สิน", "กู้ยืม", "รายการ", "ปัจจัยหลัก", "สถาบันการเงิน" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_05a232feaa584a788768aa2399f7ebca", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 31 ของ 34\n\nโครงสร้างเงินทุน\n\nเงินรับฝาก\n\nงบการเงินรวม (ล้ านบาท)\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n\nจ่ายคืนเมื่อทวงถาม\n56,399\n56,545\n(0.3)\n55,846\n1.0\n\nออมทรัพย์\n977,950\n974,925\n0.3\n953,390\n2.6\n\nประจํา\n650,827\n671,797\n(3.1)\n725,562\n(10.3)\n\nไม่ถึงหกเดือน\n246,337\n255,184\n(3.5)\n303,766\n(18.9)\n\n6 เดือน ไม่ถึงหนึ่งปี\n3,638\n4,500\n(19.2)\n6,687\n(45.6)\n\nหนึ่งปีและหนึ่งปีขึ้นไป\n400,852\n412,113\n(2.7)\n415,109\n(3.4)\n\nบัตรเงินฝาก\n883\n288\n206.6\n530\n66.6\n\nรวมเงินรับฝาก\n1,686,059\n1,703,555\n(1.0)\n1,735,328\n(2.8)\n\nสัดส่วนเงินรับฝากต้นทุนต ํ่ า\n61.3%\n60.6%\n58.2%\n\n ณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินรับฝากรวมอยู่ที่ 1,686,059 ล้านบาทลดลงจํานวน 17,496 ล้านบาทหรือร้อยละ 1.0 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจําจํานวน\n20,970 ล้านบาทหรือร้อยละ 3.1 และเงินรับฝากจ่ายคืนเมื่อทวงถามจํานวน 146 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.3\nสุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากออมทรัพย์จํานวน 3,025 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.3 สะท้อนกลยุทธ์การบริหารจัดการงบดุลสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเชิงรุกเพื่อลดต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ\n\n เมื่อเทียบกับณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 เงินรับฝากรวมลดลงจํานวน 49,269 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.8 ส่วน\nใหญ่เป็นผลจากการลดลงของเงินรับฝากประจําจํานวน 74,735 ล้านบาทหรือร้อยละ 10.3 สุทธิบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากออมทรัพย์จํานวน 24,560 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.6 และเงินรับฝากจ่ายคืน\nเมื่อทวงถามจํานวน 553 ล้านบาทหรือร้อยละ 1.0 สะท้อนแนวทางการบริหารจัดการงบดุลและสภาพคล่อง\nเชิงรุกที่ต่อเนื่อง\n\n จากกลยุทธ์ที่กล่าวข้างต้นส่งผลให้สัดส่วนเงินรับฝากออมทรัพย์และจ่ายคืนเมื่อทวงถามต่อเงินรับฝากทั้งหมด (CASA) เพิ่มมาอยู่ที่ร้อยละ 61.3 ณสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จากร้อยละ 60.6 ณสิ้นเดือนมีนาคม\n2569 และร้อยละ 58.2 ณสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งสัดส่วน CASA ที่เพิ่มขึ้นช่วยสนับสนุนให้ต้นทุนทางการเงินลดลงและเสริมสร้างความสามารถในการรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 31, "tags": [ "รับฝาก", "ร้อยละ", "จํานวน", "จ่ายคืน", "ทวงถาม", "ออมทรัพย์", "ต้นทุน", "สิ้นเดือน", "สัดส่วน", "เพิ่มขึ้น" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_494cfb51ba0e4a54a0c688c895b30e5d", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 32 ของ 34\n\nเงินกู้ยืม\n\nงบการเงินรวม (ล้ านบาท)\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\nหุ้ นกู้\n49,089\n50,685\n(3.1)\n65,342\n(24.9)\nหุ้นกู้ด้อยสิทธิ\n52,257\n52,254\n0.0\n52,244\n0.0\nอื่ น ๆ\n802\n792\n1.3\n1,063\n(24.6)\nรวมเงินกู้ ยืม\n102,148\n103,731\n(1.5)\n118,649\n(13.9)\n\n ณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินกู้ยืมรวมอยู่ที่ 102,148 ล้านบาทลดลงจํานวน 1,583 ล้านบาทหรือร้อยละ\n\n1.5 จากไตรมาสก่อนหน้า การลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากการครบกําหนดชําระของหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทย่อยของธนาคารสอดคล้องกับกลยุทธ์การบริหารจัดการโครงสร้างต้นทุนและสภาพคล่องเชิงรุกที่ต่อเนื่อง\n\n