BAM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BAM
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
6.60
0.05 (0.75%)

สรุปสั้น

บริษัทฯ มีผลเรียกเก็บปี 2564 รวม 15,995 ล้านบาท มีกําไรสุทธิสําหรับไตรมาส 4 ปี 2554 จํานวน 986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 410 ล้านบาท หรือร้อยละ 71 ของไตรมาสก่อนหน้า และมีกําไรสุทธิสําหรับปี 2564 จํานวน 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 760 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 41 ของปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 4 ปี 2564 โดยกรมบังคับคดีเปิดขายทอดตลาดตามปกติทุกพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 และการออกบูธกลับมาจัดงานได้ในไตรมาส 4 สําหรับปี 2556 บริษัทฯ มีเป้าหมายผลเรียกเก็บเงินสดไม่น้อยกว่า 17,488 ล้านบาท และมีนโยบายการลงทุนเพื่อการเติบโตของ สินทรัพย์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของต้นทุนที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะลงทุนซื้อ ไม่น้อยกว่า 9,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯ อาจพิจารณาลงทุนซื้อ เพิ่มหากมีโอกาสทางธุรกิจและสอดคล้องกับสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการของ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ไตรมาส 1/2567 **สรุปสั้น:** BAM รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2567 ที่ 423 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน NIM อยู่ที่ [ระบุตัวเลข], NPL ที่ [ระบุตัวเลข], และ Coverage Ratio ที่ [ระบุตัวเลข]. **เศรษฐกิจ:** * เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 1/2567 มีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ยังได้รับผลกระทบจากนโยบายทางการเงินที่เข้มงวด โดยเฉพาะต่อตลาดที่อยู่อาศัยและตลาดเครดิต แต่ได้รับแรงหนุนจากภาวะเงินเฟ้อที่อ่อนตัว การลดลงของแรงกดดันต่อสภาวะแวดล้อมของห่วงโซ่อุปทาน และความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก. * เศรษฐกิจไทย ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 4/2566 จากภาคการท่องเที่ยว แต่ยังขยายตัวจำกัดจากสภาพคล่องทางเศรษฐกิจที่ไม่เพียงพอ ระดับหนี้ครัวเรือนสูง การชะลอตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม และการแข่งขันจากประเทศจีน. ธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 เติบโตอยู่ที่ระดับ 1%. * เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 2/2567 คาดว่าจะมีทิศทางการเติบโตในระดับที่ต่ำกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 และยังมีหลายปัจจัยกดดัน อาทิ ปัญหาเงินเฟ้อระลอกใหม่ อัตราดอกเบี้ยย้อนโยบายในระดับสูง และปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง. * เศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลงจากไตรมาสแรก โดยมีภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการส่งออกที่จะได้รับอานิสงค์จากการเติบโตของเศรษฐกิจจีน. อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับ 90% จะยังคงสร้างความกดดันต่อการลงทุน ขณะเดียวกันการเข้าถึงสินเชื่อของธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นไปอย่างจำกัดอาจสร้างแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะใกล้. ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การเติบโตของไทยปีนี้จาก 3.2% เหลือ 2.8% หลังตัวเลขการส่งออกติดลบ และการลงทุนภาครัฐที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณปี 2567. **การเปลี่ยนแปลงของกำไร:** กำไรของ BAM ในไตรมาส 1/2567 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลักมาจากรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 15.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการบริหารงาน NPL และ NPLs โดยเฉพาะการรับชำระเงินจากลูกหนี้และผู้ซื้อทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากหุ้นกู้และเงินกู้ แต่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานยังคงทรงตัว เนื่องจากบริษัทฯ บริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด **สินเชื่อและสัดส่วน:** BAM มีสินเชื่อรวม [ระบุตัวเลข] สัดส่วนสินเชื่อสูงสุด [ระบุตัวเลข], NIM อยู่ที่ [ระบุตัวเลข], NPL ที่ [ระบุตัวเลข], และ Coverage Ratio ที่ [ระบุตัวเลข]. **ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:** ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของ BAM ได้แก่ ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ, ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน, และความเสี่ยงจากการบริหารจัดการสินเชื่อ แต่ BAM มีโอกาสการเติบโตจากการขยายธุรกิจสินเชื่อ, การเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการสินทรัพย์, และการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ **การดำเนินงานด้านความยั่งยืน:** BAM มุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างยั่งยืนใน 3 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมีเป้าหมายที่จะได้รับคะแนน SET ESG Rating ไม่ต่ำกว่า [ระบุระดับ] และมีผลคะแนนไม่น้อยกว่า 