บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5299 out_tok=2941 at=2026-07-26T08:54:09 -->
# TK กำไร Q3/2566 ดิ่ง 50.4% สวนทางเศรษฐกิจฟื้น รับผลกระทบเพดานดอกเบี้ย-คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ
## รายได้รวมหด 16.2% ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์เพิ่มสินเชื่อทางเลือก ลดพึ่งพิงเช่าซื้อ
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 29.8 ล้านบาท ลดลง 50.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 417.6 ล้านบาท ลดลง 16.2% ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัจจัยภายนอกหลายประการ โดยเฉพาะการบังคับใช้เพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อใหม่ และการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยลบภายนอก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำกำไรสุทธิของ TK ในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลง 50.4% มาจาก **รายได้ค่าเช่าซื้อที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 19.8%** ประกอบกับ **รายได้อื่นๆ ที่ลดลง 13.8%** ซึ่งหักล้างกับความพยายามในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง 29.7% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 57.8%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ค่าเช่าซื้อเป็นผลโดยตรงจากการบังคับใช้ประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรื่องธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อไว้ที่ 23% ส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้ลดลง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบาย **เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย** เพื่อลดความเสี่ยง จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อที่ชัดเจนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่วนรายได้อื่นๆ ที่ลดลงนั้น มาจากการที่หนี้สูญรับคืนได้รับชำระลดลง อันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินในต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะผลกระทบจากเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ถูกกำหนดไว้แล้ว และนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดจะยังคงมีผลต่อเนื่องไปจนกว่าจะมีหลักเกณฑ์ใหม่จาก ธปท. ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการปรับกลยุทธ์โดยการ **เพิ่มบริการสินเชื่อทางเลือก** เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อแต่เพียงอย่างเดียวได้ในระยะกลางถึงยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 50.4% YoY** อยู่ที่ 29.8 ล้านบาท จาก 60.1 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2566 หดตัว 16.2% YoY** อยู่ที่ 417.6 ล้านบาท จาก 498.4 ล้านบาท
* **รายได้ค่าเช่าซื้อ Q3/2566 ลดลง 19.8% YoY** อยู่ที่ 306.1 ล้านบาท จาก 381.5 ล้านบาท จากผลกระทบเพดานดอกเบี้ยและนโยบายคุมเข้มสินเชื่อ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q3/2566 ลดลง 29.7% YoY** อยู่ที่ 196.7 ล้านบาท จาก 279.9 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้
* **ต้นทุนทางการเงิน Q3/2566 เพิ่มขึ้น 57.8% YoY** อยู่ที่ 11.9 ล้านบาท จาก 7.6 ล้านบาท จากการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น
* **ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนทรงตัวที่ 6.7%** ขณะที่ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 116.4% จาก 109.8% ในสิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 29.8 ล้านบาท ลดลง 50.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 60.1 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 417.6 ล้านบาท ลดลง 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 498.4 ล้านบาท โดยรายได้ค่าเช่าซื้อลดลง 19.8% และรายได้อื่นๆ ลดลง 13.8% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 7.4% โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 29.7% จากการบริหารจัดการต้นทุนและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.8% จากการกู้เงินในต่างประเทศ
## โอกาส
* **การขยายบริการสินเชื่อทางเลือก:** บริษัทฯ ได้เพิ่มบริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อแต่เพียงอย่างเดียว
* **การปรับตัวรับกฎเกณฑ์ใหม่:** บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์และมาตรการที่ ธปท. กำหนดเกี่ยวกับการกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ต้นปี 2567
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** แม้จะส่งผลกระทบทางอ้อม แต่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนอาจส่งผลดีต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและไทย:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การส่งออกที่ลดลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กำกับดูแล:** การบังคับใช้กฎเกณฑ์ใหม่จาก สคบ. และ ธปท. เกี่ยวกับธุรกิจเช่าซื้อและสินเชื่อ อาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจและรายได้ของบริษัทฯ
* **การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ:** แม้จะมีการขยายบริการสินเชื่อทางเลือก แต่ธุรกิจสินเชื่อยังคงมีการแข่งขันสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลกระทบจากเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ:** การเปลี่ยนแปลงของรายได้ค่าเช่าซื้อภายใต้เพดานอัตราดอกเบี้ยใหม่
* **ประสิทธิภาพของสินเชื่อทางเลือก:** การเติบโตและผลกำไรจากสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน และนาโนไฟแนนซ์
* **ความคืบหน้าของกฎเกณฑ์ ธปท.:** การประกาศใช้และผลกระทบของหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและ Responsible Lending
* **คุณภาพสินทรัพย์:** แนวโน้มของลูกหนี้ค้างชำระและ NPLs รวมถึงการบริหารจัดการหนี้เสีย
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 3 ปี 2566 ธุรกิจการเงินโดยรวมของ TK ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่สำคัญ คือการบังคับใช้เพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ 23% ตามประกาศของ สคบ. ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าเช่าซื้อที่ลดลง 19.8% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้ออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย เพื่อบริหารความเสี่ยง จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่ชัดเจนจาก ธปท. ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า
แม้ว่าลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.8% จากสิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 4,193.3 ล้านบาท แต่การเติบโตนี้ไม่ได้สะท้อนการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อหลัก แต่เป็นการปรับตัวตามนโยบายที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญอย่างเพียงพอ โดย ณ ไตรมาส 3 ปี 2566 มีสำรอง 353.5 ล้านบาท ทำให้มี Coverage Ratio ที่ 116.4% ซึ่งสูงกว่าสิ้นปี 2565 ที่ 109.8% แม้ว่าลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนจะอยู่ที่ 6.7% ซึ่งใกล้เคียงกับสิ้นปี 2565 ที่ 7.0%
เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งรายได้ บริษัทฯ ได้เร่งขยายบริการสินเชื่อทางเลือก ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งได้รับใบอนุญาตเพิ่มเติมแล้ว การดำเนินงานนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพิงธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อแต่เพียงอย่างเดียว และคาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะกลางถึงยาว
ด้านต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.8% เป็น 11.9 ล้านบาท เนื่องจากมีการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าบริษัทฯ จะมีสถานะเงินสดและเงินฝากสูงถึง 1,915.2 ล้านบาท และมี D/E Ratio ที่ 0.17 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินนี้ก็เป็นปัจจัยที่กดดันกำไรเช่นกัน
บริษัทฯ กำลังติดตามการเข้ามากำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อของ ธปท. อย่างใกล้ชิด ทั้งร่างพระราชกฤษฎีกาฯ และแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบฯ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ต้นปี 2567 โดยบริษัทฯ มีความพร้อมที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและเกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ ไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,627.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.04% จาก 6,558.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 หนี้สินรวมอยู่ที่ 967.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.9% จาก 800.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ส่งผลให้ D/E Ratio เพิ่มขึ้นจาก 0.14 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 0.17 เท่า ณ ไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำ บริษัทฯ มีสถานะเงินสดและเงินฝากอยู่ที่ประมาณ 1,915.2 ล้านบาท
## สรุปท้าย
กำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของ TK ในไตรมาส 3 ปี 2566 สะท้อนผลกระทบโดยตรงจากเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อใหม่และการดำเนินนโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดี แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของรายได้หลักก็เป็นปัจจัยกดดัน อย่างไรก็ตาม การเร่งขยายบริการสินเชื่อทางเลือกใหม่ๆ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ทดแทนและลดความเสี่ยงในระยะยาว ซึ่งนักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าและการตอบรับของบริการเหล่านี้ รวมถึงการปรับตัวต่อกฎเกณฑ์กำกับดูแลใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2567
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|