บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.42
0.04 (0.90%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
{
"documents": [
{
"id": "TK_2569_2_financial_explanation_3bc2279803b84f23b2ad9e23e91a9e91",
"content": "ที่ TK 042/2569\nวันที่ 11 สิงหาคม 2569\nคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569\nเรื่อง\nเรียน กรรมการและผู้จัดการ\nตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย\nบริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“ บริษัทฯ ”) ขอชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีผลกำไร 39.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากกำไร 38.5 ล้านบาท เทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีรายได้รวม 231.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จาก 221.3 ล้านบาท เทียบกับช่วง เดียวกันของปีที่ผ่านมา\nเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 มีทิศทางชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง สะท้อนจากรายรับและจำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ประกอบกับการบริโภคภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลง โดย จำนวนนักท่องเที่ยวไทยต่างชาติในช่วงครึ่งปีแรก 2569 (1 มกราคม- 4 กรกฎาคม) มีจำนวน 16.21 ล้านคน ลดลง 3.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนและอินเดียจะมีการฟื้นตัว แต่จำนวนนักท่องเที่ยว จากอาเซียน เช่น มาเลเซีย กัมพูชา และลาวกลับหดตัวลง รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในครึ่งปีแรกเท่ากับ 7.83 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น1.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านการบริโภคของภาคเอกชนปรับลดลง เนื่องจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากมาตรการภาครัฐ แต่การใช้จ่ายลดลงในเกือบ ทุกหมวด โดยเฉพาะหมวดโรงแรมและร้านอาหาร ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง หลังการเร่งซื้อไป สำรองในไตรมาสก่อน และยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าปรับลดลงหลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 สำหรับการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม เทคโนโลยีตามวัฏจักรขาขึ้นของเทคโนโลยี AI โลก ความต้องการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล และการย้ายฐานการผลิต มายังประเทศไทย โดยการส่งออกของไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่า 196,741.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 228,485.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 38% โดยเฉพาะน้ำมันดิบเพื่อสำรองใช้ในประเทศ รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า สอดคล้องกับ การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในครึ่งปีแรกไทยขาดดุลการค้า 31,744 ล้านดอลลาร์สหรัฐ\n1",
"metadata": {
"company": "TK",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 1,
"tags": [
"ไตรมาส",
"เพิ่มขึ้น",
"นักท่องเที่ยว",
"ต่างชาติ",
"ภาคเอกชน",
"ปีก่อน",
"โดยเฉพาะ",
"การส่งออก",
"สินค้า",
"เทคโนโลยี"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 21,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "TK_2569_2_financial_explanation_ed73e794b8464725824aa9e1c62fc840",
"content": "ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ไทยมีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่า 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงการเกษตรและแปรรูปอาหาร ส่วนประเทศและเขตเศรษฐกิจที่เข้ามาลงทุนสูงสุด ได้แก่สิงคโปร์สหราชอาณาจักร จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ในด้านนโยบายการเงินในไตรมาส 2 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหภาพยุโรป EU ปรับเพิ่มขึ้น 25 bps จาก 2.00% เป็น 2.25% ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ และของธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงเท่าเดิม คืออยู่ที่ 3.50 - 3.75% และ 1.00% ตามลำดับ\nธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.4% (จากเดิม 2.1%) จาก ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์การลงทุนที่มีสัญญาณชัดเจนขึ้น และการออกมาตรการด้านการคลังเพื่อ พยุงเศรษฐกิจ\nสภาวะตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย มียอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 484,721 คัน เพิ่มขึ้น 6.3% จาก 456,053 คัน ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่าน ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ครึ่งปีแรก ปี 2569 จำนวน 953,330 คัน เพิ่มขึ้น 3.9% จาก 917,685 คัน จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 164,883 คัน เพิ่มขึ้น 10.3% จาก 149,501 คัน ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายรถยนต์ครึ่งปีแรก ปี 2569 จำนวน 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.6% จาก 302,694 คัน ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายละเอียดดังนี้\n1. รายได้รวม ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 231.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จาก 221.