90 คะแนน ในปี 2567 **การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม:** BAM มีแผนงานในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การปรับเปลี่ยนวิธีใช้เชื้อเพลิงและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการขยะ และการนำกลับมาใช้ใหม่. **การดำเนินงานด้านสังคม:** BAM มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติต่อพนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ด้วยความเท่าเทียมและเสมอภาค โดยมีเป้าหมายที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Awards) ระดับไม่ต่ำกว่า “ดี” ในปี 2567 **การดำเนินงานด้านธรรมาภิบาล:** BAM ยกระดับสู่การเป็นองค์กรที่สร้างเครือข่ายธุรกิจที่โปร่งใส ปราศจากคอร์รัปชัน โดยมีเป้าหมายที่จะให้คู่ค้า (supplier) เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับโครงการดังกล่าว อย่างน้อย 20 บริษัท ในปี 2567 **เงินรับจากธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ต้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPLs):** BAM มีเงินรับจากธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ต้อยคุณภาพในไตรมาส 1/2567 ที่ 2,169.4 ล้านบาท โดยมีเงินรับชำระจากลูกหนี้โดยรวมระหว่างงวด 1,213.0 ล้านบาท และมีเงินรับจากกรมบังคับคดี 956.4 ล้านบาท. **เงินรับจากธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPLs):** BAM มีเงินรับจากธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายในไตรมาส 1/2567 ที่ 1,364.2 ล้านบาท โดยเป็นเงินรับจากการขายทรัพย์สินรอการขายแบบเงินสด 1,201.6 ล้านบาท และเงินรับจากลูกหนี้ขายผ่อนชำระ 162.6 ล้านบาท **การวิเคราะห์คุณภาพและผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และทรัพย์สินรอการขาย (Vintage Analysis):** * BAM พบว่าราคาประเมินของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และทรัพย์สินรอการขายที่มาจากการโอนหลักประกัน มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และทรัพย์สินรอการขายแต่ละประเภทที่ 2.2 และ 1.9 เท่า บริษัทฯ พยายามรักษาระดับของเงินรับทั้งจากธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพและธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี * BAM มีอัตราส่วนเงินรับต่อต้นทุนการซื้อสําหรับเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ทีมีอายุตั้งแต่ 2 ปี - น้อยกว่า 3 ปี ที่ร้อยละ 62.1 โดยมีอัตราส่วนน้อยกว่าอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วนเงินรับต่อต้นทุนการซื้อสําหรับเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ทีมีอายุมากกว่า 10 ปี ที่ร้อยละ 130.6 * ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 บริษัทฯ ได้รับเงินจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ที่มีอายุระหว่าง 1 ปี ถึง 2 ปี จำนวน 2,310.4 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินรับจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ 913.9 ล้านบาท และเงินรับจากทรัพย์สินรอการขายที่มาจากการโอนหลักประกัน 1,396.6 ล้านบาท * ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 อัตราส่วนเฉลี่ยราคาประเมินต่อมูลค่าทางบัญชีของทรัพย์สินรอการขายที่บริษัทฯ ซื้อมาโดยตรง คิดเป็นอัตรา 2.8 เท่า * ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 อัตราส่วนเงินรับต่อต้นทุนการซื้อสําหรับทรัพย์สินรอการขายที่บริษัทฯ ซือมาโดยตรงที่มีอายุตั้งแต่ 1 - น้อยกว่า 2 ปี ทีร้อยละ 14.0 และสำหรับทรัพย์สินรอการขายที่บริษัทฯ ซือมาโดยตรงที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ทีร้อยละ 201.7 **การกระจุกตัวของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้:** BAM มีเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ที่ใหญ่ที่สุด 10 รายแรก คิดเป็น [ระบุเปอร์เซ็นต์] ของมูลค่ารวม **การกระจุกตัวของทรัพย์สินรอการขาย:** BAM มีทรัพย์สินรอการขายกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทัวประเทศ โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ทรัพย์สินรอการขายอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คิดเป็นร้อยละ 37.3 ของมูลค่าตามบัญชีทรัพย์สินรอการขายสุทธิทั้งหมดของบริษัทฯ และมีทรัพย์สินรอการขาย ประเภทที่อยู่อาศัย คิดเป็นร้อยละ 56.4 ของมูลค่าตามบัญชีทรัพย์สินรอการขายสุทธิทั้งหมดของบริษัทฯ **ภาพรวมอุตสาหกรรม:** * ณ ไตรมาส 1 ปี 2567 มีบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ได้รับใบอนุญาตทั้งสิ้น จํานวน 280,066 ล้านบาท โดย BAM มีสินทรัพย์รวมกัน 136,745 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 48.8 ของสินทรัพย์ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่า BAM ยังคงเป็นผู้เล่นรายสำคัญในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ * สถาบันการเงินยังคงนำหนี้ NPL ออกมาประมูลขายทั้ง 3 ประเภทหลักคือ สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate Loan) สินเชื่อธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs Loan) และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Housing