เมื่อเทียบกับณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 เงินกู้ยืมรวมลดลงจํานวน 16,501 ล้านบาทหรือร้อยละ 13.9 โดยมีปัจจัยหลักมาจากหุ้นกู้ที่ครบกําหนดชําระของธนาคารและบริษัทย่อยดังนี้\n\no หุ้นกู้ที่ครบกําหนดของธนาคารจํานวน 8,000 ล้านบาท\n\no หุ้นกู้ที่ครบกําหนดของบริษัทย่อยจํานวน 11,800 ล้านบาท\n\nทั้งนี้ การลดลงข้างต้นถูกสุทธิบางส่วนด้วยการออกหุ้นกู้ของ TIDLOR จํานวน 3,270 ล้านบาท ในช่วงเวลา\nดังกล่าว\n\nการดํารงสภาพคล่อง\n\nงบการเงินรวม\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n31 ธ.ค. 68\n30 ก.ย. 68\n30 มิ .ย. 68\nอัตราส่วนเงินให้สิ นเชื่ อต่อเงินรับฝาก\n115%\n112%\n111%\n113%\n104%\nอัตราส่วนเงินให้สิ นเชื่ อต่อเงินรับฝากและหุ้ นกู้\n112%\n109%\n107%\n109%\n101%\n\n อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 115 ณสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เทียบกับร้อยละ 112 ณ\n\nสิ้ นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 111 ณสิ้ นเดือนธันวาคม 2568\n\n ขณะที่อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากและหุ้นกู้อยู่ที่ร้อยละ 112 ณสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เทียบกับร้อยละ\n\n109 ณสิ้นเดือนมีนาคม 2569 และร้อยละ 107 ณสิ้นเดือนธันวาคม 2569", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 32, "tags": [ "ร้อยละ", "หุ้นกู้", "จํานวน", "สิ้นเดือน", "อัตราส่วน", "รับฝาก", "กู้ยืม", "มิถุนายน", "บริษัท", "ธนาคาร" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_3e62955b1fdb4488a0342e42a821a890", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 33 ของ 34\n\nภาระผูกพัน\n\n ภาระผูกพันของกรุงศรีกรุ๊ปณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีจํานวน 162,502 ล้านบาทลดลงจํานวน 8,864 ล้านบาท\n\nหรือร้อยละ 5.2 จากสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้\nเล็ตเตอร์ออฟเครดิต และภาระในการส่งคืนหลักทรัพย์สุทธิด้วยการเพิ่มขึ้นของการรับอาวัลตั๋วเงินและการคํ้า\nประกันการกู้ยืมเงิน\n\n เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ภาระผูกพันเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 หรือจํานวน 10,185 ล้านบาทส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของภาระในการส่งคืนหลักทรัพย์ และการรับอาวัลตั๋วเงินและการคํ้าประกันการกู้ยืมเงินสุทธิด้วยการลดลงของเล็ตเตอร์ออฟเครดิต\n\nเงินกองทุนตามกฎหมาย\n\n ณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินกองทุนของธนาคารอยู่ที่ 332,600 ล้านบาทหรือเทียบเท่าร้อยละ 20.20\nของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Common Equity Tier 1) และเงินกองทุนชั้นที่ 1 ร้อยละ 15.95 และเงินกองทุนชั้นที่ 2 ร้อยละ 4.25\n\n ทั้งนี้ ระดับเงินกองทุนในปัจจุบันอยู่ในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นตํ่าที่กฎหมายกําหนดรวมเงินกองทุนส่วนเพิ่ม\nเพื่อรองรับผลขาดทุนในภาวะวิกฤต (Capital Conservation Buffer) และดํารงเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับความ\nเสียหาย (Higher Loss Absorbency) สําหรับสถาบันการเงินที่มีความสําคัญเชิงระบบ (D-SIB)\n\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n31 ธ.ค. 68\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n31 ธ.ค. 68\n\nเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ\n262,679\n266,313\n\n266,946\n\n15.95%\n16.37%\n16.41%\n\nเงินกองทุนชั้นที่ 1\n262,679\n266,313\n\n266,946\n\n15.95%\n16.37%\n16.41%\n\nเงินกองทุนชั้ นที่ 2\n69,921\n69,703\n\n69,653\n\n4.25%\n4.28%\n4.28%\n\nเงินกองทุนรวม\n332,600\n336,016\n\n336, 599\n \n20. 20%\n20. 65%\n20. 