TK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TK
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5299 out_tok=2941 at=2026-07-26T08:54:09 --> # TK กำไร Q3/2566 ดิ่ง 50.4% สวนทางเศรษฐกิจฟื้น รับผลกระทบเพดานดอกเบี้ย-คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ ## รายได้รวมหด 16.2% ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์เพิ่มสินเชื่อทางเลือก ลดพึ่งพิงเช่าซื้อ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 29.8 ล้านบาท ลดลง 50.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 417.6 ล้านบาท ลดลง 16.2% ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัจจัยภายนอกหลายประการ โดยเฉพาะการบังคับใช้เพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อใหม่ และการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยลบภายนอก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำกำไรสุทธิของ TK ในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลง 50.4% มาจาก **รายได้ค่าเช่าซื้อที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 19.8%** ประกอบกับ **รายได้อื่นๆ ที่ลดลง 13.8%** ซึ่งหักล้างกับความพยายามในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง 29.7% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 57.8% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของรายได้ค่าเช่าซื้อเป็นผลโดยตรงจากการบังคับใช้ประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรื่องธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อไว้ที่ 23% ส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้ลดลง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบาย **เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย** เพื่อลดความเสี่ยง จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อที่ชัดเจนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่วนรายได้อื่นๆ ที่ลดลงนั้น มาจากการที่หนี้สูญรับคืนได้รับชำระลดลง อันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินในต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะผลกระทบจากเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ถูกกำหนดไว้แล้ว และนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดจะยังคงมีผลต่อเนื่องไปจนกว่าจะมีหลักเกณฑ์ใหม่จาก ธปท. ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการปรับกลยุทธ์โดยการ **เพิ่มบริการสินเชื่อทางเลือก** เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อแต่เพียงอย่างเดียวได้ในระยะกลางถึงยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 50.4% YoY** อยู่ที่ 29.8 ล้านบาท จาก 60.1 ล้านบาท ในปีก่อน * **รายได้รวม Q3/2566 หดตัว 16.2% YoY** อยู่ที่ 417.6 ล้านบาท จาก 498.4 ล้านบาท * **รายได้ค่าเช่าซื้อ Q3/2566 ลดลง 19.8% YoY** อยู่ที่ 306.1 ล้านบาท จาก 381.5 ล้านบาท จากผลกระทบเพดานดอกเบี้ยและนโยบายคุมเข้มสินเชื่อ * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q3/2566 ลดลง 29.7% YoY** อยู่ที่ 196.7 ล้านบาท จาก 279.9 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ * **ต้นทุนทางการเงิน Q3/2566 เพิ่มขึ้น 57.8% YoY** อยู่ที่ 11.9 ล้านบาท จาก 7.6 ล้านบาท จากการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น * **ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนทรงตัวที่ 6.7%** ขณะที่ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 116.4% จาก 109.8% ในสิ้นปี 2565 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 29.8 ล้านบาท ลดลง 50.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 60.1 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 417.6 ล้านบาท ลดลง 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 498.4 ล้านบาท โดยรายได้ค่าเช่าซื้อลดลง 19.8% และรายได้อื่นๆ ลดลง 13.8% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 7.4% โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 29.7% จากการบริหารจัดการต้นทุนและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.8% จากการกู้เงินในต่างประเทศ ## โอกาส * **การขยายบริการสินเชื่อทางเลือก:** บริษัทฯ ได้เพิ่มบริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อแต่เพียงอย่างเดียว * **การปรับตัวรับกฎเกณฑ์ใหม่:** บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์และมาตรการที่ ธปท. กำหนดเกี่ยวกับการกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ต้นปี 2567 * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** แม้จะส่งผลกระทบทางอ้อม แต่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนอาจส่งผลดีต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและไทย:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การส่งออกที่ลดลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า * **การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กำกับดูแล:** การบังคับใช้กฎเกณฑ์ใหม่จาก สคบ. และ ธปท. เกี่ยวกับธุรกิจเช่าซื้อและสินเชื่อ อาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจและรายได้ของบริษัทฯ * **การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ:** แม้จะมีการขยายบริการสินเชื่อทางเลือก แต่ธุรกิจสินเชื่อยังคงมีการแข่งขันสูง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลกระทบจากเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ:** การเปลี่ยนแปลงของรายได้ค่าเช่าซื้อภายใต้เพดานอัตราดอกเบี้ยใหม่ * **ประสิทธิภาพของสินเชื่อทางเลือก:** การเติบโตและผลกำไรจากสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน และนาโนไฟแนนซ์ * **ความคืบหน้าของกฎเกณฑ์ ธปท.:** การประกาศใช้และผลกระทบของหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและ Responsible Lending * **คุณภาพสินทรัพย์:** แนวโน้มของลูกหนี้ค้างชำระและ NPLs รวมถึงการบริหารจัดการหนี้เสีย * **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) ในไตรมาส 3 ปี 2566 ธุรกิจการเงินโดยรวมของ TK ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่สำคัญ คือการบังคับใช้เพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ 23% ตามประกาศของ สคบ. ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าเช่าซื้อที่ลดลง 19.8% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้ออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย เพื่อบริหารความเสี่ยง จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่ชัดเจนจาก ธปท. ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า แม้ว่าลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.8% จากสิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 4,193.3 ล้านบาท แต่การเติบโตนี้ไม่ได้สะท้อนการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อหลัก แต่เป็นการปรับตัวตามนโยบายที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญอย่างเพียงพอ โดย ณ ไตรมาส 3 ปี 2566 มีสำรอง 353.5 ล้านบาท ทำให้มี Coverage Ratio ที่ 116.4% ซึ่งสูงกว่าสิ้นปี 2565 ที่ 109.8% แม้ว่าลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนจะอยู่ที่ 6.7% ซึ่งใกล้เคียงกับสิ้นปี 2565 ที่ 7.0% เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งรายได้ บริษัทฯ ได้เร่งขยายบริการสินเชื่อทางเลือก ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งได้รับใบอนุญาตเพิ่มเติมแล้ว การดำเนินงานนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพิงธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อแต่เพียงอย่างเดียว และคาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะกลางถึงยาว ด้านต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.8% เป็น 11.9 ล้านบาท เนื่องจากมีการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าบริษัทฯ จะมีสถานะเงินสดและเงินฝากสูงถึง 1,915.2 ล้านบาท และมี D/E Ratio ที่ 0.17 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินนี้ก็เป็นปัจจัยที่กดดันกำไรเช่นกัน บริษัทฯ กำลังติดตามการเข้ามากำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อของ ธปท. อย่างใกล้ชิด ทั้งร่างพระราชกฤษฎีกาฯ และแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบฯ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ต้นปี 2567 โดยบริษัทฯ มีความพร้อมที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและเกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ ไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,627.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.04% จาก 6,558.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 หนี้สินรวมอยู่ที่ 967.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.9% จาก 800.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ส่งผลให้ D/E Ratio เพิ่มขึ้นจาก 0.14 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 0.17 เท่า ณ ไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำ บริษัทฯ มีสถานะเงินสดและเงินฝากอยู่ที่ประมาณ 1,915.2 ล้านบาท ## สรุปท้าย กำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของ TK ในไตรมาส 3 ปี 2566 สะท้อนผลกระทบโดยตรงจากเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อใหม่และการดำเนินนโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดี แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของรายได้หลักก็เป็นปัจจัยกดดัน อย่างไรก็ตาม การเร่งขยายบริการสินเชื่อทางเลือกใหม่ๆ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ทดแทนและลดความเสี่ยงในระยะยาว ซึ่งนักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าและการตอบรับของบริการเหล่านี้ รวมถึงการปรับตัวต่อกฎเกณฑ์กำกับดูแลใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2567
