บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8206 out_tok=2816 at=2026-07-26T08:35:53 -->
# TK กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 80% รายได้รวมวูบ 14% รับพิษดอกเบี้ย-คุมเข้มสินเชื่อ
## รายได้-กำไรหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจและนโยบายคุมเข้มสินเชื่อ ขณะที่ต้นทุนการเงินและหนี้สูญเพิ่มขึ้น
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 23.3 ล้านบาท ลดลงถึง 80.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 421.8 ล้านบาท ลดลง 14.3% ปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TK ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้รวมที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** ซึ่งเป็นผลกระทบจากการดำเนินนโยบายที่ระมัดระวังมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการคือ **การหดตัวของรายได้จากการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะรายได้ค่าเช่าซื้อที่ลดลง 15.8% และรายได้อื่นๆ ที่ลดลง 12.3%** ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 14.3% ขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายรวมกลับเพิ่มขึ้น 7.3%** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 7.3%** และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 10.5%** แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลง 20.0% จากการบริหารจัดการต้นทุนและนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ผลกระทบจากปัจจัยลบข้างต้นมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 80.2%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ค่าเช่าซื้อเป็นผลโดยตรงจาก **ประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา (สคบ.) ที่ควบคุมธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์** ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 10 มกราคม 2566 ประกอบกับ **นโยบายของบริษัทที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์** เพื่อลดความเสี่ยง จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2566 การที่ขนาดพอร์ตสินเชื่อลดลงส่งผลให้ **หนี้สูญรับคืนลดลง** แต่ในขณะเดียวกัน **หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้ากลับเพิ่มขึ้น** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเกิดจากการ **กู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น** เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าบริษัทจะมีเงินสดและเงินฝากในระดับสูง แต่ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อผลกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตาม** จากเอกสารระบุว่าบริษัทได้ปรับนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง โดยควบคุมคุณภาพการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2565 เพื่อลดต้นทุนด้าน Credit cost และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทได้ **เพิ่มบริการอื่นนอกเหนือจากธุรกิจให้เช่าซื้อ** เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียวในระยะกลางถึงยาว อย่างไรก็ตาม การประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อจาก ธปท. ในเดือนพฤศจิกายน 2566 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 80.2%** อยู่ที่ 23.3 ล้านบาท จาก 117.5 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565
* **รายได้รวมลดลง 14.3%** อยู่ที่ 421.8 ล้านบาท จาก 492.3 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565
* **รายได้ค่าเช่าซื้อลดลง 15.8%** อยู่ที่ 306.7 ล้านบาท จาก 364.3 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 7.3%** อยู่ที่ 374.0 ล้านบาท จาก 348.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากหนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.0%** อยู่ที่ 214.8 ล้านบาท จาก 268.7 ล้านบาท จากการบริหารจัดการต้นทุนและนำเทคโนโลยีมาใช้
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 10.5%** อยู่ที่ 9.5 ล้านบาท จาก 8.6 ล้านบาท เนื่องจากการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น
* **ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,190.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8%** จาก 4,158.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 จากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด
* **D/E Ratio อยู่ที่ 0.17 เท่า** เพิ่มขึ้นจาก 0.14 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK มีกำไรสุทธิ 23.3 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 80.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 117.5 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 421.8 ล้านบาท ลดลง 14.3% จาก 492.3 ล้านบาท โดยรายได้ค่าเช่าซื้อซึ่งเป็นรายได้หลักลดลง 15.8% ขณะที่รายได้อื่นๆ ลดลง 12.3% ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 7.3% โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้ลดลงได้ 20.0% แต่ผลกระทบจากปัจจัยลบข้างต้นทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมาก
## โอกาส
* **การเพิ่มบริการสินเชื่อใหม่:** บริษัทได้เพิ่มบริการสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ นอกเหนือจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
* **การปรับตัวตามกฎหมายใหม่:** บริษัทมีความพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่จาก ธปท. ที่จะออกมาในเดือนพฤศจิกายน 2566 ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว
* **การนำเทคโนโลยีมาใช้:** การนำ Digital Technology มาใช้ในการบริหารจัดการช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยลบต่างๆ เช่น ต้นทุนพลังงาน ค่าแรง และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กำกับดูแล:** การประกาศใช้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อจาก ธปท. อาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจและต้นทุนการดำเนินงาน
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สูญ:** การที่หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลกระทบจากประกาศหลักเกณฑ์ ธปท. ว่าด้วยธุรกิจเช่าซื้อ:** ติดตามรายละเอียดและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
* **แนวโน้มหนี้สูญและ NPL:** การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และการตั้งสำรองหนี้สูญอย่างเหมาะสม
* **การเติบโตของรายได้จากสินเชื่อประเภทใหม่:** ประสิทธิภาพในการขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้จากสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน และนาโนไฟแนนซ์
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน
* **ยอดขายรถจักรยานยนต์และรถยนต์:** เป็นปัจจัยสำคัญต่อปริมาณสินเชื่อเช่าซื้อในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 2 ปี 2566 TK เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกหลายประการ โดยเฉพาะการประกาศควบคุมสัญญาธุรกิจเช่าซื้อจาก สคบ. และนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นของบริษัทเอง ส่งผลให้ **รายได้ค่าเช่าซื้อลดลง 15.8%** ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท การที่บริษัทมีนโยบายลดความเสี่ยงโดยการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้ **ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวมเพิ่มขึ้นเพียง 0.8%** อยู่ที่ 4,190.6 ล้านบาท แม้ว่า **Coverage Ratio จะอยู่ที่ 109.9%** ซึ่งถือว่าเพียงพอ แต่ **หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้ากลับเพิ่มขึ้น 7.3%** สะท้อนถึงความเปราะบางของลูกหนี้บางกลุ่มจากภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนทางการเงินก็ปรับตัวสูงขึ้น 10.5% จากการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ ไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,556.9 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.02% จากสิ้นปี 2565 ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 18.6% อยู่ที่ 949.1 ล้านบาท ส่งผลให้ **D/E Ratio เพิ่มขึ้นจาก 0.14 เท่า เป็น 0.17 เท่า** ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ บริษัทมีสถานะเงินสดและเงินฝากประมาณ 1,899.8 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ TK ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการปรับตัวรับมือกับปัจจัยลบทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การกำกับดูแล และต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้หลักหดตัวและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและขยายบริการสินเชื่อใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ความท้าทายจากหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การปรับตัวตามกฎเกณฑ์ใหม่ของ ธปท. และการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อทางเลือกจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|