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ส่วนรายได้เช่าซื้อ ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 128.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7 % จาก 111.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทฯ เริ่มกลับมาปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2568 และมีการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้ออย่างต่อเนื่อง รายได้อื่นๆ ไตรมาส 2 ปี 2569 มีจำนวน 79.5 ล้านบาท ลดลง 2.4 % จาก 81.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันกับปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มาจากหนี้สูญรับคืนที่ลดลง\n2. ค่าใช้จ่ายรวม ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 181.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7 % จาก 169.9 ล้านบาท เมื่อเทียบ กับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา\nค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 149.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% จาก 133.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทฯ เริ่มกลับมาปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และมีการ ขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้ออย่างต่อเนื่อง\n3. ต้นทุนทางการเงิน ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 3.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6 % จาก 3.1 ล้านบาท เมื่อเทียบ กับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น บริษัทฯ มีสถานะเงินสด เงินฝาก และเงิน ลงทุนอยู่ที่ 3,086.6 ล้านบาท D/E ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 0.07 เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 0.06 เท่า 2",
"metadata": {
"company": "TK",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 2,
"tags": [
"เพิ่มขึ้น",
"ไตรมาส",
"ที่ผ่านมา",
"รถจักรยานยนต์",
"เช่าซื้อ",
"เศรษฐกิจ",
"ยอดจำหน่าย",
"สินเชื่อ",
"นโยบาย",
"รายได้"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 23,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "TK_2569_2_financial_explanation_d406321b001345a99dc5ad51d0e5dc64",
"content": "ณ ไตรมาส 2ปี2569 บริษัทฯ มีลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนีเงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 2,138.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.6%จาก1.624.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 จากการเริ่มปล่อยสินเชื่อตั้งแต่ไตรมาส 2ปี2568 ซึ่งใน ไตรมาส 2ปี2569 ยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อภายในประเทศไทย กัมพูชาและสปป.ลาว ขยายตัวทั้ง 3 ตลาดเมื่อ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในส่วนของการตั้งสำรองค่าเผื่อการต้อยค่าลูกหนี้การค้า บริษัทฯเห็นความสำคัญของการมีสำรองที่เพียงพอ ณ ไตรมาส 2ปี2569 มีสำรองจำนวน 131.8 ล้านบาท มีลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน 5.0 % และมี 0๐ง๓๑๕๐ที่ 116.0 % ซึ่งเปรียบเทียบกับ ณ สิ้นปี 2568 ที่มีสำรองจำนวน 114.6ล้านบาท มีลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน 6.6 % และมี ๐๒๐๒๕๐ #ลย๐ที่99.1 % ณ ไตรมาส 2ปี2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5.709.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2 %จาก5,643.5 ล้านบาท เมื่อ เทียบกับ สิ้นปี 2568 และมีหนี้สินรวม 349.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4 %จาก297.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2ปี2569 มีดังนี้\n-ไม่มี -\nปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตของบริษัทฯ2569 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ 607 ของไทยมีแนวโน้มลดลง โดยในไตรมาส 1/2569 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ 6 เท่ากับ 85.9% ตั๋าที่สุดในรอบ 6 ปีอย่างไรก็ตามการลดลงของหนี้ครัวเรือนที่เร็วอาจไม่สะท้อนถึงฐานะ การเงินที่แข็งแรงขึ้น แต่สะท้อนถึงข้อจำกัดในการกู้ของภาคครัวเรือน เนื่องจากสาเหตุที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนลดลง เป็นเพราะของไทยเติบโตเร็วกว่ายอดหนี้การเข้าถึงสินเชื่อสถาบันการเงินทำได้ยากขึ้น รวมถึงมีการพึ่งพา แหล่งเงินทุนนอกระบบมากขึ้นเห็นได้จากโรงรับจำนำ และสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ขยายฐานสูงขึ้นต่อเนื่อง สะท้อน ว่าครัวเรือนบางส่วนหันไปใช้แหล่งเงินกู้ที่มีเงื่อนไขยืดหยุ่น และเข้าถึงง่ายกว่า แม้จะมีต้นทุนทางการเงินที่สูงกว่า จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ\nขอแสดงความนับถือ\n(นางสาวปฐมา พรประภา)\nกรรมการ / กรรมการผู้จัดการ",
"metadata": {
"company": "TK",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 3,
"tags": [
"ไตรมาส",
"ครัวเรือน",
"ลูกหนี้",
"บริษัทฯ",
"เพิ่มขึ้น",
"สิ้นปี",
"สินเชื่อ",
"Coverage",
"เติบโต",
"สัดส่วน"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 3,
"layout_bands": 15,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber",
"ocr_engine": "tesseract_raw_psm11",
"ocr_page": true
}
}
]
}
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|