บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4631 out_tok=2170 at=2026-07-26T08:41:26 -->
# TK กำไร Q1/2565 พุ่ง 38.6% รับรายได้เช่าซื้อฟื้น-คุมต้นทุน
## รายได้รวมหด 8.4% แต่กำไรสุทธิโตแรง เหตุบริหารค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ-ต้นทุนการเงินลด
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับลดลง 8.4% มาอยู่ที่ 493.3 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้เช่าซื้อที่ลดลงเล็กน้อย แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TK ในไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 38.6% มาจาก **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 20.5%** ประกอบกับการ **ลดลงของต้นทุนทางการเงิน 24.3%** แม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวลดลง 8.4% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของค่าใช้จ่ายรวมเกิดจากสองปัจจัยหลัก คือ **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) ที่ลดลง 4.1%** ผ่านการควบคุมต้นทุนในแต่ละหน่วยงาน การลดเอกสารและการทำงานซ้ำซ้อน รวมถึงการนำ Digital Technology มาใช้ในการทำงาน นอกจากนี้ **ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 24.3%** เนื่องจากบริษัทมีการใช้วงเงินกู้ลดลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และมีการบริหารจัดการแหล่งต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีการชำระคืนหุ้นกู้ไปแล้วก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มงวดนี้ช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทมีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจโดยใช้เงินสดที่มีอยู่ ซึ่งเพียงพอต่อการขยายตัวได้อย่างน้อย 12 เดือน และคาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะกลางและยาวต่อไป การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพน่าจะเป็นนโยบายที่บริษัทจะดำเนินการต่อไปเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6% YoY**: เป็นผลจากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
* **รายได้รวม 493.3 ล้านบาท ลดลง 8.4% YoY**: ส่วนใหญ่มาจากรายได้เช่าซื้อที่ลดลง 5.4%
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 20.5% YoY**: เป็นปัจจัยหลักที่หนุนกำไรสุทธิ
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 24.3% YoY**: จากการบริหารจัดการวงเงินกู้และแหล่งเงินทุน
* **ลูกหนี้เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมสุทธิเพิ่มขึ้น 4.9% จากสิ้นปี 2564**: สวนทางกับรายได้รวมที่ลดลง
* **NPL (ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน) ลดลงจาก 7.1% เป็น 6.1%**: คุณภาพหนี้ดีขึ้น
* **Coverage Ratio อยู่ที่ 118.2%**: สะท้อนการตั้งสำรองที่แข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 TK มีกำไรสุทธิ 135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 493.3 ล้านบาท ลดลง 8.4% จาก 538.7 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 20.5% มาอยู่ที่ 313.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ แม้รายได้จากการดำเนินงานหลักจะลดลงก็ตาม
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย**: คาดการณ์ GDP ปี 2565 ขยายตัว 3.3% - 4.1% และการส่งออกเติบโต 8.7% รวมถึงการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อการขยายธุรกิจและคุณภาพลูกหนี้
* **ตลาดรถจักรยานยนต์และรถยนต์เติบโต**: ยอดขายรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 3.1% และรถยนต์เพิ่มขึ้น 19.1% ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นสัญญาณบวกต่อธุรกิจเช่าซื้อ
* **การขยายธุรกิจด้วยเงินสด**: บริษัทมีความพร้อมในการขยายธุรกิจโดยใช้เงินสดที่มีอยู่ ซึ่งเพียงพอต่อการขยายตัวได้อย่างน้อย 12 เดือน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก**: สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้ต้นทุนค่าครองชีพสูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น
* **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย**: ธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้**: แม้ NPL จะลดลง แต่ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้เช่าซื้อในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นต่อคุณภาพลูกหนี้
* ความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
* การขยายสินเชื่อตามแผนที่วางไว้ และผลตอบแทนจากการขยายสินเชื่อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII**: เอกสารไม่ได้ระบุ NIM โดยตรง แต่การลดลงของต้นทุนทางการเงิน 24.3% ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อลดลงเพียง 5.4% บ่งชี้ว่า NIM อาจมีแนวโน้มดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็ไม่ถูกกดดันมากนัก
* **NPL**: ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนลดลงจาก 7.1% ณ สิ้นปี 2564 เป็น 6.1% ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงคุณภาพหนี้ที่ดี
* **Coverage Ratio**: อยู่ที่ 118.2% ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลงเล็กน้อยจาก 120.5% ณ สิ้นปี 2564 แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนการตั้งสำรองที่เพียงพอต่อความเสี่ยง
* **สัดส่วนสินเชื่อ**: ลูกหนี้เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 4.9% จากสิ้นปี 2564 เป็น 4,144.1 ล้านบาท สวนทางกับรายได้รวมที่ลดลง บ่งชี้ว่าอาจมีการปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น แต่รายได้ยังไม่สะท้อนเต็มที่ หรืออาจมีสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า
* **Non-NII**: รายได้อื่นๆ ลดลง 7.3% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากหนี้สูญรับคืนที่ลดลง เนื่องจากคุณภาพหนี้ดีขึ้น
* **Credit Cost**: ไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่การลดลงของ NPL และการตั้งสำรองที่ยังคงสูง บ่งชี้ว่า Credit Cost อาจอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม 7,093.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากสิ้นปี 2564**: การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมสุทธิ
* **หนี้สินรวม 1,307.7 ล้านบาท ลดลง 1.1% จากสิ้นปี 2564**: การลดลงนี้ส่งผลให้ D/E Ratio อยู่ที่ 0.23 เท่า เท่ากับสิ้นปี 2564 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำและแข็งแกร่ง
* **เงินสดและเงินฝากประมาณ 2,495.0 ล้านบาท**: แสดงถึงสภาพคล่องที่สูงเพียงพอต่อการดำเนินงานและการขยายธุรกิจ
## สรุปท้าย
TK สามารถพลิกสถานการณ์จากรายได้รวมที่ลดลง มาสู่การเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2565 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดต้นทุนทางการเงิน แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ แต่การฟื้นตัวของตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงแผนการขยายธุรกิจด้วยเงินสดที่มีอยู่ ทำให้ TK มีโอกาสที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคุณภาพลูกหนี้และผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|