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74 ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47 ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02 %
กำไรสุทธิ
-8.53 ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40 %
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7% YoY
D/E Ratio
0.06

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
193.74
-78.69%
909.21
+127.64%
399.41
-13.89%
463.84
-4.94%
487.92
-12.88%
560.03
-33.29%
กำไรขั้นต้น
110.47
-79.30%
533.75
+105.34%
259.93
-26.62%
354.23
+6.22%
333.50
-19.50%
414.29
-37.37%
ค่าใช้จ่ายรวม
176.32
-71.51%
618.78
+208.33%
200.69
-19.06%
247.95
-7.97%
269.43
-15.61%
319.28
-19.65%
กำไรสุทธิ
-8.53
-155.70%
15.31
+603.15%
-3.04
-105.60%
54.36
-56.88%
126.07
+8.46%
116.23
-16.72%
กำไรต่อหุ้น
-0.02
-154.84%
0.03
+616.67%
-0.01
-105.50%
0.11
-56.75%
0.25
+8.62%
0.23
-16.85%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
57.02
-2.86%
58.70
-9.80%
65.08
-14.78%
76.37
+11.73%
68.35
-7.61%
73.98
-6.10%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
91.01
+33.72%
68.06
+35.44%
50.25
-6.00%
53.46
-3.19%
55.22
-3.14%
57.01
+20.45%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-4.40
-361.90%
1.68
+321.05%
-0.76
-106.48%
11.72
-54.64%
25.84
+24.53%
20.75
+24.85%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
1.68
+679.31%
-0.29
-117.79%
1.63
-74.73%
6.45
-24.91%
8.59
+24.49%
6.90
+1,250.00%
ROA(%)
2.24
+600.00%
0.32
-90.09%
3.23
-58.00%
7.69
-16.23%
9.18
+38.67%
6.62
+1,968.75%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.06
-25.00%
0.08
-46.67%
0.15
+7.14%
0.14
-39.13%
0.23
-37.84%
0.37
+270.00%
P/E
19.38
-48.10%
37.34
+106.87%
18.05
+88.61%
9.57
-3.33%
9.90
-4.72%
10.39
-1.42%
P/BV
0.41
-4.65%
0.43
-10.42%
0.48
-34.25%
0.73
-12.05%
0.83
+9.21%
0.76
-23.23%
BV
10.74
+0.09%
10.73
-4.79%
11.27
-2.34%
11.54
+4.34%
11.06
+5.13%
10.52
+4.57%
YIELD(%)
4.57
-15.21%
5.39
-30.72%
7.78
+30.76%
5.95
+29.63%
4.59
-33.28%
6.88
+52.89%
ราคาหุ้น
4.38
-5.60%
4.64
-14.07%
5.40
-35.71%
8.40
-8.20%
9.15
+14.38%
8.00
-20.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,476.35
-20.62%
4,379.22
+6.17%
4,124.91
+0.33%
4,111.46
-13.25%
4,739.56
-9.02%
5,209.23
-5.47%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
2,167.16
+44.60%
1,498.68
-34.26%
2,279.80
-6.83%
2,446.88
+9.26%
2,239.42
+4.28%
2,147.60
-41.20%
รวมสินทรัพย์
5,643.51
-3.99%
5,877.90
-8.23%
6,404.72
-2.34%
6,558.34
-6.03%
6,978.98
-5.14%
7,356.83
-19.71%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
219.64
-41.62%
376.22
-38.06%
607.34
-6.10%
646.81
-42.74%
1,129.52
-23.13%
1,469.38
-45.52%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
78.19
+6.25%
73.59
-64.71%
208.51
+35.65%
153.72
-20.15%
192.50
-63.76%
531.17
-55.04%
รวมหนี้สิน
297.83
-33.79%
449.81
-44.87%
815.85
+1.91%
800.52
-39.45%
1,322.02
-33.92%
2,000.54
-48.42%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,345.68
-1.52%
5,428.09
-2.88%
5,588.86
-2.93%
5,757.82
+1.78%
5,656.96
+5.61%
5,356.28
+1.35%
D/E
0.06
0.08
0.15
0.14
0.23
0.37
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
1.68
-0.29
1.63
6.45
8.59
6.90
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
2.24
0.32
3.23
7.69
9.18
6.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
3.55
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
1.51
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-310.24
-69.81%
-1,027.49
-424.48%
316.66
-57.30%
741.52
-157.16%
-1,297.18
-136.96%
3,509.27
+33.87%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-1,540.68
-308.03%
740.61
-202.47%
-722.79
+72.28%
-419.54
-259.53%
262.98
+2,858.16%
8.89
-128.89%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
292.84
+20.30%
243.42
-2,863.00%
-8.81
-104.79%
183.80
-88.16%
1,552.97
-168.08%
-2,281.19
+15.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-1,816.05
+1,483.30%
-114.70
-76.58%
-489.73
-252.11%
321.96
+30.91%
245.94
-79.37%
1,191.93
+104.38%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,775.97
+35.11%
1,314.47
-0.87%
1,326.04
+94.53%
681.65
-62.40%
1,813.14
+77.55%
1,021.21
+133.15%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
964.16
-45.71%
1,775.97
+35.11%
1,314.47
-0.87%
1,326.04
+94.53%
681.65
-69.20%
2,213.14
+116.72%