Loan) โดยจากปริมาณภาระหนี้รวมพบว่ามีการนำสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ออกมาประมูลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากช่วงครึ่งหลังของปี 2566 สะท้อนถึงความหลากหลายของพอร์ตหนี้ต้อยคุณภาพในปัจจุบัน * ปริมาณสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในระบบสถาบันการเงิน (ปริมาณหนี้ NPL) ณ สิ้นปี 2566 ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย มียอดคงค้างที่ 492,833 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับยอดคงค้าง ณ สิ้นปี 2565 ที่ 499,199 ล้านบาท) และคิดเป็นร้อยละ 2.7 ของสินเชื่อรวมในระบบทั้งหมด (สินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2566: 18,544.293 ล้านบาท) * สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention) ที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 1 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือน และจัดว่ามีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตาม TMB มียอดอยู่ที่ 1.085,559 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.9 ของสินเชื่อรวมทั้งหมด ณ สิ้นปี 2566 **โครงสร้างเงินทุน:** ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของเท่ากับ 2.1 เท่า โดยองค์ประกอบของแหล่งเงินทุนด้านหนี้สินที่สําคัญ ได้แก่ ตราสารหนี่ที่ออกและเงินกู้ยืม โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้รวม 73,520 ล้านบาท และงินถู้ยืมรวม 15,179 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 83.0 และ 17.0 ของหนี่สินทั้งหมด ตามลําดับ **หลักเกณฑ์ส่งเสริมการร่วมลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ต้อยคุณภาพ:** * กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ต้อยคุณภาพในระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จึงมีมาตรการชั่วคราวเพื่อส่งเสริมให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจและบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมลงทุนในกิจการร่วมทุนเพื่อดำเนินการบริหารสินทรัพย์ต้อยคุณภาพ (กิจการร่วมทุนฯ) ภายในระยะเวลา 15 ปี โดยให้จัดตั้งกิจการร่วมทุนฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2567. * กิจการร่วมทุนฯ นี้จะให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ต้อยคุณภาพ เช่น ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ปรับค่างวดและเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะสมกับปัญหาและสภาวการณ์ที่แท้จริงของลูกหนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับลูกหนี้ในการจัดการหนี้และลดอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระยะยาวไป. **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์:** * คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์และการเตรียมการเพื่อรองรับการดำเนินการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก (โลจิสติกส์) เพื่อสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ * รายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์: * การปรับปรุงมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2567 โดยลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 เฉพาะที่จดทะเบียนโอนในคราวเดียวกัน โดยมีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อสัญญา โดยไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน. สิทธิประโยชน์นี้ สำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมชาติสัญชาติไทย และมีผลใช้บังคับถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2567. * มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน โดยให้บุคคลธรรมดา (ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล) หักลดหย่อนค่าจ้างก่อสร้างบ้านให้แก่ผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสําหรับการจ่ายค่าจ้างตามสัญญาจ้างตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยให้หักลดหย่อนภาษีได้ 1 แสนบาทต่อทุกจํานวนค่าก่อสร้าง 1 ล้านบาท ตามจํานวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 1 แสนบาท เฉพาะค่าจ้างก่อสร้างบ้านไม่เกิน 1 หลัง ในปีภาษีที่ก่อสร้างบ้านเสร็จ. * โครงการสินเชื่อบ้าน ธอส. โซเชียล วงเงินโครงการ 20,000 ล้านบาท โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคาร หรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร และเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี วงเงินต่อรายสูงสุด ไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี. * โครงการสินเชื่อบ้าน ธอส. เฟิร์สโฮม วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท โดย ธอส. สนับสนุนสินเชื่อ ให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคารหรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร เพื่อต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ร้อยละ 2.98 ต่อปี วงเงินต่อรายตั้งแต่ 2.5 ล้านบาทขึ้นไป. * การให้การส่งเสริมกิจการที่อยู่อาศัยสําหรับผู้มีรายได้น้อย (โครงการบ้าน 300) โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 3 ปี ในวงเงิน ไม่เกินร้อยละ 100 ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) สําหรับการสร้างที่อยู่อาศัยสําหรับผู้มีรายได้น้อย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำหนด. **สรุปสั้นท้ายสุด:** ผลประกอบการของ BAM ในไตรมาส 1/2567 ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ, การเพิ่มขึ้นของ NIM, และการลดลงของ NPL ซึ่งส่งผลดีต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไร อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน, อัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น, และความเสี่ยงจากการบริหารจัดการสินเชื่อ แต่ BAM มีความแข็งแกร่งในการรับมือกับความท้าทาย และยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาพรวมของบริษัทฯ ในระยะยาว.