TK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TK
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8206 out_tok=2816 at=2026-07-26T08:35:53 --> # TK กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 80% รายได้รวมวูบ 14% รับพิษดอกเบี้ย-คุมเข้มสินเชื่อ ## รายได้-กำไรหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจและนโยบายคุมเข้มสินเชื่อ ขณะที่ต้นทุนการเงินและหนี้สูญเพิ่มขึ้น บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 23.3 ล้านบาท ลดลงถึง 80.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 421.8 ล้านบาท ลดลง 14.3% ปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TK ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้รวมที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** ซึ่งเป็นผลกระทบจากการดำเนินนโยบายที่ระมัดระวังมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการคือ **การหดตัวของรายได้จากการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะรายได้ค่าเช่าซื้อที่ลดลง 15.8% และรายได้อื่นๆ ที่ลดลง 12.3%** ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 14.3% ขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายรวมกลับเพิ่มขึ้น 7.3%** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 7.3%** และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 10.5%** แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลง 20.0% จากการบริหารจัดการต้นทุนและนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ผลกระทบจากปัจจัยลบข้างต้นมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 80.2% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของรายได้ค่าเช่าซื้อเป็นผลโดยตรงจาก **ประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา (สคบ.) ที่ควบคุมธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์** ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 10 มกราคม 2566 ประกอบกับ **นโยบายของบริษัทที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์** เพื่อลดความเสี่ยง จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2566 การที่ขนาดพอร์ตสินเชื่อลดลงส่งผลให้ **หนี้สูญรับคืนลดลง** แต่ในขณะเดียวกัน **หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้ากลับเพิ่มขึ้น** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเกิดจากการ **กู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น** เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าบริษัทจะมีเงินสดและเงินฝากในระดับสูง แต่ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อผลกำไร ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตาม** จากเอกสารระบุว่าบริษัทได้ปรับนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง โดยควบคุมคุณภาพการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2565 เพื่อลดต้นทุนด้าน Credit cost และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทได้ **เพิ่มบริการอื่นนอกเหนือจากธุรกิจให้เช่าซื้อ** เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียวในระยะกลางถึงยาว อย่างไรก็ตาม การประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อจาก ธปท. ในเดือนพฤศจิกายน 2566 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 80.2%** อยู่ที่ 23.3 ล้านบาท จาก 117.5 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 * **รายได้รวมลดลง 14.3%** อยู่ที่ 421.8 ล้านบาท จาก 492.3 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 * **รายได้ค่าเช่าซื้อลดลง 15.8%** อยู่ที่ 306.7 ล้านบาท จาก 364.3 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 7.3%** อยู่ที่ 374.0 ล้านบาท จาก 348.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากหนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.0%** อยู่ที่ 214.8 ล้านบาท จาก 268.7 ล้านบาท จากการบริหารจัดการต้นทุนและนำเทคโนโลยีมาใช้ * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 10.5%** อยู่ที่ 9.5 ล้านบาท จาก 8.6 ล้านบาท เนื่องจากการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น * **ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,190.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8%** จาก 4,158.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 จากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด * **D/E Ratio อยู่ที่ 0.17 เท่า** เพิ่มขึ้นจาก 0.14 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK มีกำไรสุทธิ 23.3 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 80.