6 9%\n\nงบการเงินเฉพาะธนาคาร\nเงินกองทุน\n(ล้านบาท)\n\nอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง\n\nงบการเงินรวม (ล้ านบาท)\n30 มิ .ย. 69\n31 มี .ค. 69\n%QoQ\n31 ธ.ค. 68\n%YTD\n\nการรับอาวัลตั๋วเงินและการคํ้าประกันการกู้ยืมเงิน\n6,169\n4,420\n39.6\n4,286\n43.9\n\nภาระตามตั๋วแลกเงินค่าสินค้าเข้าที่ยังไม่ครบกําหนด\n2,701\n2,531\n6.7\n3,118\n(13.4)\n\nเล็ตเตอร์ออฟเครดิต\n5,292\n8,362\n(36.7)\n6,572\n(19.5)\n\nภาระผูกพันอื่ น\n148,340\n1 5 6 , 0 5 3\n(4 . 9 )\n1 3 8 , 3 4 1\n7 .2\n\nรวมภาระผูกพันทั้ งสิ้ น\n162,502\n171,366\n(5.2)\n152,317\n6.7\n\n5\n\n5", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 33, "tags": [ "กองทุน", "ภาระผูกพัน", "ร้อยละ", "จํานวน", "เล็ตเตอร์", "เครดิต", "เพิ่มขึ้น", "ตั๋วเงิน", "ประกัน", "กู้ยืม" ] } }, { "id": "BAY_2569_2_financial_explanation_32030cc096a04f0fbfb2f9643cd4e6a2", "content": "ค ํ าอธิบายและการวิ เคราะห์ผลการด ํ าเนินงาน\n\nหน้า 34 ของ 34\n\nอันดับความน่าเชื่อถือ\n\nอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารซึ่งจัดโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออันได้แก่มูดี้ส์ เรทติ้ง, สแตนดาร์ด แอนด์พัวร์, ฟิทช์ เรทติ้งส์, และทริสเรทติ้งปรากฎตามตาราง\n\nมูดี้ส์ เรทติ้ง\n\nอันดับความน่าเชื่อถือเงินฝาก - ระยะยาว\nA3\nอันดับความน่าเชื่อถือเงินฝาก - ระยะสั้น\nP-2\nฐานอันดับความน่าเชื่อถือ (BCA)\nbaa2\nแนวโน้ม \nมีเสถียรภาพสแตนดาร์ด แอนด์พัวร์\n\nระยะยาว \nBBB+ \nระยะสั้น\nA-2\nระยะยาว - หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ\nBBB+\nความแข็งแกร่งทางการเงิน (SACP)\nbb\nแนวโน้มมีเสถียรภาพ\n\nฟิทช์ เรทติ้งส์\n\nอันดับความน่ าเชื่ อถือสากล \n\nระยะยาว\nBBB+\nระยะสั้น\nF1\nความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating)\nbbb\nแนวโน้มมีเสถียรภาพอั นดับความน่ าเชื่ อถือภายในประเทศ\n\nระยะยาว\nAAA (tha)\nระยะยาว - หุ้นกู้\nAAA (tha)\nระยะสั้น\nF1+(tha)\nตราสารหนี้ด้อยสิทธิ\nAA (tha)\nแนวโน้ม \nมีเสถียรภาพ\n\nทริสเรทติ้ง\n\nอันดับเครดิตองค์กร\nAAA\n\nอันดับเครดิตตราสารหนี้ - หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน\nAAA\n\nความแข็งแกร่งทางการเงิน (SACP)\naa\n\nแนวโน้ม\nมี เสถียรภาพ", "metadata": { "company": "BAY", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 34, "tags": [ "อันดับ", "ความน่าเชื่อถือ", "ระยะยาว", "แนวโน้ม", "เสถียรภาพ", "ระยะสั้น", "หุ้นกู้", "แข็งแกร่ง", "ทางการเงิน", "มูดี้ส์" ] } } ] }
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAY ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
42,476.86 ล้านบาท
↑ 14.9% YoY
กำไรขั้นต้น
129,786.91 ล้านบาท
↑ 12.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
305.55 %
กำไรสุทธิ
7,126.70 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.78 %
D/E Ratio
5.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
42,477
↑ + 14.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
129,787
↑ + 12.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,127
↑ + 13.6% YoY
D/E Ratio
5.32

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
42,476.86
+14.90%
36,967.61
-10.63%
41,365.33
+38.61%
29,842.13
+3.67%
28,786.51
+4.17%
27,634.63
-3.40%
กำไรขั้นต้น
129,786.91
+12.86%
114,994.05
-11.02%
129,241.18
+41.92%
91,069.12
+5.99%
85,926.42
+2.03%
84,214.72
-5.63%
ค่าใช้จ่ายรวม
31,608.77
+22.67%
25,767.09
-10.07%
28,653.74
+42.76%
20,071.68
+4.34%
19,237.23
-56.06%
43,784.04
-4.20%
กำไรสุทธิ
7,126.70
+13.55%
6,276.01
-18.83%
7,731.97
+4.61%
7,391.35
+15.76%
6,384.97
+88.64%
