บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4899 out_tok=2411 at=2026-07-27T13:25:49 -->
# TK กำไร Q2/2564 พุ่ง 142.6% รับบริหารต้นทุน-การเงินดี แม้รายได้รวมหด
## รายได้รวมลด 19.7% แต่กำไรสุทธิโตแรง สวนทางเศรษฐกิจชะลอตัว จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงิน
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 118.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 142.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวลดลง 19.7% มาอยู่ที่ 499.5 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TK ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมาก
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การควบคุมค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง 38.1%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 19.7% ก็ตาม นอกจากนี้ **ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงถึง 64.3%** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ปัจจัยเหล่านี้เป็นผลมาจากการดำเนินงานปกติของบริษัท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การบริหารค่าใช้จ่ายรวม:** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนในแต่ละหน่วยงานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 24.4% ซึ่งมาจากการลดเอกสาร การทำงานซ้ำซ้อน และการนำ Digital Technology มาใช้ในการปฏิบัติงาน ทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทมีการบริหารจัดการแหล่งต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการใช้วงเงินกู้ลดลงหลังจากการชำระคืนหุ้นกู้จำนวน 600 ล้านบาทในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทมีสถานะเงินสดและเงินฝากในระดับสูงถึงประมาณ 2,335 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.26 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุว่าได้เตรียมความพร้อมหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่อง และได้ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและการควบคุมคุณภาพลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะกลางและระยะยาวต่อไป การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดีในไตรมาสนี้ หากสามารถรักษามาตรฐานไว้ได้ จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 เติบโต 142.6%** แตะ 118.4 ล้านบาท จาก 48.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/2564 ลดลง 19.7%** มาอยู่ที่ 499.5 ล้านบาท จาก 622.3 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายรวม Q2/2564 ลดลง 38.1%** อยู่ที่ 336.7 ล้านบาท จาก 544.1 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงิน Q2/2564 ลดลง 64.3%** เหลือ 7.6 ล้านบาท จาก 21.3 ล้านบาท
* **ลูกหนี้เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมสุทธิรวมลดลง 14.0%** อยู่ที่ 3,947.6 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.26 เท่า** ลดลงจาก 0.37 เท่าในปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 118.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 499.5 ล้านบาท ลดลง 19.7% โดยรายได้จากธุรกิจเช่าซื้อลดลง 33.0% มาอยู่ที่ 345.1 ล้านบาท เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยและสถานการณ์ COVID-19 ที่ระบาดหนัก อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 29.5% เป็น 134.8 ล้านบาท จากการบริหารจัดการติดตามหนี้ค้างชำระ ค่าใช้จ่ายรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 38.1% มาอยู่ที่ 336.7 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 24.4% และต้นทุนทางการเงินลดลง 64.3% เหลือ 7.6 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้อย่างโดดเด่น
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ:** การนำ Digital Technology มาใช้และการปรับปรุงกระบวนการทำงานช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการแหล่งต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องที่ดี ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง และมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง
* **การควบคุมคุณภาพลูกหนี้:** นโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดและการติดตามหนี้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของตลาดรถจักรยานยนต์และรถยนต์:** ยอดขายรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19 และเศรษฐกิจชะลอตัว:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง:** ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในอนาคต
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาด:** การประเมินผลกระทบทั้งหมดจากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงมีความไม่ชัดเจน และอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* ทิศทางของตลาดรถจักรยานยนต์และรถยนต์ และผลกระทบต่อปริมาณสินเชื่อ
* การบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
* ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
* แผนการขยายธุรกิจและการลงทุนในอนาคต หากสถานการณ์เอื้ออำนวย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ NIM หรือ NII โดยตรง แต่รายได้จากการดำเนินงานหลักคือรายได้เช่าซื้อ ซึ่งลดลง 33.0%
* **NPL/Coverage:** ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนอยู่ที่ 9.1% (เทียบกับ 9.2% ณ สิ้นปี 2563) และ Coverage Ratio อยู่ที่ 120.9% (เทียบกับ 118.3% ณ สิ้นปี 2563) ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการหนี้เสียที่ค่อนข้างดี และมีสำรองเพียงพอ
* **Credit Cost:** เอกสารไม่ได้ระบุ Credit Cost โดยตรง แต่การที่บริษัทไม่ได้ใช้สิทธิ์ผ่อนปรนการจัดชั้นลูกหนี้ตามมาตรการชั่วคราว ทำให้มีสำรองลูกหนี้สูงกว่าผู้ประกอบการประเภทเดียวกัน
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวมลดลง 14.0% จากสิ้นปี 2563 สะท้อนนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวัง
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้อื่นๆ ซึ่งรวมถึงรายได้จากการติดตามหนี้ค้างชำระ เพิ่มขึ้น 29.5%
* **รายการพิเศษ/สำรอง:** ไม่ปรากฏรายการพิเศษหรือการตั้งสำรองที่ผิดปกติในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ ไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,780.3 ล้านบาท ลดลง 7.8% จากสิ้นปี 2563 และมีหนี้สินรวม 1,392.0 ล้านบาท ลดลง 30.4% จากสิ้นปี 2563 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.26 เท่า ลดลงจาก 0.37 เท่าในปี 2563 บริษัทมีสถานะเงินสดและเงินฝากประมาณ 2,335 ล้านบาท ซึ่งแสดงถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
TK สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2564 ให้มีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 142.6% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมและต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและสถานการณ์ COVID-19 การควบคุมต้นทุนที่ทำได้ดี ประกอบกับฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีความพร้อมที่จะเติบโตต่อไปเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|