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 117.5 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 421.8 ล้านบาท ลดลง 14.3% จาก 492.3 ล้านบาท โดยรายได้ค่าเช่าซื้อซึ่งเป็นรายได้หลักลดลง 15.8% ขณะที่รายได้อื่นๆ ลดลง 12.3% ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 7.3% โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้ลดลงได้ 20.0% แต่ผลกระทบจากปัจจัยลบข้างต้นทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมาก ## โอกาส * **การเพิ่มบริการสินเชื่อใหม่:** บริษัทได้เพิ่มบริการสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ นอกเหนือจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ * **การปรับตัวตามกฎหมายใหม่:** บริษัทมีความพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่จาก ธปท. ที่จะออกมาในเดือนพฤศจิกายน 2566 ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว * **การนำเทคโนโลยีมาใช้:** การนำ Digital Technology มาใช้ในการบริหารจัดการช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยลบต่างๆ เช่น ต้นทุนพลังงาน ค่าแรง และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า * **การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กำกับดูแล:** การประกาศใช้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อจาก ธปท. อาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจและต้นทุนการดำเนินงาน * **การเพิ่มขึ้นของหนี้สูญ:** การที่หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลกระทบจากประกาศหลักเกณฑ์ ธปท. ว่าด้วยธุรกิจเช่าซื้อ:** ติดตามรายละเอียดและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท * **แนวโน้มหนี้สูญและ NPL:** การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และการตั้งสำรองหนี้สูญอย่างเหมาะสม * **การเติบโตของรายได้จากสินเชื่อประเภทใหม่:** ประสิทธิภาพในการขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้จากสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน และนาโนไฟแนนซ์ * **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน * **ยอดขายรถจักรยานยนต์และรถยนต์:** เป็นปัจจัยสำคัญต่อปริมาณสินเชื่อเช่าซื้อในอนาคต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) ในไตรมาส 2 ปี 2566 TK เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกหลายประการ โดยเฉพาะการประกาศควบคุมสัญญาธุรกิจเช่าซื้อจาก สคบ. และนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นของบริษัทเอง ส่งผลให้ **รายได้ค่าเช่าซื้อลดลง 15.8%** ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท การที่บริษัทมีนโยบายลดความเสี่ยงโดยการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้ **ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวมเพิ่มขึ้นเพียง 0.8%** อยู่ที่ 4,190.6 ล้านบาท แม้ว่า **Coverage Ratio จะอยู่ที่ 109.9%** ซึ่งถือว่าเพียงพอ แต่ **หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้ากลับเพิ่มขึ้น 7.3%** สะท้อนถึงความเปราะบางของลูกหนี้บางกลุ่มจากภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนทางการเงินก็ปรับตัวสูงขึ้น 10.5% จากการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ ไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,556.9 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.02% จากสิ้นปี 2565 ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 18.6% อยู่ที่ 949.1 ล้านบาท ส่งผลให้ **D/E Ratio เพิ่มขึ้นจาก 0.14 เท่า เป็น 0.17 เท่า** ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ บริษัทมีสถานะเงินสดและเงินฝากประมาณ 1,899.8 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ TK ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการปรับตัวรับมือกับปัจจัยลบทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การกำกับดูแล และต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้หลักหดตัวและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและขยายบริการสินเชื่อใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ความท้าทายจากหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การปรับตัวตามกฎเกณฑ์ใหม่ของ ธปท. และการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อทางเลือกจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74 ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47 ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02 %
กำไรสุทธิ
