บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.14
+0.04 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการของ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) (TK) ไตรมาส 1 ปี 2567
**สรุปสั้น**: บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) (TK) รายงานผลขาดทุนสุทธิ 31.2 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2567 ลดลง 174.1% จากกำไรสุทธิ 42.1 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมลดลง 17.0% เหลือ 344.5 ล้านบาท โดยรายได้จากการเช่าซื้อลดลงอย่างมาก 29.9% ส่วนรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 4.6% เนื่องจากหนี้สูญรับคืนและรายได้ค่าธรรมเนียมจากสัญญาเช่า
**เศรษฐกิจ**: เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2567 ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องจากการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 43.5% อย่างไรก็ดี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อยอดการส่งออกของไทยที่หดตัว 0.2% ในไตรมาส 1 ปี 2567 ปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงสูงและปรับตัวลงอย่างช้าๆ ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและแรง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย 11 ครั้งติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 5.25% - 5.50% สูงที่สุดในรอบ 22 ปี ธนาคารกลางยุโรปก็ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน ทำให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของยูโรโซนอยู่ที่ 4.0-4.50% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2544 ส่วนอัตราดอกเบี้ยของไทยอยู่ที่ 2.50% สูงที่สุดในรอบ 10 ปี ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องระมัดระวังในนโยบายการขยายธุรกิจและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร**: กำไรของบริษัทลดลงอย่างมากในไตรมาส 1 ปี 2567 โดยส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของรายได้จากการเช่าซื้อ ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อตามที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำหนด และนโยบายของบริษัทฯ ในการลดความเสี่ยงโดยการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย เนื่องจากบริษัทฯ มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 36.2% จากการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้นและดอกเบี้ยเงินกู้ในต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น
**สินเชื่อและสัดส่วน**: บริษัทฯ มีลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 3,168.6 ล้านบาท ลดลง 13.4% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากนโยบายเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอยู่ที่ 278.8 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน 5.8% และ Coverage Ratio ที่ 140.2% โดยเปรียบเทียบกับปี 2566 ที่มีลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน 8.0% และ Coverage Ratio ที่ 113.6%
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน**: ปัจจัยความเสี่ยงหลักของบริษัทฯ คือการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การขึ้นอัตราดอกเบี้ย การแข่งขันในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อ และการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบการให้เช่าซื้อ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ มีโอกาสในการเติบโตผ่านการขยายธุรกิจสู่สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน หรือสินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ รวมถึงการให้บริการใหม่ เช่น รถเช่าแบบบริการสมัครสมาชิก (subscription) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อเพียงอย่างเดียว
**สรุปสั้นท้ายสุด**: ผลประกอบการของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2567 ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการลดลงของรายได้จากการเช่าซื้อ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ และนโยบายของบริษัทฯ ในการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ สินเชื่อรวมของบริษัทฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ NIM ลดลง แต่ NPL และ Coverage Ratio ยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ บริษัทฯ มีการจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และกำลังขยายธุรกิจไปยังสินเชื่อประเภทอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ การปรับตัวและการบริหารจัดการที่ดีของบริษัทฯ น่าจะช่วยให้บริษัทฯ ผ่านพ้นความท้าทายต่างๆ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|