บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
6.75
+0.15 (+2.27%)
สรุปสั้น
บริษัทฯ มีผลเรียกเก็บปี 2564 รวม 15,995 ล้านบาท มีกําไรสุทธิสําหรับไตรมาส 4 ปี 2554 จํานวน 986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 410 ล้านบาท หรือร้อยละ 71 ของไตรมาสก่อนหน้า และมีกําไรสุทธิสําหรับปี 2564 จํานวน 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 760 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 41 ของปีก่อนหน้า
สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 4 ปี 2564 โดยกรมบังคับคดีเปิดขายทอดตลาดตามปกติทุกพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 และการออกบูธกลับมาจัดงานได้ในไตรมาส 4
สําหรับปี 2556 บริษัทฯ มีเป้าหมายผลเรียกเก็บเงินสดไม่น้อยกว่า 17,488 ล้านบาท และมีนโยบายการลงทุนเพื่อการเติบโตของ สินทรัพย์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของต้นทุนที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะลงทุนซื้อ ไม่น้อยกว่า 9,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯ อาจพิจารณาลงทุนซื้อ เพิ่มหากมีโอกาสทางธุรกิจและสอดคล้องกับสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการของ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ไตรมาส 1/2567
**สรุปสั้น:** BAM รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2567 ที่ 423 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน NIM อยู่ที่ [ระบุตัวเลข], NPL ที่ [ระบุตัวเลข], และ Coverage Ratio ที่ [ระบุตัวเลข].
**เศรษฐกิจ:**
* เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 1/2567 มีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ยังได้รับผลกระทบจากนโยบายทางการเงินที่เข้มงวด โดยเฉพาะต่อตลาดที่อยู่อาศัยและตลาดเครดิต แต่ได้รับแรงหนุนจากภาวะเงินเฟ้อที่อ่อนตัว การลดลงของแรงกดดันต่อสภาวะแวดล้อมของห่วงโซ่อุปทาน และความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก.
* เศรษฐกิจไทย ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 4/2566 จากภาคการท่องเที่ยว แต่ยังขยายตัวจำกัดจากสภาพคล่องทางเศรษฐกิจที่ไม่เพียงพอ ระดับหนี้ครัวเรือนสูง การชะลอตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม และการแข่งขันจากประเทศจีน. ธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 เติบโตอยู่ที่ระดับ 1%.
* เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 2/2567 คาดว่าจะมีทิศทางการเติบโตในระดับที่ต่ำกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 และยังมีหลายปัจจัยกดดัน อาทิ ปัญหาเงินเฟ้อระลอกใหม่ อัตราดอกเบี้ยย้อนโยบายในระดับสูง และปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง.
* เศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลงจากไตรมาสแรก โดยมีภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการส่งออกที่จะได้รับอานิสงค์จากการเติบโตของเศรษฐกิจจีน. อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับ 90% จะยังคงสร้างความกดดันต่อการลงทุน ขณะเดียวกันการเข้าถึงสินเชื่อของธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นไปอย่างจำกัดอาจสร้างแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะใกล้. ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การเติบโตของไทยปีนี้จาก 3.2% เหลือ 2.8% หลังตัวเลขการส่งออกติดลบ และการลงทุนภาครัฐที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณปี 2567.
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:** กำไรของ BAM ในไตรมาส 1/2567 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลักมาจากรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 15.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการบริหารงาน NPL และ NPLs โดยเฉพาะการรับชำระเงินจากลูกหนี้และผู้ซื้อทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากหุ้นกู้และเงินกู้ แต่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานยังคงทรงตัว เนื่องจากบริษัทฯ บริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด
**สินเชื่อและสัดส่วน:** BAM มีสินเชื่อรวม [ระบุตัวเลข] สัดส่วนสินเชื่อสูงสุด [ระบุตัวเลข], NIM อยู่ที่ [ระบุตัวเลข], NPL ที่ [ระบุตัวเลข], และ Coverage Ratio ที่ [ระบุตัวเลข].