3,384.78
-47.42%
กำไรต่อหุ้น
0.97
+13.60%
0.85
-18.84%
1.05
+4.58%
1.01
+15.78%
0.87
+88.70%
0.46
-47.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
305.55
-1.77%
311.07
-0.44%
312.44
+2.38%
305.17
+2.23%
298.50
-2.05%
304.74
-2.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
74.41
+6.76%
69.70
+0.62%
69.27
+2.99%
67.26
+0.64%
66.83
-57.82%
158.44
-0.83%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
16.78
-1.18%
16.98
-9.15%
18.69
-24.55%
24.77
+11.68%
22.18
+81.06%
12.25
-45.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-70.54
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-10,879.72
-40,663.28%
-26.69
ROE(%)
7.87
+0.77%
7.81
-15.84%
9.28
-0.54%
9.33
-16.47%
11.17
+35.39%
8.25
-1.20%
ROA(%)
3.04
-7.03%
3.27
+8.64%
3.01
+28.09%
2.35
-6.37%
2.51
+12.05%
2.24
-31.08%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
5.02
-10.68%
5.62
-12.87%
6.45
-4.02%
6.72
-1.90%
6.85
-14.59%
8.02
+33.67%
P/E
6.19
+7.09%
5.78
-9.40%
6.38
-16.16%
7.61
-10.26%
8.48
-3.75%
8.81
+29.37%
P/BV
0.47
0.47
-18.97%
0.58
-14.71%
0.68
-19.05%
0.84
+3.70%
0.81
-3.57%
BV
55.55
+6.05%
52.38
+6.64%
49.12
+8.43%
45.30
+7.32%
42.21
+9.15%
38.67
+8.38%
YIELD(%)
3.27
-5.76%
3.47
+15.28%
3.01
+9.06%
2.76
+178.79%
0.99
-63.60%
2.72
-3.89%
ราคาหุ้น
26.00
+6.12%
24.50
-13.27%
28.25
-8.13%
30.75
-13.38%
35.50
+13.60%
31.25
+4.17%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.32
ROE (%)
7.87
ROA (%)
3.04
Book Value/หุ้น
57.56

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
2,647,156.69
+1.03%
2,768,294.89
+4.98%
2,636,950.82
+5.52%
2,499,108.63
-4.23%
2,609,373.79
+10.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
2,207,065.66
-0.77%
2,396,841.22
+4.43%
2,295,191.80
+5.24%
2,180,871.98
-6.00%
2,320,194.83
+11.15%
รวมส่วนของเจ้าของ
414,761.84
+5.80%
368,453.59
+8.08%
341,759.02
+7.39%
318,236.65
+10.05%
289,178.96
+6.27%
D/E
5.32
6.51
6.72
6.85
8.02
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
7.87
9.28
9.33
11.17
8.25
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.04
3.01
2.35
2.51
2.24
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+28,687
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12,904
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAY

รายการ 2566 2560 2559 2558 2557 2556 2555
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
28,686.59
-17,552.75
+185.05%
-6,157.85
-113.17%
46,750.16
+171.88%
17,195.37
-234.06%
-12,826.44
-120.47%
62,658.87
-168.07%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-12,903.92
43,822.55
-239.76%
-31,355.82
-231.39%
23,864.10
+51.01%
15,803.12
+2,033.60%
740.68
-115.45%
-4,794.81
-49.63%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-5,431.09
-23,807.11
-157.35%
41,512.23
-159.73%
-69,501.31
+151.00%
-27,689.81
-283.42%
15,096.56
-125.94%
-58,203.03
-155.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
9,506.79
2,124.17
-48.30%
4,108.73
+223.50%
1,270.07
-75.90%
5,269.54
+65.94%
3,175.64
-1,007.69%
-349.86
-111.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
40,249.21
+3.96%
39,576.98
+11.58%
35,468.25
+3.71%
34,198.18
+18.22%
28,928.64
+12.33%
25,753.00
-1.34%
26,102.86
+13.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
49,756.00
+23.62%
41,701.15
+5.37%
39,576.98
+11.58%
35,468.25
+3.71%
34,198.18
+18.22%
28,928.64
+12.33%
25,753.00
-1.34%