บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4862 out_tok=2400 at=2026-07-26T09:09:00 -->
# TK กำไรสุทธิ Q2/65 หดตัวเล็กน้อย 0.7% รับรายได้รวมลด 1.5% ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน
## รายได้เช่าซื้อยังเติบโต แต่รายได้อื่นหด เหตุหนี้สูญรับคืนลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่งจากการเร่งปล่อยสินเชื่อ
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 117.5 ล้านบาท ลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 1.5% มาอยู่ที่ 492.2 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้อื่นที่ลดลง ขณะที่รายได้จากการเช่าซื้อยังคงเติบโตได้ตามนโยบายการขยายสินเชื่อ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TK ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.7% มาอยู่ที่ 117.5 ล้านบาท มาจาก **การลดลงของรายได้อื่น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** แม้ว่ารายได้จากการเช่าซื้อจะยังเติบโตได้ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้อื่นลดลง:** สาเหตุหลักมาจาก "หนี้สูญรับคืน" ที่ลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นส่งผลให้มีการตัดหนี้สูญลดลง และรายได้ค่าติดตามทวงถามหนี้ที่ลดลงหลังมีผลบังคับใช้ พ.ร.บ. การทวงถามหนี้
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 8.9% เป็นผลมาจากนโยบายของบริษัทที่ต้องการเพิ่มยอดการปล่อยสินเชื่อในปีนี้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายทางการตลาด เช่น ค่าส่งเสริมการขาย และค่าสนับสนุนการตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงการนำ Digital Technology มาใช้ในการพัฒนาระบบการทำงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ามีนโยบายเพิ่มยอดการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ในขณะเดียวกัน การที่คุณภาพหนี้ดีขึ้นจนทำให้หนี้สูญรับคืนลดลงนั้น เป็นสัญญาณที่ดี หากสามารถรักษาคุณภาพหนี้ได้ต่อเนื่อง รายได้อื่นที่ลดลงอาจถูกชดเชยด้วยการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ยในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 0.7% YoY:** อยู่ที่ 117.5 ล้านบาท จาก 118.4 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 1.5% YoY:** อยู่ที่ 492.2 ล้านบาท จาก 499.5 ล้านบาท
* **รายได้จากการเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 5.6% YoY:** อยู่ที่ 364.3 ล้านบาท จาก 345.1 ล้านบาท ตามนโยบายเพิ่มการปล่อยสินเชื่อ
* **รายได้อื่นลดลง 9.3% YoY:** อยู่ที่ 122.3 ล้านบาท จาก 134.8 ล้านบาท จากหนี้สูญรับคืนและค่าติดตามทวงถามที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.9% YoY:** อยู่ที่ 268.7 ล้านบาท จาก 246.7 ล้านบาท จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดและลงทุนในเทคโนโลยี
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 13.8% YoY:** อยู่ที่ 8.6 ล้านบาท จาก 7.6 ล้านบาท จากการใช้วงเงินกู้ต่างประเทศและผลกระทบค่าเงิน
* **ปริมาณสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 11.6% YTD:** อยู่ที่ 4,405.7 ล้านบาท จาก 3,949.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
* **NPL (ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน) ลดลง:** อยู่ที่ 5.8% จาก 7.1% ณ สิ้นปี 2564
* **Coverage Ratio ลดลงเล็กน้อย:** อยู่ที่ 118.0% จาก 120.5% ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 117.5 ล้านบาท ลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 492.2 ล้านบาท ลดลง 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการเช่าซื้อจะเติบโตได้ 5.6% แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้อื่นที่ลดลง 9.3% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 3.5% โดยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 8.9% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 13.8%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2565 จะขยายตัวได้ 2.7%-3.5% ซึ่งสูงกว่าปีก่อน
* **การเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์และรถยนต์:** ยอดขายรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 5-15 ล้านคนในปี 2565 จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ
* **การขยายธุรกิจ:** บริษัทมีความพร้อมในการขยายธุรกิจทันทีที่สถานการณ์เอื้ออำนวย โดยใช้เงินสดที่มีอยู่เพียงพอต่อการขยายตัวอย่างน้อย 12 เดือน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** สงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น
* **อัตราเงินเฟ้อสูง:** อัตราเงินเฟ้อในประเทศพุ่งสูงถึง 7.7% ในเดือนมิถุนายน 2565 เพิ่มต้นทุนค่าครองชีพ
* **ความเสี่ยงจาก COVID-19:** การระบาดที่ยังคงมีอยู่และการกลับมาเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อในบางประเทศ
* **ปัญหา Supply Chain:** การขาดแคลนสินค้าจากห่วงโซ่การผลิตทั่วโลก
* **การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อ
* **ความผันผวนของค่าเงิน:** ค่าเงินบาท, เงินเรียล, และเงินกีบมีความผันผวน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางรายได้อื่น:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หรือไม่ หลังจากการปรับตัวลดลงในไตรมาสนี้
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** นโยบายเร่งปล่อยสินเชื่อจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในระยะยาวอย่างไร
* **คุณภาพหนี้:** การรักษา NPL ให้อยู่ในระดับต่ำ และ Coverage Ratio ที่เหมาะสม
* **การขยายสินเชื่อ:** ความสามารถในการเพิ่มปริมาณสินเชื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของลูกค้า
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก:** เช่น เงินเฟ้อ, ค่าเงิน, และเศรษฐกิจโลก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** เอกสารไม่ได้ระบุ Net Interest Margin (NIM) หรือ Net Interest Income (NII) โดยตรง แต่รายได้จากการเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น 5.6% บ่งชี้ถึงการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 13.8% อาจส่งผลกระทบต่อ NIM
* **NPL:** คุณภาพหนี้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนลดลงจาก 7.1% ณ สิ้นปี 2564 มาอยู่ที่ 5.8% ในไตรมาส 2 ปี 2565
* **Coverage Ratio:** ลดลงเล็กน้อยจาก 120.5% เป็น 118.0% แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนการตั้งสำรองที่แข็งแกร่ง
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 11.6% YTD เป็น 4,405.7 ล้านบาท
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าติดตามทวงถามหนี้ลดลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายได้อื่นที่ลดลง
* **Credit Cost:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Credit Cost โดยตรง แต่การลดลงของหนี้สูญรับคืนและการตั้งสำรองที่สูงกว่าผู้ประกอบการประเภทเดียวกันบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** อยู่ที่ 6,967.6 ล้านบาท ลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 1,288.5 ล้านบาท ลดลง 2.5% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564
* **D/E Ratio:** อยู่ที่ 0.23 เท่า เท่ากับสิ้นปี 2564 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
* **เงินสดและเงินฝาก:** อยู่ที่ประมาณ 2,105.0 ล้านบาท เพียงพอต่อการขยายธุรกิจอย่างน้อย 12 เดือน
## สรุปท้าย
TK ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากรายได้อื่นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวเล็กน้อย แม้ว่ารายได้จากการเช่าซื้อจะยังคงเติบโตได้ตามแผนการขยายสินเชื่อ และคุณภาพหนี้ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกทั้งเงินเฟ้อ, ความผันผวนค่าเงิน, และการขึ้นดอกเบี้ยทั่วโลก ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและตลาดรถยนต์เป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทพร้อมจะคว้าไว้เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|