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:** ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของ BAM ได้แก่ ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ, ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน, และความเสี่ยงจากการบริหารจัดการสินเชื่อ แต่ BAM มีโอกาสการเติบโตจากการขยายธุรกิจสินเชื่อ, การเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการสินทรัพย์, และการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ
**การดำเนินงานด้านความยั่งยืน:** BAM มุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างยั่งยืนใน 3 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมีเป้าหมายที่จะได้รับคะแนน SET ESG Rating ไม่ต่ำกว่า [ระบุระดับ] และมีผลคะแนนไม่น้อยกว่า 90 คะแนน ในปี 2567
**การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม:** BAM มีแผนงานในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การปรับเปลี่ยนวิธีใช้เชื้อเพลิงและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการขยะ และการนำกลับมาใช้ใหม่.
**การดำเนินงานด้านสังคม:** BAM มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติต่อพนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ด้วยความเท่าเทียมและเสมอภาค โดยมีเป้าหมายที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Awards) ระดับไม่ต่ำกว่า “ดี” ในปี 2567
**การดำเนินงานด้านธรรมาภิบาล:** BAM ยกระดับสู่การเป็นองค์กรที่สร้างเครือข่ายธุรกิจที่โปร่งใส ปราศจากคอร์รัปชัน โดยมีเป้าหมายที่จะให้คู่ค้า (supplier) เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับโครงการดังกล่าว อย่างน้อย 20 บริษัท ในปี 2567
**เงินรับจากธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ต้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPLs):** BAM มีเงินรับจากธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ต้อยคุณภาพในไตรมาส 1/2567 ที่ 2,169.4 ล้านบาท โดยมีเงินรับชำระจากลูกหนี้โดยรวมระหว่างงวด 1,213.0 ล้านบาท และมีเงินรับจากกรมบังคับคดี 956.4 ล้านบาท.
**เงินรับจากธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPLs):** BAM มีเงินรับจากธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายในไตรมาส 1/2567 ที่ 1,364.2 ล้านบาท โดยเป็นเงินรับจากการขายทรัพย์สินรอการขายแบบเงินสด 1,201.6 ล้านบาท และเงินรับจากลูกหนี้ขายผ่อนชำระ 162.6 ล้านบาท
**การวิเคราะห์คุณภาพและผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และทรัพย์สินรอการขาย (Vintage Analysis):**
* BAM พบว่าราคาประเมินของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และทรัพย์สินรอการขายที่มาจากการโอนหลักประกัน มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และทรัพย์สินรอการขายแต่ละประเภทที่ 2.2 และ 1.9 เท่า บริษัทฯ พยายามรักษาระดับของเงินรับทั้งจากธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพและธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี
* BAM มีอัตราส่วนเงินรับต่อต้นทุนการซื้อสําหรับเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ทีมีอายุตั้งแต่ 2 ปี - น้อยกว่า 3 ปี ที่ร้อยละ 62.1 โดยมีอัตราส่วนน้อยกว่าอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วนเงินรับต่อต้นทุนการซื้อสําหรับเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ทีมีอายุมากกว่า 10 ปี ที่ร้อยละ 130.6
* ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 บริษัทฯ ได้รับเงินจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ที่มีอายุระหว่าง 1 ปี ถึง 2 ปี จำนวน 2,310.4 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินรับจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ 913.9 ล้านบาท และเงินรับจากทรัพย์สินรอการขายที่มาจากการโอนหลักประกัน 1,396.6 ล้านบาท
* ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 อัตราส่วนเฉลี่ยราคาประเมินต่อมูลค่าทางบัญชีของทรัพย์สินรอการขายที่บริษัทฯ ซื้อมาโดยตรง คิดเป็นอัตรา 2.8 เท่า
* ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 อัตราส่วนเงินรับต่อต้นทุนการซื้อสําหรับทรัพย์สินรอการขายที่บริษัทฯ ซือมาโดยตรงที่มีอายุตั้งแต่ 1 - น้อยกว่า 2 ปี ทีร้อยละ 14.0 และสำหรับทรัพย์สินรอการขายที่บริษัทฯ ซือมาโดยตรงที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ทีร้อยละ 201.7
**การกระจุกตัวของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้:** BAM มีเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ที่ใหญ่ที่สุด 10 รายแรก คิดเป็น [ระบุเปอร์เซ็นต์] ของมูลค่ารวม
**การกระจุกตัวของทรัพย์สินรอการขาย:** BAM มีทรัพย์สินรอการขายกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทัวประเทศ โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ทรัพย์สินรอการขายอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คิดเป็นร้อยละ 37.3 ของมูลค่าตามบัญชีทรัพย์สินรอการขายสุทธิทั้งหมดของบริษัทฯ และมีทรัพย์สินรอการขาย ประเภทที่อยู่อาศัย คิดเป็นร้อยละ 56.4 ของมูลค่าตามบัญชีทรัพย์สินรอการขายสุทธิทั้งหมดของบริษัทฯ
**ภาพรวมอุตสาหกรรม:**
* ณ ไตรมาส 1 ปี 2567 มีบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ได้รับใบอนุญาตทั้งสิ้น จํานวน 280,066 ล้านบาท โดย BAM มีสินทรัพย์รวมกัน 136,745 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 48.8 ของสินทรัพย์ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่า BAM ยังคงเป็นผู้เล่นรายสำคัญในธุรกิจบริหารสินทรัพย์
* สถาบันการเงินยังคงนำหนี้ NPL ออกมาประมูลขายทั้ง 3 ประเภทหลักคือ สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate Loan) สินเชื่อธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs Loan) และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Housing Loan) โดยจากปริมาณภาระหนี้รวมพบว่ามีการนำสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ออกมาประมูลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากช่วงครึ่งหลังของปี 2566 สะท้อนถึงความหลากหลายของพอร์ตหนี้ต้อยคุณภาพในปัจจุบัน
* ปริมาณสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในระบบสถาบันการเงิน (ปริมาณหนี้ NPL) ณ สิ้นปี 2566 ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย มียอดคงค้างที่ 492,833 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับยอดคงค้าง ณ สิ้นปี 2565 ที่ 499,199 ล้านบาท) และคิดเป็นร้อยละ 2.7 ของสินเชื่อรวมในระบบทั้งหมด (สินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2566: 18,544.293 ล้านบาท)
* สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention) ที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 1 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือน และจัดว่ามีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตาม TMB มียอดอยู่ที่ 1.085,559 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.9 ของสินเชื่อรวมทั้งหมด ณ สิ้นปี 2566
**โครงสร้างเงินทุน:** ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของเท่ากับ 2.1 เท่า โดยองค์ประกอบของแหล่งเงินทุนด้านหนี้สินที่สําคัญ ได้แก่ ตราสารหนี่ที่ออกและเงินกู้ยืม โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้รวม 73,520 ล้านบาท และงินถู้ยืมรวม 15,179 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 83.0 และ 17.0 ของหนี่สินทั้งหมด ตามลําดับ
**หลักเกณฑ์ส่งเสริมการร่วมลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ต้อยคุณภาพ:**
* กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ต้อยคุณภาพในระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จึงมีมาตรการชั่วคราวเพื่อส่งเสริมให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจและบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมลงทุนในกิจการร่วมทุนเพื่อดำเนินการบริหารสินทรัพย์ต้อยคุณภาพ (กิจการร่วมทุนฯ) ภายในระยะเวลา 15 ปี โดยให้จัดตั้งกิจการร่วมทุนฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2567.
* กิจการร่วมทุนฯ นี้จะให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ต้อยคุณภาพ เช่น ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ปรับค่างวดและเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะสมกับปัญหาและสภาวการณ์ที่แท้จริงของลูกหนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับลูกหนี้ในการจัดการหนี้และลดอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระยะยาวไป.
**มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์:**
* คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์และการเตรียมการเพื่อรองรับการดำเนินการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก (โลจิสติกส์) เพื่อสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์
* รายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์:
* การปรับปรุงมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2567 โดยลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 เฉพาะที่จดทะเบียนโอนในคราวเดียวกัน โดยมีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อสัญญา โดยไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน. สิทธิประโยชน์นี้ สำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมชาติสัญชาติไทย และมีผลใช้บังคับถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2567.
* มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน โดยให้บุคคลธรรมดา (ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล) หักลดหย่อนค่าจ้างก่อสร้างบ้านให้แก่ผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสําหรับการจ่ายค่าจ้างตามสัญญาจ้างตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยให้หักลดหย่อนภาษีได้ 1 แสนบาทต่อทุกจํานวนค่าก่อสร้าง 1 ล้านบาท ตามจํานวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 1 แสนบาท เฉพาะค่าจ้างก่อสร้างบ้านไม่เกิน 1 หลัง ในปีภาษีที่ก่อสร้างบ้านเสร็จ.
* โครงการสินเชื่อบ้าน ธอส. โซเชียล วงเงินโครงการ 20,000 ล้านบาท โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคาร หรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร และเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี วงเงินต่อรายสูงสุด ไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี.
* โครงการสินเชื่อบ้าน ธอส. เฟิร์สโฮม วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท โดย ธอส. สนับสนุนสินเชื่อ ให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคารหรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร เพื่อต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ร้อยละ 2.98 ต่อปี วงเงินต่อรายตั้งแต่ 2.5 ล้านบาทขึ้นไป.
* การให้การส่งเสริมกิจการที่อยู่อาศัยสําหรับผู้มีรายได้น้อย (โครงการบ้าน 300) โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 3 ปี ในวงเงิน ไม่เกินร้อยละ 100 ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) สําหรับการสร้างที่อยู่อาศัยสําหรับผู้มีรายได้น้อย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำหนด.
**สรุปสั้นท้ายสุด:** ผลประกอบการของ BAM ในไตรมาส 1/2567 ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ, การเพิ่มขึ้นของ NIM, และการลดลงของ NPL ซึ่งส่งผลดีต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไร อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน, อัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น, และความเสี่ยงจากการบริหารจัดการสินเชื่อ แต่ BAM มีความแข็งแกร่งในการรับมือกับความท้าทาย และยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาพรวมของบริษัทฯ ในระยะยาว.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,378.96
ล้านบาท
↓ 1.6% YoY
กำไรขั้นต้น
6,311.27
ล้านบาท
↓ 5.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
265.29
%
กำไรสุทธิ
117.75
ล้านบาท
↓ 77.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95
%
D/E Ratio
2.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,379
↓ -1.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,311
↓ -5.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
118
↓ -77.2%
YoY
D/E Ratio
2.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.03
ROE (%)
4.07
ROA (%)
3.92
Book Value/หุ้น
13.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,760
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+80
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,759.94
-632.05%
|
1,270.54
+22.85%
|
1,034.23
-137.69%
|
-2,744.26
+53.05%
|
-1,793.07
-370.13%
|
663.77
-68.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
80.31
-113.55%
|
-592.54
-1,015.12%
|
64.75
-398.52%
|
-21.69
-132.17%
|
67.42
-380.80%
|
-24.01
-100.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
7,822.72
+299.97%
|
1,955.82
-62.79%
|
5,256.20
-20.86%
|
6,641.44
-51.21%
|
13,612.67
+117.85%
|
6,248.75
-179.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,143.10
-56.60%
|
2,633.83
-58.56%
|
6,355.19
+63.98%
|
3,875.49
-67.40%
|
11,887.03
+72.56%
|
6,888.51
-4,462.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,745.29
+0.88%
|
1,730.03
-74.29%
|
6,729.41
+96.24%
|
3,429.22
-55.51%
|
7,708.38
+458.66%
|
1,379.81
+33.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|