เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น BAM
Home
สรุป OPPDAY หุ้น BAM
BAM
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
3Q2568
2Q2568
1Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ: OPPDAY งวดทั้งปี (YE) พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025)
- ปีงบประมาณปัจจุบัน: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 - ปีก่อนหน้า: พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ###
1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary)
บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์จำกัด(มหาชน) หรือ BAM มีผลประกอบการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สะท้อนภาพธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง โดยรายได้สุทธิหลังหักสำรองเพิ่มขึ้น
8%
มาอยู่ที่
8,759 ล้านบาท
และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง
13%
มาอยู่ที่
1,812 ล้านบาท
โดยผลการดำเนินงานหลักมาจาก
การเรียกเก็บหนี้เสีย (NPL)
และ
ผลตอบแทนจากทรัพย์สินรอขาย (NPA)
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการพอร์ตหนี้ส่วนใหญ่ได้อย่างมีระบบ บริษัทวางกลยุทธ์ระยะกลางอยู่บนพื้นฐานของ
โมเดล RPL (Reperforming Loan)
หรือการนำหนี้ที่เคยถูกจำแนกเป็นหนี้เสียกลับมาสู่ระบบภายใต้รูปแบบใหม่ โดยผ่านเครื่องมือเช่น
TDR Factory
,
FA Center
, และ
Business Partnership
เพื่อสนับสนุนลูกหนี้กลับมายืนหยัดและสร้างรายได้ใหม่จากหนี้ที่เคยเสียไป จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการย้ายโฟกัสจาก “หนี้ชิ้นใหญ่” (Big Ticket) มาเป็นธุรกิจปกติที่ยั่งยืน โดยเน้นการเติบโตจาก
ทรัพย์สินชิ้นเล็ก
,
การร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชน (JV)
และ
โมเดลธุรกิจใหม่ที่สร้างรายได้ระยะยาว
เช่น การพัฒนาโครงการร่วมกับ Developer, การบริหารจัดการหนี้ SME และ Corporate Loan ผ่านกลไก RPL และ TDR --- ###
2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis)
####
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | พ.ศ. ก่อนหน้า (ค.ศ. 2024) | พ.ศ. ปัจจุบัน (ค.ศ. 2025) | |-------------------------------------------|----------------------|----------------------| | รายได้รวม | 7,999 |
8,759
| | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) | 1,640 |
1,782
| | กำไรสุทธิ (Net Profit) | 1,600 |
1,812
| | การเรียกเก็บหนี้จาก NPL/NPA | - |
17,570
| | DI Ratio (Debt-to-Equity) | 2.18 |
2.03
| | Cost of Fund | 3.52% |
3.32%
| > *หมายเหตุ: Core Profit = EBIT หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหนี้ส่วนใหญ่* --- ####
การวิเคราะห์ Core vs Non-Core
-
Core Profit (EBIT)
เพิ่มขึ้นจาก
1,640 → 1,782 ล้านบาท
(+8.6%) - ส่วนใหญ่มาจาก: - การเรียกเก็บหนี้ส่วนใหญ่ (NPL/NPA) จากตัวเลขรวมทั้งปี
17,570 ล้านบาท
- การบริหารจัดการหนี้ SME และ Corporate Loan โดยเฉพาะผ่านโมเดล RPL และ TDR - Non-Core: - รายได้จากทรัพย์สินชิ้นใหญ่ (Big Ticket) มีเพียง
2 เรื่อง
ในปีนี้แล้ว จึงถือเป็น “ปิดโครงการ” และไม่ใช่จุดเติบโตหลักอีกต่อไป --- ###
3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints)
####
ปัจจัยภายใน
-
กลยุทธ์ที่ได้ผล:
- การบริหารจัดการหนี้ด้วยโมเดล
RPL
,
TDR Factory
, และ
FA Center
เพื่อสร้างมูลค่ากลับคืนสู่ระบบ - การพัฒนา
BAM Premium
จาก BAM Select เพื่อเสริมฐานลูกค้ารายย่อยและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินชิ้นเล็ก - การปรับโครงสร้างพอร์ตหนี้ให้เน้น SME และ Corporate Loan (59%) แทนที่จะโฟกัสเฉพาะรายใหญ่ -
ปัญหาที่กำลังแก้ไข:
- การชะลอตัวของตลาดซื้อขายหนี้จากธนาคารพาณิชย์ - การแข่งขันจากกลุ่ม AMC อื่น ๆ ที่มีแผนเจรจาจัดตั้ง JV กับภาครัฐและสถาบันการเงิน ####
ปัจจัยภายนอก
-
เศรษฐกิจมหภาค:
- เศรษฐกิจไทยชะลอตัวในไตรมาสแรกของปี 2568 ส่งผลให้ลูกหนี้บางกลุ่มเลื่อนการชำระหนี้ และมีแนวโน้มเกิด “Deferred Payment” เพิ่มขึ้น -
นโยบายรัฐ:
- การปรับโครงสร้างหนี้ของภาครัฐโดยเน้นแก้ปัญหา SME และ Corporate Loan สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ BAM โดยเฉพาะในบริบทของ RPL -
คู่แข่ง:
- การขยายตัวของ AMC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CLMV) เช่น เวียดนามและลาว ส่งผลให้ BAM เร่งเตรียมโครงสร้างทีมงาน Business Development เพื่อเข้าไปทำตลาดในภูมิภาคเหล่านี้ --- ###
4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive)
####
Q:
มีการตั้งสำรอง ECL ลดลงอย่างไร และมีผลกระทบต่อ CFO หรือไม่?
