บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
6.80
0.05 (0.73%)
สรุปสั้น
บริษัทฯ มีผลเรียกเก็บปี 2564 รวม 15,995 ล้านบาท มีกําไรสุทธิสําหรับไตรมาส 4 ปี 2554 จํานวน 986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 410 ล้านบาท หรือร้อยละ 71 ของไตรมาสก่อนหน้า และมีกําไรสุทธิสําหรับปี 2564 จํานวน 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 760 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 41 ของปีก่อนหน้า
สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 4 ปี 2564 โดยกรมบังคับคดีเปิดขายทอดตลาดตามปกติทุกพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 และการออกบูธกลับมาจัดงานได้ในไตรมาส 4
สําหรับปี 2556 บริษัทฯ มีเป้าหมายผลเรียกเก็บเงินสดไม่น้อยกว่า 17,488 ล้านบาท และมีนโยบายการลงทุนเพื่อการเติบโตของ สินทรัพย์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของต้นทุนที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะลงทุนซื้อ ไม่น้อยกว่า 9,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯ อาจพิจารณาลงทุนซื้อ เพิ่มหากมีโอกาสทางธุรกิจและสอดคล้องกับสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21262 out_tok=2290 at=2026-07-25T07:49:24 -->
# BAM โชว์กำไรปี 65 โต 4.8% รับแรงหนุน NPLs ฟื้น-บริหารภาษี
## รายได้ NPLs ขยายตัวต่อเนื่อง สวนทาง NPA ชะลอตัว เผยต้นทุนการเงินพุ่งตามตลาด
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 2,725 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) ที่ดีขึ้น ขณะที่รายได้จากทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากกลยุทธ์เร่งขายในปี 2564
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BAM ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานส่วน NPLs ที่เพิ่มขึ้น 2.8%** สวนทางกับรายได้จากส่วนงาน NPAs ที่ลดลง 23.2% นอกจากนี้ การบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ทางภาษียังมีส่วนช่วยหนุนกำไรโดยรวมให้เติบโตได้ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 3.0% จากการออกหุ้นกู้และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จาก NPLs ที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากการขยายฐานลูกหนี้นอกระบบที่ปรับโครงสร้างหนี้ได้ดีขึ้น รวมถึงกิจกรรมการขายทอดตลาดผ่านกรมบังคับคดีที่กลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้รายย่อยและรายกลาง
ในทางกลับกัน **รายได้จาก NPAs ที่ลดลง** เกิดจากกลยุทธ์การตั้งราคาพิเศษเพื่อเร่งการขายทรัพย์สินรอการขายในปี 2564 ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปี 2565 สูงกว่า
ส่วน **ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลโดยตรงจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 17,300 ล้านบาทในปี 2565 เพื่อเตรียมเงินลงทุน และต้นทุนทางการเงินที่ปรับสูงขึ้นตามสภาวะตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับรายได้จาก NPLs เนื่องจากฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวต่อเนื่อง และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะทยอยสิ้นสุดลง ซึ่งจะส่งผลให้สถาบันการเงินทยอยนำหนี้เสียออกมาขายมากขึ้น BAM มีเป้าหมายผลเรียกเก็บไม่น้อยกว่า 17,800 ล้านบาท และมีแผนลงทุนซื้อหนี้ใหม่ไม่ต่ำกว่า 9,000 ล้านบาทในปี 2566
อย่างไรก็ตาม **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับรายได้จาก NPAs ที่ลดลงในปี 2565 เนื่องจากเป็นผลจากกลยุทธ์เร่งขายในปี 2564 ส่วนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มจะต่อเนื่องตามสภาวะตลาดดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ BAM มีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินเพื่อลดผลกระทบ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 2,725 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% YoY**
* **รายได้จากการดำเนินงานส่วน NPLs เพิ่มขึ้น 2.8% YoY** จากการขยายฐานลูกหนี้และการขายทอดตลาดที่กลับสู่ภาวะปกติ
* **รายได้จากการดำเนินงานส่วน NPAs ลดลง 23.2% YoY** จากกลยุทธ์เร่งขายในปี 2564
* **ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 3.0% YoY** จากการออกหุ้นกู้และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 3.19%** จาก 2.98% ในปีก่อน
* **บริษัทฯ ออกหุ้นกู้รวม 17,300 ล้านบาทในปี 2565** เพื่อใช้ในการลงทุนและบริหารต้นทุนทางการเงิน
* **มีเป้าหมายผลเรียกเก็บปี 2566 ไม่น้อยกว่า 17,800 ล้านบาท** และลงทุนซื้อหนี้ใหม่ไม่ต่ำกว่า 9,000 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 BAM มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 12,604 ล้านบาท (NPLs 9,709 ล้านบาท, NPAs 2,895 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 2,725 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% YoY แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 3.0% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.9% ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 43.2% จาก 39.7% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** ช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของ BAM
* **ปริมาณ NPLs ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น:** จากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้สถาบันการเงินมีแนวโน้มจะนำ NPLs ออกมาขายมากขึ้น