-8.53 ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40 %
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7% YoY
D/E Ratio
0.06

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
193.74
-78.69%
909.21
+127.64%
399.41
-13.89%
463.84
-4.94%
487.92
-12.88%
560.03
-33.29%
กำไรขั้นต้น
110.47
-79.30%
533.75
+105.34%
259.93
-26.62%
354.23
+6.22%
333.50
-19.50%
414.29
-37.37%
ค่าใช้จ่ายรวม
176.32
-71.51%
618.78
+208.33%
200.69
-19.06%
247.95
-7.97%
269.43
-15.61%
319.28
-19.65%
กำไรสุทธิ
-8.53
-155.70%
15.31
+603.15%
-3.04
-105.60%
54.36
-56.88%
126.07
+8.46%
116.23
-16.72%
กำไรต่อหุ้น
-0.02
-154.84%
0.03
+616.67%
-0.01
-105.50%
0.11
-56.75%
0.25
+8.62%
0.23
-16.85%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
57.02
-2.86%
58.70
-9.80%
65.08
-14.78%
76.37
+11.73%
68.35
-7.61%
73.98
-6.10%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
91.01
+33.72%
68.06
+35.44%
50.25
-6.00%
53.46
-3.19%
55.22
-3.14%
57.01
+20.45%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-4.40
-361.90%
1.68
+321.05%
-0.76
-106.48%
11.72
-54.64%
25.84
+24.53%
20.75
+24.85%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
1.68
+679.31%
-0.29
-117.79%
1.63
-74.73%
6.45
-24.91%
8.59
+24.49%
6.90
+1,250.00%
ROA(%)
2.24
+600.00%
0.32
-90.09%
3.23
-58.00%
7.69
-16.23%
9.18
+38.67%
6.62
+1,968.75%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.06
-25.00%
0.08
-46.67%
0.15
+7.14%
0.14
-39.13%
0.23
-37.84%
0.37
+270.00%
P/E
19.38
-48.10%
37.34
+106.87%
18.05
+88.61%
9.57
-3.33%
9.90
-4.72%
10.39
-1.42%
P/BV
0.41
-4.65%
0.43
-10.42%
0.48
-34.25%
0.73
-12.05%
0.83
+9.21%
0.76
-23.23%
BV
10.74
+0.09%
10.73
-4.79%
11.27
-2.34%
11.54
+4.34%
11.06
+5.13%
10.52
+4.57%
YIELD(%)
4.57
-15.21%
5.39
-30.72%
7.78
+30.76%
5.95
+29.63%
4.59
-33.28%
6.88
+52.89%
ราคาหุ้น
4.38
-5.60%
4.64
-14.07%
5.40
-35.71%
8.40
-8.20%
9.15
+14.38%
8.00
-20.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,476.35
-20.62%
4,379.22
+6.17%
4,124.91
+0.33%
4,111.46
-13.25%
4,739.56
-9.02%
5,209.23
-5.47%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
2,167.16
+44.60%
1,498.68
-34.26%
2,279.80
-6.83%
2,446.88
+9.26%
2,239.42
+4.28%
2,147.60
-41.20%
รวมสินทรัพย์
5,643.51
-3.99%
5,877.90
-8.23%
6,404.72
-2.34%
6,558.34
-6.03%
6,978.98
-5.14%
7,356.83
-19.71%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
219.64
-41.62%
376.22
-38.06%
607.34
-6.10%
646.81
-42.74%
1,129.52
-23.13%
1,469.38
-45.52%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
78.19
+6.25%
73.59
-64.71%
208.51
+35.65%
153.72
-20.15%
192.50
-63.76%
531.17
-55.04%
รวมหนี้สิน
297.83
-33.79%
449.81
-44.87%
815.85
+1.91%
800.52
-39.45%
1,322.02
-33.92%
2,000.54
-48.42%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,345.68
-1.52%
5,428.09
-2.88%
5,588.86
-2.93%
5,757.82
+1.78%
5,656.96
+5.61%
5,356.28
+1.35%
D/E
0.06
0.08
0.15
0.14
0.23
0.37
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
1.68
-0.29
1.63
6.45
8.59
6.90
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
2.24
0.32
3.23
7.69
9.18
6.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
3.55
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
1.51
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-310.24
-69.81%
-1,027.49
-424.48%
316.66
-57.30%
741.52
-157.16%
-1,297.18
-136.96%
3,509.27
+33.87%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-1,540.68
-308.03%
740.61
-202.47%
-722.79
+72.28%
-419.54
-259.53%
262.98
+2,858.16%
8.89
-128.89%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
292.84
+20.30%
243.42
-2,863.00%
-8.81
-104.79%
183.80
-88.16%
1,552.97
-168.08%
-2,281.19
+15.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-1,816.05
+1,483.30%
-114.70
-76.58%
-489.73
-252.11%
321.96
+30.91%
245.94
-79.37%
1,191.93
+104.38%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,775.97
+35.11%
1,314.47
-0.87%
1,326.04
+94.53%
681.65
-62.40%
1,813.14
+77.55%
1,021.21
+133.15%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
964.16
-45.71%
1,775.97
+35.11%
1,314.47
-0.87%
1,326.04
+94.53%
681.65
-69.20%
2,213.14
+116.72%