บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5352 out_tok=2185 at=2026-07-26T08:25:18 -->
# TK กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 28.3% สวนทางรายได้รวมหด เหตุคุมเข้มสินเชื่อ-บริหารต้นทุน
## รายได้รวมลด 21.4% แต่กำไรสุทธิโตแรง จากการบริหารต้นทุน-ค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 471.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 21.4% มาอยู่ที่ 2,002.4 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศ ทำให้บริษัทคงนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้อย่างน่าพอใจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TK ในปี 2564 เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น แม้รายได้รวมจะลดลง คือ **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก** โดยเฉพาะการลดลงของต้นทุนทางการเงินถึง 53.3% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 22.1% ซึ่งหักล้างผลกระทบจากรายได้ค่าเช่าซื้อที่ลดลง 31.2% ได้อย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** เป็นผลมาจากการบริหารจัดการแหล่งเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทได้ชำระคืนหุ้นกู้ไปบางส่วน และมีการใช้วงเงินกู้ลดลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ประกอบกับมีเงินสดและเงินฝากในระดับสูงถึง 2,581.7 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** มาจากการควบคุมต้นทุนในแต่ละหน่วยงานอย่างเข้มงวด เช่น การลดเอกสารและการทำงานซ้ำซ้อน รวมถึงการนำ Digital Technology มาใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น บริษัทมีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจทันทีโดยใช้เงินสดที่มีอยู่ ซึ่งเพียงพอต่อการขยายตัวได้อย่างน้อย 12 เดือน นอกจากนี้ การนำ Digital Technology มาใช้ในการดำเนินงานยังเป็นปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 28.3%** แตะระดับ 471.8 ล้านบาท จาก 367.6 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมลดลง 21.4%** อยู่ที่ 2,002.4 ล้านบาท จาก 2,548.2 ล้านบาท โดยรายได้ค่าเช่าซื้อหดตัว 31.2%
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 53.3%** เหลือ 34.2 ล้านบาท จาก 73.3 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 22.1%** อยู่ที่ 1,059.7 ล้านบาท จาก 1,361.1 ล้านบาท
* **NPL (ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน) อยู่ที่ 7.1%** ลดลงจาก 9.2% ในปีก่อนหน้า พร้อม Coverage Ratio ที่ 120.5%
* **D/E Ratio ลดลง** จาก 0.37 เท่า เป็น 0.23 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 471.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งอยู่ที่ 367.6 ล้านบาท ในขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 2,002.4 ล้านบาท ลดลง 21.4% YoY จาก 2,548.2 ล้านบาท โดยรายได้ค่าเช่าซื้อลดลง 31.2% YoY มาอยู่ที่ 1,370.8 ล้านบาท ส่วนรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 7.0% YoY เป็น 578.9 ล้านบาท จากการจัดตั้งหน่วยงานติดตามหนี้ที่ค้างชำระ ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 32.8% YoY อยู่ที่ 1,344.4 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 22.1% YoY และต้นทุนทางการเงินลดลง 53.3% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการฉีดวัคซีนทั่วถึงมากขึ้น คาดว่าจะส่งผลดีต่อการขยายธุรกิจและคุณภาพลูกหนี้เช่าซื้อ
* **ความพร้อมด้านเงินสด:** บริษัทมีเงินสดและเงินฝากในระดับสูงเพียงพอต่อการขยายธุรกิจได้อย่างน้อย 12 เดือน หากสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้น
* **การพัฒนาเทคโนโลยี:** การนำ Digital Technology มาใช้ในการดำเนินงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19:** การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสและการระบาดที่อาจยืดเยื้อยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศ
* **หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง:** หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 89.3% ของ GDP อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** แม้จะมีการควบคุมสินเชื่อ แต่การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อยังคงมีอยู่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายรถจักรยานยนต์และรถยนต์
* มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่อาจมีเพิ่มเติมหากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงยืดเยื้อ
* ความคืบหน้าในการลงทุน MFIL ในประเทศเมียนมา
* การบริหารจัดการ NPL และการตั้งสำรองหนี้สูญอย่างมีประสิทธิภาพ
* การนำ Digital Technology มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข NIM โดยตรง แต่การลดลงของต้นทุนทางการเงินและการบริหารจัดการแหล่งเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดี ซึ่งส่งผลบวกต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
* **NPL:** ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน อยู่ที่ 7.1% ซึ่งลดลงจาก 9.2% ในปีก่อนหน้า แสดงถึงการบริหารคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น
* **Coverage Ratio:** อยู่ที่ 120.5% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ 118.3% บ่งชี้ถึงการตั้งสำรองที่เพียงพอต่อการรองรับหนี้เสีย
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวมลดลง 14.0% มาอยู่ที่ 3,949.4 ล้านบาท สอดคล้องกับนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้อื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น 7.0% มาจากการจัดตั้งหน่วยงานติดตามหนี้ที่ค้างชำระ ซึ่งอาจรวมถึงรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
* **CAR/Basel:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลส่วนนี้
* **รายการพิเศษ/สำรอง:** การตั้งสำรองลูกหนี้สูงกว่าผู้ประกอบการประเภทเดียวกันที่ใช้มาตรการผ่อนปรนชั่วคราว แสดงถึงความระมัดระวังของบริษัท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,979.0 ล้านบาท ลดลง 5.1% จากสิ้นปี 2563 โดยมีหนี้สินรวม 1,322.0 ล้านบาท ลดลง 33.9% จากสิ้นปี 2563 ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงจาก 0.37 เท่า ในปี 2563 มาอยู่ที่ 0.23 เท่า ในปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและมีภาระหนี้สินลดลง บริษัทมีสถานะเงินสดและเงินฝากอยู่ที่ประมาณ 2,581.7 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TK สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในปี 2564 ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ถึง 28.3% แม้รายได้รวมจะลดลงจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ แม้ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ แต่ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและเงินสดสำรองจำนวนมาก บริษัทมีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะกลางและยาวต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|