* **กลยุทธ์ Digital AMC:** การปรับองค์กรสู่ Digital AMC ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า จะช่วยยกระดับการให้บริการและเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายขึ้น
* **การลงทุนซื้อหนี้ใหม่:** BAM มีแผนลงทุนซื้อหนี้ตามสภาวะตลาดและโอกาสทางธุรกิจในปี 2566
## ความเสี่ยง
* **ภาวะต้นทุนอยู่ในระดับสูงและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและผลกำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะยังไม่พบการให้ราคาสูงผิดปกติ แต่การจัดพอร์ตขายที่เล็กลงของสถาบันการเงินอาจส่งผลต่อการแข่งขันในการประมูล
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** แม้จะคาดการณ์การฟื้นตัว แต่ปัจจัยภายนอกอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณ NPLs ที่สถาบันการเงินจะนำออกมาขาย:** เป็นโอกาสสำคัญในการเข้าซื้อหนี้ใหม่
* **ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
* **ความคืบหน้าของการปรับองค์กรสู่ Digital AMC:** และผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566:** เพื่อประเมินทิศทางรายได้ NPLs และ NPAs
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
BAM ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ มีการดำเนินงานที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยเน้นการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) เป็นหลัก
* **NPLs:** รายได้หลักมาจากดอกเบี้ยและกำไรจากการรับชำระหนี้ NPLs โดยในปี 2565 รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ (ส่วนที่รับเงินแล้ว) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 58.2% YoY สะท้อนถึงการฟื้นตัวของลูกหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้ที่ประสบความสำเร็จ
* **NPAs:** รายได้จากการขายทรัพย์สินรอการขายแบบขายสดลดลง 14.4% YoY เนื่องจากบริษัทฯ ได้ใช้กลยุทธ์เร่งขายในปี 2564 ไปแล้ว
* **ต้นทุนทางการเงิน:** มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 3.19% ในปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 2.98% ในปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากต้นทุนหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาด
* **การบริหารจัดการหนี้:** บริษัทฯ มีการวิเคราะห์คุณภาพและผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อ (Vintage Analysis) พบว่าราคาประเมินของหลักประกันสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีอย่างมีนัยสำคัญ (2.2 เท่าสำหรับ NPLs และ 1.9 เท่าสำหรับ NPAs) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในการเรียกเก็บหนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 BAM มีสินทรัพย์รวม 132,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY โดยมีเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และค้างรับสุทธิ 72,384 ล้านบาท ลดลง 1.4% YoY ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 89,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% YoY โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่ 2.04 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขของธนาคารผู้ให้กู้
บริษัทฯ มีการออกและเสนอขายหุ้นกู้รวม 17,300 ล้านบาทในปี 2565 เพื่อใช้ในการลงทุนและบริหารโครงสร้างทางการเงิน
## สรุปท้าย
BAM แสดงผลประกอบการปี 2565 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 4.8% จากการบริหารจัดการ NPLs ที่มีประสิทธิภาพและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสในการเติบโตจากการเข้าซื้อหนี้ใหม่ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2566 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การปรับตัวสู่ Digital AMC จะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,378.96
ล้านบาท
↓ 1.6% YoY
กำไรขั้นต้น
6,311.27
ล้านบาท
↓ 5.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
265.29
%
กำไรสุทธิ
117.75
ล้านบาท
↓ 77.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95
%
D/E Ratio
2.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,379
↓ -1.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,311
↓ -5.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
118
↓ -77.2%
YoY
D/E Ratio
2.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.03
ROE (%)
4.07
ROA (%)
3.92
Book Value/หุ้น
13.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,760
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+80
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,759.94
-632.05%
|
1,270.54
+22.85%
|
1,034.23
-137.69%
|
-2,744.26
+53.05%
|
-1,793.07
-370.13%
|
663.77
-68.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
80.31
-113.55%
|
-592.54
-1,015.12%
|
64.75
-398.52%
|
-21.69
-132.17%
|
67.42
-380.80%
|
-24.01
-100.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
7,822.72
+299.97%
|
1,955.82
-62.79%
|
5,256.20
-20.86%
|
6,641.44
-51.21%
|
13,612.67
+117.85%
|
6,248.75
-179.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,143.10
-56.60%
|
2,633.83
-58.56%
|
6,355.19
+63.98%
|
3,875.49
-67.40%
|
11,887.03
+72.56%
|
6,888.51
-4,462.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,745.29
+0.88%
|
1,730.03
-74.29%
|
6,729.41
+96.24%
|
3,429.22
-55.51%
|
7,708.38
+458.66%
|
1,379.81
+33.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|