ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
38.25
0.25 (0.65%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักคือกําไรพิเศษจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นใน บริษัท เงินติดล้อ จํากัด (มหาชน) (เงินติดล้อ) ในไตรมาสที่ 2 / 2564 หากไม่รวมรายการพิเศษ กําไรสุทธิจากการดําเนินธุรกิจปกติอยู่ที่จํานวน 25,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 หรือจํานวน 2,569 ล้านบาท จากปี 2563
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญจํานวน 12,243 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.5 จากปี 2563 โดย มีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกําไรจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นเงินติดล้อ
หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวแล้ว รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากการดําเนินธุรกิจปกติ เพิ่มขึ้นจํานวน 1,517 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.6 จากปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินเชื่อที่ตัดจําหน่ายแล้วและกําไรจากการจําหน่าย ทรัพย์สินรอการขาย
บริษัทรับซื้อและรับโอนส่วนของทุน (Charter Capital) ร้อยละ 100 ของบริษัท SHBank Finance Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อย ในประเทศเวียดนาม จาก ธนาคาร Saigon-Hanoi Commercial Joint Stock Bank โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมของธุรกรรมสูงสุดเป็น จํานวนเงินประมาณ 3,590.3 พันล้านดองเวียดนาม หรือคิดเป็นจํานวนเงินประมาณ 5,184.4 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่อาเซียน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## สรุปผลประกอบการของหุ้น BAY (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ไตรมาส 2 ปี 2568
**สรุปสั้น:**
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) สามารถรักษาระดับผลการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีกำไรสุทธิ 15,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 8,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% จากไตรมาสก่อนหน้า NIM อยู่ที่ 4.19% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า NPL อยู่ที่ 3.39% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2567 Coverage Ratio อยู่ที่ 122.8% ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2567 (หน้า 2, 4, 5)
**เศรษฐกิจ:**
ภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชน การบริโภค และความต้องการสินเชื่อ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.75% ในวันที่ 30 เมษายน 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (หน้า 2, 8) กรุงศรีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.1% ในปี 2568 (หน้า 9)
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:**
กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2568 เพิ่มขึ้น 10.1% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (หน้า 2) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1.0% แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะปรับตัวลดลง เนื่องจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (หน้า 2) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 8.4% YoY ในไตรมาส 2/2568 (หน้า 4)
**สินเชื่อและสัดส่วน:**
เงินให้สินเชื่อรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 1,866,038 ล้านบาท ลดลง 1.6% จากสิ้นปี 2567 (หน้า 2) สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 2.8% ขณะที่สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยลดลง 4.0% และ 3.9% ตามลำดับ (หน้า 2) เงินรับฝากรวมลดลง 1.1% จากสิ้นปี 2567 มาอยู่ที่ 1,802,447 ล้านบาท (หน้า 2) NIM ในไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 4.19% เพิ่มขึ้นจาก 4.10% ในไตรมาสก่อนหน้า (หน้า 5) อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ที่ 3.39% เพิ่มขึ้นจาก 3.23% ณ สิ้นปี 2567 (หน้า 2) อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 122.8% ลดลงเล็กน้อยจาก 123.2% ณ สิ้นปี 2567 (หน้า 3)
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:**
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต (หน้า 9) โอกาสในการลงทุน ได้แก่ การเติบโตในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (หน้า 2, 8)
**สรุปสั้นท้ายสุด:**
ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อรายได้และกำไรในช่วงรายงาน ได้แก่ NIM, สินเชื่อ (จำนวนและสัดส่วนสินเชื่อสูงสุด), NPL, และ Coverage Ratio NIM ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่สินเชื่อโดยรวมลดลงเล็กน้อย โดยมีการเติบโตในสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ลดลงในสินเชื่อ SME และรายย่อย NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ Coverage Ratio ยังคงอยู่ในระดับที่สูง แสดงให้เห็นถึงการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบระมัดระวังของธนาคาร (หน้า 2, 5) ธนาคารมีความแข็งแกร่งในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบระมัดระวัง (หน้า 2)
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAY ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
42,476.86
ล้านบาท
↑ 14.9% YoY
กำไรขั้นต้น
129,786.91
ล้านบาท
↑ 12.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
305.55
%
กำไรสุทธิ
7,126.70
ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.78
%
D/E Ratio
5.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
42,477
↑ + 14.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
129,787
↑ + 12.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,127
↑ + 13.6%
YoY
D/E Ratio
5.32
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.32
ROE (%)
7.87
ROA (%)
3.04
Book Value/หุ้น
57.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+28,687
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12,904
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท