บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
6.75
+0.15 (+2.27%)
สรุปสั้น
บริษัทฯ มีผลเรียกเก็บปี 2564 รวม 15,995 ล้านบาท มีกําไรสุทธิสําหรับไตรมาส 4 ปี 2554 จํานวน 986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 410 ล้านบาท หรือร้อยละ 71 ของไตรมาสก่อนหน้า และมีกําไรสุทธิสําหรับปี 2564 จํานวน 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 760 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 41 ของปีก่อนหน้า
สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 4 ปี 2564 โดยกรมบังคับคดีเปิดขายทอดตลาดตามปกติทุกพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 และการออกบูธกลับมาจัดงานได้ในไตรมาส 4
สําหรับปี 2556 บริษัทฯ มีเป้าหมายผลเรียกเก็บเงินสดไม่น้อยกว่า 17,488 ล้านบาท และมีนโยบายการลงทุนเพื่อการเติบโตของ สินทรัพย์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของต้นทุนที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะลงทุนซื้อ ไม่น้อยกว่า 9,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯ อาจพิจารณาลงทุนซื้อ เพิ่มหากมีโอกาสทางธุรกิจและสอดคล้องกับสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ไตรมาส 4/2566
**สรุปสั้น:** บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) มีกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 47.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน NIM อยู่ที่ [ระบุตัวเลข], NPL อยู่ที่ [ระบุตัวเลข], และ Coverage Ratio อยู่ที่ [ระบุตัวเลข].
**เศรษฐกิจ:** แม้ว่าการระบาดของโควิด-19 จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ภาครัฐและสถาบันการเงินยังคงให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบผ่านมาตรการทางการเงินต่างๆ เช่น การลดดอกเบี้ย, การลดค่าธรรมเนียมการชำระหนี้, การพักชำระเงินต้น เป็นต้น ส่งผลให้ยอดคงค้าง NPLs ในระบบสถาบันการเงินยังคงทรงตัว แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการที่หนี้ครัวเรือนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยบริษัทฯ คาดว่าปริมาณ NPLs ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัทฯ ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของประเทศ
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:** กำไรสุทธิในไตรมาส 4/2566 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากรายได้จากการจัดเก็บหนี้มีแนวโน้มดีขึ้น แต่เป็นไปอย่างจำกัด โดยลูกหนี้รายใหญ่ขอเลื่อนการชำระหนี้ ในขณะที่ลูกหนี้รายย่อยและรายกลางยังสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การขายทรัพย์สินรอการขายในไตรมาสนีชะลอตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมในปี 2566 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2565 ส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการประเมินตาม 1หัอฟะ 0๐แสแฉ๓.
**สินเชื่อและสัดส่วน:** ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่ง มีแผนการบริหารงานสภาพคล่อง แผนการกู้เงินระยะสั้นและระยะยาวอย่างเหมาะสม โดยในปี 2566 บริษัทฯ ออกและเสนอขายหุ้นกู้ทั้งสิ้นจำนวน 2 ครั้ง เป็นเงินรวม 10,400 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่. บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 เท่ากับ 2.15 เท่า (ธนาคารผู้ให้กู้กำหนดเงื่อนไขทางการเงินให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 3 เท่า).
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:** ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญคือ ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน, ปัญหาหนี้ครัวเรือน, และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ โอกาสในการลงทุนคือ การเติบโตของตลาดสินทรัพย์รอการขาย, การขยายฐานลูกค้า, และการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินทรัพย์
**เวทลยุทธ์การดําเป็นงานปี 2567:** บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายผลเรียกเก็บที่ 20,000 ล้านบาท และเป้าหมายขยายฐานสินทรัพย์ ภาระหนี้รวม 70,000 ล้านบาท โดยมีกลยุทธ์สำคัญดังนี้:
* **โครงการช่วยเหลือลูกหนี้:** โครงการสุขใจได้บ้านคืน, โครงการ 3ง ช่วยฟื้นคืนธุรกิจ, โครงการ 3ง ช่วยลดเพื่อปลดหนี้, โครงการ 8. ช่วยลดเพื่อปลดหนีเกษตรกร, และโครงการโอนทรัพย์ชำระหนี้
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ:** จัดกลุ่มลูกหนี้ 0!๐๒๒ 1.๐๑๓ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่บริหารเอง กับกลุ่มที่ให้ทนายนอก/0๐1๑๐๒ะบริหารจัดการ เพื่อลดเวลาในการติดตามหนี้
* **โครงการกิจการค้าร่วม (Consortium):** อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์
* **บริการลูกค้าบน Online:** ระบบการชำระเงิน, 3-198 (การปรับโครงสร้างหนื่ออนไลน์), ระบบจองทรัพย์/ชำระเงิน และระบบตรวจสอบภาระหนี่/ชำระหนี่
* **บริหารจัดการข้อมูล:** สร้างศูนย์ข้อมูลกลาง (947. 0๑๓๒0) เพื่อประกอบการตัดสินใจ และระบบ 1๑๕7]ตอ๓ล๕๑๐๓ เพื่อรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย
* **การพัฒนา 9ห่๓๓๕ต์อส๐1:** ลงทุนแบบ 8๑[๐๐นจ๐ เพื่อรับซื้อรับโอนสินทรัพย์ในราคาที่เหมาะสม
* **พัฒนา 0อแอ ลอลป์ไพ:** เพื่อรองรับอนาคต 0ลตลป์1 โวอฯอ10เเทอท1คาอธิทเทยและวิเครอะห์สูทกรเง1
**การวิเคราะห์คุณภาพและผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อจากการซื่อลูกหนีและทรัพย์สินรอการขาย (Vintage Analysis):**
* **ราคาประเมิน vs. มูลค่าทางบัญชี:** บริษัทฯ พบว่าราคาประเมินของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และทรัพย์สินรอการขายที่มาจากการโอนหลักประกัน มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี โดยเฉลี่ย 2.2 และ 1.9 เท่าตามลำดับ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะรักษาระดับเงินรับจากธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี
* **เงินรับต่อต้นทุน:** บริษัทฯ มีอัตราส่วนเงินรับต่อต้นทุนการซื้อสําหรับเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปี - ห้อยกว่า 3 ปี ทีร้อยละ 75.4 และมีอัตราส่วนเงินรับต่อต้นทุนการซื้อสําหรับเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่ที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ที่ร้อยละ 130.8. แสดงให้เห็นว่าเงินรับมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงระยะเวลาหลังจากการรับซื้อ/รับโอนเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้
* **ทรัพย์สินรอการขายที่ซื้อมาโดยตรง:** บริษัทฯ มีอัตราส่วนเฉลี่ยราคาประเมินต่อมูลค่าทางบัญชีของทรัพย์สินรอการขายที่บริษัทฯ ซื้อมาโดยตรง คิดเป็นอัตรา 2.8 เท่า
* **การกระจุกตัวของเงินให้สินเชื่อจากการซื่อลูกหนี:** บริษัทฯ มีลูกหนี้เงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี่รายที่ใหญ่ที่สุด 10 รายแรก คิดเป็นสัดส่วน [ระบุตัวเลข]% ของต้นทุนคงเหลือรวมค่าใช้จ่ายของเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566
* **การกระจุกตัวของทรัพย์สินรอการขาย:** บริษัทฯ มีทรัพย์สินรอการขายกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทัวประเทศ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 บริษัทฯ มีทรัพย์สินรอการขายอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คิดเป็นร้อยละ 37.0 ของมูลค่าตามบัญชีทรัพย์สินรอการขายสุทธิทั้งหมดของบริษัทฯ และมือสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัย คิดเป็นร้อยละ 56.1 ของมูลค่าตามบัญชีทรัพย์สินรอการขายสุทธิทั้งหมดของบริษัทฯ
**สรุปสั้นท้ายสุด:** ผลประกอบการของ BAM ในไตรมาส 4/2566 แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ ยังคงสามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ NIM, สินเชื่อ (จำนวนและสัดส่วนสินเชื่อสูงสุด), NPL, และ Coverage Ratio ส่งผลต่อรายได้และกำไรของบริษัทฯ โดยตรง บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งในการจัดการความเสี่ยงและมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะการมีแผนกลยุทธ์ที่ครอบคลุมและมุ่งเน้นการช่วยเหลือลูกหนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการข้อมูล และการขยายฐานสินทรัพย์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการบริหารจัดการเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และทรัพย์สินรอการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลตอบแทนที่ดีและมีความสามารถในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,378.96
ล้านบาท
↓ 1.6% YoY
กำไรขั้นต้น
6,311.27
ล้านบาท
↓ 5.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
265.29
%
กำไรสุทธิ
117.75
ล้านบาท
↓ 77.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95
%
D/E Ratio
2.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,379
↓ -1.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,311
↓ -5.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
118
↓ -77.2%
YoY
D/E Ratio
2.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.03
ROE (%)
4.07
ROA (%)
3.92
Book Value/หุ้น
13.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,760
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+80
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,759.94
-632.05%
|
1,270.54
+22.85%
|
1,034.23
-137.69%
|
-2,744.26
+53.05%
|
-1,793.07
-370.13%
|
663.77
-68.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
80.31
-113.55%
|
-592.54
-1,015.12%
|
64.75
-398.52%
|
-21.69
-132.17%
|
67.42
-380.80%
|
-24.01
-100.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
7,822.72
+299.97%
|
1,955.82
-62.79%
|
5,256.20
-20.86%
|
6,641.44
-51.21%
|
13,612.67
+117.85%
|
6,248.75
-179.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,143.10
-56.60%
|
2,633.83
-58.56%
|
6,355.19
+63.98%
|
3,875.49
-67.40%
|
11,887.03
+72.56%
|
6,888.51
-4,462.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,745.29
+0.88%
|
1,730.03
-74.29%
|
6,729.41
+96.24%
|
3,429.22
-55.51%
|
7,708.38
+458.66%
|
1,379.81
+33.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|