A:
การตั้ง ECL ในปีนี้ลดลงจากเดิมมาเหลือ
4,639 ล้านบาท
(-2%) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพหลักประกันหนี้เป็น NPA และการปรับปรุงนโยบายการตั้งสำรอง โดยนำ ECL มาเน็ตกับรายได้เพื่อสะท้อน
Net Operating Income
ที่แท้จริง ทำให้กำไรสุทธิดูแข็งแกร่งขึ้น ####
Q:
มีแผนจ่ายปันผลปีละสองครั้งหรือไม่?
A:
มีแผนเสนอการจ่ายปันผลปีละสองครั้ง โดยจะดำเนินการในปีถัดไป โดยตั้งเป้าให้จ่ายปันผลรวมที่ประมาณ
90% ของกำไรสุทธิ
และกระจายรายได้ระหว่างกลางปีและปลายปี ####
Q:
มีแผนระบายทรัพย์ NPA เร็วขึ้นหรือไม่?
A:
มีแผนลดระยะเวลาการระบายทรัพย์จาก
8.5 ปี
มาเหลือ
7.2 ปี
และในปีถัดไปจะพยายามลดลงเหลือประมาณ
6.5 ปี
โดยเน้นใช้กลไก TDR และ FA Center เพื่อเพิ่มความเร็วในการระบาย ####
Q:
มีแผนขายทรัพย์ใหญ่ในครึ่งปีแรกหรือไม่?
A:
มีการปิดดีลใหญ่จำนวน 2 เรื่องในไตรมาสที่แล้ว มูลค่ารวมประมาณ
1,000–1,500 ล้านบาท
และมีทรัพย์ใหญ่อีกประมาณ
1,300–1,500 ล้านบาท
ในคิวไตรมาสที่สอง ####
Q:
มีแผนเข้าไปบริหารหนี้ในประเทศลาวหรือเวียดนามไหม?
A:
มีความสนใจและได้รับเชิญจากภาครัฐบาลในประเทศเหล่านั้น โดยจะเริ่มต้นด้วยการจัดทำ
White Paper
, จัดทีมงาน Business Development และจัดทำ Table Top Meeting กับธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารแห่งชาติภูมิภาค ####
Q:
มีความเสี่ยงอะไรที่อาจทำให้ไม่บรรลุเป้าหมาย?
A:
ความเสี่ยงหลักคือการเกิด “Deferred Payment” จากลูกหนี้รายใหญ่ โดยบริษัทมีแผนสำรองไว้ในรูปแบบ
Plan B
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผลประกอบการ และจะจัดการวงเงินทุนภายในไตรมาสที่ 2–3 ####
Q:
มีแผนระบายหนี้ Clean Loan หรือไม่?
A:
มีแผนขายหนี้ Clean Loan ในไตรมาสที่สอง เพื่อช่วยลดภาระหนี้ และลดต้นทุนการบริหารจัดการ --- ###
5. สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion)
####
เป้าหมาย (Targets)
-
ระยะสั้น (12 เดือนข้างหน้า):
- เพิ่ม AUM จากประมาณ
17,700 → 19,000 ล้านบาท
- เพิ่มรายได้จาก NPA และ JV Partnership มาอยู่ที่ประมาณ
7,400 ล้านบาท
-
ระยะยาว (3–5 ปี):
- เติบโต AUM ปีละ
5–6%
โดยเน้นธุรกิจ SME และ Corporate Loan - เพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ RPL และ JV จากปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ
30%
เป็นไปได้ถึง
50%
####
สิ่งที่ต้องจับตามอง (Key Watch-out)
- การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการจัดการหนี้ SME และ Corporate Loan - ความเสี่ยงจาก “Deferred Payment” ในลูกหนี้รายใหญ่ - การแข่งขันจาก AMC และกลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ --- >
ประเมินความเชื่อมั่น:
ผู้บริหารตอบคำถามได้อย่างชัดเจนและรอบด้าน โดยเฉพาะในประเด็น RPL, การบริหารหนี้ SME และแผนขยายภูมิภาค แต่มีการตอบแบบระมัดระวังในประเด็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ สะท้อนถึงความตระหนักถึงความไม่แน่นอนในตลาด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