บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.14
+0.04 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## สรุปผลประกอบการของ หุ้น TK (บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)) ไตรมาส 3 ปี 2568
**สรุปสั้น:**
บริษัทฯ มีผลกำไร 8.0 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2568 พลิกจากขาดทุน 5.4 ล้านบาทในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม รายได้รวมลดลง 28.5% เหลือ 206.2 ล้านบาท
**เศรษฐกิจ:**
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2568 ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแรง แม้คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวได้เล็กน้อยในช่วงที่เหลือของปี ภายใต้แรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” ด้านอุปทานการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล และสินค้าเกษตร ขณะเดียวกันภาคการผลิตในบางอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้รับผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราวส่งผลให้การผลิตโดยรวมลดลง
ภาคการท่องเที่ยวยังคงชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในชวง 9 เดือนแรกของป 2568 มีนักทองเที่ยวตางชาติจํานวน 24.11 ลานคนลดลงรอยละ 7.5 จากชวงเดียวกันของป 2567 สรางรายไดรวม 1.11 ลานลานบาทลดลงรอยละ 5.85 โดยเฉพาะนักทองเที่ยวจากจีนที่ลดลงเกือบรอยละ 35 ในดานการสงออกของไทยในชวง 9 เดือนแรกมีมูลคารวม 254,146.5 ลานดอลลารสหรัฐขยายตัวรอยละ 13.9 จากชวงเดียวกันของปกอนคาดวาทั้งปการสงออกจะเติบโตในชวงรอยละ 9.4–10.4 ซึ่งเปนระดับสูงสุดเปนประวัติการณทั้งในดานมูลคาและอัตราการขยายตัวปจจัยสนับสนุนสําคัญมาจากความชัดเจนของมาตรการภาษีนําเขาตางตอบแทนของสหรัฐฯ และสัญญาณการผอนคลายนโยบายการคาระหวางประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ในดานดอกเบี้ยนโยบายชวงไตรมาสที่ 3 ถึงเดือนตุลาคม 2568 ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ไดปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้งจากระดับ 4.25–4.50% เหลือ 3.75–4.00% ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงอัตราดอกเบี้ยไวที่ 2.00% หลังจากปรับลดตอเนื่อง 8 ครั้งในรอบ 12 เดือนสวนธนาคารแหงประเทศไทยไดปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้ง เหลือ 1.50% เพื่อสนับสนุนการฟนตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:**
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากค่าใช้จ่ายรวมลดลงมากกว่ารายได้รวมที่ลดลง โดยรายได้รวมลดลง 28.5% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 29.5% ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเนื่องจากการควบรวมสาขาและการนำเทคโนโลยีมาใช้ ต้นทุนทางการเงินลดลงเนื่องจากการกู้เงินในต่างประเทศลดลง (หน้า 2)
**สินเชื่อและสัดส่วน:**
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวมลดลง 18.9% จากสิ้นปี 2567 เป็น 1,617.5 ล้านบาท เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น NPL (ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน) อยู่ที่ 6.7% และ Coverage Ratio อยู่ที่ 97.0% (หน้า 2)
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:**
ความเสี่ยงหลักมาจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและปัญหา "รายได้ไม่ทันรายจ่าย" ของคนไทยทุกช่วงวัย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กลับมาปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์อีกครั้งหลังจากมีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น และยังคงให้บริการสินเชื่อประเภทอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง (หน้า 3-4)
**สรุปสั้นท้ายสุด:**
รายได้และกำไรของ TK ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อ การลดลงของรายได้เช่าซื้อเป็นผลมาจากเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและการชะลอการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การลดลงของค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพช่วยให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรได้ แม้ว่า NPL จะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่ Coverage Ratio ที่ลดลงแสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการตั้งสำรอง บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งทางการเงินจากสถานะเงินสดที่สูงและ D/E ที่ต่ำ ซึ่งช่วยให้มีความพร้อมในการขยายการลงทุนเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม (หน้า 2)
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|