บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5070 out_tok=2363 at=2026-07-26T08:50:40 -->
# TK กำไร Q3/2564 พุ่ง 19.6% แม้รายได้รวมหด เหตุคุมต้นทุน-การเงินได้ดี
## รายได้รวมลด 23.8% แต่กำไรสุทธิโตแรง รับอานิสงส์บริหารค่าใช้จ่าย-ต้นทุนทางการเงินมีประสิทธิภาพ
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 129.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับลดลง 23.8% มาอยู่ที่ 476.2 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวจากสถานการณ์โควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TK ในไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโต 19.6% มาอยู่ที่ 129.8 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 23.8% เป็นผลมาจาก **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมาก** โดยปัจจัยเหล่านี้สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ค่าเช่าซื้อที่ลดลงได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินนโยบายการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยมีการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น การลดเอกสารและการทำงานซ้ำซ้อน รวมถึงการนำ Digital Technology มาใช้ในการทำงาน ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมลดลง 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง:** บริษัทมีการบริหารจัดการแหล่งต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการใช้วงเงินกู้ลดลง ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงถึง 45.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ ไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมี D/E Ratio อยู่ที่ 0.22 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทได้เตรียมความพร้อมหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่องจากมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและการควบคุมคุณภาพลูกหนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และในทางกลับกันหากสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น บริษัทมีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจทันทีโดยใช้เงินสดที่มีอยู่ ซึ่งเพียงพอต่อการขยายตัวได้อย่างน้อยอีก 12 เดือน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะกลางและยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 129.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% YoY
* **รายได้รวม:** 476.2 ล้านบาท ลดลง 23.8% YoY
* **รายได้ค่าเช่าซื้อ:** 327.7 ล้านบาท ลดลง 29.7% YoY
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 17.8% YoY
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 45.5% YoY
* **ลูกหนี้เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมสุทธิ:** 3,818.0 ล้านบาท ลดลง 16.8% จากสิ้นปี 2563
* **NPL (ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน):** 8.4% (ลดลงจาก 9.2% ณ สิ้นปี 2563)
* **Coverage Ratio:** 118.8% (เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 118.3% ณ สิ้นปี 2563)
* **D/E Ratio:** 0.22 เท่า (ลดลงจาก 0.37 เท่า ณ สิ้นปี 2563)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 TK มีกำไรสุทธิ 129.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 23.8% มาอยู่ที่ 476.2 ล้านบาท โดยรายได้ค่าเช่าซื้อซึ่งเป็นรายได้หลักลดลง 29.7% มาอยู่ที่ 327.7 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีขึ้น 17.8% และต้นทุนทางการเงินลดลงถึง 45.5% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโตได้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการฉีดวัคซีนครอบคลุมมากขึ้น จะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศ ซึ่งจะหนุนต่อยอดขายรถจักรยานยนต์และรถยนต์ และส่งผลดีต่อธุรกิจเช่าซื้อ
* **ความพร้อมในการขยายธุรกิจ:** บริษัทมีเงินสดเพียงพอสำหรับการขยายธุรกิจได้อย่างน้อย 12 เดือน หากสถานการณ์เอื้ออำนวย
* **การลงทุนใน MFIL เมียนมา:** การอนุมัติการซื้อกิจการ MFIL ในเมียนมา แสดงถึงการมองหาโอกาสในการเติบโตในต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** การระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง และอาจมีปัจจัยเสี่ยงใหม่ๆ เกิดขึ้นได้
* **หนี้ครัวเรือนสูง:** ระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการขอสินเชื่อของประชาชน
* **กฎหมายติดตามทวงถามหนี้:** การบังคับใช้ พ.ร.บ. ติดตามทวงถามหนี้ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้อื่นๆ ของบริษัท
* **ความผันผวนของตลาดรถยนต์:** ยอดขายรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในประเทศยังคงเผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจ
* **การฉีดวัคซีน:** อัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการบริโภค
* **คุณภาพลูกหนี้:** การบริหารจัดการ NPL และการตั้งสำรองลูกหนี้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน
* **แผนการขยายธุรกิจ:** ความคืบหน้าในการขยายธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (เช่น MFIL เมียนมา)
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** เอกสารไม่ได้ระบุ NIM โดยตรง แต่รายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อลดลง 29.7% สอดคล้องกับปริมาณสินเชื่อที่ลดลง
* **NPL:** ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนอยู่ที่ 8.4% ซึ่งลดลงจาก 9.2% ในสิ้นปี 2563 แสดงถึงการบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น
* **Coverage Ratio:** อยู่ที่ 118.8% ซึ่งสูงกว่า 100% บ่งชี้ถึงการตั้งสำรองที่เพียงพอต่อหนี้ที่อาจสูญ
* **Credit Cost:** แม้ไม่ได้ระบุตัวเลขตรง แต่การลดลงของ NPL และการคง Coverage Ratio ในระดับสูง สะท้อนถึงการบริหารจัดการ Credit Cost ที่มีประสิทธิภาพ
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** ลูกหนี้เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมสุทธิรวมลดลง 16.8% จากสิ้นปี 2563 เป็น 3,818.0 ล้านบาท
* **CASA:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **CAR/Basel:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้อื่นๆ ลดลง 9.6% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากพอร์ตเช่าซื้อที่ลดลง และผลกระทบจาก พ.ร.บ. ติดตามทวงถามหนี้
* **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่ได้ระบุถึงรายการพิเศษที่ส่งผลต่อกำไรในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 6,789.0 ล้านบาท ลดลง 7.7% จากสิ้นปี 2563
* **หนี้สินรวม:** 1,239.4 ล้านบาท ลดลง 38.0% จากสิ้นปี 2563
* **D/E Ratio:** 0.22 เท่า ลดลงจาก 0.37 เท่า ณ สิ้นปี 2563
* **เงินสดและเงินฝาก:** ประมาณ 2,514 ล้านบาท หลังจากการชำระคืนหุ้นกู้ 600 ล้านบาทในเดือนกุมภาพันธ์ 2564
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
TK สามารถสร้างผลกำไรสุทธิที่เติบโตได้ถึง 19.6% ในไตรมาส 3 ปี 2564 แม้รายได้รวมจะลดลง เนื่องจากความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับคุณภาพลูกหนี้ที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตของสินเชื่อในระยะสั้น แต่บริษัทมีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจหากสถานการณ์เอื้ออำนวย ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างผลประกอบการที่ดีในระยะกลางและยาวต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|