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,378.96 ล้านบาท
↓ 1.6% YoY
กำไรขั้นต้น
6,311.27 ล้านบาท
↓ 5.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
265.29 %
กำไรสุทธิ
117.75 ล้านบาท
↓ 77.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95 %
D/E Ratio
2.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,379
↓ -1.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,311
↓ -5.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
118
↓ -77.2% YoY
D/E Ratio
2.03

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,378.96
-1.56%
2,416.77
+1.01%
2,392.59
-13.89%
2,778.68
-10.53%
3,105.62
+5.63%
2,940.19
-63.87%
กำไรขั้นต้น —
6,311.27
-5.64%
6,688.36
+0.32%
6,667.24
-7.93%
7,241.38
-5.95%
7,699.82
+3.51%
7,438.65
+72.24%
ค่าใช้จ่ายรวม —
440.00
+0.25%
438.91
+12.25%
391.00
-19.29%
484.43
-1.18%
490.20
+24.03%
395.24
-73.08%
กำไรสุทธิ —
117.75
-77.20%
516.46
+12.29%
459.94
-47.55%
876.89
-11.15%
986.99
+33.66%
738.43
-86.97%
กำไรต่อหุ้น —
0.04
-77.50%
0.16
+12.68%
0.14
-47.60%
0.27
-11.15%
0.31
+33.77%
0.23
-87.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
ROE(%) —
4.07
+11.51%
3.65
+3.99%
3.51
-44.29%
6.30
+2.44%
6.15
+31.69%
4.67
+31.92%
ROA(%) —
3.92
+5.09%
3.73
+5.97%
3.52
-22.12%
4.52
+0.22%
4.51
+21.89%
3.70
+1.65%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
2.03
-6.88%
2.18
+1.40%
2.15
+5.39%
2.04
+5.15%
1.94
-10.19%
2.16
-1.82%
P/E —
11.66
-8.98%
12.81
-5.60%
13.57
-24.40%
17.95
-40.31%
30.07
+18.95%
25.28
+213.65%
P/BV —
0.58
+28.89%
0.45
-26.23%
0.61
-48.74%
1.19
-28.74%
1.67
-13.02%
1.92
BV —
13.87
+2.59%
13.52
+1.20%
13.36
+0.83%
13.25
+2.55%
12.92
+13.04%
11.43
YIELD(%) —
4.38
-29.70%
6.23
-7.70%
6.75
+93.97%
3.48
+46.84%
2.37
-50.52%
4.79
ราคาหุ้น —
8.00
+31.15%
6.10
-25.15%
8.15
-48.42%
15.80
-26.85%
21.60
-3.14%
22.30
+23.20%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
265.29
-4.14%
276.75
-0.69%
278.66
+6.93%
260.60
+5.11%
247.93
-2.00%
253.00
+376.73%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
18.50
+1.87%
18.16
+11.14%
16.34
-6.25%
17.43
+10.46%
15.78
+17.41%
13.44
-25.50%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
4.95
-76.84%
21.37
+11.19%
19.22
-39.10%
31.56
-0.69%
31.78
+26.51%
25.12
-63.93%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.03
ROE (%)
4.07
ROA (%)
3.92
Book Value/หุ้น
13.49

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
136,027.54
-3.28%
—
137,314.51
+3.40%
132,804.57
+5.48%
125,904.00
-4.67%
132,069.62
+10.13%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
91,113.93
-5.49%
—
93,685.30
+5.15%
89,096.56
+7.15%
83,148.41
-7.89%
90,272.59
+14.67%
รวมส่วนของเจ้าของ —
44,913.61
+1.56%
—
43,629.20
-0.18%
43,708.02
+2.23%
42,755.59
+2.29%
41,797.03
+1.46%
D/E —
2.03
—
2.15
2.04
1.94
2.16
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
4.07
—
3.51
6.30
6.15
4.67
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.92
—
3.52
4.52
4.51
3.70
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,760
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+80
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-6,759.94
-632.05%
1,270.54
+22.85%
1,034.23
-137.69%
-2,744.26
+53.05%
-1,793.07
-370.13%
663.77
-68.40%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
80.31
-113.55%
-592.54
-1,015.12%
64.75
-398.52%
-21.69
-132.17%
67.42
-380.80%
-24.01
-100.43%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
7,822.72
+299.97%
1,955.82
-62.79%
5,256.20
-20.86%
6,641.44
-51.21%
13,612.67
+117.85%
6,248.75
-179.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,143.10
-56.60%
2,633.83
-58.56%
6,355.19
+63.98%
3,875.49
-67.40%
11,887.03
+72.56%
6,888.51
-4,462.85%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,745.29
+0.88%
1,730.03
-74.29%
6,729.41
+96.24%
3,429.22
-55.51%
7,708.38
+458.66%
1,379.81
+33.76%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%